ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 99 เลือด้เนื้อบำารุงให้อบอุ่น
“ท่านอาหลิว ปีนั้นกระดู้กสัตว์ที่ท่านเอาออกมาในงานเลี้ยง จับฉลากของตระกูลเนี่ย ซื้อมาในราคาเท่าไหร่หรือ?” เนี่ยเทียนถูก หลิวเหยี่ยนอบรมสั่งสอนอยู่นาน ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเปลี่ยน หัวข้อพูด้
“อ้อ กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นน่ะเหรอ ดู้เหมือนว่าจะจ่ายไป แค่สิบกว่าหินวิเศษนะ” หลิวเหยี่ยนตอบอย่างไม่คิด้มาก แล้วจึงถาม กลับด้้วยความแปลกใจ: “เจ้าถามเรื่องนี้ทำาไม?”
เขาไม่เคยสนใจกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นมาก่อน ปีนั้นที่หยิบ เอาออกมาในงานจับฉลากกมแค่เพื่อสมทบให้ครบจำานวนเท่านั้น
“สิบกว่าหินวิเศษ…” เนี่ยเทียนมองเกราะมังกรเพลิงที่ อยู่ในถุงผ้าหนึ่งครั้งแล้วถามอีกว่า: “กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นกมคืออาวุธที่ ช่างหอของหลิงเป่าหลอมออกมาหรือ?”
“ไม่ใช่หรอก” หลิวเหยี่ยนส่ายหัว
เวลาผ่านไปนานเกินไป เขาครุ่นคิด้อยู่ครู่หนึ่งถึงได้้พูด้ อีกว่า: “ประวัติความเป็นมาของกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น ค่อนข้าง คล้ายคลึงกับเกราะมังกรเพลิงที่เจ้าซื้อมาในวันนี้”
“ช่างหลอมอาวุธของหอเป่าที่ขายให้ข้า วันนั้นเขา แนะนำาว่าผู้ที่มาเยือนเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง คล้ายจะบาด้เจมบ หนัก ทั้งยังถูกคนไล่ฆ่าด้้วย”
“ตอนนั้นเขาจนตรอกอย่างมาก ทั้งยังร้อนรนจำาเป็น ต้องใช้หินวิเศษ ด้ังนั้นจึงขายกระดู้กสัตว์ให้กับหอเป่า”
“หลังจากที่คนผู้นั้นได้้รับหินวิเศษกมหายตัวไปนับแต่นั้น ไม่มีใครพบเหมนเขาอีก”
“แต่ข้าได้้ยินผู้ฝึกลมปราณของหอหลิงเป่าเล่าว่าหลัง จากที่ขายกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นให้กับหอเป่าแล้ว เขากมบอกว่าให้หอเป่า เกมบรักษาไว้ช่วงหนึ่ง วันหน้าเขาจะมาไถ่คืนในราคาที่สูงกว่าเด้ิม”
“น่าเสียด้ายที่เขาไม่ได้้กลับมาในช่วงเวลาที่นัด้หมาย เอาไว้”
“กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นไม่ใช่วัตถุล้ำาค่าอะไร หอเป่าเองกมไม่ ได้้ให้ความสนใจ ไม่นานจึงเอาออกมาวางขาย”
หลิวเหยี่ยนอธิบายความเป็นมาของกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น ให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด้ จากนั้นจึงเอ่ยถาม: “ทำาไมหรือ? เจ้าดู้ สนใจกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นมากเลยนะ?”
“ข้าจำาได้้ว่า เจ้ากับกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น…ไม่มีการตอบ รับทางพลังวิญญาณต่อกัน เจ้าถามมากมายไปทำาไม?”
“แค่ถามเฉยๆ น่ะขอรับ” เนี่ยเทียนยิ้ม กล่าวอีกว่า: “ท่านลุงหลิว ข้ารบกวนท่านช่วยเอาเกราะวิเศษชิ้นนี้ไปให้ที่ห้องพัก ของข้าได้้หรือไม่?”
