วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 166 ยามที่เมิ่งฝานชักกระบี่แพะแดง…
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 166 ยามที่เมิ่งฝานชักกระบี่แพะแดง…
บทที่ 166 ยามที่เมิ่งฝานชักกระบี่แพะแดง…
หากเสี่ยวชิงงับโดนบุรุษชุดดำเข้าจริง ๆ บุรุษชุดดำย่อมต้องไม่รอดแน่นอน!
เขาจะต้องถูกกลืนลงท้องและกลายเป็นกากอาหารอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าน่าเสียดายนักที่เสี่ยวชิงงับพลาด
ช่วยไม่ได้ที่ร่างกายของมันใหญ่โตเกินไป ซึ่งนั่นย่อมทำให้มันขาดความคล่องตัวเป็นธรรมดา
ในจังหวะที่เสี่ยวชิงพุ่งเข้าใส่นั้น บุรุษชุดดำพลันเบี่ยงกายหลบ และเพียงพริบตาเดียวเขาก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของเมิ่งฝาน
จะจับโจรต้องจับหัวหน้า!
ในเมื่อเจ้ามังกรตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงของไอ้เด็กตรงหน้า เช่นนั้นเขาก็ควรสังหารเจ้าเด็กนี่ก่อน
ไม่แน่ว่าหลังจากฆ่าเจ้าเด็กนี่แล้ว เขาอาจไม่จำเป็นต้องสู้ตายกับมังกรตัวนี้อีกต่อไป
เพราะเขารู้ดีว่า สัตว์อสูรจำนวนมากถูกบังคับให้เป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ พวกมันมิได้เต็มใจและมิได้มีความผูกพันลึกซึ้งอันใด
เมื่อมนุษย์ตายลง พวกมันย่อมเป็นอิสระประหนึ่งปลาคืนสู่สมุทร นกคืนสู่เวหา ไม่มีทางคิดล้างแค้นให้เจ้านายคนก่อนแน่นอน
ความคิดนี้อันที่จริงก็มิได้ผิดนัก
ทว่าน่าเสียดายที่เสี่ยวชิงและเมิ่งฝานทำพันธสัญญาเลือดที่ไม่เท่าเทียมกันไว้ ชีวิตของมันได้ผูกติดกับเมิ่งฝานไปเสียแล้ว
หากเมิ่งฝานถูกฆ่า มันเองก็ต้องตาย
แต่หากมันตาย เมิ่งฝานกลับไม่ตาย
ช่างเป็นพันธสัญญาที่ไม่ค่อยยุติธรรมนักจริง ๆ
ไม่ว่าอย่างไร เสี่ยวชิงย่อมไม่มีวันยอมให้ผู้ใดฆ่าเมิ่งฝาน!
ดังนั้นเมื่อบุรุษชุดดำข้ามผ่านมันไปปรากฏตัวตรงหน้าเมิ่งฝาน มันจึงบันดาลโทสะขึ้นมาทันที
ในขณะที่เสี่ยวชิงบิดกายหันกลับมา บุรุษชุดดำก็ชักดาบออกหมายจะฟันเมิ่งฝานให้ขาดเป็นสองท่อน
เสี่ยวชิงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธแค้น ในความรีบร้อนนั้นมันสะบัดหางเทพมังกรฟาดใส่บุรุษชุดดำอย่างรุนแรง
การสะบัดหางครั้งนี้ หนาราวกับลำต้นของต้นไม้ใหญ่เลยทีเดียว
หากถูกฟาดเข้าจัง ๆ ย่อมสามารถฟาดจนวิญญาณของบุรุษชุดดำหลุดออกจากร่าง
ฟาดให้ตายคาที่!
แน่นอนว่าหลังจากฟาดตายแล้ว มันก็ยังคงจะงับเข้าปากเพื่อลิ้มรสอย่างเอร็ดอร่อย
พวกที่เพิ่งตายใหม่ ๆ ยังไม่เหม็น และยังคงโอชะ!
ทว่าน่าเสียดาย เช่นเดียวกับการงับเมื่อครู่ การฟาดหางครั้งนี้ก็พลาดเป้าไปเช่นกัน
นี่เป็นเรื่องที่ทั้งน่าอับอายและน่าโมโหยิ่งนัก
ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้สึกเสียหน้าและอัปยศ
ตั้งแต่อยู่กับเมิ่งฝานมา นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวชิงได้ออกรบแทนเจ้านาย
ศึกนี้คือศึกพิสูจน์ชื่อเสียงของมัน เป็นเวลาที่มันจะได้สำแดงพลังและความสามารถให้ประจักษ์
ทว่าผลจากการจู่โจมต่อเนื่องสองครั้งกลับดูประหนึ่งเรื่องตลก แม้แต่เส้นขนของศัตรูก็ยังมิอาจแตะต้องได้ ช่างขายหน้าสิ้นดี!
เรื่องเช่นนี้เสี่ยวชิงจะทนได้อย่างไร?
