วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 175 กฎของข้า ถึงจะเป็นกฎที่แท้จริง
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 175 กฎของข้า ถึงจะเป็นกฎที่แท้จริง
บทที่ 175 กฎของข้า ถึงจะเป็นกฎที่แท้จริง
ในมุมมองของเมิ่งฝาน หากเขาสามารถได้รับมรดกสืบทอดของเซียนกระบี่โอสถผู้นี้ได้สำเร็จ เขาก็ย่อมเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงตามชื่อเรียก
การจะนำกระบี่วิญญาณเหล่านี้ไป จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
แต่หากเขาไม่สามารถผ่านการประเมินของเซียนกระบี่โอสถ และไม่สามารถเป็นผู้สืบทอดได้ เขาก็ย่อมจะไม่แตะต้องกระบี่วิญญาณเหล่านี้เช่นกัน
กฎของคนอื่นเมิ่งฝานคร้านจะใส่ใจ เขามีกฎเป็นของตนเอง!
เมิ่งฝานก้าวยาว ๆ ผ่านประตูหินเข้าไปมุ่งหน้าสู่ลานกว้าง
เบื้องหลังของเขา เย่ชิงอวี๋ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่อย่างเงียบ ๆ นางไม่กล้าก้าวตามเมิ่งฝานเข้าไป
เพราะนางรู้ดีว่าตนเองไม่มีความสามารถพอจะผ่านค่ายกลกระบี่สืบทอดมรดกนี้ได้ สู้รออยู่ข้างนอกอย่างสงบเสงี่ยมจะดีกว่า
หากวู่วามเข้าไป นอกจากจะกลายเป็นตัวเกะกะของเมิ่งฝานแล้ว ยังอาจเป็นการเพิ่มระดับความยากให้กับค่ายกลกระบี่นี้อีกด้วย
แม้ว่านางจะไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใด แต่นางก็ได้ส่งกำลังใจให้เมิ่งฝานอยู่ในใจอย่างเงียบเชียบ
หากมองจากมุมมองของนาง นางย่อมปรารถนาอย่างยิ่งยวดให้เมิ่งฝานผ่านการทดสอบค่ายกลกระบี่นี้ไปให้ได้!
เพราะมีเพียงเมิ่งฝานที่ผ่านการทดสอบและคลายค่ายกลนี้ลงได้เท่านั้น นางถึงจะมีโอกาสเข้าไปยังตำหนักใหญ่ด้านหลัง เพื่อรับการสืบทอดมรดกวิถีโอสถ
สำหรับนางและเมิ่งฝานแล้ว นี่คือเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ทว่า…
นางหันกลับไปมองทางเดินด้านหลังด้วยความกังวลใจ
สถานการณ์ในตอนนี้ สำหรับนางแล้วย่อมเป็นเรื่องดี
แต่สำหรับตระกูลเย่แล้ว มันอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น!
จริงอยู่ที่นางเป็นคนตระกูลเย่ แต่ตระกูลเย่มิใช่ของนาง และมิต้องถึงมือนางที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ
เย่ชิงอวี๋เริ่มกังวลว่าคนตระกูลเย่จะโผล่ออกมาขัดขวางตน
เหนือสิ่งอื่นใด การที่นางเชิญเมิ่งฝานมาทำลายค่ายกลกระบี่สืบทอดมรดกในครั้งนี้ แท้จริงแล้วนางแอบทำโดยไม่บอกกล่าวคนในครอบครัว
เพราะนางรู้ดีว่าคนในครอบครัวไม่มีทางเห็นด้วยแน่นอน
หากปล่อยให้ตระกูลเย่มาเจรจาเงื่อนไขกับเมิ่งฝาน ตระกูลเย่ย่อมต้องตั้งเงื่อนไขที่บีบคั้นมากมาย
และจากที่เย่ชิงอวี๋รู้จักเมิ่งฝานมา นางรู้ว่าเมิ่งฝานไม่มีทางยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นแน่
ความจริงแล้ว เดิมทีเมิ่งฝานก็ไม่ได้เต็มใจจะมาอยู่แล้ว เป็นนางที่ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ‘หลอกล่อ’ เขามา
เพื่อมรดกของเซียนกระบี่โอสถ นางทำได้เพียงทุบหม้อข้าวตัวเอง ต่อให้ต้องล่วงเกินตระกูลของตนเองนางก็ไม่เสียใจ
บางทีสิ่งที่มารดานางพูดอาจจะไม่ผิด นางมันคือคนเนรคุณจริง ๆ!