“เจ้านี่นะ แม้แต่ยกยังยกไม่ขึ้น ไม่รู้จริงๆ ว่าทำาไมเจ้า ถึงได้้เลือกมัน” หลิวเหยี่ยนบ่นพึม หยิบเอาเกราะมังกรเพลิงที่วางไว้ ในถุงผ้าขึ้นมา “หนักมากจริงๆ ด้้วย! เกราะวิเศษที่หนักขนาด้นี้ ขนาด้ข้าสวมกมยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้้ตามใจหวัง ไม่เพียงแต่ไม่ เพิ่มพลังในการรบ กลับยังส่งผลกระทบต่อตัวข้าเองด้้วย!”
พอสัมผัสได้้ถึงน้ำาหนักของเกราะมังกรเพลิง เขาจึงถลึง ตาใส่เนี่ยเทียนอีกหนึ่งครั้ง จากนั้นพูด้ว่า: “เจ้าหนู พรุ่งนี้ไปซื้อกำาไล เกมบของมาสักชิ้นหนึ่งเถอะ มิฉะนั้นของหลายชิ้นจะพกพาไม่ สะด้วก” “ในงานพินิจของวิเศษกมขายวัตถุที่ใช้เกมบของ ด้้วยหรือ?” ด้วงตาเนี่ยเทียนเป็นประกาย
เขาเคยได้้ยินถึงความสะด้วกของวัตถุวิเศษประเภทที่ ใช้เกมบของมานานแล้ว และกมรู้ด้้วยว่าวัตถุแบบนั้นล้ำาค่ามาก ผู้ฝึก ลมปราณที่ขอบเขตค่อนข้างต่ำา นอกจากมีฐานะไม่ธรรมด้าแล้ว มิ ฉะนั้นกมยากที่จะได้้ครอบครองวัตถุวิเศษประเภทที่ใช้บรรจุสิ่งของ
“มีอยู่หลายชิ้นเลยล่ะ” หลิวเหยี่ยนคิด้อยู่ครู่หนึ่งจึง กล่าวว่า: “เด้ิมที ด้้วยระด้ับขอบเขตของเจ้าในตอนนี้ บนร่างไม่มี
ทางมีสิ่งของมากมายนัก ด้ังนั้นจึงยังไม่จำาเป็นต้องมีกำาไลเกมบของ แต่ตอนนี้เจ้าซื้อเกราะมังกรเพลิง แถมตัวเจ้าเองกมยกไม่ไหว ถ้าอย่าง นั้นกมถือว่าเป็นสิ่งที่จำาเป็นอย่างมากแล้วล่ะ”
“อีกอย่าง เจ้าเด้ินเตร่อยู่นานขนาด้นั้นกมดู้เหมือนจะยัง หาอาวุธวิเศษที่เหมาะสมกับตัวเองไม่เจอ ต่อไปสักวันเจ้ากมต้องได้้ใช้ กำาไลเกมบของอยู่ด้ี ซื้อมาไว้ล่วงหน้ากมไม่เสียหาย”
เนี่ยเทียนกล่าวอย่างกระตือรือร้น: “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ ข้าจะไปซื้อ”
ระหว่างที่คนทั้งสองพูด้คุยกัน หลิวเหยี่ยนกมหิ้วถุงใบนั้น เด้ินมาถึงห้องหินที่พักของเนี่ยเทียน เขาโยนถุงทิ้งไว้บนพื้น ไม่ได้้พูด้ เกลี้ยกล่อมให้เนี่ยเทียนยกโทษให้อูซิ่งอาจารย์เขาอีก หมุนกายได้้กม เด้ินจากไป
หลังจากที่เขาจากไปแล้ว เนี่ยเทียนปิด้ประตูแน่นสนิท แล้วเปิด้ปากถุงผ้าออกเบาๆ
เกราะวิเศษไม่สมบูรณ์แบบสีน้ำาตาลเข้มชิ้นนั้นจึงค่อยๆ เผยตัวออกมาทีละนิด้
ที่พูด้ว่าเกราะวิเศษชิ้นนี้ไม่สมบูรณ์แบบนั่นเป็นเพราะ ตรงตำาแหน่งหน้าอกของมัน มีรอยบุ๋มลงไปหนึ่งรอย ตรงรอยบุ๋มนั้น เด้ิมทีน่าจะมีสิ่งของบางอย่างอยู่ ทว่าตอนนี้กลับว่างเปล่า
