ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 238 ราชวงศ์วุ่นวาย
ถ้าหากว่ามีแผนที่ทั้งจิ่วฮวงก็คงดี! เจ้าอ้วนเวินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยแววตาที่กลัดกลุ้ม
เมื่อคนอื่นๆ เห็นสีหน้าท่าทางของเขาต่างก็พากันตลกขบขัน
กงเสวี่ยฮวาอดไม่ได้จึงพูดขึ้นมาว่า “เจ้าอ้วนเวิน เจ้ามองอะไรอยู่หรือ”
เจ้าอ้วนเวินถูกทำลายความคิดลง เขาหันมามองเจียงหลีอย่างเคารพนอบน้อมแล้วตะโกนว่า “ข้ากำลังวางแผนการอันยิ่งใหญ่เพื่อประมุขเซียน!”
กงเสวี่ยฮวาอดไม่ได้จึงหัวเราะออกมา “อย่าพูดให้ตัวเองดูยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นเลย”
เจียงหลีกลับเลิกคิ้ว แล้วพูดขึ้นด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง “เจ้าพูดมาสิว่าข้ามีแผนการใหญ่อะไร”
สายตาของทุกคนมองไปยังเจ้าอ้วนเวิน เขายืดอกแล้วพูดอย่างทะนงองอาจ “ถ้าหากเป็นรายละเอียด ข้าไม่รู้ แต่จากคำพูดของประมุขเซียน ข้ารู้สึกได้ว่าประมุขเซียนต้องการมีคนเป็นหูเป็น นตาให้ทั่วทั้งจิ่วฮวง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การวางหมากตัวแรกของพวกเราก็ต้องเริ่มจากทั้งจิ่วฮวง ก็เหมือนกับการเล่นหมากรุก ในทุกที่ที่วางหมากลงไป ก็ล้วนแต่มีความลี้ลับซ่อนอย ยู่ รอให้ถึงเวลาก็จะพบว่าเครือข่ายขนาดใหญ่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งจิ่งฮวงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว”
เจ้าอ้วนเวินยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น มือทั้งสองข้างผายออกไปข้างหน้าราวกับทั้งจิ่วฮวงอยู่ในกำมือของเขา
ทันใดนั้นบริเวณรอบๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบ
เจ้าอ้วนเวินตื่นขึ้นจากความเพ้อฝันกลับเห็นสายตาของผู้คนที่จ้องมองเขา ทำให้เขามีความรู้สึกเหมือนถูกถอดเสื้อผ้าออก
“พะ…พวกเจ้าคิดจะทำอะไร” มือทั้งสองข้างของเจ้าอ้วนเวินกันอยู่ที่หน้าอกของตัวเอง แล้วมองพวกเขาด้วยสีหน้าตกใจ
เจียงหลีหรี่ตาทั้งสองข้างลง แล้วเผยรอยยิ้มที่คลุมเครือออกมา
ช่างเป็นผู้ที่มีความสามารถ!
คิดไม่ถึงเลยว่าจากความไม่ได้ตั้งใจของนางในครั้งนี้ นางได้ผู้ที่มีความสามารถมากเกินกว่าที่นางคิดไว้
“เจ้าอ้วน ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย! ถึงแม้ว่าเจ้าจะขี้ขลาด แต่ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถมากเช่นกัน” กงเสวี่ยฮวามองเจ้าอ้วนเวินด้วยแววตาเปล่งประกายแล้วยื่นมือออกมาตบที่ไหล่ขอ องเขา ทำให้เนื้ออ้วนๆ บนตัวเขากระเพื่อม
“เจ้าต้องการอะไร” เจียงหลีเปิดปากถาม
ทันใดนั้น พอเจ้าอ้วนเวินที่ถูกชื่นชมได้ยินคำพูดนี้ ก็เผยความฉลาดหลักแหลมของพ่อค้าออกมาทันที “อ่ะแฮ่ม ถ้าหากประมุขเซียนสามารถทำแผนที่ทั้งจิ่วฮวงให้ข้าได้ก็จะดีไม่น้อยเลย ย แล้วก็ให้อภิสิทธิ์ข้าอย่างหนึ่งก็คือให้ข้าสามารถจัดการทรัพยากรของจยาเซียนได้อย่างไม่มีเงื่อนไขในขอบเขตอำนาจที่แน่นอน”
“เจ้านี่ไม่เบาเลยนะ!” ฉินเทียนอีแสยะยิ้ม
