ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 149 ยินยอม
บทที่ 149 ยินยอม
“โอเค, มาทำสัญญากัน” หลิวตันพูดอย่างตื่นเต้น
หลังจากนั้นสักพักสัญญาก็ได้ถูกเรียบร้อย มองดู*กระดาษขาวกับตัวหนังสือดำแล้ว หลิวตันก็ลูบอกตัวเองบ่งบอกว่าเธอกำลังโล่งอก (*กระดาษขาวกับตัวหนังสือดำ หมายถึงหลักฐานตัวหนังสือที่แน่นหนาจนไม่สามารถปฏิเสธได้)
“ตอนนี้คุณจะบอกผมได้หรือยังว่าใครที่อยากจะฆ่าผม?” ฉิงเทียนมองมาที่หลิวตันและถือสัญญาราวกับเห็นสมบัติอยู่
หลิวตันที่ยังรู้สึกตื่นเต้นจนถึงเมื่อครู่ก็ได้หยุดลงเมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนถาม เพราะมันเสียดแทงหัวใจของเธอมาก: แล้วเราจะบอกกับเขาอย่างไรดี ว่าเสี่ยวไห่นั้นอยากจะฆ่าเขา เราจึงไปเสนอค่าหัวของเขาในตลาดมืด!
“สรุปว่าคุณจะบอกหรือไม่บอก ถ้าคุณไม่บอกก็ถือว่าสัญญานี้เป็นโมฆะ” มองไปที่หลิวตันที่กำลังลังเล ฉิงเทียนก็ได้ถามอย่างหมดความอดทน
เขานั้นได้ยอมอ่อนข้อให้มากถึงขนาดนี้ และยอมตกลงเงื่อนไขกับเธอหนึ่งข้อ ถ้าหากไม่คิดถึงข้อตกลงพวกนี้แล้วและคิดว่าเขาจะต้องมาช่วยหลิวไห่ ผู้ซึ่งเป็นคนที่อยากจะฆ่าเขามากที่สุดแล้ว เมื่อคิดว่าต้องมารักษาผู้ที่อยากจะเอาชีวิตเขาแล้วทำให้เขารู้สึกลังเลขึ้นมา
หลิวตันนั้นไม่อาจซ่อนความรู้สึกผิดของเธอได้อีก ถึงจึงได้มองไปที่ฉิงเทียนแล้วก้มหัวขอโทษ และพูดออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับยุงตัวเล็กๆ “ดิฉันเป็นคนที่ตั้งค่าหัวของคุณในตลาดมืดเองค่ะ”
ถึงแม้เสียงของหลิวตันนั้นจะเบามาก แต่ฉิงเทียนก็สามารถได้ยินได้อย่างชัดเจน
“คุณเป็นคนคนที่อยากฆ่าผม” ฉิงเทียนพูดอย่างประหลาดใจ “ผมไม่เคยทำอะไรคุณเลยหนำซ้ำผมยังเคยช่วยคุณอีก แต่คุณกลับตอบแทนน้ำใจด้วยการทำแบบนี้เหรอ?”
หลิวตันที่ยังก้มหัวอยู่ เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูดด้วยความโกรธแล้วเธอก็รู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก เธอนั้นก้มหัวอยู่ตลอดไม่กล้าที่จะสบตากับฉิงเทียนแล้วพูดขึ้นมา “ดิฉันไม่ทราบว่าคุณคือฉิงเทียนคนที่ช่วยดิฉันเอาไว้ ดิฉันได้ยินจากเสี่ยวไห่ว่ามีคนที่อยากที่จะฆ่าเขา ฉันจึงได้โกรธมากและได้เสนอค่าหัวของคุณลงในตลาดมืด”
“แต่คุณก็ยังไม่ได้เจอปัญหาจนกระทั่งถึงตอนนี้ใช่ไหม? แล้วดิฉันยังได้ถอนค่าหัวออกจากตลาดมืดไปแล้ว และตอนนี้ตลาดมืดนั้นก็ได้ปิดตัวลงไปแล้วด้วย คุณยังจะต้องการอะไรอีก?”
“คุณต่างหากที่ยังต้องการอะไรอีก?” เมื่อได้ประโยคสุดท้ายของหลิวตัน ทำให้เขาโทษตัวเอง และฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นมา: เราเข้ายึดตลาดมืดก็เพราะต้องการหาข้อมูลของคนที่จะฆ่าเรา แต่กลับเป็นเธอผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจ้างวานฆ่า มาพูดคุยกับเราเองเช่นนี้!