ในสายตาเนี่ยเทียน หากสวมชุด้เกราะลงบนร่าง รอย เว้าตรงหน้าอกนั่นกมจะเผยตำาแหน่งหัวใจของเขาทันที
หัวใจ คือส่วนที่เปราะบางที่สุด้ของร่างมนุษย์ ต่อให้ เกราะวิเศษตัวนี้มีพลังปองกันน่าตะลึง แต่กลับไม่สามารถปกปอง หัวใจไว้ได้้ นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียด้ายอย่างใหญ่หลวง
ของชิ้นนั้นที่หายไปจากเสื้อเกราะวิเศษ หากได้้ฝังกลับ ลงไปในรอยเว้านั่นกมจะชด้เชยข้อเสียของเกราะวิเศษที่ไม่สมบูรณ์ แบบนี้ได้้
เมื่อถึงเวลานั้น เกราะวิเศษถึงจะเรียกได้้ว่าสมบูรณ์ แบบ ไม่มีข้อบกพร่องอีก
“ของที่หายไป หากไม่ผิด้ไปจากที่คาด้ล่ะกม น่าจะเป็นก ระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น”
จ้องมองรอยเว้าตรงหน้าอกนั่นอยู่ครู่ใหญ่ เนี่ยเทียนกม ค่อยๆ แอบเอากระดู้กสัตว์ที่ซ่อนไว้กับตัวออกมาเทียบกับรอยเว้านั่น
เมื่อลองเทียบอยู่สองที เขากมรู้ว่าการคาด้เด้าของเขาถูก ต้อง
เขาดู้ออกว่าขอแค่เขากด้กระดู้กสัตว์ลงไป กมจะ สามารถเชื่อมต่อรอยเว้าได้้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำาให้เกราะวิเศษกลับ คืนสู่สภาพเด้ิมที่ควรเป็น
“ไม่ได้้…”
เขาที่เด้ิมทีปรารถนาอยากลองเตมที่ เกิด้ฉุกคิด้ขึ้นมา ได้้จึงรีบหยุด้มืออย่างรวด้เรมว
เขายังจำาได้้ว่าลำาพังแค่กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น หากมันเผย ความมหัศจรรย์ออกมากมจะทำาให้เกิด้รอยแยกห้วงมิติทันที ทำาให้ ท้องฟอาราบเรียบที่ครอบคลุมตลอด้ทั้งปฐพีเกิด้รอยร้าวมากมาย หลายเส้น
กระดู้กสัตว์มาจากเกราะมังกรเพลิง หากฝังมันลงไป แล้วก่อให้เกิด้การเปลี่ยนแปลงมหาศาล ผู้ฝึกลมปราณตลอด้ทั้งหอ หลิงเป่ากมจะสังเกตเหมนที่นี่ทันทีทันใด้
แม้ว่าจะใคร่รู้อย่างถึงที่สุด้ ทว่าเขายังข่มกลั้นเอาไว้ ไม่ ได้้กระทำาการบุ่มบ่ามใด้ๆ ในหอหลิงเป่าแห่งนี้
เขาลูบคลำากระดู้กสัตว์ จ้องเกราะมังกรพลังอยู่ครู่หนึ่ง กมเกมบกระดู้กสัตว์ไว้กับตัวให้ด้ีอีกครั้ง วางแผนว่าหากออกจากหอ หลิงเป่ากลับไปถึงภูเขาด้้านหลังสำานักหลิงอวิ๋นเมื่อไหร่ ค่อยศึกษา ความมหัศจรรย์ของเกราะมังกรเพลิงและกระดู้กสัตว์ช้าๆ
คืนนั้น
เนี่ยเทียนนั่งขัด้สมาธิอยู่ข้างเกราะมังกรเพลิง หยิบเอา หินวิเศษออกมาหนึ่งก้อน เริ่มฝึกบำาเพมญตบะอย่างที่เคยทำาเป็น ประจำา
ไม่นานหลังจากนั้น เขากมสัมผัสได้้ว่ากระดู้กสัตว์ที่อยู่ ข้างเอวค่อยๆ ร้อนขึ้นมา
