ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 998 เผยกายอยู่ในท้องฟ้ามากหมู่ดาว
เดิมทีลายสีเลือดในกระดูกก็แน่นขนัดซับซ้อนอยู่แล้ว
ลายสีเลือดพวกนั้นเป็นเหมือนงูตัวเล็กๆ ที่เลื้อยอยู่ในกระดูกอย่าง เชื่องช้า
เวลานี้เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าในลวดลายพวกนั้นมีลายเส้นเล็กละเอียด เพิ่มขึ้นมามากกว่าเดิม
ลายเส้นที่เกิดขึ้นมาใหม่คล้ายจะถูกแก่นเลือดจำนวนมากกระตุ้น ออกมา
ลายเส้นเหล่านั้นคล้ายไส้เทียนที่ถูกจุดไฟ โซ่ผลึกสายเลือดที่เล็กบาง กว่าเส้นผมหลายสิบเท่าปะปนอยู่ในส่วนลึกของลายเส้นเหล่านี้ เป็นคล้าย กับพรสวรรค์ลึกลับบางอย่างที่ถูกอำพรางมานานหลายปีซึ่งได้ก่อตัวขึ้นมา ใหม่อีกครั้ง
จู่ๆ กระดูกท่อนนั้นก็มีแรงดึงดูดอย่างหนึ่งแผ่ออกมาคล้ายต้องการดูด ซับอะไรบางอย่าง
ทว่าท่ามกลางการปกคลุมด้วยหมอกสีเทาขมุกขมัว จึงเหมือนว่าจะถูก ขัดขวางการเชื่อมโยงกับทางช้างเผือกด้านนอก
แรงดึงดูดที่เกิดจากกระดูกท่อนนั้นคล้ายจะเพื่อหาสารบำรุงที่ เหมาะสมกับตัวเองจากในแผ่นดินลอยตัวแห่งนี้ให้เจอ
“หรือว่าการเปลี่ยนแปลงของท่อนกระดูกที่สัตว์ยักษ์มวลดาราบอกไว้ จะเป็นความจริง?” เนี่ยเทียนตะลึงระคนแปลกใจ
ครั้งแรกที่เขาเข้ามาในแผ่นดินลอยตัวก็รู้ว่าเนื่องจากศึกใหญ่ของแต่ละ เผ่าพันธุ์ แผ่นดินเบื้องบนจึงแตกระเบิด พลังงานมากมายที่ล้อมวนอยู่รอบ ฟูาดินเบื้องบนจึงปะทะเข้ากับพลังงานฟูาดินของแผ่นดินด้านล่าง นั่นถึง เป็นเหตุให้แผ่นดินลอยตัวมีหมอกสีเทาขมุกขมัวล้อมวน
จุดลึกของหมอกควันยังมีพลังแห่งการฉีกกระชากที่น่ากลัวอยู่อีกขุม หนึ่ง
พลังการฉีกกระชากเช่นนั้นมีอานุภาพที่ราวกับจะบดขยี้ท้องฟูาและ ระเบิดดินแดนดวงดาวให้กลายเป็นผุยผงกระเพื่อมออกมา ซึ่งดูเหมือนว่า จะถูกสัตว์ยักษ์มวลดาราตัวนั้นทิ้งเอาไว้ในอยู่ในทะเลลึกไร้ที่สิ้นสุด
และก็เพราะการดำรงอยู่ของควันสีเทานั่น เนี่ยเทียนที่อยู่ในแผ่นดิน ลอยตัวถึงไม่สามารถใช้คาถาของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาชักนำ พลังดวงดาวจากภายนอก ไม่สามารถรับเอาแสงดาวมาใช้ฝึกตน
ข้อเสนอของสัตว์ยักษ์มวลดาราก็คือหากท่อนกระดูกเกิดการแปร สภาพครั้งแรกก็ควรเอามันไปปล่อยไว้ที่ดวงดาวที่มอดดับ ทางที่ดีที่สุดคือ เป็นดินแดนดวงดาวที่รอบด้านไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัย
ท่อนกระดูกจะคอยรวบรวมพลังงานในทางช้างเผือกที่มีประโยชน์ต่อ ตัวเองมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
“การยกทัพมาในแผ่นดินลอยตัวครั้งนี้ ควรได้เวลายุติแล้ว”
นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนก็เก็บท่อนกระดูกมาไว้ในแหวนเก็บของแล้ว ปลุกต่งลี่ที่กำลังฝึกตนให้ฟื้นตื่น ครั้นจึงอาศัยค่ายกลของพระราชวัง เดินทางไปจากแผ่นดินลอยตัว
……
หลายวันต่อมา
