ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 985 ราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล!
แต่ไรไหนมา การผสานรวมชีวิตของเนี่ยเทียนก็เคยเอามาใช้กับแค่โครง กระดูกปีศาจเลือดเท่านั้น
ทว่าทุกครั้งที่ใช้การผสานรวมชีวิต เนี่ยเทียนจะต้องรู้สึกว่า—สายเลือด ของเขากับโครงกระดูกปีศาจเลือดมีความขัดแย้งกันเอง
สายเลือดของโครงกระดูกปีศาจเลือดคือพลังแห่งความตาย ซึ่งดู เหมือนว่าเดิมทีก็ขัดแย้งกับสายเลือดแห่งชีวิตอยู่แล้ว
และก็ด้วยเหตุนี้ เวลาที่เขาใช้การผสานรวมชีวิตกับโครงกระดูกปีศาจ เลือดถึงทำให้เขารู้สึกว่าไม่สามารถสำแดงอานุภาพที่แท้จริงของการผสาน รวมชีวิตออกมาได้
ทว่าคราวนี้เมื่อเขาเอาการผสานรวมชีวิตมาใช้กับเต่าทมิฬ เขากลับไม่ รู้สึกถึงความขัดแย้งกันเอง
ราวกับว่าการผสานรวมชีวิตนี้สอดคล้องกับสายเลือดของเต่าทมิฬได้ อย่างสมบูรณ์แบบ
และบางทีอาจด้วยเหตนี้ พอเขาร่ายใช้การผสานรวมชีวิตจึงสามารถ กระตุ้นพรสวรรค์อีกสองอย่างเช่นพลังชีวิตแข็งแกร่งกับแก่นเลือดเดือด พล่านขึ้นมาพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
แก่นเลือดตรงหัวใจของเขาพากันปะทุเผาไหม้
การเดือดพล่านของแก่นเลือดไปกระตุ้นพลังของชีวิตที่ลึกลับยิ่งกว่า และบริสุทธิ์ยิ่งกว่าให้ไหลเข้าหาเต่าทมิฬ
หัวใจ เลือดเนื้อ พลังชีวิต พลังแฝงของเต่าทมิฬต่างพากันยกระดับขึ้น ไปอีกหลายเท่า
แล้วก็เพราะยืมใช้พลังแห่งชีวิตของเขา เต่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดถึง ได้สามารถกระตุ้นใช้ราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล ใช้ความมืดไร้ที่สิ้นสุดมาปก คลุมทับฟูาดินเอาไว้ได้!
ท่ามกลางความมืดมิดอันบริสุทธิ์ ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเนี่ยเทียน สิ้นประสิทธิภาพ มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน สัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งใด
กระแสจิตวิญญาณ การรับสัมผัสทางสายเลือดก็เหมือนกลายมาเป็น คนตาบอดทั้งหมด
แม้แต่ดวงตาดาราที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นก็ยังไม่สามารถมองเห็นพวกจิ่ง เฟยหยางที่อยู่ข้างกายเขาในความมืดมิดนี้ได้
“เมื่อเทียบกับควันดำของสัตว์ยักษ์มวลดาราแล้ว ราตรีมืดมิดนิรันดร์ กาลของเต่าทมิฬนี้ได้ประสิทธิผลมากกว่าเสียอีก!”
เนี่ยเทียนตกตะลึง แล้วก็สังเกตเห็นทันทีว่าเพียงแค่ครู่เดียวก็มีแก่น เลือดถึงสี่หยดที่ทยอยกันถูกเผาไหม้ พลังชีวิตทั้งหมดล้วนไหลหายเข้าหา เต่าทมิฬ
“อู้!”
วงแสงสีดำที่พิเศษมากวงหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากกระดองของ เต่าทมิฬซึ่งปกคลุมร่างของเนี่ยเทียนเอาไว้
เมื่ออยู่ในม่านแสง เนี่ยเทียนค้นพบด้วยความตกตะลึงว่าเขาสามารถ มองเห็นคนและสิ่งของที่อยู่ข้างกายได้แล้ว
เพียงแต่ว่าหากการรับสัมผัสทางจิตวิญญาณและสายเลือดหายออกไป จากม่านแสงก็ยังคงใช้ไม่ได้ผลอยู่ดี
“สัตว์ของชนต่างเผ่าอย่างเต่าทมิฬนี้เกรงว่าคงมีที่มาไม่ธรรมดา ความ มืดมิดที่ดำสุดขีดเช่นนี้กลืนกินแสงสว่างทั้งหมดเข้าไป ทำให้การมองเห็น การได้ยินและการรับสัมผัสสูญเสียประสิทธิภาพทั้งหมด ทว่าเต่าทมิฬกลับ ไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย วันหน้าหากใช้มันมาต่อสู้กับศัตรู แล้วให้ มันร่ายราตรีมืดมิดนิรันดร์กาลออกมา ศัตรูก็จะกลายมาเป็นเหมือนคนตา บอด มองไม่เห็นมัน เล็งตัวมันไม่ได้ ได้แต่ถูกมันจู่โจมอย่างเดียวเท่านั้น!”
