ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 312 เกาะดอกท้อ (2)
บทที่ 312 เกาะดอกท้อ (2)
“เกาะดอกท้อ…..จริงด้วยสิ เรียกว่าเกาะดอกท้อดีกว่า! ต่อแต่นี้ไปผมจะเป็นเจ้าของเกาะดอกท้อแห่งนี้!” ฉิงเทียนตะโกนออกไปยังทะเล เกาะของเขานั้นเต็มไปด้วยต้นท้อเป็นร้อยต้น ในเวลานี้ครึ่งหนึ่งของเกาะเต็มไปด้วยดอกท้อ ดังนั้นถ้าจะเรียกว่าเกาะดอกท้อก็เหมาะสมที่สุดแล้ว
“ตอนนี้เกาะดอกท้อก็เรียบร้อยแล้ว เราเตรียมกลับไปที่เมืองโม๋ตูดีกว่า ต้องไปสืบเรื่องของตระกูลเฉินและสำนักอัคคีเรื่องที่ฆ่าพ่อแม่เขาอีก ฉันจะทำให้พวกเขารู้ว่าการรนหาที่ตายมันเป็นอย่างไร” พูดจบเขาก็ปล่อยรังสีสังหารออกมาทำให้ไป๋กงหยางรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
“ตระกูลเฉินกับสำนักอัคคีคงจะโชคร้ายเสียแล้ว!” ไป๋กงหยางคิด
ในใจของฉิงเทียนนั้น เขาได้ตราหน้าตระกูลเฉินและสำนักอัคคีเป็นศัตรูของเขาแล้ว และเป็นความสัมพันธ์แบบต้องมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งต้องตาย แล้วก็คิดว่าจะจัดการกับตระกูลเฉินและสำนักอัคคีที่หนุนหลังเขาอยู่อย่างไรดี อย่างไรเสียสำนักอัคคีก็เป็นสำนักบำเพ็ญเพียร จะต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ อย่างนักพรตที่บินมาสู้กับเขาเมื่อคืนนั้นก็ยังเป็นแค่รุ่นเยาว์เท่านั้น
“ดูเหมือนว่าเราคงจะยังทำอะไรไม่ได้ ก่อนอื่นเราควรจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของสำนักอัคคีก่อน” ฉิงเทียนพูดกับตัวเองในใจ
ซึ่งในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆเขาก็รู้สึกได้ว่ามีใครกำลังเรียกเขาอยู่ในใจ “หรือว่าจะเป็นจางชุ่ยฉิงมาเรียกเขากันนะ?” ฉิงเทียนคิดในใจแล้วก็นั่งลงขัดสมาธิทันที
อย่างที่คิด ที่ศาลเจ้าที่ในหมู่บ้านจ้าว จางชุ่ยฉิงและสามีของเธอกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นอย่างเลื่อมใส
ด้วยการพนมมือ ทั้งสองคนก็ได้คุกเข่าแล้วก้มลงคำนับ 3 ครั้งต่อหน้ารูปภาพเทพเจ้าที่ จากนั้นก็ได้พูดขึ้นมา “ท่านเทพเจ้าที่เจ้าคะ ทางบริษัทยินดีจ่ายเงินให้พวกลูกแล้ว พวกลูกจึงได้มาที่นี่เพื่อขอบคุณท่านเทพเจ้าที่มากที่ให้คำแนะนำนะเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ลูกและสามีจะไปชวนคนมาช่วยกันซ่อมแซมศาลของท่านเจ้าที่ให้นะเจ้าคะ”
จากนั้นเธอก็ได้หันไปมองสามีของเธอที่อยู่ข้างๆเธอ แล้วจ้าวเอี้ยงก็ได้พูดขึ้นมาทันที “ใช่ครับท่านเทพเจ้าที่ คราวนี้พวกเราคงจะแย่แล้วถ้าไม่ได้ท่านเทพเจ้าที่ช่วย! และคราวนี้พวกเราจะมาช่วยปั้นรูปหล่อทองของท่านขึ้นมาอย่างแน่นอน”
ฉิงเทียนผงกหัวอย่างพึงพอใจ งานนี้ของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว จางชุ่ยฉิงและสามีของเธอนั้นชื่นชมเขามากขึ้นแล้ว และพลังศรัทธาที่ออกมาจากตัวพวกเขานั้นก็บริสุทธิ์มากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ว่าพลังศรัทธาของคนแค่สองคนจะเล็กน้อยมาก แต่มันก็แตกต่างอย่างมากแล้ว!