แต่ว่าเขาก็แค่พูดล้อเล่นเท่านั้น แล้วขมวดคิ้วหันไปมองเจียงหลี “แผนที่ทั้งจิ่วฮวงนั้นทำได้ไม่ง่ายเลย”
“เจ้าทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าข้าทำไม่ได้เสียหน่อย!” กงเสวี่ยฮวากลับยิ้มขึ้นมา
ทันใดนั้นดวงตาของเจ้าอ้วนเวินก็เหมือนกับเห็นหญิงงามโป๊เปลือยอย่างไรอย่างนั้น เขาจ้องมองไปยังกงเสวี่ยฮวา ทำให้กงเสวี่ยฮวาขนลุกไปทั้งตัว แล้วพูดด้วยความขยะแขยงว่า “เลิกมองข ข้าด้วยสายตาแบบนั้น”
“วังเทียนอู่กงมีหรือ” เจียงหลีพูดขึ้น
กงเสวี่ยฮวาพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว วังเทียนอู่กงได้เก็บแผนที่โบราณทั้งจิ่วฮวงไว้ชุดหนึ่ง แต่ว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้ว ข้าไม่รับรองนะว่าบางสถานที่จะยังคงอยู่หรือไม่ สภาพบน นพื้นดินมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่”
“ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่ภาพโดยรวมก็พอแล้ว หลังจากนี้รอให้หอจยาเซียนของพวกเราเปิดไปทั่วทั้งจิ่วฮวง แล้วค่อยวาดแผนผังของแต่ละดินแดนใหม่ แล้วเอามารวมกันก็จะเป็นแผนที่จิ่วฮวง ถึงเวลานั้นยังสามารถหาเงินก้อนโตได้อีกทาง โดยการขายให้กับพวกมือใหม่ที่ออกเดินทางไปฝึกฝนเหล่านั้น!” เจ้าอ้วนเวินหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ
พรสวรรค์ในการทำมาค้าขายนี้ของเขา ทำให้ผู้คนศรัทธาเป็นอย่างมาก
เจียงหลียิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าต้องการอยู่เหนือผู้อื่น สิ่งที่ต้องการที่สุดคืออะไร โชคหรือ กำลังทรัพย์หรือ ล้วนไม่ใช่ทั้งนั้น! แต่เป็นคนที่มีความสามารถ! และเส้นสายต่างหาก!
เรื่องหอจยาเซียนให้เป็นไปตามนี้ก็แล้วกัน
เจ้าอ้วนเวินใช้โอกาสนี้ในการแสดงพรสวรรค์ทางด้านการค้าขายของเขาออกมา จากตัวเสริมในตอนแรกกลายเป็นตัวสำคัญขึ้นมา ส่วนเรื่องความซื่อสัตย์ของเขา เจียงหลีกลับไม่ได้เป็นกังวลอะไร ร
เป็นจักรพรรดิ ต้องรู้จักหลักการปกครอง นี่เป็นสิ่งที่จำเป็น
ขอเพียงจยาเซียนสามารถให้สิ่งที่เจ้าอ้วนเวินต้องการได้ทั้งหมด เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทรยศ
…
หลายวันต่อมา เจียงหลีก็ยังคงอารมณ์ดีอยู่
แต่ว่าในวันที่ห้ากลับมีเรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียมาเข้าหูนาง
ในตำหนักจยาเซียน เจียงหลีนั่งอยู่บนที่นั่ง ทางซ้ายและขวาก็คือเจียงเฮ่าและคนอื่นๆ ส่วนเจ้าอ้วนเวินไม่อยู่ เพราะว่ารีบไปจัดการเรื่องหอจยาเซียน
หลายวันมานี้ เขาดูเบิกบานใจเหมือนกินยาชูกำลังมาอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนต่างก็บอกว่าเขาซาบซึ้งในบุญคุณของเจียงหลีที่ทำให้เขาเจอกิจการงานที่สองที่เขาชอบ ทำให้ชีวิตของเขาม มีเป้าหมายที่น่าตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ราชวงศ์เหล่านี้คงไม่ปะทะกันอย่างไร้เหตุผล แน่นอนว่าต้องมีคนชั่วคอยบงการอยู่เบื้องหลัง” กงเสวี่ยฮวาพูดขึ้นด้วยความเคร่งขรึม
