วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 167 หงชี่ผู้โศกเศร้าเสียใจ
บทที่ 167 หงชี่ผู้โศกเศร้าเสียใจ
กระบี่แพะแดง!
นี่คือกระบี่อาคมที่ผู้อาวุโสหลินมอบให้แก่เมิ่งฝาน
มันคือกระบี่อาคมที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณกระบี่ และผู้บำเพ็ญระดับเทียนหยวนก็สามารถใช้งานได้
อีกทั้งยังเป็นกระบี่คู่กายที่ศิษย์พี่ของเมิ่งฝาน ผู้ที่เขาไม่เคยพบหน้าเคยใช้งานมาก่อน
ศิษย์พี่ผู้นั้นได้ล่วงลับไปแล้ว ชาตินี้เมิ่งฝานคงไม่มีโอกาสได้พบเจออีก
ดังนั้น การชักกระบี่แพะแดงของศิษย์พี่ออกมาเป็นครั้งแรกนี้ เขาจะไม่มีวันทำให้มันต้องมัวหมองเด็ดขาด!
ในเวลาเดียวกัน กระบี่หงชี่ที่ข้างเอวของเมิ่งฝานก็หลุดออกจากฝักเองโดยอัตโนมัติ กลายเป็นลำแสงกระบี่ที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
กระบี่หงชี่คือกระบี่บินประจำกายของเมิ่งฝาน ช่วงเวลาที่ผ่านมามันได้ดูดซับต้นกำเนิดแห่งกระบี่ไปไม่น้อย ยามนี้จึงแข็งแกร่งกว่ากระบี่วิญญาณทั่วไปมากนัก
ทว่าหากเทียบกับกระบี่อาคมแล้ว ก็ยังคงมีช่องว่างที่ห่างชั้นกันอยู่ไม่น้อย!
ในยามนี้เมิ่งฝานเตรียมจะสังหารมารร้ายระดับหนิงตานผู้นี้ ย่อมต้องทุ่มสุดกำลัง ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะปกปิดหรือซ่อนเร้นกระบี่แพะแดงที่แข็งแกร่งกว่าเล่มนี้ไว้
“กระชากวิญญาณ!” ในพริบตานั้นเอง บุรุษชุดดำฝั่งตรงข้ามกวัดแกว่งธงทารกผีในมือพลางแผดเสียงตะโกนก้อง
ทันใดนั้น เสียงหวีดร้องโหยหวนแหลมสูงก็ดังแว่วมา
คล้ายเสียงทารกร้องไห้ และคล้ายเสียงแมวร้องอย่างพิสดาร
เสียงเหล่านั้นจะคล้ายสิ่งใดนั้นหาใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญคือเสียงเหล่านี้ช่างสยดสยองยิ่งนัก
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ภายในหัวสมองพลันบังเกิดความเจ็บปวดราวกับจะฉีกขาด ทำให้จิตใจไม่อาจสงบและเยือกเย็นลงได้
ธงทารกผีผืนนี้ คือการโจมตีทางจิตวิญญาณรูปแบบพิเศษ!
การจู่โจมเช่นนี้ยากจะป้องกัน นับว่าจัดการได้ยากลำบากจริง ๆ
มิต้องกล่าวถึงสิ่งอื่น เย่ชิงอวี๋ที่นั่งรักษาตัวอยู่บนพื้น ยามนี้กำลังเอามือกุมหู ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลทะลักออกจากปาก ก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น
ส่วนเสี่ยวชิงที่เดิมทีพุ่งเข้าหาบุรุษชุดดำ ก็ร่วงลงสู่พื้นเสียงดัง ‘โครม’ จนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ร่างกายของสัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งก็จริง ทว่าในด้านพลังจิตวิญญาณเมื่อเทียบในระดับเดียวกันแล้วกลับอ่อนด้อยกว่าเล็กน้อย
เมื่อบุรุษชุดดำใช้ออกด้วยการจู่โจมจากธงทารกผีที่ตนถนัด ผลลัพธ์จึงปรากฏชัดเจนทันตาเห็น!
“พวกเจ้าจงตายให้หมดซะ!”
มันแสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหารและความสะใจ หลังจากต้องอดสูมาเนิ่นนาน ในที่สุดมันก็ได้ระบายความแค้นเสียที
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ การใช้ธงทารกผีนี้จะมีผลข้างเคียงตามมา อย่างน้อยต้องกักตัวบำเพ็ญเพียรนานถึงหนึ่งเดือนจึงจะพอปรับสมดุลกลับมาได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากใช้ธงทารกผีบ่อยครั้ง ผลข้างเคียงบางอย่างจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และจะสะสมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
นั่นคือเหตุผลที่ตอนแรกมันมิเต็มใจจะใช้งานธงนี้ ทว่ายามนี้หากไม่ใช้ก็คงไม่ได้แล้ว
หากถูกมังกรตัวนี้กินเข้าไปจริง ๆ นั่นคงมิใช่แค่เรื่องของผลข้างเคียงอีกต่อไป
“หงชี่!!!”
เมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวเจียนขาดใจในสมอง จึงแผดเสียงคำรามออกมา
หงชี่เองก็เชี่ยวชาญการโจมตีทางจิตวิญญาณเช่นกัน หากนางลงมือ ย่อมสามารถยื้อเวลาอันสั้นให้เขาได้ เพื่อให้เขาไม่ได้รับผลกระทบ
สิ้นเสียงคำรามของเมิ่งฝาน เงาร่างเสมือนของหงชี่ก็ลอยละล่องออกมาจากกระบี่หงชี่
วินาทีต่อมา ความเจ็บปวดในสมองของเมิ่งฝานก็มลายหายไปสิ้น
“เจ้านาย ข้าสามารถต้านทานธงผีผืนนี้ได้นานที่สุดเพียงยี่สิบวินาทีเท่านั้นเจ้าค่ะ!” หงชี่กล่าวออกมาด้วยแรงกดดันมหาศาล
เมิ่งฝานแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ยี่สิบวินาที เพียงพอแล้ว”
ความจริงแล้ว ต่อให้มีเพียงสิบวินาทีหรือแม้แต่ห้าวินาที ก็เพียงพอแล้ว!
หากเขาจะฆ่าคน ขอเพียงกระบี่เดียวก็เกินพอ
หากกระบี่เดียวสังหารไม่ได้ ต่อให้ให้เวลาเขามากกว่านี้ก็ยังสังหารไม่ได้อยู่ดี
‘เคล็ดหมื่นกระบี่’
‘กระบี่สวรรค์’
‘สิบทิศดับสูญ’
‘ฟ้าดินไร้เมตตา’
เมิ่งฝานฟันกระบี่ออกไปหนึ่งครา พร้อมกับอานุภาพกระบี่สี่ชนิดที่ระเบิดและซ้อนทับเข้าด้วยกัน
เคล็ดหมื่นกระบี่และกระบี่สวรรค์ คือสุดยอดวิชากระบี่แห่งซูซาน มีเพียงศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักเท่านั้นที่มีสิทธิ์เรียนรู้ แม้แต่ผู้อาวุโสคุมกระบี่ที่มีฐานะสูงส่งอย่างผู้อาวุโสหลินก็ยังมิเคยได้เรียนวิชาทั้งสองนี้
ดังนั้น อานุภาพของวิชากระบี่ทั้งสองนี้ย่อมมิต้องสงสัย!
ส่วนวิชาสิบทิศดับสูญและฟ้าดินไร้เมตตาในฐานะท่าที่สองและสามของวิชาหมื่นกระบี่คืนสำนักที่เมิ่งฝานคิดค้นขึ้นเองนั้น นับเป็นการรวมจุดเด่นของร้อยสำนัก และหยิบยืมวิถีกระบี่ดั้งเดิมมาใช้ได้อย่างถึงขีดสุด
วิชากระบี่ทั้งสี่ที่ใช้ออกพร้อมกัน อานุภาพกระบี่ทั้งสี่ระเบิดพลังส่งเสริมซึ่งกันและกัน…
อานุภาพกระบี่นี้ของเมิ่งฝาน หาได้อ่อนด้อยไปกว่าท่าสังหารในระดับจิตวิญญาณกระบี่เลยแม้แต่น้อย
ความจริงด้วยความช่วยเหลือจากหงชี่ เมิ่งฝานย่อมบรรลุถึงขั้นจิตวิญญาณกระบี่ได้
ทว่ายามนี้หงชี่จำต้องต้านทานธงทารกผีอยู่ นางจึงไม่อาจช่วยเขาส่งเสริมขั้นจิตวิญญาณกระบี่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น การสังหารมารร้ายระดับนี้ เมิ่งฝานรู้สึกว่ามันยังไม่คู่ควรให้เขาต้องใช้ออกด้วยขั้นจิตวิญญาณกระบี่
กระบี่แพะแดงในมือเมิ่งฝานฟันลงใส่บุรุษชุดดำจากระยะไกล
ปราณกระบี่สายหนึ่งที่บดบังได้แม้กระทั่งผืนฟ้าและดวงตะวัน ประหนึ่งทางช้างเผือกที่พลิกกลับด้าน พุ่งทะยานลงมาอย่างบ้าคลั่ง
กระบี่สายนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับเทียนหยวนไปอย่างสิ้นเชิง และมิได้ก้าวข้ามไปเพียงแค่ก้าวสั้น ๆ เท่านั้น
“คนที่ต้องตาย คือเจ้า” แววตาของเมิ่งฝานเย็นเยียบ จิตสังหารแผ่ซ่าน
ฝั่งตรงข้าม บุรุษชุดดำสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
มันสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่สายนี้ อานุภาพของมันถึงกับทำให้หัวใจของมันสั่นท้านด้วยความขวัญผวา
เป็นไปได้อย่างไร?