เขาที่สัมผัสได้้ถึงความผิด้ปกติจึงปล่อยกระแสจิตไปรับ สัมผัส แล้วจึงสังเกตเหมนอย่างรวด้เรมวว่ามีพลังงานเลมกบางมากมาย หลายกลุ่มก้อนที่มองไม่เหมนด้้วยตาเปล่า ทว่าสัมผัสได้้ด้้วยกระแสจิต กำาลังแผ่ซ่านออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างของเขา
เขาใช้พลังจิตไปตามหาพลังงานที่เลมกละเอียด้เหล่านั้น ตั้งใจรับสัมผัส พบว่าพลังงานเลมกละเอียด้เหล่านั้นได้้ไหลทะลัก เข้าไปยังเกราะมังกรเพลิงที่อยู่ด้้านข้าง
“พลังงานเหล่านั้น…”
เขาแอบใคร่ครวญอยู่กับตัวเอง ใช้จิตไปตรวจสอบ พลันตระหนักได้้ว่าต้นกำาเนิด้ของพลังงานเหล่านั้นมาจากเลือด้เนื้อ ของเขา!
จากคำาบอกเล่าของอาจารย์เขา ทุกสิ่งมีชีวิตของชนเผ่า มากมายมีพลังในการฝึกฝนทั้งหมด้สามประเภทได้้แก่ พลังวิญญาณ พลังแห่งสายเลือด้ และพลังแห่งจิตวิญญาณ
และพลังแห่งสายเลือด้กมยังเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพลัง แห่งเลือด้เนื้อ ซึ่งกมคือพลังวิเศษประเภทหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในเลือด้เนื้อ และกระดู้กของสิ่งมีชีวิต
พลังงานเช่นนี้มีเพียงพวกต่างเผ่าที่มีสายเลือด้พิเศษ และร่างของสิ่งมีชีวิตใหญ่ยักษ์ที่แขมงแกร่งเท่านั้นที่ตอนเกิด้มาถึงจะ สัมผัสได้้ ทั้งยังสามารถฝึกพลังนี้ได้้ถึงระด้ับสูงสุด้ด้้วย
คนเผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่ ต่อให้ฝึกฝนพลังแห่งเลือด้เนื้อ อย่างยากลำาบากไปตลอด้ชีวิต กมไม่มีทางเปรียบเทียบกับต่างเผ่าที่มี สายเลือด้พิเศษเหล่านั้นได้้แน่นอน
และกมด้้วยเหตุนี้ การฝึกบำาเพมญตบะของเผ่ามนุษย์จึง มักจะใช้พลังวิญญาณเป็นหลัก รอจนถึงขอบเขตสูงในระด้ับหนึ่งแล้ว ค่อยไปศึกษาและทำาความเข้าใจกับเวทลับพลังจิตวิญญาณ
ทว่าตัวเขา แท้จริงแล้วตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต เมื่อได้้กินเนื้อสัตว์วิเศษจำานวนมาก กมสัมผัสได้้แล้วว่ากระแสอบอุ่นที่ มีแหล่งกำาเนิด้มาจากเนื้อสัตว์วิเศษล้วนแผ่กระจายไปตามโครง กระดู้กแขนขาทั้งสี่ของเขา จึงรู้ว่านี่คือพลังงานหนึ่งที่แตกต่างไป จากพลังวิญญาณอื่นๆ
ภายหลัง จากการอธิบายของท่านอาจารย์เขา เขาจึง เริ่มมั่นใจว่าพลังงานประเภทนั้นกมคือพลังของเลือด้เนื้อ
ตอนนี้พลังเลือด้เนื้อเหล่านั้นที่ซุกซ่อนอยู่ตามส่วนลึก ในร่างกายเขา เมื่อเขาใช้หินวิเศษบำาเพมญตบะจึงค่อยๆ แผ่กระจาย ออกมา แล้วพุ่งเข้าไปในเกราะมังกรเพลิง…
“กระดู้กสัตว์!”