เนี่ยเทียนมาปรากฏตัวอยู่ในทางช้างเผือกระหว่างดินแดนดาวตกและ ดินแดนปราการดวงดาวที่เย็นเยียบและเงียบสงัดเพียงลำพัง
เขายืนอยู่บนดินแดนดวงดาวที่มอดดับแห่งหนึ่ง
ห่างจากเขาไปไม่ไกลมีค่ายกลนำส่งอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งค่ายกลนั้นตระกูล เหลยของสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้จัดวางเอาไว้
ปีนั้นเนี่ยเทียนก็เคยอาศัยค่ายกลของตระกูลเหลยเข้าไปในพื้นที่ที่ถูก ปิดผนึกของอาณาจักรโพ่สุ้ย
ค่ายกลมีทั้งหมดเจ็ดหลัง ทำการนำส่งติดต่อกันเจ็ดครั้งถึงสามารถเข้า ไปในดินแดนปราการดวงดาวได้
ค่ายกลที่เนี่ยเทียนอยู่ก็คือค่ายกลหลังที่สอง
เขาทอดสายตามองไปยังทิศไกล สิ่งที่เห็นก็คือหินอุกาบาตมืดมิดที่ไม่ เป็นระเบียบ หินอุกกาบาตเหล่านั้นคือเศษชิ้นส่วนของอาณาจักร ห่าง ออกไปไกลๆ ยังมีดินแดนที่มอดดับอยู่อีกบางส่วน
หลายปีก่อนหน้านี้ ตรงกลางระหว่างดินแดนดาวตกและดินแดน ปราการดวงดาวก็มีดินแดนดวงดาวกว้างใหญ่ไพศาลที่ชนต่างเผ่า เคลื่อนไหวเหมือนกัน
ภายหลังคนเผ่ามนุษย์ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเยื้องกราย มาถึง และได้เปิดศึกนองเลือดกับชนต่างเผ่า ขับไล่ชนต่างเผ่าออกไป เป็น เหตุให้อาณาจักรมากมายมอดดับ กลายมาเป็นอาณาจักรที่ตายไปแล้ว
พื้นที่แถบนี้จึงค่อยๆ ถูกหลงลืม ถูกทอดทิ้ง ไร้ผู้คนถามถึงนานแล้ว
“อู้!”
กระดูกท่อนนั้นถูกเนี่ยเทียนเรียกออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วโยน ไปยังทางช้างเผือกที่มืดมน
ลายสีเลือดจำนวนมากที่อยู่ในกระดูกเปล่งแสงวิบวับไม่อยู่นิ่งคล้ายได้ กลิ่นอะไรบางอย่าง
แรงดึงดูดเกิดขึ้นอีกครั้ง!
ตรงกลางของทางช้างเผือกที่อยู่ใกล้เคียงมีพลังสกปรกซึ่งเป็นกากที่ไม่ เหมาะสมให้เผ่ามนุษย์ฝึกตน เลือดเนื้อของเผ่ามนุษย์มิอาจทนรับได้ไหว และยังมีพลังงานประหลาดมากมายที่เนี่ยเทียนไม่รู้จัก ซึ่งดูคล้ายว่าพวก มันต่างก็ถูกกระดูกท่อนนั้นชักนำ
พลังประหลาดแต่ละอย่างคล้ายเส้นใยนับพันนับหมื่นที่ค่อยๆ ผสาน รวมเข้าไปในกระดูก
ที่ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ไม่สามารถบินขึ้นไปกลางอากาศก่อนที่จะมี ขอบเขตเป็นแดนว่างเปล่านั้นก็เพราะเมื่อสูญเสียพลังการปูองกันจาก อาณาจักรจะไม่มีสิ่งใดช่วยสกัดกั้นพลังงานมากมายซึ่งทำร้ายเลือดเนื้อได้
หากพลังงานเหล่านั้นแทรกซึมเข้ามาก็จะกัดกร่อนทำลายเลือดเนื้อ ยากที่ม่านแสงพลังวิญญาณจะต้านทานได้ในเวลายาวนาน
มีเพียงแดนว่างเปล่าที่ดินแดนก่อตัวขึ้นแล้วเท่านั้นถึงจะใช้ดินแดนของ ตัวเองสกัดกั้นพลังงานเหล่านั้นได้
แต่ต่อให้เป็นแดนว่างเปล่าก็ได้แต่ใช้ดินแดนของตัวเองมาสกัดกั้น พลังงานประหลาดที่มีอยู่ทั่วทุกแห่งในทางช้างเผือกออกจากเรือนกาย เท่านั้น
ทว่าตอนที่กระดูกท่อนนั้นถูกเนี่ยเทียนโยนออกไปยังทางช้างเผือกนอก อาณาจักร มันกลับเป็นฝุายรวบรวมพลังงานที่กระจายอยู่ทั่วทางช้างเผือก มาด้วยตัวเอง
“เอ๊ะ!”
