ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 997 เลี้ยงกระดูก
วินาทีที่ท่อนกระดูกหายเข้าไปในมหาสมุทร กระแสจิตวิญญาณอัน ยิ่งใหญ่ไพศาลของสัตว์ยักษ์มวลดาราที่พักพิงอยู่ในมหาสมุทรสีดำแห่งนี้ก็ คล้ายจะแทรกซอนเข้าไปในกระดูกท่อนนั้น
ดวงตาดาราของเนี่ยเทียนที่อยู่ในทะเลคล้ายถูกกางกั้นด้วยฉากบังตา ยากที่จะสัมผัสได้ถึงปราณของสัตว์ยักษ์มวลดาราอีก
ขณะเดียวกัน ปราณที่ราวกับจะฉีกกระชากท้องฟูา บดขยี้ดินแดน ดวงดาวก็ค่อยๆ ก่อเกิดขึ้นมา
ดวงตาดาราของเนี่ยเทียนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวคล้ายจะแหลกสลาย
“อู้!”
ดวงตาดารารีบบินออกมาจากมหาสมุทรสีดำทันที ครั้นจึงบินเข้าหา เนี่ยเทียน ไม่กล้าอยู่ต่ออีก
สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนแปลงไป
ตอนที่ดวงตาดาราบินจากมา เขาสัมผัสได้อย่างเฉียบไวว่าความ เชื่อมโยงอันมหัศจรรย์ที่เขามีต่อกระดูกท่อนนั้นก็ได้ขาดออกจากกัน
กระดูกท่อนนั้นเคยได้รับแก่นเลือดหลายหยดไปจากเขา แก่นแห่งชีวิต ของเขาผสานรวมเข้าไปด้านใน นาบประทับปราณแห่งชีวิตที่เป็น เอกลักษณ์ของเขาลงไปในลายเส้นสีเลือด
ในอดีต เมื่อท่อนกระดูกหลุดออกจากมือ เขาจะอาศัยความเชื่อมโยง ทางเลือดลม ซึ่งนั่นยังพอจะทำให้เขารับรู้ถึงตำแหน่งที่แน่ชัดของกระดูก ทั้งยังสามารถเรียกขานมันกลับมาได้
ทว่าตอนนี้ เนื่องจากการเชื่อมโยงทางเลือดลมขาดสะบั้น จึงยากที่เขา จะสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของกระดูกอีก
“ไอ้หมอนั่นคงไม่ยึดท่อนกระดูกของข้าเป็นของตัวเองหรอกกระมัง?”
เนี่ยเทียนแอบพูดกับตัวเองด้วยความเป็นกังวล
ภายใต้การชักนำทางสายเลือดแห่งชีวิตของเขา กระดูกท่อนนี้ได้กลาย มาเป็นวิธีการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับแปดก็ยังร่างทะลุเป็นรูโหว่อย่างที่มิอาจ ต้านทานการโจมตีของกระดูกท่อนนี้ได้
แม้วัตถุชิ้นนี้จะเผาผลาญพลังไปมาก แต่อานุภาพของมันก็ยิ่งใหญ่มาก เช่นกัน เนี่ยเทียนจึงให้ความสำคัญอย่างถึงที่สุด
เมื่อได้รับคำบอกเล่าจากทางพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เขาจึงเข้าใจ ว่ากระดูกท่อนนี้มาจากสัตว์ยักษ์มวลดาราตัวหนึ่งของยุคต้นกำเนิด คือ เผ่าพันธุ์เดียวกับตัวที่ซ่อนอยู่ในมหาสมุทรลึกนี้
ในเมื่อเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เจ้าตัวที่อยู่ใต้ทะเลจะยึดครองระดูกท่อน นั้นไปเป็นของตัวเองหรือไม่?
“กระดูกท่อนนั้นคืออะไรกันแน่?” ต่งลี่ใคร่รู้อย่างหนัก “อีกอย่าง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ทะเลลึกคืออะไร?”