“ความคิดของพวกเจ้าสามีภรรยาที่คิดจะปั้นรูปปั้นขึ้นมาใหม่นั้น ข้าเทพเจ้าที่พึงพอใจอย่างมาก!” ฉิงเทียนผงกหัวด้วยความพึงพอใจ
เมื่อสองสามีภรรยาพบว่าท่านเทพเจ้าที่ได้กลับมาพบกับพวกเขาอีกครั้ง ร่างกายของพวกเขาก็ได้สั่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “ท่านเทพเจ้าที่เจ้าคะ เรื่องในคราวนี้ถ้าพวกลูกไม่ได้ท่าน พวกเราสองสามีภรรยาก็คงจะถูกหลอกโดยบริษัทสารเลวนั่นไปแล้ว”
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความดีความชอบของข้าเสียทีเดียว เดิมทีมันเป็นเพราะความชอบธรรมของพวกเจ้าทั้งสองคนอยู่แล้ว” ฉิงเทียนกล่าว เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ เขาแค่บอกให้จูเฟยมาตามหาตัวพวกเขาเท่านั้น ดูเหมือนว่าตระกูลจูเองก็เอาชนะศึกนี้ได้ด้วยเช่นกัน
บริษัทก่อสร้างเจียงหยู่นั้นมีเซียะเกาเทียนอยู่เบื้องหลัง และดูเหมือนในเวลานี้บริษัทเจียงหยู่นั้นจะเสียเงินไปซะแล้ว
จูไห่เองก็คงจะอาศัยโอกาสนี้โต้กลับเซียะเกาเทียนด้วยแน่ๆ ด้วยมุมมองด้านการเมืองของจูไห่แล้ว นี่เป็นโอกาสที่ดีที่เขาไม่ควรที่จะปล่อยไป
“ในเมื่อพวกเจ้าสามีภรรยาจัดการเรื่องเงินได้เรียบร้อยแล้ว ข้าก็ขอให้พวกเจ้าต่อจากนี้ไปมีชีวิตที่ดีๆ” ฉิงเทียนอวยพร
จ้าวเอี้ยงที่กำลังนั่งคุกเข่าก็ได้รีบตอบกลับมา “ได้ครับท่านเทพเจ้าที่ พวกลูกจะต้องมีชีวิตที่ดีแน่ ท่านเลขาธิการจูได้หาพื้นที่ให้พวกลูกในตัวอำเภอ และลูกกับภรรยาก็จะไปเริ่มชีวิตใหม่ที่นั่นกันครับ”
เลขาธิการจูเหรอ? ไม่ใช่ว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำอำเภอเป็นของเซียะเกาเทียนหรอกเหรอ? หรือว่าจูไห่จะอาศัยโอกาสนี้กระชากเซียะเกาเทียนลงจากตำแหน่งกันนะ ฉิงเทียนคิดอย่างสงสัย แต่เขาก็ได้แต่เก็บคำถามนี้เอาไว้ในใจก่อน และเขาค่อยไปฟังคำอธิบายทีหลัง หลังจากที่เขากลับไปที่มณฑลเจียงเจ้อแล้ว
ฉิงเทียนจึงได้คิดที่จะรีบกลับไปทันที จึงได้ถามกับจางชุ่ยฉิงและสามีของเขาที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ “พวกเจ้ายังมีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าจะกลับล่ะ”
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดจบ จางชุ่ยฉิงและจ้าวเซี่ยงก็มีอาการกระวนกระวายขึ้นมาทันที พวกเขานั้นเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พวกเขาก็กลัวที่จะพูดออกมา ทำให้พูดอะไรไม่ออก!
แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นสามารถมองความคิดของพวกเขาผ่านทางสีหน้าออกจึงได้พูดถาม “พวกเจ้ายังมีอะไรอีกอย่างนั้นรึ?”