รับสัมผัสอยู่อีกครู่หนึ่ง เขาตระหนักได้้ว่ากระดู้กสัตว์ที่เปลี่ยน มาเป็นอุ่นร้อนคล้ายกำาลังกระตุ้นพลังเลือด้เนื้อในร่างของเขาอย่าง เงียบๆ แล้วชักนำามันไปยังเกราะมังกรเพลิง
เขายิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่า กระดู้กสัตว์กมคือส่วนหนึ่ง ของเกราะมังกรเพลิง!
“กระดู้กสัตว์ด้ึงเอาพลังเลือด้เนื้อของข้าเข้าไปในเกราะ มังกรเพลิง สำาหรับข้าแล้วมันถือว่าเป็นเรื่องด้ีหรือร้ายกันแน่?” เขา ครุ่นคิด้ แต่กลับหาคำาตอบไม่ได้้ “ช่างเถอะ ปล่อยไปก่อนชั่วคราวกม แล้วกัน”
ไม่ได้้สนใจความเคลื่อนไหวเลมกๆ ระหว่างกระดู้กสัตว์ และเกราะมังกรเพลิง เขายังคงใช้หินวิเศษมาฝึกบำาเพมญตบะ เนิ่น นาน เมื่อเขายุติการฝึกลง เขากมสัมผัสได้้ว่าร่างกายอ่อนเพลียเลมก น้อย
ลืมตาขึ้น เขารวบรวมสมาธิไปมองเกราะมังกรเพลิง เหมนว่าเกราะมังกรเพลิงสีน้ำาตาลเข้มชิ้นนั้น หลังจากที่ดู้ด้เอาพลัง เลือด้เนื้อบริสุทธิ์ในร่างกายของเขาออกไปครู่หนึ่ง กมคล้ายจะมี ประกายแสงสีแด้งเปล่งวาบขึ้นมา
“เกราะมังกรเพลิง…”
ไม่ได้้หยิบเอากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นออกมา เขายื่นฝ่ามือ ออกไปวางนาบลงบนจุด้หนึ่งของเกราะ
วินาทีที่มือสัมผัสโด้น ความรู้สึกมหัศจรรย์ระลอกหนึ่ง พลันพุ่งเข้ามาที่หัวใจของเขา
เขารู้สึกว่า ระหว่างเขาและเกราะมังกรเพลิง คล้ายจะมี ความสัมพันธ์ที่ลึกลับบางอย่างต่อกัน…
ความรู้สึกเช่นนี้ ไม่ได้้เกิด้ขึ้นตอนที่เขาสัมผัสกับเกราะ มังกรเพลิงเป็นครั้งแรกตอนอยู่ในหอเรือนหินแห่งนั้น
“ใช้พลังเลือด้เนื้อไปบำารุงให้เกราะมังกรเพลิงอบอุ่น หรือว่า…จะทำาให้ค่อยๆ ได้้รับการยอมรับ? หรือเกราะมังกรเพลิงนี้จะ เป็นเหมือนกระดู้กสัตว์ที่จำาเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล ถึงจะแสด้ง ประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาได้้?”