พอยิ่งคิดเช่นนี้ ฉิงเทียนก็ยิ่งโกรธ “ดูเหมือนว่าผมจะมองคนผิดไปจริงๆ”
เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของฉิงเทียนนั้นไม่ค่อยดีแล้ว หลิวตันจึงได้รู้ว่าเธอได้พูดอะไรผิดไปเสียแล้ว เธอจึงได้รีบพูดแก้ “มันเป็นความผิดของดิฉันเอง มันเป็นความเข้าใจผิดของดิฉันเอง”
“และดิฉันก็พูดไว้แล้วด้วยว่าดิฉันยินดีที่ตอบแทนคุณด้วยร่างกายของดิฉันเอง” แล้วสาวน้อยก็ได้เข้าไปจับมือของฉิงเทียน
แต่ฉิงเทียนก็ได้รีบถอยห่างออกมาและหยุดหลิวตันเอาไว้แล้วพูดขึ้น “ช่างมันเถอะ ช่างมัน ตราบเท่าที่คุณไม่เข้ามายุ่งกับผมอีกหลังจากนี้ ผมขี้เกียจจะยุ่งกับคุณแล้วด้วย”
“ถือว่าคุณพูดแล้วนะ” หลิวตันที่รู้ว่าทำสำเร็จแล้ว เธอจึงได้ยืนขึ้นมาและเปลี่ยนอิริยาบถจากสาวน้อยกลับกลายเป็นสาวแกร่งทันทีเร็วในชนิดที่เรียกได้ว่าราวกับเปลี่ยนหน้าหนังสือ
เดิมทีที่หลิวตันเสนอตัวเช่นนี้ เพราะใจหนึ่งเธอรู้ว่าฉิงเทียนไม่ใช่คนที่จะถือโอกาสเอาเปรียบเธอ และอีกใจหนึ่งก็เพราะเธอได้เข้าใจฉิงเทียนผิดไป เธอจึงได้คิดที่จะเสียสละตัวเธอให้กับฉิงเทียน แต่หลิวตันนั้นกลับคิดที่จะผูกสัมพันธ์กับฉิงเทียนต่อและคิดที่จะให้เขามาเป็นแฟนของเธอเอง
โดยส่วนตัวเธอเองก็รู้สึกสนใจกับประวัติของฉิงเทียน จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นหมออัจฉริยะในด้านการแพทย์แผนจีน ทั้งหล่อและมีความสามารถ เขานั้นมีคุณสมบัติเหมาะที่จะเป็นแฟนหนุ่มของเธอมากย่อมไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะไม่สนใจ นอกจากนี้การได้พบเจอกับฉิงเทียนหลายครั้ง ทำให้หลิวตันรู้สึกหลงใหลฉิงเทียนขึ้นมา!
ถึงแม้ว่าเขาจะมีแฟนแล้ว แต่หลิวตันเชื่อว่าตัวเธอนั้นไม่ได้แย่ไปกว่าผู้หญิงคนไหนด้วย และเขาจะต้องพึงพอใจอย่างมากกับข้อตกลงของเธอแน่ๆ
ในขณะที่พระเอกของเราฉิงเทียนที่ไม่ทราบเลยว่าเขานั้นกำลังถูกสาวงามเพ่งเล็งอยู่ “เข้าเรื่องของเราต่อเถอะ ข้อตกลงของคุณที่ว่าคืออะไร?” ฉิงเทียนถามทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว
“ดิฉันต้องการให้คุณช่วยรักษาขาของน้องชายของฉัน!” หลิวตันพูดขึ้นมาโดยไม่รีรอ
และฉิงเทียนก็ได้มองมาที่หลิวตันอย่างตื่นเต้น ถึงแม้ว่าใจของเขานั้นไม่อยากที่จะรักษาหลิวไห่ แต่เขาก็ได้ตกลงกับหลิวตันไปแล้วและเขาต้องรักษาสัญญานั้น แต่เขาเองก็ยังมีกฎของเขาอยู่ “ผมไม่ต้องการให้คนที่มาหาผมแล้วมาด่าผมตอนที่ผมรักษาอีก ผมคิดว่าคุณควรที่จะอบรมน้องชายของคุณให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาพบกับผม”
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูด หลิวตันเองก็รู้ว่าปัญหานี้เธอเองก็ต้องจัดการ หลิวตันที่กำลังอารมณ์ดีก็ได้พูดกับฉิงเทียน “ไม่ต้องกังวล เขาจะไม่ทำแบบนั้นกับคุณอีกตอนที่คุณพบกับเขาคราวหน้า”
“โอ้” ฉิงเทียนรู้สึกประหลาดใจ แต่ทว่านี่เป็นเรื่องระหว่างน้องชายกับพี่สาว และฉิงเทียนก็ไม่ค่อยอยากจะสนใจมากนั้น ในเวลานี้ฉิงเทียนนั้นอยากที่จะออกไปจากที่นี่มาก เพราะหลิวตันนั้นจ้องมองมาที่เขาอย่างเร่าร้อนอยู่ตลอด เขานั้นทนที่จะอยู่กับสาวยั่วสวาทคนนี้ไม่ไหวแล้ว
“ตอนนี้ก็จบเรื่องแล้ว ผมขอตัวก่อน” พูดจบฉิงเทียนก็ได้รีบลุกขึ้นยืนและออกไปทันที
แต่หลิวตันมีหรือที่จะให้เขาเดินออกไปง่ายๆ? “ตั้งแต่เด็กจนโต คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ใจของฉันไปได้” เธอหน้าแดงขึ้นมาแล้วคิดอย่างกำกวมระหว่างเธอกับเขา
และด้วยความเร็วของมือของเธอที่ไม่ช้า เธอคว้ามือของฉิงเทียนเอาไว้แล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียนตั้งแต่วันนี้ฉันขอประกาศว่าฉันจะไล่ตามจับคุณให้ได้!” แต่แล้วเธอก็สะดุดส้นสูงของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถตามเขาออกไปได้
ส่วนฉิงเทียนที่มีสีหน้ายุ่งยากใจปรากฏขึ้นมา นี่มันหมายความว่าอย่างไร ที่เธอบอกว่าจะไล่ตามจับเรา!
