วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 176 ควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ในค่ายกล
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 176 ควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ในค่ายกล
บทที่ 176 ควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ในค่ายกล
แม้เย่ชิงอวี๋จะเป็นคนตระกูลเย่ แต่นางก็จินตนาการออกเลยว่าหากนางและเมิ่งฝานทำสำเร็จ ตระกูลเย่ย่อมไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่นอน
ทว่านั่นก็ไม่สำคัญแล้ว หากสำเร็จและนางได้รับมรดกของเซียนกระบี่โอสถ นางก็ไม่จำเป็นต้องคอยดูสีหน้าคนตระกูลเย่อีกต่อไป
ตามกฎบรรพบุรุษ ถึงเวลานั้นตระกูลเย่ต่างหากที่ต้องคอยดูสีหน้านาง
พูดกันตามตรง นางคือศิษย์สำนักซู่ซัน แถมยังมีฐานะตำแหน่งที่ไม่ธรรมดา
ตระกูลเย่… ไม่กล้าแตะต้องนางหรอก!
เย่ชิงอวี๋จึงมีความมั่นใจล้นปรี่
เมิ่งฝานที่อยู่บนลานกว้างเบื้องหน้า ก้าวเดินต่อไปภายใต้สายตาของเย่ชิงอวี๋
เจตจำนงกระบี่สายหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งจู่โจมเข้าใส่เมิ่งฝาน
หัวใจของเย่ชิงอวี๋กระตุกวูบด้วยความเครียด
แม้รู้ดีว่าเจตจำนงกระบี่เพียงสายเดียวทำอะไรเมิ่งฝานไม่ได้ และต้องรอจนกว่าเขาจะเดินไปถึงครึ่งทางจนเจตจำนงกระบี่เริ่มหลอมรวมซ้อนทับกัน เมิ่งฝานถึงจะเจอวิกฤตที่แท้จริง
แต่ถึงจะรู้ว่าตอนนี้เมิ่งฝานรับมือได้ นางก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้
เพราะนี่มิใช่เพียงความสำเร็จหรือล้มเหลวของเมิ่งฝาน แต่มันคืออนาคตของนางด้วย!
ในความเป็นจริง เมิ่งฝานมิได้ใส่ใจมรดกของเซียนกระบี่โอสถนี้มากนัก แต่เย่ชิงอวี๋นั้นใส่ใจอย่างถึงที่สุด
ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีโชควาสนาที่ฝืนลิขิตฟ้าได้อย่างเมิ่งฝานนี่นา!
คนธรรมดาทั่วไปทั้งชีวิตอาจไม่เคยเจอโอกาสที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตได้แม้แต่ครั้งเดียว
เมื่อเจอแล้ว ก็ต้องคว้าเอาไว้ให้มั่น
เย่ชิงอวี๋รู้สึกว่ามรดกของเซียนกระบี่โอสถนี้คือโอกาสเปลี่ยนชีวิตของนาง และนางรู้สึกว่าในชีวิตนี้ตนเองคงไม่มีโอกาสครั้งที่สองแบบนี้อีกแล้ว!
นางจึงดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเมิ่งฝานเสียอีก สายตาของนางจ้องเขม็งไปที่เจตจำนงกระบี่ซึ่งพุ่งเข้าหาเมิ่งฝาน
ทว่าในวินาทีถัดมา นางกลับต้องอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ
เพราะเจตจำนงกระบี่สายนั้น ในพริบตาที่เข้าใกล้ตัวเมิ่งฝาน มันกลับสลายหายไปในอากาศธาตุ
ราวกับว่าเจตจำนงกระบี่นั้นถูกเมิ่งฝานดูดซับเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น
เย่ชิงอวี๋ขยี้ตาโดยสัญชาตญาณ นึกว่าตนเองตื่นเต้นเกินไปจนเกิดภาพหลอน
หลังขยี้ตา นางก็ตั้งสมาธิจดจ้องเมิ่งฝานอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา
ผลปรากฏว่าเมื่อเจตจำนงกระบี่สายที่สองฟันเข้าใส่เมิ่งฝาน มันก็หายวับไปเหมือนครั้งแรกไม่มีผิด
ครั้งนี้เย่ชิงอวี๋มั่นใจแล้วว่าไม่ใช่ภาพหลอน แต่เป็นเจตจำนงกระบี่ที่หายไปจริง ๆ เมื่อเข้าใกล้เมิ่งฝาน
“เจ้าหมอนี่ทำได้อย่างไรกัน?” เย่ชิงอวี๋ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ
นางเองก็เคยสัมผัสค่ายกลกระบี่นี้มาก่อน รู้ดีว่าเจตจำนงกระบี่ข้างในนั้น ‘ดุร้าย’ เพียงใด ไม่มีทางที่จะหายไปอย่างนุ่มนวลเช่นนี้แน่
เห็นได้ชัดว่านี่คือเล่ห์กลหรือวิชาบางอย่างที่เมิ่งฝานใช้
เพียงแต่นางอาจจะอ่อนแอเกินไป จึงมองไม่ออกเลยว่าเมิ่งฝานใช้วิธีไหน
มองไม่ออกแม้แต่นิดเดียวจนมืดแปดด้าน สถานการณ์เช่นนี้ช่างกระอักกระอ่วนใจนัก ทำให้นางดูเหมือนคนไร้ค่าไปเลย
“หึ ๆ ในด้านวิถีกระบี่หากเทียบกับเมิ่งฝานแล้ว ข้ามันก็แค่คนไร้ค่าจริง ๆ นั่นแหละ”
“ทว่า เมิ่งฝานอาจจะผ่านการทดสอบค่ายกลสืบทอดมรดกนี้ได้จริง ๆ!”