“เมื่อต่งลี่มีมัน เกรงว่าอนาคตนางคงสามารถร่ายใช้พลังแห่งความมืด มิดออกมาได้ถึงขีดจำกัดสูงสุด!”
“พลังแห่งความมืดมิดย่อมต้องเพิ่มอานุภาพให้กับราตรีมืดมิดนิรันดร์ กาลได้อีกแน่นอน!”
และขณะที่เนี่ยเทียนดีใจแทนต่งลี่อยู่นั้น เขาพลันสังเกตเห็นว่าพวกจิ่ง เฟยหยางสามคนได้พุ่งตัวเข้าไปยังเทือกเขาน้ำแข็งสามลูกนั้นแล้ว
ท่ามกลางราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล จิ่งเฟยหยางสามคนเองก็ได้รับ ผลกระทบจนมองไม่เห็นสิ่งใด
ทว่าพวกเขารู้ตำแหน่งที่อยู่ของชนต่างเผ่าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงบินไป ตามภาพที่ตัวเองจำได้ก่อนหน้านี้ เพียงแต่ว่าระหว่างทางที่พุ่งตัวออกไป พวกเขากลับเบนออกจากทางเดิมอย่างเห็นได้ชัด นี่หมายความว่าเมื่ออยู่ ท่ามกลางความมืดมิดอันบริสุทธิ์ พวกเขาเองก็ไม่สามารถเล็งเปูาหมายได้ อย่างแม่นยำเช่นกัน
พวกเขาทำได้เพียงแต่กะระยะคร่าวๆ เมื่อรู้สึกว่าน่าจะพอประมาณ แล้วก็ลงมือทันที
การลงมือครั้งนี้ก็คือการโจมตีในวงกว้างอย่างไม่ต้องสงสัย!
อักขระจำนวนนับไม่ถ้วนลอยออกมาแล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นมือขนาด ใหญ่ยักษ์
มือยักษ์ที่ประกอบจากอักขระมากมายมีแสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีส่องประกาย ระยิบระยับซึ่งกดทับลงไปด้านล่างอย่างต่อเนื่อง
พออยู่ภายใต้มือยักษ์นั่น เทือกเขาน้ำแข็งที่สูงตระหง่านก็เหมือนเสาที่ แตกหักออกจากกัน เศษหินก้อนใหญ่กลิ้งหลุนๆ ลงมาจากตัวภูเขา โจมตี ให้ชนต่างเผ่าตายไป
กระบี่วิเศษหลายเล่มที่คมกริบอย่างถึงที่สุดบินออกมาจากชายแขนเสื้อ ของฉวนจื่อเซวียน กระบี่วิเศษบินทะลวงกลับไปกลับมา ครู่เดียวก็แทง ทะลุลงไปบนพื้นดิน
ฟูาดินแห่งนั้นจึงเกิดเป็นหลุมเป็นบ่อนับพัน
ส่วนฉวีหมิงเต๋อจากสำนักทองไพศาลก็เรียกอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยง วิญญาณที่มีลักษณะเป็นตราประทับหินสีทองก้อนหนึ่งออกมา
ตราประทับหินสีทองขยายใหญ่อยู่กลางอากาศ พริบตาเดียวก็มีขนาด เท่าภูเขา ซึ่งโจมตีลงไปที่หุบเขาและก้อนหินใหญ่รอบด้านติดต่อกัน ทำให้ พื้นที่แห่งนี้สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่ว่าไม่มีเสียงดังออกมาจากในความมืดมิดนั้น
แดนเอตทัคคะสามท่านปลดปล่อยมือยักษ์อักขระเทพ ตราประทับหิน สีทองและกระบี่วิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา ซึ่งบางครั้งก็ปะทะกันเอง
หากไม่ปะทะกัน อาวุธและวัตถุของพวกเขาก็ไม่สามารถรับสัมผัสได้ถึง การดำรงอยู่ของอีกฝุาย
ทว่าพอปะทะกัน จิตวิญญาณที่นาบประทับอยู่ในอาวุธวิเศษเหล่านั้น กลับรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่ร่ายเวทคือใคร
พลังงานของคนทั้งสามที่พอปะทะกันจึงแยกตัวออกจากกันทันที เหมือนแมลงปอแตะผิวน้ำ
ไม่รู้ตำแหน่งของชนต่างเผ่า วิธีการโจมตีที่พวกเขาเลือกก็คือหว่านแห ไปรอบด้าน ขุดดินลึกลงไปสามฉื่อ ระเบิดการโจมตีทั่วทุกอณูพื้นที่ของที่ แห่งนั้น