“พวกมันคือเผ่าพันธุ์เดียวกัน” เนี่ยเทียนตอบอย่างคลุมเครือ
“เผ่าพันธุ์เดียวกัน?” ต่งลี่ตะลึงพรึงเพริด
“เรื่องนี้ถือเป็นความลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไม่สามารถ แพร่งพรายออกไปได้” เนี่ยเทียนพยักหน้า “ก่อนหน้าที่ข้าจะมาแผ่นดิน ลอยตัวได้รับปากผู้อาวุโสในสำนักแล้วว่าจะไม่เปิดเผยความลับของสำนัก ออกไป แต่ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเจ้า พูดให้เจ้าฟังก็ไม่ใช่เรื่อง ใหญ่อะไร เจ้ารู้ไว้แค่ว่ากระดูกท่อนนั้นและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ทะเลลึกคือ สิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่ยิ่งกว่าเทพยักษ์ค้ำฟูา สัตว์โบราณและแมลงบรรพกาลก็ พอแล้ว”
ต่งลี่ทั้งตะลึงทั้งตกใจ
จากนั้นเนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าทะเลลึกที่นิ่งสงบพลันเกิดการ เปลี่ยนแปลง
น้ำทะเลเหมือนถูกหล่อหลอม จึงเปลี่ยนจากของเหลวมาเป็นของแข็ง
ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป และเพียงชั่วพริบตา ทะเลลึก เบื้องหน้าก็กกลายมาเป็นหยกสีดำที่สมบูรณ์แบบชิ้นหนึ่ง
ดวงตาของเขาและต่งลี่ไม่สามารถมองเห็นสภาพใต้ทะเล กระแสจิตก็ ยากที่จะแทรกซอนเข้าไป แล้วก็ไม่แน่ใจว่าด้านใต้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
สิ่งเดียวที่พอจะเห็นได้ก็คือจิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวลดาราได้เยื้อง กรายลงมาอย่างเต็มที่ ซึ่งกำลังทำการทดสอบกระดูกท่อนนั้นด้วยวิธีการที่ พวกเขาไม่เข้าใจ
เหตุการณ์ประหลาดนี้ดำเนินอยู่นานมาก
แล้วจู่ๆ ทะเลลึกที่กลายมาเป็นของแข็งก็มีลูกคลื่นเล็กๆ กระเพื่อม ขึ้นมา
ทะเลสีดำที่แปลกประหลาดคล้ายจะกลับคืนสู่สภาพเดิมในชั่วพริบตา
“อู้!”
กระดูกที่ถูกเนี่ยเทียนโยนออกไปพลันลอยจากใต้ทะเลแล้วพุ่งขึ้นสู่ ท้องฟูา
ความเชื่อมโยงระหว่างเขาและท่อนกระดูกกลับคืนมาอีกครั้งเมื่อ กระดูกลอยพ้นจากผิวน้ำทะเล
เขาใช้สายเลือดแห่งชีวิตชักนำ ในใจเอ่ยเรียกขาน กระดูกที่ลอย ออกมาก็คล้ายจะสัมผัสได้จึงพลันเปลี่ยนทิศทาง ตรงดิ่งเข้ามาอยู่ในมือ ของเขาอีกครั้ง
ดวงตาดาราก็ถือโอกาสลดตัวลงไปใต้ทะเลลึกอีกครั้ง
“วัตถุชิ้นนี้เจ้าได้มาจากไหน?” จิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวลดาราส่งมา จากในน้ำของทะเล แทรกซึมเข้ามาทั่วทุกมุมของดวงตาดารา ก่อนจะทำ การสื่อสารกับเขาอีกครั้ง
“ได้มาจากมือของผู้เฒ่าคนหนึ่งในอาณาจักรของเผ่ากิ้งก่า”
“เลือดลมที่อยู่ในกระดูกเป็นของเจ้างั้นรึ?”
“ถูกต้อง”
“เจ้ากรอกเทเลือดลมให้กับมันอย่างไร?”
