วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 101 ปรากฏการณ์กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 101 ปรากฏการณ์กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก
บทที่ 101 ปรากฏการณ์กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก
โจวหมินไม่ได้แยแสต่อท่าทีของหลิวเฟยซิงแม้แต่น้อย ยามนี้สายตาของนางจดจ่ออยู่เพียงหลี่เสวี่ยโหรวที่กำลังบรรจงพันแผลให้ตนอย่างแผ่วเบา
หยางซวีจ้องเขม็งไปยังหลิวเฟยซิงด้วยแววตาเย็นเยียบ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นหนาวเหน็บเสียดกระดูก
“เพิ่งจะนึกอยากขอโทษเอาป่านนี้หรือ? เมื่อครู่กระบี่ของเจ้าทุกกระบวนท่าล้วนเล็งจุดตาย หมายปลิดชีพไม่รั้งรอ หากศิษย์พี่ร่วมสำนักซู่ซันของข้าไม่มาทันเวลา เจ้าคงลงมือสังหารพวกข้าทิ้งไปแล้วใช่หรือไม่!”
แม้ในทางนิตินัย เมิ่งฝานจะเป็นเพียงศิษย์นอกประตู ทว่าเรื่องที่น่าเหลือเชื่อคือ ศิษย์ซู่ซันที่ย่างกรายเข้าสู่ดินแดนอสูรในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายในหรือศิษย์แกนกลาง ต่างพร้อมใจกันเรียกขานเขาว่า ‘ศิษย์พี่’ ด้วยความเต็มใจ
“ผู้แข็งแกร่งย่อมได้รับการคารวะ” คำกล่าวนี้ไม่เคยล้าสมัย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม!
เมื่อถูกหยางซวีเค้นถาม หลิวเฟยซิงพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบประแจงอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่ท่านเข้าใจผิดแล้ว เมื่อครู่ข้าเพียงถูกอารมณ์ชั่ววูบเข้าครอบงำ เพราะถูกเจ้าหมีขาวตัวนี้ยั่วโมโหจนขาดสติ ข้าจะกล้ามีความคิดชั่วช้าหมายสังหารพวกท่านได้อย่างไร?”
“จะมีเจตนาสังหารหรือไม่ ใจเจ้าย่อมรู้ดีที่สุด!” หยางซวีแค่นเสียงเย็น
“หากศิษย์พี่ยังมีเพลิงโทสะค้างคาใจ จะฟันข้าสักกี่กระบี่เพื่อระบายความอัดอั้นก็ได้ ข้าขอยืนยันว่าจะไม่ลงมือตอบโต้แม้แต่ครึ่งกระบวนท่า” หลิวเฟยซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแววตาที่ดูจริงใจอย่างยิ่ง
หยางซวีโกรธจนกัดฟันกรอด “เจ้ารู้ทั้งรู้ว่าตอนนี้ข้าสิ้นเรี่ยวแรงถึงขีดสุด ลำพังแค่จะยกกระบี่ยังทำได้ยากเย็น แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปฟันเจ้า!”
หลิวเฟยซิงก้มหน้าลงอย่างนอบน้อม ซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์ไว้ภายใต้ท่าทีสำนึกผิด
“ข้าน้อยรู้ซึ้งถึงความผิดแล้วจริง ๆ หวังเพียงศิษย์พี่จะเมตตาให้โอกาสข้าได้ไถ่โทษ”
คนอยู่ใต้ชายคา มิอาจไม่ก้มหัว
ยิ่งเป็นคนหน้าหนาและปลิ้นปล้อนเพียงใด ก็ยิ่งเชี่ยวชาญในการโอนอ่อนเพื่อหาทางถอยให้ตนเองมากเท่านั้น
เมิ่งฝานมองดูงิ้วฉากนี้พลางแค่นหัวเราะในลำคอ “ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดได้เช่นนี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครา ขอเพียงรับกระบี่จากข้าหนึ่งที หนี้แค้นทั้งหมดถือเป็นอันสิ้นสุด”
“ตกลง ถ้าเช่นนั้นขอเชิญศิษย์พี่ลงมือได้เลย!” หลิวเฟยซิงรีบตอบรับทันควันด้วยความดีใจลึก ๆ เพราะกลัวว่าเมิ่งฝานจะเปลี่ยนใจเสียก่อน
หลิวเยียนผิงที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้างรีบกล่าวเสริม “เมิ่งฝาน รบกวนเจ้าช่วย ‘สั่งสอน’ เขาให้หนัก ๆ ด้วย อย่าลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับข้าล่ะ”
หลิวเฟยซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาปรายตาไปมองหลิวเยียนผิงด้วยความฉงน ก่อนจะถามออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่า
“ศิษย์น้องหญิงคนนี้ ดูเหมือนพวกเราจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนะ?”