มู่เหยี่ยนฉือยืนขึ้นมาแล้วพูดกับเจียงหลีว่า “ข้าจะไปดูเสียหน่อยว่าเหตุการณ์มันเป็นมาอย่างไร”
เจียงหลีมองเขา มีความแปลกใจเล็กน้อยที่เขาอาสารับงานนี้เอง นางพยักหน้าแล้วพูดว่า “ราชวงศ์เหล่านี้ เดิมทีล้วนแต่อยู่ภายใต้การปกครองของสำนักหลีหุนจง และในตอนนี้เพิ่งจะถูกปกค ครองโดยจยาเซียน ส่วนสำนักหลีหุนจงหลายวันมานี้ก็เงียบผิดปกติ เจ้าไปสืบดูก่อนแล้วระวังตัวด้วย ถ้าหากได้ความอย่างไร ยังไม่ต้องรีบร้อนลงมือ ให้กลับมาปรึกษาหารือกันก่อน”
“ขอรับ” มู่เหยี่ยนฉือพยักหน้า
ทันใดนั้น เจียงหลีก็โยนกระสวยเวลาในมือให้เขาสองสามอัน
มู่เหยี่ยนฉือรับไป
“กระสวยเวลาเหล่านี้สามารถประหยัดเวลาได้ และในเวลาที่สำคัญก็สามารถช่วยชีวิตได้” เจียงหลีพูดอธิบาย
มู่เหยี่ยนฉือเก็บแล้วเหลือในมือไว้หนึ่งอัน เขาบีบกระสวยเวลา ทันใดนั้นร่างของเขาก็หายไปจากในตำหนักภายในชั่วพริบตา
หลังจากที่มู่เหยี่ยนฉือจากไป การปรึกษาหารือกันในตำหนักถึงได้เริ่มขึ้น
ฉินเทียนอีครุ่นคิดแล้วพูดขึ้นว่า “ราชวงศ์ในซีฮวงมีเยอะมาก แบ่งส่วนรับผิดชอบโดยกลุ่มอำนาจต่างๆ ถ้าพูดตามหลักเหตุผล ราชวงศ์ที่อยู่ภายใต้กลุ่มอำนาจเดียวกันนั้นมีโอกาสน้อยมาก กที่จะต่อสู้กันเอง และตอนนี้ ราชวงศ์ที่เดิมถูกปกครองโดยสำนักหลีหุนจงกลับต่อสู้กันอีรุงตุงนังกันไปหมด”
เขาพูดเหยียดหยาม “ข้าคิดว่าพวกเขาจงใจ”
“สำนักหลีหุนจงน่าจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” เจียงเฮ่าก็พยักหน้าแล้วพูดขึ้น
กงเสวี่ยฮวาแสยะยิ้ม “ราชวงศ์เหล่านี้ถูกสำนักหลีหุนจงปกครองมาช้านาน และความสัมพันธ์ก็ซับซ้อน ในวันนี้จยาเซียนมารับช่วงต่อ ผลประโยชน์ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาร่วมมือกันวางแผ ผนเล่นละครตบตา”
“เพียงแต่ จุดประสงค์ในการเล่นละครตบตาครั้งนี้คืออะไรกันเล่า” มู่ชิงเหยียนถามขึ้น
ใช่แล้ว!
นี่ถึงจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกคนสนใจ จุดประสงค์ในการก่อกวนความเป็นระเบียบของราชวงศ์ของสำนักหลีหุนจงแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่
“รอมู่เหยี่ยนฉือก่อน ดูว่าเขาจะนำเรื่องอะไรที่มีประโยชน์กลับมาบ้าง” เจียงหลีพูดเสียงเข้ม
นึกไม่ถึงว่าการเคลื่อนไหวของสำนักหลีหุนจงจะเริ่มจากราชวงศ์ จุดจุดนี้ทำให้นางคาดไม่ถึง
“สำนักหลีหุนจงช่างเลวทรามต่ำช้าจริงๆ!” กงเสวี่ยฮวาหัวเราะเยาะ
…
ระยะเวลาการรอคอยนี้ก็คือสามวันสองคืน
ข่าวคราวความวุ่นวายของราชวงศ์มาถึงจยาเซียนอย่างต่อเนื่อง แต่สำนักหลีหุนจงกลับเหมือนหายไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ในวันที่สามที่มู่เหยี่ยนฉือจากไป ทันใดนั้นใ ในสำนักของจยาเซียนก็มีแสงสีขาวสาดส่อง ร่างของชายที่เต็มไปด้วยเลือดก็พุ่งมาอยู่หน้าประตูตำหนัก
เจ้าอ้วนเวินจะมาหาเจียงหลีเพื่อรายงานความคืบหน้าเรื่องการปรับปรุงหอจยาเซียนพอดี ขาอ้วนๆ ข้างหนึ่งเพิ่งจะก้าวออกไป ก็ตกใจจนชักเท้ากลับมา แล้วตะโกนเสียงดัง “มือสังหารรร!”