ทว่าในตระกูลเย่ทั้งหมด มีเพียงนางเท่านั้นที่มีความสามารถพอจะได้รับมรดกของเซียนกระบี่โอสถ
หากนางไม่แย่งชิง มรดกนี้ก็จะถูกฝังลืมต่อไป
หากเซียนกระบี่โอสถพบว่ามรดกที่ทิ้งไว้ ผ่านไปหลายร้อยปีก็ยังไม่มีใครมารับไปสืบทอด คงต้องโกรธจนคลั่งเพราะลูกหลานที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้เป็นแน่
ดังนั้น นางจึงรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำผิด ต่อให้ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนเนรคุณ
นางก็ยอมรับ!
หลายปีมานี้นางทำให้ตระกูลเย่มามากพอแล้ว แต่คนในตระกูลเย่นอกจากจะคอยสูบเลือดสูบเนื้อนางแล้ว แม้แต่คำห่วงใยที่เรียบง่ายที่สุดก็ไม่เคยมีให้
เมื่อครู่ยามที่เย่ชิงอวี๋เข้ามาในทางลับ นางได้ปิดทางเข้าไว้อีกครั้ง แต่นั่นก็เป็นเพียงการตบตาตัวเองเท่านั้น
หากประวิงเวลาอยู่ที่นี่นานเกินไป ตระกูลเย่ย่อมต้องตามหาตัวนางแน่นอน
หวังว่าเมิ่งฝานจะทำเวลาได้เร็วกว่านี้สักนิด!
เย่ชิงอวี๋อธิษฐานอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ
เมิ่งฝานย่อมไม่รู้ถึงความสับสนวุ่นวายในใจของเย่ชิงอวี๋
เขาไม่มีทางคิดฝันเลยว่า แม่นางงามน้ำแข็งผู้ดูสูงส่งและเย่อหยิ่งคนนี้ ลับหลังกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้ด้วย เป็นจริงดังที่แม่ของจางอู๋จี้เคยกล่าวไว้ ผู้หญิงสวยมักจะมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะ
แต่เล่ห์เหลี่ยมของเย่ชิงอวี๋ในครั้งนี้ถือว่าใช้เล่นงานตระกูลเย่ มิได้เล่นงานเมิ่งฝาน ในแง่หนึ่งเมิ่งฝานยังเป็นฝ่ายได้รับผลประโยชน์เสียด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้อยู่บนเงื่อนไขที่ว่าเมิ่งฝานต้องผ่านการทดสอบค่ายกลกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถให้ได้
ยามนี้ เมิ่งฝานที่ก้าวเข้ามาในประตู ทันทีที่เหยียบลงบนลานกว้าง เขาก็สัมผัสได้ถึง ‘เจตจำนงกระบี่’ อันไร้ที่สิ้นสุดที่พุ่งพล่านเข้าหาเขา
เพียงแค่ค่ายกลเดียว กลับแฝงไว้ด้วยเจตจำนงกระบี่ไม่ต่ำกว่าร้อยชนิด
เย่หลิงอวิ๋น บรรพบุรุษตระกูลเย่ผู้นี้ ช่างทุ่มทุนสร้างมหาศาลจริง ๆ!