เมื่ออาวุธและเวทอาคมของพวกเขาปะทะโดนชนต่างเผ่าจริงๆ ถึงจะ เล็งเปูาหมายได้สำเร็จ
จากนั้นพลังงานที่ดุร้ายพลุ่งพล่านมากกว่าเดิมก็จะมารวมตัวกันแล้วพุ่ง เข้าสังหาร
ท่ามกลางความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ชนต่างเผ่าที่อยู่ในหุบเขาร้องโหยหวน แต่ต่างฝุายต่างไม่ได้ยินเสียงกัน แม้แต่ตำแหน่งของที่ตั้งช่องทางห้วงมิติ พวกมันก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ได้แต่พุ่งชนไปทั่วราวแมลงวันไร้หัว
พอชนกับมือยักษ์ ตราประทับหินสีทองและกระบี่วิเศษของแดน เอตทัคคะทั้งสามท่าน พวกมันก็จะถูกเล็งตัวแล้วถูกพลังโจมตีที่น่ากลัวพุ่ง มาสังหารทันที
ศึกนี้ดำเนินไปได้ไม่นานนัก
เพียงแค่ครึ่งชั่วยาม เนี่ยเทียนที่กดมือลงบนร่างของเต่าทมิฬ อาศัย ม่านแสงจากบนร่างของเต่าทมิฬก็มองเห็นว่าภูเขาน้ำแข็งทั้งสามลูกพังราบ เป็นหน้ากลอง
หุบเขาเต็มไปด้วยเศษน้ำแข็งก้อนใหญ่ซึ่งฝังกลบศพของชนต่างเผ่า มากมายเอาไว้
ช่องทางห้วงมิติถูกแดนเอตทัคคะทั้งสามท่านทำลายจนย่อยยับไปแล้ว
เวลานี้ แก่นเลือดแห่งชีวิตหยดที่ห้าในหัวใจของเนี่ยเทียนก็เผาไหม้ หมดสิ้นเช่นกัน
เนื่องจากจิงชี่เลือดเนื้อถูกเผาผลาญไปมหาศาล ความรู้สึกอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยจึงค่อยๆ พุ่งเข้ามาจู่โจม
เนี่ยเทียนรีบหยุดการผสานรวมชีวิตทันที
วินาทีที่ดึงมือออก เขาก็ตวาดขึ้นมาเบาๆ “พอแล้ว!”
ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดไหลย้อนกลับเข้าหาเต่าทมิฬราวกระแสน้ำลง
ฟูาดินที่ถูกความมืดมิดกลบทับคล้ายห้องหินที่ปิดสนิทไร้แสงซึ่งถูกผลัก ประตูเปิดออก มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาแล้วค่อยๆ ขยายลามไปเรื่อยๆ ทำให้โลกที่ถูกกลบทับไว้ด้วยความมืดกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง
เมื่อความมืดกลุ่มสุดท้ายหายเข้าไปในกระดองของเต่าทมิฬ ฟูาดินก็ กลับมาเป็นดังเดิมอีกครั้ง
เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองเต่าทมิฬด้วยสายตาลึกล้ำจึงเห็นว่าหัวของมัน ลู่ลง ท่าทางเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง
เนี่ยเทียนลูบหัวของมันพลางหัวเราะเบาๆ “ทำได้ไม่เลว”
ได้ยินคำชมจากเขา เต่าทมิฬก็ส่ายหัวด้วยความลำพองใจอีกครั้ง
“เจ้าไปพักผ่อนให้ดี รีบฟื้นคืนพลังโดยเร็วที่สุด หลังจากนี้ไม่นาน ศึก ในทะเลทรายร้อนระอุอาจต้องพึ่งเจ้าอีกครั้ง” เนี่ยเทียนกล่าว
พูดจบเขาก็ร่ายใช้คาถาดาวเปล่งประกายหลายๆ ครั้งเพื่อเคลื่อนที่ไป ในสนามรบ
“ปฏิบัติหน้าที่สำเร็จโดยไม่ทำให้ผิดหวัง”
ฉวนจื่อเซวียนลอยตัวอยู่กลางอากาศ กระบี่วิเศษพากันหายเข้าไปใน ชายแขนเสื้อของเขาราวนกร้อยตัวที่บินกลับคืนรัง
การมองเห็นของจิ่งเฟยหยางมีมากกว่าเขา ตอนนี้กำลังทอดสายตา มองไกลไปยังเต่าทมิฬตัวนั้นด้วยสายตาซับซ้อน “ไม่นึกเลยว่าสัตว์ชนต่าง เผ่าตัวนี้จะน่ากลัวถึงเพียงนี้!”