“ท่านเทพเจ้าที่คะ ที่ท่านเคยบอกเอาไว้ในตอนแรก…..เรื่องขาของสามีของลูกน่ะเจ้าค่ะ” จางชุ่ยฉิงที่อดกลั้นอยู่นานในที่สุดก็พูดออกมา จ้าวเอี้ยงที่อยู่ข้างๆเองก็มองมาที่รูปของเจ้าที่ด้วยสายตาที่เร่าร้อน มีใครบ้างที่ไม่อยากมีร่างกายที่เป็นปกติ
มีใครที่อยากพิการบ้างต้องให้คนอื่นมาคอยดูแล เทพเจ้าที่เคยบอกว่าจะรักษาขาของเขาให้หาย! ซึ่งสิ่งที่ฉิงเทียนได้ลั่นวาจาเอาไว้ยังคงจำอยู่ในหัวของทั้งสองคนเสมอ
ฉิงเทียนจึงได้ตบหัวของเขาเมื่อถูกถามโดยจางชุ่ยฉิง และคิดว่าเขาลืมไปได้อย่างไร
ว่าแล้วเขาก็ได้หยิบเอายารักษากระดูกที่เขาเพิ่งปรุงขึ้นมาออกมาจากในแหวนเก็บของ และด้วยการดีดนิ้วของเขา ยารักษากระดูกก็ได้กลายเป็นผงยาจำนวนมากและหล่นลงไปในกระถางธูป
แน่นอนว่าจางชุ่ยฉิงกับสามีที่เป็นคนธรรมดาๆนั้นจะมองไม่เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
“พวกเจ้านำผงธูปนี้กลับไปที่บ้าน ผสมมันกับน้ำแล้วดื่มสามครั้งต่อวัน แล้วในหนึ่งสัปดาห์ขาของเจ้าก็จะหายดี!” ฉิงเทียนกล่าว จริงๆแล้วยารักษากระดูกนั้นหากมนุษย์ได้ทานเข้าไป ขาของเขานั้นก็จะหายเป็นปลิดทิ้งทันที และไม่เพียงแต่จะหายดีแล้วแต่ยังทำให้ขาแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิมอีก
แต่ฉิงเทียนได้เรียนรู้มาจากเทพองค์อื่นแล้วว่าการให้สาวกดื่มผงธูปเข้าไปนั้น จะทำให้ดูลึกลับมากกว่า และทำให้เหล่าสาวกเต็มไปด้วยความเลื่อมใสมากขึ้น
“ขอบคุณท่านเทพเจ้าที่มาก ขอบคุณท่านเทพเจ้าที่มาก!” แล้วทั้งสองคนก็ก้มหัวอย่างตื่นเต้น และพากันคำนับกับพื้น
แล้วพลังศรัทธามากมายก็ได้ลอยเข้ามาหาฉิงเทียน พลังศรัทธานี้แม้จะเล็กน้อย! แต่ก็มีโอกาสที่เขาจะได้มาเป็นปริมาณมาก เมื่อจางชุ่ยฉิงและสามีช่วยกันโฆษณาให้เขา
เป็นที่รู้กันดีว่าขาของจ้าวเอี้ยงนั้นพิการไปแล้ว ถ้าเกิดว่าจู่ๆขาของจ้าวเอี้ยงนั้นกลับหายขึ้นมาล่ะก็ จะต้องมีคนจำนวนมากที่อยากจะรู้เรื่องนี้แน่ๆ แล้วเมื่อถึงตอนนั้นทั้งสองคนก็จะช่วยเขาเผยแพร่เอง
แล้วจากนั้นผู้คนก็จะแห่กันมาหาเขาเพื่อขอให้เขาช่วยให้สมหวัง แล้วสาวกของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราก็จะรวบรวมพลังศรัทธาได้มากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
ส่วนเรื่องของการช่วยสาวกให้สมหวังได้ทั้งหมดนั้น ฉิงเทียนไม่เคยคิดถึงมันเลย อย่างไรเสียเขาก็มีพลังจำกัด มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะช่วยให้ทุกคนสมหวังได้ และอีกประการคือมันทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความลึกลับ ถ้าเกิดทุกคนสมหวังกันหมด ก็จะไม่มีใครมาเคารพเขาอีกกันพอดี
ดั่งที่เขาว่าเอาไว้ ของยิ่งหายากก็ยิ่งแพง แล้วยิ่งไปกว่านั้นผู้คนล้วนมีความโลภอยู่ในตัว และหากหน้ามืดทำให้ทุกคนสมหวังไปก็ไม่ทำให้พวกเขาเกิดศรัทธาในตัวเขาขึ้นมา
“เอาล่ะ ข้าไปล่ะนะ!” แล้วฉิงเทียนก็ได้คืนจิตเทพกลับสู่ร่างของเขาแล้วลืมตาขึ้นมา
ณ ศาลเทพเจ้าที่ จางชุ่ยฉิงได้ค่อยๆเทขี้เถ้าจากในกระถางธูปลงไปในกล่องอย่างระวังโดยไม่ได้หกแม้แต่น้อย
“ระวังๆนะ!” จ้าวเอี้ยงมองดูการกระทำของจางชุ่ยฉิงอย่างกระวนกระวาย นี่คือยาของเทพที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของเขาว่าเขาจะกลับมายืนขึ้นอีกครั้งได้หรือไม่