แม้ว่ารากฐานวิถีกระบี่ของเมิ่งฝานจะลึกซึ้งและมีวิสัยทัศน์กว้างไกลเพียงใด ในยามนี้เขาก็ยังอดตกใจเล็กน้อยมิได้
ทว่าหลังจากความตกใจ ก็คือความปีติยินดี
เจตจำนงกระบี่นับร้อยชนิด หากหลอมรวมเข้ากับวิถีกระบี่ [ต้นกำเนิด] ของตนเอง หากหลอมรวมเข้ากับวิชาหมื่นกระบี่คืนจ้าวของตน มันจะช่วยยกระดับพลังให้พุ่งทะยานไปถึงเพียงใด?
เมิ่งฝานเห็นโอกาสล้ำค่าตรงหน้าจึงรีบนั่งขัดสมาธิลงตรงขอบลานกว้างในทันที
หนึ่งนาที
สิบนาที
ครึ่งชั่วยาม
หนึ่งชั่วยาม!!
…
เย่ชิงอวี๋ที่อยู่ด้านนอก ในตอนแรกยังพอสงบนิ่งอยู่ได้
ทว่าเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปนานขึ้นเรื่อย ๆ ใจของนางก็เริ่มว้าวุ่นกระวนกระวาย
เมิ่งฝานผู้นี้ หลังจากก้าวเข้าลานกว้างไปแล้ว แทนที่จะทำอะไรสักอย่าง กลับไปนั่งขัดสมาธิอยู่เฉย ๆ นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว!
อีกทั้งยังนั่งนิ่งมานานถึงหนึ่งชั่วยาม เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?
นางเคยพยายามจะทำลายค่ายกลนี้มาก่อน และเคยเห็นยอดฝีมือคนอื่นพยายามจะทำลายค่ายกลนี้ แม้ว่าทุกคนจะล้มเหลวโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่นางก็ยังพอมีประสบการณ์และความเข้าใจอยู่บ้าง
ภายในค่ายกลกระบี่นี้มีเจตจำนงกระบี่อยู่มากมาย จำเป็นต้องทำลายเจตจำนงกระบี่เหล่านั้นไปทีละอย่าง ถึงจะมีหวังได้รับมรดกค่ายกลกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถ
แต่เมิ่งฝานกลับนั่งแห้งเหี่ยวมาหนึ่งชั่วยามแล้ว แม้แต่เจตจำนงกระบี่เดียวก็ยังทำลายไม่ได้ เขาทำอะไรอยู่กันแน่
ล้อเล่นกันรึเปล่า?
เย่ชิงอวี๋มีความคิดอยากจะตะโกนเรียกเมิ่งฝาน เพื่อเตือนให้เขาเร่งมือหน่อย
แต่นางก็กลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อเมิ่งฝานจนเกิดผลเสียตามมา จึงได้แต่ข่มใจกักเก็บความกระวนกระวายนั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานยิ่งนัก…
ทว่าในความเป็นจริง ยามนี้เมิ่งฝานกำลังแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรแห่งวิถีกระบี่และเจตจำนงกระบี่
คนธรรมดายามมาถึงที่นี่ เมื่อเผชิญหน้ากับค่ายกลสืบทอดมรดกนี้ สิ่งที่คิดย่อมเป็นการทำลายเจตจำนงกระบี่เหล่านี้ เพื่อให้ผ่านด่านและได้รับมรดก
ความคิดนี้มิได้ผิดเพี้ยน หากสามารถทำลายเจตจำนงกระบี่ทั้งหมดได้จริง ก็ย่อมทำลายค่ายกลและรับมรดกได้
แต่มันยากเกินไป
เจตจำนงกระบี่นับร้อยสายต่างส่งเสริมและสอดประสานกัน หากแตะต้องเพียงจุดเดียวก็สะเทือนไปทั้งค่ายกล
ยิ่งไปกว่านั้น หากใช้กำลังบุกทำลายเจตจำนงกระบี่เหล่านี้ พวกมันที่รวมตัวกันจะไม่เพียงแต่ก่อตัวเป็นจิตวิญญาณกระบี่หรือดวงจิตกระบี่เท่านั้น แต่มันอาจจะสร้างอาณาเขตกระบี่ขึ้นมาได้เลยทีเดียว
อาณาเขตแห่งกระบี่!