เขาลืมนางไปเสียสนิทใจ!
หลิวเยียนผิงถึงกับตัวสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะ ศัตรูที่นางจดจำทุกลมหายใจและเฝ้าแค้นเคืองมาตลอด กลับหลงลืมนางไปจนสิ้น
การถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้… ช่างเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกยิ่งกว่าสิ่งใด!
“นางจะเป็นใครไม่สำคัญ… สำคัญที่เจ้าต้องรับกระบี่ของข้าให้ได้ก็พอ” เมิ่งฝานเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาเริ่มฉายแววความรำคาญใจ
“ถ้าเช่นนั้น เชิญศิษย์พี่สำแดงฝีมือ” หลิวเฟยซิงประสานมือคารวะด้วยท่วงท่าสุภาพอ่อนน้อม หากผู้ใดไม่ทราบถึงสันดานดิบอันชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใน ย่อมต้องถูกรูปลักษณ์จอมปลอมนี้ตบตาเข้าอย่างจัง
เมิ่งฝานขยับมือขวา นิ้วหัวแม่มือดีดกระดิกเข้าที่โกร่งดาบเบา ๆ เสียง ‘เคร้ง’ กังวานใสพร้อมกับที่ ‘กระบี่หงชี่’ พุ่งออกจากฝักดุจมังกรขยับกาย
เจตจำนงแห่งกระบี่วารีคลั่ง!
ในเมื่อตั้งใจจะล้างแค้นแทนหลิวเยียนผิง เขาย่อมต้องใช้กระบวนท่าที่นางคุ้นเคยเป็นธรรมดา
สีหน้าของหลิวเฟยซิงพลันเปลี่ยนไปทันที เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเปิดฉากด้วยการปลดปล่อย ‘เจตจำนงแห่งกระบี่’ ตั้งแต่เริ่ม แม้เหล่าอัจฉริยะในดินแดนอสูรจะพอมีผู้ที่สัมผัสถึงขั้นนี้ได้บ้าง แต่พลังกดดันที่แผ่ออกมาจากเมิ่งฝานนั้นหนักหน่วงจนเขามิอาจประมาทได้
หลิวเฟยซิงวาดกระบี่สวนกลับในพริบตาเพื่อต้านรับ ท่ามกลางวิถีกระบี่ที่พาดผ่าน กลิ่นอายสายหนึ่งที่เยือกเย็นและตายซากก็ระเบิดออกมา
เจตจำนงแห่งกระบี่ไท่ซั่งไร้รัก!
คิ้วของเมิ่งฝานขมวดมุ่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง
หากจะกล่าวอย่างไม่โอ้อวด กระบวนกระบี่ที่เขาเคยผ่านตาและฝึกฝนมานั้นมีมากกว่าร้อยสำนัก หรืออาจทะลุไปถึงหลายร้อยวิชาแล้วด้วยซ้ำ และในบรรดาวิชาทั้งหมดนั้น ‘กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก’ คือวิชาที่เมิ่งฝานรังเกียจเข้ากระดูกดำที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แน่นอนว่ามันทรงพลังจัดอยู่ในห้าอันดับแรกของทำเนียบวิชาที่เขาครอบครอง แต่นั่นยิ่งทำให้เขาสะอิดสะเอียนวิชานี้มากขึ้นไปอีก!
ในการประลองที่เขาซู่ซันคราวก่อน หลิวเฟยซิงยังไปไม่ถึงขั้นที่สามารถสร้าง ‘เจตจำนง’ ของวิชานี้ได้ ทว่าตอนนี้… เจ้าคนชั่วช้านี่กลับบรรลุมันแล้ว!
ทว่าราคาของการเข้าถึงแก่นแท้แห่งวิชานี้ช่างโหดเหี้ยม ผู้ฝึกต้องลงมือ สังหารผู้ที่ตนรักที่สุด ด้วยมือตนเอง!
ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา ผู้ให้กำเนิด หรือคู่ชีวิตและบุตรธิดา
การปลิดชีพสายเลือดและคนรักเพื่อบรรลุวิถีกระบี่ คือสิ่งที่สิ้นไร้ซึ่งมนุษยธรรมอย่างที่สุด
“คนผู้นี้… ไม่คู่ควรจะถูกเรียกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ!”
เคร้งงงงง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาท ประกายไฟสาดกระจายประดุจดาวตก หลิวเฟยซิงถูกแรงปะทะมหาศาลกระแทกจนต้องถอยกรูดไปสามก้าว ใบหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มจอมปลอมบัดนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่คมกระบี่นี้ของเมิ่งฝาน เขารับได้จริง ๆ!
