ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 279 พลังควบคุมจิตแห่งปฐพี
ปัง!
เจ้าไส้ตะเกียงถูกแส้ยาวรวบไว้ได้อีกหนึ่งตัวส่งถึงมือของเจียงหลี
เจ้าไส้ตะเกียงที่ถูกจับได้นั้น คร่ำครวญอย่างสิ้นหวังกับเพื่อนพ้องที่อยู่ในทะเลสาบ ส่วนเจ้าไส้ตะเกียงในทะเลสาบ หลังจากที่สูญเสียเพื่อนพ้องไปก็ร้องไห้ ฮือฮือ กันระงม
ทันใดนั้น เจียงหลีกลับรู้สึกเฉยชาและเริ่มตามจับเจ้าไส้ตะเกียงต่อ นางก็พบว่าการจับเจ้าไส้ตะเกียงเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อร่างกายและจิตใจเรื่องหนึ่งเสียจริง
ปัง!
ปัง!
บนผืนน้ำในทะเลสาบ เงาของแส้เคลื่อนไหวไม่หยุด ทุกครั้งที่ปรากฏเจ้าไส้ตะเกียงในทะเลสาบก็ลดลงไปทีละตัว
ในที่สุด เจ้าไส้ตะเกียงที่เหลืออยู่คิดที่จะต่อต้าน
พวกมันดำลงไปใต้น้ำพร้อมกันเพื่อจะหลบหนี
แต่ทว่าแส้ของเจียงหลีกลับเหมือนกับมีดวงตา จึงดำลงไปในน้ำพร้อมพวกมัน ในขณะที่พวกมันไม่ทันจะดำลงไปลึกนั้นก็จับได้ทีละตัว
เมื่อถึงตอนที่เจียงหลีชูมือขึ้นดึงแส้ขึ้นมาจากน้ำในทะเลสาบนั้น ก็นำเจ้าไส้ตะเกียงที่มัดเรียงกันมาตั้งแปดเก้าตัว
“หงิงๆๆ…”
บนท้องฟ้า มีเสียงร้องของเหล่าเจ้าไส้ตะเกียงดังขึ้นมา
พวกหนึ่งที่หลบหนี หนีออกจากในทะเลสาบ อยากจะหนีไปทางข้างหลังป่าภูเขา แต่จะหนีพ้นปี้ฟังที่อยู่บนฟ้าได้อย่างไร นางส่งเสียงร้องลากยาว ก่อนจะไล่ตามเจ้าไส้ตะเกียงเหล่านั้นที่หนีขึ้นฝั่งไป ชั่วพริบตาก็หายไปจากตรงหน้าของเจียงหลี
ในมือของเจียงหลีถือเจ้าไส้ตะเกียงที่มัดรวมกันอยู่ อย่างน้อยก็มีถึงสิบกว่าตัว เมินเฉยสายตาที่น่าสงสารของพวกมัน แสงจากถ้วยแก้วเก้าสีทำให้พวกมันทั้งหมดกลายเป็นแท่งเล็กๆ เรียวยาว
ไส้ตะเกียงสิบกว่าเส้นขมวดรวมอยู่ด้วยกันและก็มีที่พันอยู่รวมกัน
ปัง!
ไส้ตะเกียงในมือของเจียงหลีก็หายไป หลอมรวมเข้าในถ้วยแก้วของเจียงหลี เวลานั้นไส้ตะเกียงในถ้วยแก้ว ตอนนี้แทบจะหนาเท่ากับนิ้วชี้ของผู้ใหญ่
“จิ๊บๆ!” ทันใดนั้นเสียงร้องของปี้ฟังดังมาจากบนฟ้า
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นนางเจ้าไส้ตะเกียงหลายตัวในกรงเล็บของนาง ในจะงอยปากยาวก็คาบเจ้าไส้ตะเกียงหลายตัวอยู่บินเข้ามาหาตน
มุมปากเจียงหลียกขึ้นรู้สึกว่าเจ้าปีศาจตัวนี้ไม่เสียแรงที่เลี้ยงไว้! ไม่เหมือนตัวอื่น ตอนที่เป็นร่างปีศาจอยู่ตรงหน้านางก็รู้อย่างเดียวว่าจะนอน! นอน! นอน!
เมื่อหลอมรวมไส้ตะเกียงอีกครั้ง ไส้ตะเกียงในถ้วยแก้วเก้าสีของเจียงหลีก็ติดไฟขึ้นมา แสงไฟยิ่งส่องสว่างยิ่งขึ้น ให้พลังชีวิตที่ทรงพลังอย่างหนึ่ง
ตึกตัก!