“หยดแก่นเลือดลงไป เลือดลมของข้า ตราประทับของข้าย่อมต้องถูก นาบตราไว้ด้านในแทนที่เผ่ากิ้งก่าระดับเก้าคนนั้น และถูกลายเลือดของ ท่อนกระดูกรับเอาไว้”
“…”
หลังจากพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง สัตว์ยักษ์มวลดาราก็เงียบงัน
เนิ่นนานหลังจากนั้น สัตว์ยักษ์มวลดาราถึงส่งข้อความเสียงมาให้อีก ครั้ง “ข้าสามารถให้คำแนะนำบางอย่างแก่เจ้าได้”
“เชิญพูด!”
“กระดูกท่อนนี้ หากเจ้ามีแก่นเลือดเหลือก็กรอกให้กับมัน จากการ วิเคราะห์ของข้า เมื่อเจ้ากรอกแก่นเลือดให้มันอีกหนึ่งร้อยกว่าหยด มันก็ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งแรก”
“พอการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกผ่านไป มันจะสามารถรวบรวมสารบำรุง ที่มีประโยชน์ต่อมันจากทั่วทุกมุมในทางช้างเผือกมาได้อย่างช้าๆ”
“และหากการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกเกิดขึ้น เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเก็บมัน ไว้ข้างกายอีก เจ้าสามารถเลือกดินแดนมอดดับที่รอบด้านไม่มีดินแดน ดวงดาวที่มีชีวิตมาแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ทิ้งมันไว้”
“แก่นเลือดของเจ้าจะไปกระตุ้นให้กันเกิดการพัฒนา ทว่าสุดท้ายแล้ว มันก็ยังต้องพึ่งพาตัวเอง ทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาลถึงจะเป็นที่พักพิง ดั้งเดิมของมัน หาใช่ในแหวนเก็บของของเจ้าไม่”
“รอจนถึงเวลาที่เจ้าต้องการใช้มันต่อสู้ เจ้าก็สามารถไปหามันได้”
“ส่วนหลังจากนั้น ขอแค่เจ้าทิ้งมันไว้ในจุดลึกของทางช้างเผือก รอจน สายเลือดของเจ้าแปรสภาพต่อไป แก่นเลือดมีคุณภาพมากขึ้น เจ้าก็ สามารถหยดแก่นเลือดให้มันต่อ เพื่อให้มันแปรสภาพไปอีกระดับหนึ่ง”
“…”
จิตสำนึกของสัตว์ยักษ์มวลดาราช่วยชี้นำแนวทางให้กับเนี่ยเทียน หลังจากที่แน่ใจว่าเนี่ยเทียนตั้งใจรับฟังและจดจำได้แล้วก็กล่าวว่า “เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว หลังจากนี้ข้าไม่ต้องการเห็นเจ้าพามันเข้ามาในแผ่นดิน ลอยตัวอีก ข้าไม่อยากพบเจอเจ้า แล้วก็ไม่อยากเจอกระดูกท่อนนี้อีกครั้ง”
กล่าวจบปราณของสัตว์ยักษ์มวลดาราก็สลายหายไปราวกับว่าจากไป ไกลแล้ว
เนี่ยเทียนถือท่อนกระดูกไว้ด้วยสีหน้ามึนงง “กรอกเทแก่นเลือดให้กับ มันอีกประมาณร้อยหยด มันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง สามารถดูดซับสาร บำรุงที่เหมาะสมกับตัวเองมาจากทางช้างเผือกด้านนอกได้ด้วยตัวเอง ? ทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลถึงจะเป็นที่พักพิงของมัน เป็นสถานที่ที่ เหมาะสมกับมัน หาใช่ในแหวนเก็บของ?”