เมิ่งฝานยืนสงบนิ่งไม่ไหวติง จ้องมองหลิวเฟยซิงด้วยสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ต้องยอมรับว่า ‘กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก’ นั้นทรงพลังยิ่งนัก แม้รากฐานวิถีกระบี่ของเมิ่งฝานจะสูงส่งกว่าหลิวเฟยซิงอยู่มาก แต่เมื่อครู่เขาใช้เพียง ‘กระบี่วารีคลั่ง’ เข้าจู่โจม อีกทั้งในดินแดนภูตปีศาจแห่งนี้ พลังบำเพ็ญถูกจำกัดจนสิ้น การที่เขาสามารถใช้เพียงกระบี่วารีคลั่งบีบให้ผู้ใช้กระบี่ไท่ซั่งไร้รักต้องถอยร่นได้นั้น ก็นับว่าสะท้านฟ้าดินแล้ว
“ท่านพี่ลั่นวาจาไว้แล้ว เมื่อผู้น้องโชคดีรับกระบี่นี้ได้ ก็ควรถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้วใช่หรือไม่?” หลิวเฟยซิงเอ่ยพลางปั้นยิ้มประจบ ท่วงท่าดูรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวอย่างชัดเจน
เมิ่งฝานหันไปถามหยางซู่ “เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
หยางซู่มองสีหน้าของหลิวเฟยซิง แม้ในใจจะคุกรุ่นด้วยโทสะ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้เขาก็ไม่อาจแค้นเคืองสิ่งใดได้อีก “เมื่อครู่ท่านพี่กล่าวไว้ว่า หากเขารับกระบี่ได้หนึ่งกระบวนท่าก็จะปล่อยไป ในเมื่อเขาทำได้ ข้าก็ไม่มีข้อขัดข้อง” เขาเป็นคนรู้ความ ในเมื่อเมิ่งฝานช่วยชีวิตเขาไว้ ย่อมไม่อาจทำให้ผู้มีพระคุณต้องเสียสัตย์
ส่วนโจวหมินที่บาดเจ็บสาหัสกำลังเร่งรักษาตัว จึงไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ เมิ่งฝานเบนสายตาไปทางหลิวเยียนผิง สาวน้อยเพียงยักไหล่อย่างไม่แยแส เมิ่งฝานได้แต่ลอบถอนใจ เดิมทีเขาคิดจะยืมมือผู้อื่นเป็นคนร้ายแทนตน แต่ดูท่าแล้วบทนี้เขาคงต้องแสดงเองเสียแล้ว
หากหลิวเฟยซิงไม่ได้ใช้กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก เมิ่งฝานย่อมปล่อยเขาไปอย่างไม่ใยดี แต่น่าเสียดาย… ที่คนผู้นี้กลับเลือกใช้กระบี่ที่เมิ่งฝานรังเกียจเข้ากระดูกดำ!
ภาพความทรงจำจาก ‘กระบี่สังหารเฮยเฟิง’ ยังคงตราตรึง ภาพที่หลี่ชิงอวิ๋นสังหารภรรยาและบุตรเพื่อบรรลุวิถีกระบี่ไร้รักนั้นยังคงเป็นบาดแผลในใจเขา แม้จวบจนบัดนี้ เมล็ดพันธุ์แห่งกระบี่ไท่ซั่งไร้รักยังคงฝังรากอยู่ในกายเขา ความเจ็บปวดที่ได้รับรู้ในตอนนั้นไม่ใช่เพียงฐานะผู้สังเกตการณ์ แต่เขารู้สึกราวกกับประสบด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะปลิดชีพหลี่ชิงอวิ๋นเสียให้สิ้น
และบัดนี้ คนที่บรรลุวิถีกระบี่อัปยศนี้กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าเขาอีกคน
ไม่ว่ามันจะสังหารบิดา ฆ่าภรรยา หรือปลิดชีพบุตรของตนเองเพื่อความยิ่งใหญ่ ล้วนเป็นสิ่งที่เมิ่งฝานชิงชังถึงขีดสุด!
หากปล่อยมันไป เมิ่งฝานย่อมไม่อาจสงบใจได้ ในเมื่อขัดหูขัดตานัก ก็จงสับมันให้เป็นจลาจลเสีย
นิสัยดั้งเดิมของเมิ่งฝานนั้น ยอมให้โลกเดือดร้อน ดีกว่ายอมให้ตนเองขุ่นมัว
“ขออภัยด้วย ที่มาเจอข้าถือว่าเจ้าโชคร้ายเอง วันนี้อย่าหวังว่าจะรอดไปได้แม้แต่ครึ่งก้าว!”