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนเรือดาราและถูกม่านแสงของเรือดาราปกคลุมร้อง อุทานเบาๆ
เขาขับเรือดาราบินออกไปยังท้องฟูาด้านนอก ใช้พลังการปูองกันของ ในเรือดารามาคุ้มกันเรือนกายของตัวเองไม่ให้ถูกพลังงานประหลาดต่างๆ รุกรานในช่วงเวลาสั้นๆ
ทว่าเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของ เขากลับร่าเริงผิดปกติ
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พลันปลดม่านแสงปูองกันในเรือดาราออก
พลังงานซับซ้อนที่เล็กบางราวเส้นผมพลันพุ่งมาจากสี่ด้านแปดทิศ พลังงานที่สลับซับซ้อนเหล่านั้นห่อหุ้มพลังงานเอาไว้มากมาย ซึ่งรวมไปถึง พลังงานที่ทุกสิ่งมีชีวิตพึ่งพาอาศัยด้วย
ปราณปีศาจ ปราณอสูร ธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน พลังสายฟูา พลัง น้ำแข็งเย็นเยียบและพลังงานที่กัดกร่อนเลือดเนื้อของเผ่าทมิฬ กรด พลัง ลม พลังแสง พลังแห่งความมืดมิด…
พลังงานมากมายปะปนอยู่ด้วยกันอย่างไร้ระเบียบ ซึ่งพวกมันต่างก็ ไหลกรากเข้ามาหาเขา
เมล็ดพันธ์เปลวเพลิงเผาไหม้อยู่ในโอสถวิญญาณเปลวเพลิง
ซึ่งพลังงานที่ร้อนแรงท่ามกลางพลังงานเหล่านั้นพลันถูกชักนำให้ผสาน เข้าไปรวมกับเมล็ดพันธ์เปลวเพลิง
เพียงแต่ว่าพลังงานเปลวเพลิงจากทางช้างเผือกอ่อนจางมาก แม้แต่ ผลึกเปลวเพลิงก็ยังเทียบไม่ได้
ทว่าผ่านไปอีกพักหนึ่ง ต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังร่างอยู่ในโอสถ วิญญาณพืชหญ้าของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ คล้ายรับสัมผัสได้ ถึงพลังพืชหญ้าอ่อนจางที่ปะปนอยู่ จึงดูดซับเข้ามาหาตัวเอง
ในโอสถวิญญาณดวงดาว กิ่งก้านของบุปผาจันทราก็ยื่นขยาย ชักนำ แสงดาวเข้ามาข้างในด้วยเช่นกัน
ทว่าพลังงานที่ซับซ้อนมากกว่านั้นกลับไม่ไหลเข้าหามหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียนของเขา แต่แทรกซอนเข้ามายังเรือนกายที่มีเนื้อหนัง ของเขาอย่างที่เขามิอาจควบคุมได้
ความรู้สึกเจ็บชาตามมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เรือนกายที่เผยอยู่ ข้างนอกของเขารู้สึกเจ็บปวดผิดปกติ ราวกับว่าอีกไม่นานร่างก็จะระเบิด ออกเพราะมิอาจทนรับได้ไหว
หน้าของเขาพลันเปลี่ยนสี ก่อนจะรีบกระตุ้นค่ายกลในเรือดารา ใช้ ม่านแสงตัดขาดความสัมพันธ์กับโลกภายนอ
พลังงานซับซ้อนหลากหลายถูกขวางกั้นไว้ในเสี้ยววินาที