“เจ้าพึมพำอะไรน่ะ?” ต่งลี่ถามอย่างแปลกใจ
“ไม่มีอะไร” เนี่ยเทียนส่ายหัว
“พวกเราจะกลับกันตอนไหน?” ต่งลี่ถามอีกครั้ง
“ยังไม่รีบร้อน” เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็ตัดสินใจที่จะเชื่อคำแนะนำของ สัตว์ยักษ์มวลดารา
ตอนนี้ในมือของเขามีศพของชนต่างเผ่าอยู่มากมาย ซึ่งสายเลือดของ ศพเหล่านั้นมีระดับแปดอยู่เป็นจำนวนมาก หากใช้การสูบดึงพลังชีวิตจะ สามารถดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้นออกมาได้
คำพูดของสัตว์ยักษ์มวลดาราทำให้เขาเปลี่ยนความคิด
“อยู่ที่อีกสักพักแล้วค่อยจากไป”
ช่วงเวลาต่อมา เขาก็ดึงแก่นเลือดสิบหยดออกมาจากในหัวใจแล้วหยด ให้กับกระดูกท่อนนั้นอีกครั้ง
ท่อนกระดูกเป็นดั่งฟองน้ำที่ดูดซับแก่นเลือดทั้งสิบหยดไปในเวลาที่สั้น มาก
ความรู้สึกเหนื่อยล้าผุดขึ้นมา เนี่ยเทียนหยิบศพของชนต่างเผ่าออกมา แล้วก็ใช้การสูบดึงพลังชีวิตโดยตรงอย่างไม่คิดปิดบังต่งลี่ ปล่อยเส้นเลือด หลายเส้นให้บินออมาจากร่างของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เส้นเลือดพวก นั้นจะแทงเข้าไปยังศพของชนต่างเผ่า
ศพของชนต่างเผ่าที่แต่เดิมทีอวบอิ่ม แข็งแรง มีเลือดลมเข้มข้นแห้ง เหี่ยวลงอย่างรวดเร็วคล้ายศพตากแห้ง
จิงชี่เลือดเนื้อไหลตามเส้นเลือดเหล่านั้นเข้าไปหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
จิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้นไปรวมตัวกันอยู่ตรงหัวใจ แล้วก่อตัวขึ้นมาเป็น แก่นเลือดอีกครั้ง
รอจนศพมากมายของชนต่างเผ่าแห้งเหี่ยวเหมือนตากแดดมานาน หลายสิบล้านปี จิงชี่เลือดเนื้อทั้งหมดถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น แก่นเลือด หยดใหม่ก็ก่อตัวขึ้นมาตรงหัวใจของเขาอีกครั้ง
แก่นเลือดหยดใหม่ถูกดึงออกมาแล้วหยดเข้าใส่กระดูกท่อนนั้น
ขั้นตอนนี้เขาทำไปอย่างต่อเนื่องราวกับเป็นหุ่นยนต์ ศพชนต่างเผ่าที่ กระจายตัวอยู่ข้างกายเขาจึงยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
การก่อตัวของแก่นเลือดต้องใช้สมาธิมหาศาล ระหว่างนั้นเขายังหยุด พักครู่หนึ่งแล้วหันมายิ้มขออภัยให้กับต่งลี่
ต่งลี่รู้มานานแล้วว่าเขาไม่ธรรมดาจึงเริ่มเกิดความเคยชิน พอมองอยู่ พักหนึ่งนางรู้สึกว่าน่าเบื่อก็เลยไปหาที่นั่งตรงหน้าประตูตำหนัก ใช้หยก วิเศษมาสร้างความมั่นคงให้กับขอบเขตของตัวเองโดยที่ไม่สนใจเขาอีก
สองเดือนต่อมา
ศพของชนต่างเผ่าที่เนี่ยเทียนได้มาจากแผ่นดินลอยตัวแทบจะถูกการ สูบดึงพลังชีวิตชำระล้างไปจนเกลี้ยงรอบหนึ่ง
เขาเองก็ค่อยๆ ตระหนักได้ว่าทุกครั้งที่มีแก่นเลือดหยดใหม่เกิดขึ้น จิง ชี่เลือดเนื้อก็ต้องเผาผลาญไปมากขึ้น หากไม่เพราะครั้งนี้เขาได้ผลเก็บเกี่ยว มาจากในแผ่นดินลอยตัวมากพอ เขาก็คงไม่มีความสามารถที่จะสร้างแก่น เลือดขึ้นมาแล้วกรอกเทให้กับกระดูกท่อนนั้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้
ผ่านไปอีกหลายวัน ขณะที่แก่นเลือดหยดหนึ่งหยดลงบนกระดูกท่อน นั้น จู่ๆ ลายเส้นสีเลือดในกระดูกก็พลันสว่างเจิดจ้าคล้ายไส้เทียนที่ถูกจุด ไฟ
——