หากวันนี้มิได้กินไอ้หมอนี่เข้าไป มันก็ไม่คู่ควรจะเป็นมังกรอีกต่อไป วันหน้าคงทำได้เพียงเรียกตัวเองว่าเป็นแค่ ‘งู’ เท่านั้น!
โฮก~~~~~
เสี่ยวชิงคำรามก้องด้วยความโกรธแค้น คมเขี้ยววายุหลายสายพุ่งออกจากปากของมัน
การฟาดหางเมื่อครู่แม้จะมิถูกตัวบุรุษชุดดำ แต่ก็บีบให้เขาต้องหลบเลี่ยง จนไม่มีเวลาลงมือกับเมิ่งฝาน
ยามนี้คมเขี้ยววายุที่พุ่งออกจากปากเสี่ยวชิงมีจำนวนนับสี่ถึงห้าสิบสาย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากมหาศาล
คมเขี้ยววายุจำนวนมากเช่นนี้ เข้าโอบล้อมบุรุษชุดดำไว้จนหนาแน่น
จากรอบทิศทาง ไร้ซึ่งช่องโหว่ให้เล็ดลอด
ครานี้ บุรุษชุดดำย่อมไม่มีทางหลบพ้นแน่นอน!
ทว่าการพ่นคมเขี้ยววายุออกมามากมายในคำเดียวเช่นนี้ อานุภาพย่อมต้องลดทอนลงไปบ้าง การหวังจะใช้คมเขี้ยววายุเหล่านี้สังหารบุรุษชุดดำย่อมมิใช่เรื่องที่สมเหตุสมผลนัก
แต่สำหรับเสี่ยวชิงแล้ว ขอเพียงพันธนาการศัตรูไว้ได้เพียงชั่วพริบตาเดียวก็เพียงพอ เพราะในยามที่มันพ่นคมเขี้ยววายุออกมานั้น ร่างกายของมันก็เคลื่อนไหวตามไปพร้อมกัน
กรงเล็บขวาหน้าของมันยื่นตะปบออกมาด้วยมุมองศาที่พิสดารและเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก มุ่งตรงไปที่บุรุษชุดดำผู้นั้น
อีกด้านหนึ่ง ดวงตาของเมิ่งฝานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย และแฝงไปด้วยความประหลาดใจ
เพราะเขาเห็นกลิ่นอายของวิชากระบี่อย่างหนึ่งจากกรงเล็บนี้ของเสี่ยวชิง
‘ชิงหลงท่านจว๋อ’ หรือ มังกรเขียวตะปบกรงเล็บ
นี่คือวิชากระบี่ที่เมิ่งฝานเคยเรียนรู้มาจากกระบี่วิญญาณเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นวิชากระบี่ของฮ่องเต้องค์หนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าชิงในมัชฌิมจงหยวน
นอกจากวิชาชิงหลงท่านจว๋อแล้ว ยังมีวิชากายาอริยชิงหลงซึ่งเป็นวิชาบ่มเพาะกายาที่เมิ่งฝานยังคงฝึกฝนอยู่จนถึงทุกวันนี้และให้ความสำคัญอย่างยิ่ง!
อันที่จริงวิชากระบี่ชิงหลงท่านจว๋อนั้นหาได้อ่อนด้อยไม่ เมิ่งฝานเคยร่ายรำฝึกซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวชิงลอบจดจำและเรียนรู้ไปในยามที่เมิ่งฝานกำลังฝึกซ้อมวิชานี้อยู่นั่นเอง
‘มังกรเขียวตะปบกรงเล็บ’ แม้จะเป็นวิชากระบี่ แต่จากชื่อก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการจำลองท่าทางของกรงเล็บมังกร
กรงเล็บของมังกรกับมังกรนั้นมีรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง
การที่เสี่ยวชิงสามารถหยั่งรู้บางอย่างได้จากวิชากระบี่นี้ เมิ่งฝานจึงรู้สึกประหลาดใจพอสมควร
ทั้งการหยั่งรู้และความสามารถในการเรียนรู้นี้ ช่างไม่ธรรมดาเลย!
เจ้าเสี่ยวชิงผู้นี้มีสไตล์แบบเดียวกับเขาไม่มีผิด รู้จักถ่อมตัวและแอบพัฒนาตัวเองอย่างเงียบ ๆ
มิทราบว่านอกจากวิชาชิงหลงท่านจว๋อแล้ว เจ้าตัวเล็กนี่ยังลอบเรียนรู้สิ่งใดไปจากเขาอีกบ้าง!
ยามนี้ คิ้วของบุรุษชุดดำขมวดมุ่นเข้าหากัน
เขาย่อมมิกล้ารับกรงเล็บนี้ของเสี่ยวชิงตรง ๆ แน่นอน
แม้ว่าระดับตบะของเขาจะแข็งแกร่งกว่าเสี่ยวชิงอยู่บ้าง
ทว่าในฐานะมนุษย์ หากคิดจะปะทะด้วยกำลังกับสัตว์อสูรตรง ๆ ย่อมเป็นคนโง่เง่าโดยแท้
เป็นการกระทำที่รนหาที่ตายชัด ๆ!