ฉวีหมิงเต๋อพูดรับคำ “มันมีสายเลือดแค่ระดับเจ็ด หากวันหนึ่ง สายเลือดของมันถึงระดับแปด ระดับเก้า บางทีเมื่อมันร่ายใช้พรสวรรค์ ทางสายเลือดออกมาก็อาจทำให้อาณาจักรขนาดเล็กและขนาดกลางกลาย มาเป็นอาณาจักรมืดมิดที่ยื่นมือออกไปก็ยังมองไม่เห็นห้านิ้วของตัวเอง สัตว์ตัวนี้แข็งแกร่งและลึกลับอย่างที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน!”
“ข้าเองก็ตกใจมากเหมือนกัน” เนี่ยเทียนยิ้ม
จากนั้นเขาก็พลิ้วตัวลงไปอยู่กลางกองหินแล้วหาศพของอสูรกาย ภูตผี ปีศาจสองคนที่มีสายเลือดระดับแปด “พวกเจ้ารอข้าสักครู่ ข้าต้องฟื้นตัว สักหน่อย”
เขารีบใช้การสูบดึงพลังชีวิตมารวบรวมจิงชี่เลือดเนื้อในศพของอสูร กายและภูตผีปีศาจระดับแปดมาสร้างแก่นเลือดที่เผาผลาญไป
ศึกครั้งนี้สัตว์ยักษ์มวลดาราไม่ได้เข้าร่วมด้วย พวกเขาไม่ได้ยืมใช้พลัง ของมัน
ศพของชนต่างเผ่าไม่ถือเป็นของแผ่นดินลอยตัว จึงถือเป็นของเชลยศึก ของพวกเขา
ตอนที่เขาใช้สายเลือดแห่งชีวิตไปดูดดึงพลังที่เหลืออยู่ในศพของอสูร กายและภูตผีปีศาจระดับแปด เต่าทมิฬก็บินเข้ามาหา
เต่าทมิฬบินวนเวียนไปรอบด้านเพื่อกลืนกินศพของชนต่างเผ่า สายเลือดระดับเจ็ดที่อยู่รอบด้าน เรือนกายมันไม่ใหญ่นัก แต่อวัยวะภายใน กลับเป็นเหมือนหลุมที่ไร้ก้น ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดแต่ละคนที่พอ ถูกมันกัดจนแหลกละเอียดหายเข้าไปในปากก็ยังเหมือนจะตอบสนอง ความต้องการของมันไม่ได้
“อู้!”
ไข่มุกวิญญาณมืดบินออกมาเก็บเอาซากวิญญาณของชนต่างเผ่าที่ตาย ไปซึ่งยังไม่สลายหายไปหมด
การต่อสู้ทางนี้สิ้นสุดลงแล้ว แดนเอตทัคคะสามคนก็พากันส่งข่าว ออกไป
ครู่หนึ่งต่งลี่และพวกแดนว่างเปล่าก็ทยอยกันมาถึง มองเห็นพื้นดินที่ เต็มไปด้วยหลุมบ่อและภูเขาที่หายไป พวกเขาก็แอบตาค้าง
เต่าทมิฬที่กินชนต่างเผ่าระดับเจ็ดจนหมดส่ายหัวเดินขยับเข้ามาใกล้ต่ง ลี่คล้ายต้องการคำชื่นชม
“ต่งลี่ ยินดีกับเจ้าด้วยที่ได้ครอบครองสัตว์ที่พิเศษเช่นนี้” ฝานข่ายจาก วิมานสวรรค์มองเต่าทมิฬพลางเอ่ยแสดงความยินดีด้วยความอิจฉา
——