เนี่ยเทียนสีหน้าหนักอึ้ง เขากระตุ้นใช้พลังสายเลือดในร่างอย่าง ต่อเนื่อง พลังวิญญาณสามอย่างในร่างถูกนำมาชำระล้างเรือนกายที่มีเลือด เนื้อครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อขับพลังประหลาดที่รุกรานร่างกายออกไปภายนอก
“ปีนั้นอาณาจักรเลี่ยคงมีปราณปีศาจ ปราณอสูร กรดพิษที่ไม่เหมาะ แก่การดำรงชีวิตของมนุษย์ เทือกเขาฝังเลือดมีพลังงานสกปรกเข้มข้นยิ่ง กว่าอาณาจักรเลี่ยคงหลายสิบเท่า แต่ข้าก็ยังพอใช้พลังวิญญาณต้านทาน ได้บ้าง…”
เขายิ้มเจื่อนอย่างห้ามไม่ได้
พลังงานซับซ้อนนอกทางช้างเผือกมีมากนับพันนับหมื่นอย่าง อานุภาพ รุนแรงกว่าพลังงานสกปรกในเทือกเขาฝังเลือดไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
พลังงานต่างๆ ที่แฝงเร้นไว้ด้านในก็มีหลากหลายชนิดมากเกินว่าใน อาณาจักรเลี่ยคงและเทือกเขาฝังเลือดหลายร้อยรูปแบบ
เมื่อเรือนกายเปิดเผยอยู่ภายนอก พลังงานมากมายที่แทรกซอนเข้ามา จึงทำให้เขาแบกรับไม่ไหว
แม้ว่าพลังงานที่ซับซ้อนเหล่านี้จะมีพลังดวงดาว เปลวเพลิง พืชหญ้า อยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทว่าอันที่จริงแล้วกลับเป็นพลังที่อ่อนจางมาก
เมล็ดพันธ์เปลวเพลิง ต้นกล้าของต้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และยังมีบุปผา เก้าดาราล้วนดูดซับพลังงานมาได้ไม่มากเท่ายามที่ดูดซับพลังงานจากใน ผลึกเพลิงฟูา วัตถุดิบพืชหญ้าและหินดวงดาว
พลังงานที่มากกว่านั้นกลับไร้ประโยชน์ ไม่เหมาะสมกับเขา เป็น พลังงานที่ส่งผลร้ายต่อเขา ซึ่งมันฉวยโอกาสแทรกซอนเข้ามากัดกินเรือน กายของเขา ทำให้เขาเจ็บปวดจนพูดไม่ออก
เนี่ยเทียนมองไปยังกระดูกท่อนนั้นอีกครั้ง
เขาค้นพบด้วยความประหลาดใจว่าท่อนกระดูกที่เปิดเผยอยู่นอกทาง ช้างเผือกได้เก็บเอาพลังงานส่วนหนึ่งเข้ามาให้กับตัวเอง
พลังงานหลายชนิดที่ไม่มีประโยชน์กับท่อนกระดูกคล้ายจะไม่สามารถ แทรกซึมเข้าไปและสร้างผลกระทบใดๆ ต่อกระดูกท่อนนั้นได้เลย
“หากมีวันหนึ่ง เรือนกายที่มีเลือดเนื้อของข้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ฝึก วิชาเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ไปได้ถึงขีดสูดสุด ผิวหนัง กระดูกผลึกใส เลือด สดล้วนชุบหลอมไปได้ถึงระดับที่สามารถสร้างพลังการสกัดกั้นได้ด้วย ตัวเอง ข้าจะเคลื่อนไหวอยู่ในทางช้างเผือกโดยที่ไม่ต้องใช้ดินแดน ไม่ต้อง ใช้พลังเลือดเนื้อได้อย่างกระดูกท่อนนั้นหรือเปล่า?” เนี่ยเทียนเกิดอยากรู้