ดังนั้นเขาจึงยอมเสี่ยงรับคมเขี้ยววายุไม่กี่สาย ดีกว่าจะให้กรงเล็บของเสี่ยวชิงฟาดลงบนร่าง
คมเขี้ยววายุฉีกกระชากชุดคลุมสีดำของเขา และสร้างรอยแผลหลายแห่งบนร่างกายจนเลือดซึมออกมา แต่นั่นก็เป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อย หาได้เป็นเรื่องใหญ่ไม่
ทว่าบุรุษชุดดำกลับบันดาลโทสะด้วยความเดือดดาล
ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะจัดการเพียงยัยเด็กระดับเทียนหยวนคนเดียวแท้ ๆ แต่เรื่องราวกลับบานปลายไม่จบไม่สิ้น นอกจากจะมีนักกระบี่ระดับเทียนหยวนที่พิลึกพิลั่นโผล่มาแล้ว ยังมีสัตว์เลี้ยงระดับมหาอสูรโผล่มาอีกตัว
และยามนี้ ตัวเขาถึงกับต้องหลั่งเลือดและบาดเจ็บเสียแล้ว
“พวกเจ้าหาที่ตาย” บุรุษชุดดำกัดฟันกรอด เค้นคำสี่คำออกมาจากปาก
ในเวลาเดียวกัน เขาขว้างดาบหัวผีในมือทิ้งลงพื้น
สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ในมือของเขาคือ ธงขนาดใหญ่สีดำทมิฬ
พวกอาวุธประเภทดาบกระบี่นั้น เดิมทีเขามิได้เชี่ยวชาญนัก เพียงแต่พกไว้กวัดแกว่งป้องกันตัวทั่วไปเท่านั้น
อาวุธที่แท้จริงของเขาคือธงผืนใหญ่นี้ต่างหาก!
เพียงแต่สิ่งนี้มีความโหดร้ายเกินไป ทั้งชั่วร้ายและอำมหิต ผืนฟ้าดินมิอาจยอมรับได้
ทุกครั้งที่ใช้งาน ตัวเขาเองก็จะได้รับผลสะท้อนกลับอยู่บ้าง
ดังนั้นหากมิใช่คราวคับขันจริง ๆ เขาย่อมมิเต็มใจที่จะใช้อาวุธชิ้นนี้เลย
ทว่าวันนี้โชคของเขาช่างไม่ดีนัก ทั้งที่เจอเพียงเจ้าเด็กสองคน แต่กลับรับมือได้ยากลำบากถึงเพียงนี้ บีบให้เขาต้องนำวิชาที่แท้จริงออกมาใช้จนได้
“การได้ตายภายใต้ ‘ธงทารกผี’ ของข้า ถือเป็นเกียรติของพวกเจ้าแล้ว!” บุรุษชุดดำแสยะยิ้มด้วยความเย้ยหยัน
ความจริงแล้วนี่มิใช่เพียงคำถากถาง แต่มันคือสิ่งที่เขาคิดเช่นนั้นจริง ๆ
ธงทารกผีของเขานั้น โดยปกติจะสังหารเพียงทารกเท่านั้น
ผู้ใหญ่สองคนกับสัตว์หนึ่งตัวที่ได้ตายภายใต้ธงทารกผีนี้ ก็นับว่าหาได้ยากและเป็นเกียรติอย่างยิ่งจริง ๆ
ทว่าหากมองจากมุมของเสี่ยวชิง การที่บุรุษชุดดำได้ตายในปากของมัน ก็ถือเป็นเกียรติของบุรุษชุดดำเช่นกัน
เพราะอย่างไรเสีย นี่คือมนุษย์คนแรกที่มันจะได้กินเลยนะ
การได้ถูกมันกินเข้าไป นับว่าเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่เหลือคณา
และหากมองจากมุมของเมิ่งฝาน หากบุรุษชุดดำผู้นี้ได้ตายภายใต้คมกระบี่ของเขา ย่อมถือเป็นเกียรติที่มิอาจบรรยายได้ยิ่งกว่า
เพราะด้วยระดับตบะของเมิ่งฝานในยามนี้ วิชากระบี่ที่สามารถสังหารบุรุษชุดดำได้ ย่อมเป็นวิชากระบี่ระดับสุดยอดของโลกทั้งสิ้น!
ได้ตายด้วยวิชากระบี่เช่นนี้ จะไม่ให้เป็นเกียรติได้อย่างไร?
ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้จะเป็นผู้ที่มีเกียรติที่สุด ก็คงไม่มีใครรู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ
เกียรติ ย่อมเท่ากับ ความตาย!
และที่นี่ไม่มีใครอยากตายสักคนเดียว เช่นนั้นแล้วใครกันแน่ที่จะต้องตาย?
คำถามนี้อันที่จริงตอบได้ง่ายมาก…
เพราะเมิ่งฝานได้เงียบงันและชักกระบี่แพะแดงออกมาแล้ว
…