หัวใจของเจียงหลีเต้นขึ้นมาเล็กน้อย การชี้นำครั้งใหม่เกิดขึ้นแล้ว
“ปี้ฟัง พวกเราไปกันเถิด!” เจียงหลีเรียกนกปี้ฟัง
“จิ๊บๆ!” นกปี้ฟังร้องขึ้นมาครั้งหนึ่ง แสงสีเขียวแกมน้ำเงินส่องผ่าน กลับคืนเป็นร่างเล็กๆ บินลงบนบ่าของเจียงหลี
…
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เจียงหลีมาถึงยังภูเขาลอยฟ้าแห่งใหม่ตามการชี้นำทางของถ้วยแก้ว
เพิ่งก้าวเข้ามา นางก็รู้สึกว่าร่างกายหนักขึ้น เหมือนกับใต้ฝ่าเท้าเต็มไปด้วยหินเป็นพันจิน
“นี่คือ…”
เจียงหลีตะลึงเล็กน้อย “พลังควบคุมจิตหรือ”
“จิ๊บๆ!” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินร้องขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก
เจียงหลีหันมองนาง ก็เห็นนางดิ้นรนอยากจะกลางปีก กลับไร้ประโยชน์
“อย่ากังวลไปเลย ไม่ใช่ปัญหาของเจ้า” เจียงหลีปลอบโยนนาง
“จิ๊บๆ” เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ทว่ายังคงเลือกเชื่อคำพูดเจ้านายของตน หลังจากรู้ว่าปัญหาไม่ได้มาจากปีกของตน เจ้านกน้อยสีเขียวแกมน้ำเงินก็สงบลง ยืนบนบ่าเจียงหลีอย่างเชื่อฟัง ดวงตาดำขลับกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบๆ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
บนภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้ มีเพียงพื้นทรายสีแดง ก้อนหินปกคลุมอยู่มาก ให้คนรู้สึกแสบร้อน
“ไม่คิดว่าจะเป็นที่รกร้างว่างเปล่าข้างๆ!” ขณะเดียวกันเจียงหลีประหลาดใจกับทิวทัศน์ที่นี่
เดินทางผ่านในภูเขาลอยฟ้ามาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นภูเขาลอยฟ้าที่ไม่มีแม้แต่ภูเขาเขียวน้ำใส
ปัง!
เจียงหลีก้าวอย่างยากลำบากไปหนึ่งก้าว เมื่อลงถึงพื้นก็เกิดเสียงฝีเท้าขึ้น ราวกับเหล็กที่หนักหนึ่งพันชั่งก้อนหนึ่งกระแทกพื้นเช่นกัน
“พลังควบคุมจิตของที่นี่แข็งแกร่งนัก!” เจียงหลีอุทานขึ้น
ขณะเดียวกัน นางก็เอ่ยถามตนเองอย่างประหลาดใจเช่นกันว่า “นี่มันคือพลังควบคุมจิตอะไร”
มีประสบการณ์จากครั้งที่แล้ว เจียงหลีก็เข้าใจแล้ว นี่เป็นโอกาสครั้งที่สองที่นางได้พบเจอ ไม่เหมือนกับครั้งแรก โอกาสครั้งแรกนั้นเป็นพลังควบคุมจิตประเภทหนึ่ง
ขอเพียงนางเต็มใจ นางสามารถปล่อยแสงของถ้วยแก้วออกมาได้ทุกเมื่อ ปลุกเร้าที่นี่ สัมผัสถึงพลังควบคุมจิตนี้ แต่ทว่าขณะเดียวกัน นางก็จะสูญเสียโอกาสที่รออยู่ข้างหลัง เมื่อหลังจากที่นางสัมผัสถึงพลังควบคุมจิตประเภทนี้ทะลุปรุโปร่งแล้ว ก็จะออกจากการฝึกฝนที่เมืองเทียนตี้
เจียงหลีเดินไปไม่กี่ก้าว บนหลังก็เต็มไปด้วยน้ำเหงื่อเปียกโชก เสื้อผ้าแนบไปกับผิวหนัง จนรู้สึกไม่สบายตัว ที่แห่งนี้นางรู้สึกว่าพลังวิญญาณของนางล้วนไม่อาจหมุนเวียนได้ ทั้งยังหนักมาก ราวกับถูกปิดผนึกไว้
นางไม่เดินลงข้างล่างต่อไป แล้วจึงนั่งลงบนพื้น สัมผัสถึงพลังควบคุมจิตประเภทนี้
นางไม่ได้ร้องเรียกถ้วยแก้ว ก็แปลว่านางละทิ้งโอกาสครั้งนี้ไปแล้วจริงๆ แต่ทว่า นางก็ไม่รีบออกไป ในเมื่อมาถึงแล้ว นางก็สามารถใช้โอกาสนี้สัมผัสพลังควบคุมจิตที่ไม่เหมือนกันเสียหน่อย
ข้ารู้สึกถึงพลังอันหนักและแข็งแกร่งอย่างมากชนิดหนึ่งภายในพลังควบคุมจิตนี้ เจียงหลีรับรู้อย่างเงียบๆ ในใจ
จักรวาลกำเนิดแรกเริ่ม อากาศบริสุทธิ์ข้างบนเป็นสวรรค์ ความขุ่นมัวข้างล่างเป็นโลกมนุษย์
ดังนั้น สวรรค์เบา ส่วนโลกนั้นหนักแน่น
นี่คือ…
“พลังควบคุมจิตแห่งปฐพี!” ดวงตาทั้งสองของเจียงหลีค่อยๆ หรี่ลง แล้วเบิกตาโพลง
ไม่คิดว่าจะเป็นพลังควบคุมจิตแห่งปฐพี!