“ดินแดนดวงดาวมีชั้นบรรยากาศล้อมวน ซึ่งเป็นการสกัดกั้นพลังที่ไม่ เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ชั้นบรรยากาศพวกนั้แค่ดึงเอาพลังงานที่ต้องการมา ให้อาณาจักรทำการแปรสภาพจนกลายมาเป็นพลังวิญญาณฟูาดิน หรือไม่ ก็กลายเป็นปราณปีศาจ ปราณอสูรกายที่เหมาะสมกับพวกภูตผีปีศาจ”
“อาณาจักรที่ถูกไฟศักดิ์สิทธิ์ทิ้งเมล็ดพันธ์เปลวเพลิงเอาไว้ได้เป็นฝุาย ชักนำพลังงานความร้อนทำให้อาณาจักรแห่งนั้นกลายมาเป็นอาณาจักร เปลวเพลิง พลังความร้อนที่เข้มข้นช่วยสร้างวัตถุดิบวิเศษธาตุไฟจำนวน มากออกมา”
“ดินแดนดวงดาวทุกแห่งที่เหมาะสมกับการวิวัฒนาการของเผ่ามนุษย์ ก็เหมือนจะชักนำพลังงานขุมหนึ่งหรือหลายขุมจากพลังงานมากมาย ในทางช้างเผือกมาหล่อเลี้ยงตัวเองเช่นกัน”
“อาณาจักรดวงดาวมีแกนดวงดาว ซึ่งจิตวิญญาณแห่งดวงดาวเกิด ขึ้นมาได้ด้วยเหตุนี้ แล้วจะมองดินแดนดวงดาวเป็นการดำรงอยู่ที่พิเศษ อย่างหนึ่งได้หรือไม่”
“พวกมันก็ดึงเอาพลังงานที่เหมาะสมกับตัวเองมาจากในทางช้างเผือก ทำให้อาณาจักรแปรสภาพ บ้างก็กลายมาเป็นอาณาจักรเปลวเพลิง บ้างก็ กลายมาเป็นอาณาจักรปีศาจ หรือไม่ก็เป็นฟูาดินที่เหมาะให้เผ่ามนุษย์อยู่ อาศัย”
“นอกจากอาณาจักรขนาดมหึมาแล้ว พวกมันก็สามารถค่อยๆ กลาย ไปเป็นอาณาจักรดวงดาวที่ตายแล้วได้เหมือนกัน”
“หากสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เข้าไปอยู่ในอาณาจักรนั้นๆ อย่างมนุษย์ ภูตผี ปีศาจค้นหาวัตถุดิบวิเศษและใช้พลังงานหลายชนิดที่อยู่ในอาณาจักรมาฝึก ตนจนหมดสิ้น อาณาจักรก็จะเดินเข้าสู่ความตาย กลายเป็นอาณาจักรที่ ตายแล้วเร็วขึ้น”
“ทางช้างเผือกด้านนอกมีพลังงานหลากหลายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง พลังงานที่เหมาะสมกับอาณาจักรแห่งหนึ่งอาจจะอ่อนจางราวเส้นผม แต่ เมื่อถูกอาณาจักรดวงดาวรวบรวมไว้นับสิบล้านปีก็ยังจะกลายมามี โครงสร้างที่แน่นอน”
“อาณาจักรดวงดาวดึงพลังงานมาจากทางช้างเผือกแล้วแผ่กระจายไป ทั่วฟูาดิน เผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่าและสัตว์โบราณ เทพยักษ์ค้ำฟูาที่อยู่ใน
อาณาจักรนั้นๆ ก็จะดึงดูดพลังงานที่อาณาจักรรวบรวมมานับสิบล้านปี เพื่อใช้ในการฝึกตนของตัวเอง เก็บเกี่ยวผลผลิตของพวกมันมาเพิ่มความ ตายให้พวกมันเร็วขึ้น”
“สัตว์ยักษ์มวลดาราที่ถือกำเนิดขึ้นมาก็เหมือนอาณาจักรดวงดาวแห่ง หนึ่งที่สามารถดึงพลังงานต่างๆ ในทางช้างเผือกมาเพิ่มการเติบโตให้กับ ตัวเอง รอจนได้ถึงระดับที่แน่นอนก็เริ่มกลืนกินอาณาจักรดวงดาวมากเพิ่ม ความแข็งแกร่งให้ตัวเอง!”
——