อยู่ๆ เขากมไพล่นึกไปถึงตอนแรกสุด้ที่เขาได้้กระดู้กสัตว์ มาครอง ตอนนั้นกระดู้กสัตว์ธรรมด้าอย่างถึงที่สุด้ ไม่มีแสงใด้เปล่ง ออกมาสักนิด้
จนกระทั่งกระดู้กสัตว์เริ่มดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิงมาจาก หินเมฆอัคคี มันถึงได้้ค่อยๆ เผยความมหัศจรรย์ รอจนกระดู้กสัตว์ ดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิงจากหินเมฆอัคคีในถ้ำามาจนเกลี้ยงทุกก้อนแล้ว เลือด้หยด้หนึ่งในกระดู้กสัตว์จึงก่อตัวสำาเรมจ กระดู้กสัตว์นั่นจึงเปลี่ยน มาเป็นมหัศจรรย์มากขึ้น หลังจากนั้นกมพาเขาไปยังด้ินแด้นลึกลับที่ ไม่มีใครรู้จัก มอบวาสนาครั้งยิ่งใหญ่ให้กับเขา
กระดู้กสัตว์จำาเป็นต้องดู้ด้พลังเปลวเพลิง ส่วนเกราะ มังกรเพลิงกมคล้ายจำาเป็นต้องด้ึงเอาพลังบริสุทธิ์จากเลือด้เนื้อในร่าง ของเขา
“ดู้ท่า หากคิด้จะทำาความเข้าใจเกราะมังกรเพลิง ได้้รู้ ความมหัศจรรย์ของมันอย่างแท้จริง ข้าคงจำาเป็นต้องเสียสละตัวเอง เสียก่อน” เขาพึมพำาเสียงเบา แอบคิด้ว่า: “ของสิ่งนี้ ให้ด้ีที่สุด้ไม่ควร เอาออกมาข้างนอกบ่อยๆ ข้าต้องการกำาไลเกมบของสักชิ้นจริงๆ”
ด้ังนั้นเช้าตรู่วันที่สอง เขาจึงบอกความต้องการกับหลิว เหยี่ยนว่า วันนี้เขาจะซื้อกำาไลเกมบของชิ้นหนึ่ง “เนี่ย เทียน เจ้ามาที่หอหลิงเป่าทำาไมถึงไม่มาหาข้า?”
ตอนเช้า หลังจากเขาเอาเกราะมังกรเพลิงฝากเกมบไว้ใน กำาไลเกมบของของเจียงหลิงจูชั่วคราวแล้วจึงเตรียมตัวจะออกเด้ินทาง ทว่ากลับเหมนพันเทาที่เด้ินมาถึงนอกหอเรือนด้้วยสีหน้าไม่พอใจ
“คือว่า พอด้ีสองวันนี้มีธุระเยอะน่ะ” เนี่ยเทียนกล่าว ด้้วยรอยยิ้มประจบ
“อ้อ เรื่องที่เจ้ารับอันซืออี๋เป็นพี่สาวบุญธรรม ข้ากม พอได้้ยินมาบ้างแล้ว” พันเทาถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว: “อันซืออี๋ คือพี่สาวของอันอิ่ง เด้ิมทีข้าเองกมอยากช่วย แต่…”
เขาส่ายหัว มองเหมนคนอื่นๆ ของสำานักหลิงอวิ๋นเด้ิน ออกมาจึงหยุด้พูด้
“ไปกันเถอะ! วันนี้ข้าจะพาเจ้าเด้ินเล่นเอง คนของสำา นักหลิงอวิ๋นอย่างพวกเจ้าจะคุ้นเคยกับหอหลิงเป่าด้ีกว่าข้าได้้ อย่างไร? ไม่ว่าเจ้าต้องการอะไร ถามพวกเขากมสู้ถามข้าไม่ได้้หรอก!”
พันเทาด้ึงตัวเนี่ยเทียนจากไปโด้ยไม่คิด้สนใจคนอื่นๆ ของสำานักหลิงอวิ๋น