เจ้าเด็กนี่ภายใต้การโจมตีของธงทารกผี ยังสามารถระเบิดการจู่โจมระดับนี้ออกมาได้อีกรึ?
ผีหลอกชัด ๆ!!!
วินาทีต่อมา ศีรษะของบุรุษชุดดำก็หลุดกระเด็น
มันไปพบผีจริง ๆ เสียแล้ว
เงาร่างขนาดมหึมาวูบผ่าน ร่างไร้หัวของบุรุษชุดดำถูกเสี่ยวชิงงับลงท้องไปในคำเดียว จากนั้นมันจ้องมองศีรษะที่ตกอยู่บนพื้นพลางลังเลเล็กน้อย
เพราะกะโหลกศีรษะนั้นค่อนข้างแข็ง กินแล้วไม่ค่อยลื่นคอนัก
ทว่าความลังเลเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ เมื่อนึกถึงว่าไอ้สารเลวนี่เพิ่งทำมันเจ็บเมื่อครู่ แววตามันก็ทอประกายดุร้าย อ้าปากงับศีรษะของบุรุษชุดดำลงท้องไปทันที
กรุบกรอบ รสชาติไม่เลวทีเดียว เสียแค่มันขัดฟันไปหน่อย
เมิ่งฝานยืนจ้องมองภาพนั้นอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าไร้ความรู้สึกและมิได้เข้าห้ามปราม
การกินคนย่อมผิดหลักมนุษยธรรม
ทว่าเสี่ยวชิงเป็นสัตว์ มิใช่คน
อีกทั้งคนผู้นี้สิ้นไร้มโนธรรม ไม่คู่ควรจะถูกเรียกว่าคนด้วยซ้ำ
ตายแล้วถูกกลืนลงท้อง ก็นับว่าปรานีมันมากแล้ว!
เดรัจฉานเช่นนี้ควรถูกถลกหนังและกลืนกินทั้งเป็น ให้มันได้รับรู้ถึงความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด แต่น่าเสียดายที่เจ้าเสี่ยวชิงนี่ดันทำพลาดไปหน่อย
ช่วยมิได้ อย่างไรเสียเสี่ยวชิงก็เพิ่งเข้าสู่ระดับมหาอสูร การปะทะกับยอดฝีมือระดับหนิงตานแล้วตกเป็นรองบ้างก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ
เมิ่งฝานมิได้สนใจเสี่ยวชิง เขาหันไปมองเงาร่างเสมือนของหงชี่พลางยิ้มกล่าวว่า
“ยี่สิบวินาทีนานเกินไป ข้าขอเพียงห้าวินาทีก็พอ!”
หงชี่ย่อตัวคารวะเมิ่งฝานพลางกล่าวว่า “วิชากระบี่ของเจ้านายเข้าขั้นเทพเซียน การสังหารมารกระจอกตัวนี้ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายราวกับหยิบของในกระเป๋าเจ้าค่ะ”
นี่มิอาจนับว่าเป็นเรื่องง่ายดายเสียทีเดียว เพราะต้องออกแรงไปไม่น้อย
อย่างน้อยการทำให้หงชี่ต้องออกแรงต้านทานธงทารกผีนั้น ก็นับว่าเกินความคาดหมายของเมิ่งฝานไปบ้าง
“เจ้ากลับเข้าไปพักผ่อนในกระบี่หงชี่ก่อนเถิด เมื่อครู่เจ้าคงเสียพลังจิตไปมาก” เมิ่งฝานกล่าวกับหงชี่
การที่หงชี่ต้านทานธงทารกผีนั้น ดูภายนอกเหมือนทำได้ง่าย ๆ สบาย ๆ
ทว่าในความเป็นจริง นางย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยแน่นอน
“เจ้าค่ะ เจ้านาย!” หงชี่กล่าวอย่างนอบน้อม
ทว่าก่อนจะกลับเข้าสู่กระบี่หงชี่ นางอดมิได้ที่จะเหลือบมองเย่ชิงอวี๋ที่นอนสลบอยู่บนพื้น
ต้องยอมรับเลยว่า ศิษย์พี่หญิงเย่แห่งหอปรุงยาสำนักซูซานผู้นี้ ช่างงดงามล้ำเลิศจริง ๆ
มิน่าเล่าในช่วงที่ผ่านมา เจ้านายถึงได้อยู่คลุกคลีกับศิษย์พี่หญิงเย่ผู้นี้ทั้งวันทั้งคืน
หากข้าเป็นบุรุษ ข้าก็คงอยากอยู่เคียงข้างโฉมงามเช่นนี้ตลอดเวลาแน่นอน
น่าเสียดาย นอกจากข้าจะมิใช่บุรุษแล้ว ข้ายังมิอาจเรียกตนเองว่าเป็นมนุษย์ได้ด้วยซ้ำ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หงชี่ก็รีบมุดกลับเข้าสู่กระบี่หงชี่ทันที
นางแอบโศกเศร้าเสียใจอยู่เพียงลำพัง…