แล้วจะบุกฝ่าไปได้อย่างไร?
เว้นเสียแต่ว่าตระกูลเย่จะสามารถเชิญตัวตนระดับเจ้าสำนักซูซาน หรือเจ้าสำนักนิกายผีสิงมาได้ แต่ตระกูลเย่คู่ควรอย่างนั้นรึ?
ไม่คู่ควรเลยสักนิด!
ดังนั้น วิธีการทำลายค่ายกลที่ถูกต้อง มิใช่การบุกโจมตีอย่างรุนแรง แต่คือการหลอมรวม
ขอเพียงเรียนรู้เจตจำนงกระบี่ทั้งร้อยชนิดนี้ให้แจ้งใจและหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก็จะสามารถคลี่คลายค่ายกลกระบี่สืบทอดมรดกนี้ได้อย่างง่ายดาย
เพียงแต่ว่า เจตจำนงกระบี่นับร้อยสาย ใครเล่าจะเรียนรู้ได้หมดในคราเดียว?
ว่ากันตามตรง สู้ไปเชิญเจ้าสำนักซูซานมายังจะดูมีความเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก!
ทว่าเรื่องที่ดูเหมือนไม่มีใครทำได้เช่นนี้ กลับมีปีศาจอย่างเมิ่งฝานที่ทำได้จริง
แต่ถึงจะเป็นเมิ่งฝาน การจะศึกษาเจตจำนงกระบี่กว่าร้อยชนิดนี้ให้แตกฉาน ก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก
เขาต้องใช้เวลาไปถึง… สองชั่วยาม!
ด้วยรากฐานวิถีกระบี่ที่น่าเหลือเชื่อ ผสมผสานกับความเข้าใจในวิถีกระบี่ [ต้นกำเนิด] ประกอบกับพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดอย่าง [วิถีกระบี่บรรลุเทพ]
ในที่สุดเมิ่งฝานก็สามารถหลอมรวมเจตจำนงกระบี่ทั้งร้อยกว่าชนิดนั้นได้จนทะลุปรุโปร่ง
รากฐานวิถีกระบี่ที่เดิมทีน่าตกตะลึงอยู่แล้ว ในยามนี้ยิ่งเข้าขั้นสั่นสะท้านโลก!
วิถีกระบี่ต้นกำเนิดและวิชาหมื่นกระบี่คืนจ้าวก็ได้รับการยกระดับขึ้นในระดับหนึ่งเช่นกัน
แม้จะยังไม่ได้รับมรดกค่ายกลกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถ แต่ยามนี้เมิ่งฝานก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลแล้ว นับว่าคุ้มค่ากับการเดินทางครั้งนี้อย่างยิ่ง
ขณะที่เย่ชิงอวี๋ซึ่งรออยู่หน้าประตูเริ่มร้อนรนจนแทบจะคลั่งตาย นางก็ได้เห็นเมิ่งฝานลุกขึ้นยืนในที่สุด
“เฮ้อ…”
นางถอนหายใจยาวออกมาทันที ใจชื้นขึ้นมาไม่น้อย
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเมิ่งฝานกำลังทำอะไรอยู่ แต่นางเชื่อว่าการนั่งสมาธิตลอดสองชั่วยามของเมิ่งฝานนั้นย่อมมีจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งแน่นอน!
การที่นางดูไม่ออก ย่อมหมายความว่าระดับของนางยังไม่ถึงขั้น และไม่ควรที่จะสงสัยในตัวเขา
ในเมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว นางทำได้เพียงเลือกที่จะเชื่อใจเมิ่งฝาน
หากเมิ่งฝานล้มเหลว…
เอ่อ หากล้มเหลวก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเสียหาย
ในทางกลับกัน หากสำเร็จต่างหากที่ปัญหาจะตามมาติด ๆ เพราะต้องเผชิญกับความไม่พอใจและโทสะของตระกูลเย่