แล้วเพ่าฝูในทะเลความรู้ก็ได้หัวเราะเยาะฉิงเทียน “นายท่านเจ้าค่ะ ความรักของนายท่านดูท่าจะไม่ง่ายเสียแล้วล่ะเจ้าค่ะ เจอสาวสวยมาไล่ตามจับนายท่านเช่นนี้”
ฉิงเทียนที่มีสีหน้ายุ่งยากใจก็ได้หันกลับไปมองหลิวตันที่อยู่ไกลๆ เขาจึงได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ และกลับไปเผชิญหน้ากับเพ่าฝูในทะเลความรู้แล้วพูดขึ้น “เพ่าฝูที่รักของนายท่าน อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกกับเสวี่ยเอ๋อนะครับ”
“ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับนายหญิงแน่นอน ไม่อย่างนั้นนายท่านคงได้อยู่ในสภาพน่าสังเวชแน่หากถูกนายหญิงหึงเข้า” เพ่าฝูตอบพร้อมกับยิ้ม
ฉิงเทียนเกาหัวของตัวเองแล้วพูดขึ้น “ช่างมันเถอะ ผมเองก็ไม่อยากเหมือนกัน ไปดูตลาดมืดส่วนที่เหลือกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
ส่วนทางด้านของหลิวตันนั้นกำลังหน้าแดงอย่างมาก ซึ่งการที่เธอพูดเช่นนั้นออกไปได้นั้นหลิวตันต้องใช้ความกล้าในตัวเธอทั้งหมดออกไป ในเวลานี้หัวใจของเธอเต้นแรงจนราวกับจะกระโดดออกมาได้”
“เยี่ยมไปเลยแฮะ!” ฉิงเทียนที่ไปยังโซนต่างๆของตลาดมืดเรียบร้อยแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา!
ตระกูลจ้าวนั้นวางโครงสร้างของตลาดมืดออกมาได้ดีมากจริงๆ ถึงแม้ว่าการหลั่งไหลของผู้คนนั้นจะไม่มากเท่ากับของตลาดมืดเก่า แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ตลาดมืดแห่งเดียวในโม๋ตู แต่กลับสามารถทำถึงขนาดนี้ได้ ฉิงเทียนจึงรู้สึกมั่นใจในผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากตลาดมืดหลังจากนี้
ปล่อยจิตศักดิ์สิทธิ์ให้แพร่กระจายออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างและผู้คนในตลาดมืดก็ได้เข้ามาในหัวของฉิงเทียน และพบว่าฉิงหยูนั้นอยู่ในห้องทำงานและฉิงเทียนก็ไม่คิดที่จะไปรบกวนเขา
ออกมาจากตลาดมืดฉิงเทียนก็ได้ขับรถกลับไปที่บ้านของเขา ตั้งแต่ฉิงหยูไปทำงานที่ตลาดมืด เขาก็ได้ย้ายออกจากคอนโดของเขา อย่างไรก็ตามมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไรกับการที่ทั้งสามคนมาอยู่ด้วยกันนั้นมันไม่ค่อยสะดวกในการทำอะไรสักเท่าไรนัก ดังนั้นหลังจากที่เขาเริ่มทำงานแล้ว ฉิงหยูก็ได้จึงได้ย้ายออกไป และซูเสวี่ยก็ได้เริ่มแวะมาหามากขึ้นหลังจากที่ฉิงหยูออกไป แต่สิ่งที่ทำให้ฉิงเทียนสงสัยที่สุดขึ้นทั้งๆที่พ่อตาและแม่ยายนั้นต่างก็ยอมรับตัวเขาแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมให้ซูเสวี่ยย้ายมาอยู่กับเขาเสียที
หนทางยังอีกยาวไกลจริงๆ! เขาขับรถทะยานออกไปภายในครึ่งชั่วโมง ฉิงเทียนก็ได้กลับมาถึงรังของเขา
“เสวี่ยเอ๋อที่รัก วันนี้คุณพอจะมีเวลาว่างมาหาสามีที่น่าสงสารคนนี้บ้างไหมจ๊ะ?”