เจียงหลีใจเต้นจนเร็วเกินไป ถ้วยแก้วกวัดแกว่ง เจียงหลีไม่ได้ปฏิเสธ ตนนั้นรู้สึกใจเต้น เพราะนางรู้ว่า พลังควบคุมจิตแห่งปฐพีไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายเช่นนี้อย่างเด็ดขาด เพียงแค่ทำให้คนรู้สึกหนักอึ้ง
นี่คงจะเป็นเพียงแค่ความหมายชั้นหนึ่งของพลังควบคุมจิตแห่งปฐพี หากว่านางยอมรับโอกาสนี้ไว้ นางก็จะสามารถได้รับการถ่ายทอดพลังควบคุมจิตแห่งปฐพีทั้งหมดไว้ พลังเช่นนั้นระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องน่ากลัวอย่างมากแน่นอน
เจียงหลีดวงตาเป็นประกายขึ้นมา นางกำลังขัดแย้งกับตัวเอง ตกลงแล้วจะยอมเพื่อพลังควบคุมจิตแห่งปฐพีนี้ แล้วละทิ้งโอกาสที่อาจเกิดขึ้นภายหลังหรือไม่
“นี่เป็นคำถามที่ยากมากเสียจริง” เจียงหลีฝืนยิ้มออกมา
พลังดึงดูดของพลังควบคุมจิตแห่งปฐพีที่มีต่อนาง เทียบกับคำบอกเล่าแต่ก่อนเป็นทักษะต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่ามาก
นางหยุดยั้งความวู่วามของตนเอาไว้อยู่ จิตใจสงบลง ตระหนักถึงพลังควบคุมจิตแห่งปฐพีอย่างละเอียดรอบคอบ นางยังคงเลือกที่จะละทิ้ง เพราะนางเชื่อมั่นหนักแน่นว่า โอกาสที่เป็นของนางนั้นยังไม่เกิดขึ้น
เจียงหลีอยู่บนภูเขาลอยฟ้าแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว
ในช่วงเวลานี้ นางรู้สึกถึงพลังควบคุมจิตแห่งปฐพีอยู่ตลอด สุดท้ายกลับไม่ได้ร้องเรียกถ้วยแก้ว
หลังจากนั้นหนึ่งเดือน เจียงหลีก็ออกจากที่นี่อย่างไม่ลังเล ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนใหม่อีกครั้ง
…
ชั่วพริบตา เวลาผ่านไปสองเดือน
ระยะทางที่เจียงหลีจะเข้าสู่เมืองเทียนตี้ ก็ล่วงเลยมาเป็นปีกว่าแล้ว เจียงหลีที่กำลังไล่ตามจับเจ้าไส้ตะเกียง กลับไม่รู้ว่าขณะนี้ นอกเมืองเทียนตี้มีผู้ฝึกฝนใหม่ปรากฏตัวขึ้น อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นคนที่นางรู้จักคุ้นเคยดี
นอกเมืองเทียนตี้นั้น เจียงเฮ่า หันเหยากวง ฉู่เฟยเยียน ไป๋หลี่เฟิ่ง ลู่เสวียน เหวินเหรินชิ่งชิ่ง และศิษย์แห่งฮวงเสินอีกห้าคน ล้วนปรากฏตัวขึ้นที่นี่
ข้างกายพวกเขานั้น ยังมีคนจากเทียนอู่กง นั่นก็คือกงเสวี่ยฮวาและมู่เหยี่ยนฉือก็ต่อแถวกันมาอย่างน่าเกรงขาม
ไม่เพียงแค่เท่านั้น ตำหนักหลีหั่วนั้นก็มากันหลายคน ฉินเทียนอีก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
และในตอนที่พวกเขาทดสอบที่ประภาคารนอกเมืองนั้น ในขณะเดียวกันก็มีหญิงวัยเยาว์งดงามปรากฏขึ้นมาด้วย…