เย่ชิงอวี๋เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เพราะมีคนมากมายเคยมาทดสอบค่ายกลนี้ แต่ไม่เคยมีใครเหมือนเมิ่งฝานที่เดินทอดน่องในลานกว้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเห็นเจตจำนงกระบี่ที่เต็มท้องฟ้าเป็นเพียงธาตุอากาศ
เจตจำนงกระบี่สายที่หนึ่ง
สายที่สอง
สิบสาย
ยี่สิบสาย
…
เย่ชิงอวี๋กำหมัดเล็ก ๆ ทั้งสองข้างไว้แน่น ราวกับนางเป็นคนเข้าไปในค่ายกลเสียเอง
ไม่นานนัก เมิ่งฝานก็มาถึงจุดกึ่งกลางของลานกว้าง
ครึ่งทางแล้ว!
เย่ชิงอวี๋สูดหายใจลึก เริ่มมีความกังวลเข้ามาแทนที่
เพราะผู้ที่เคยเข้าค่ายกลก่อนหน้านี้ล้วนมาติดอยู่ที่จุดนี้ เนื่องจากเจตจำนงกระบี่จำนวนมากจะเริ่มหลอมรวมและทับซ้อนกันจนน่าสยดสยองถึงขีดสุด
พวกเขาทั้งหมดเริ่มปราชัยจากจุดนี้ และต้องล่าถอยออกไปอย่างน่าอนาถ
ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนเดียว!
เย่ชิงอวี๋จ้องมองเมิ่งฝานตาไม่กะพริบ เจ้าหมอนี่จะเป็น “ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว” ได้หรือไม่?
หวังว่าจะทำได้นะ
เมิ่งฝานที่อยู่ในลานกว้าง ไม่ได้มีความคิดหรืออารมณ์ที่ซับซ้อนอย่างเย่ชิงอวี๋เลย
เขายังคงเดินทอดน่องอย่างสบายใจเฉิบอยู่ในค่ายกล
บนลานกว้างเต็มไปด้วยกระบี่ยาว และมีเจตจำนงกระบี่พุ่งออกมาจากกระบี่เล่มแล้วเล่มเล่าเพื่อโจมตีเขา
แต่เจตจำนงกระบี่เหล่านี้เขาเรียนรู้หมดแล้ว เขาจึงใช้เจตจำนงกระบี่แบบเดียวกันโต้กลับไป ส่งผลให้เจตจำนงกระบี่ทั้งสองสายสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เอ๊ะ?”
เมื่อเมิ่งฝานเดินผ่านจุดกึ่งกลางลานกว้าง เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความประหลาดใจ
เพราะเขาสัมผัสได้อย่างเฉียบคมว่า เจตจำนงกระบี่ที่ฟันใส่เขานั้น ‘อัปเกรด’ ขึ้น
คำว่าอัปเกรดอาจจะไม่ค่อยตรงนัก พูดให้ถูกคือเจตจำนงกระบี่เริ่มหลอมรวมกัน ทำให้พลานุภาพค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น การทับซ้อนและหลอมรวมของเจตจำนงกระบี่ มิใช่เรื่องง่ายเหมือนหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง
ในบางกรณี มันอาจจะเท่ากับสามและให้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย
แต่นั่นพบเห็นได้ยากยิ่ง!
ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเจตจำนงกระบี่สองสายมารวมกัน หนึ่งบวกหนึ่งมักจะเท่ากับศูนย์จุดกว่า ๆ เท่านั้น พลานุภาพนอกจากจะไม่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะถูกลดทอนลงด้วย
เพราะเจตจำนงกระบี่มักจะขัดแย้งกันเอง!
เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะดวงดีที่เจตจำนงกระบี่ทั้งสองนั้นเข้ากันได้อย่างพอดี
ทุกครั้งที่เมิ่งฝานต่อสู้ เขาจะซ้อนทับเจตจำนงกระบี่หรือแม้แต่ซ้อนทับสภาวะกระบี่ โดยอาศัยการหลอมรวมของวิถีกระบี่ต้นกำเนิด
นี่คือสิ่งที่พิเศษอย่างยิ่ง!
ค่ายกลกระบี่ที่เซียนกระบี่โอสถวางไว้ย่อมไม่มีทางเกี่ยวข้องกับวิถีต้นกำเนิดแน่นอน
ทว่าในยามนี้ เจตจำนงกระบี่บนลานกว้างกลับเริ่มซ้อนทับและหลอมรวมกัน แถมพลานุภาพยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ นี่เป็นสถานการณ์ที่ผิดหลักการทั่วไปอย่างมาก
เมื่อเมิ่งฝานพบเห็นเช่นนี้ เขาก็นั่งขัดสมาธิลงอีกครั้งและหลับตาลง
เขาเริ่มศึกษาวิจัยเจตจำนงกระบี่ที่หลอมรวมกันแล้ว
เจตจำนงกระบี่สองสายหลอมรวมกัน เขาอาศัยความเข้าใจในวิถีต้นกำเนิดและพรสวรรค์วิถีกระบี่บรรลุเทพ ศึกษาจนทะลุปรุโปร่งในเวลาเพียงชั่วอึดใจ
ถัดมาคือการหลอมรวมของเจตจำนงกระบี่สามสาย สี่สาย…
เมื่อเจตจำนงกระบี่สิบสายหลอมรวมเข้าด้วยกัน ‘สภาวะกระบี่’ ที่พิเศษก็ปรากฏขึ้น
และเมื่อสภาวะกระบี่สิบสายหลอมรวมกัน จิตวิญญาณกระบี่ที่ประหลาดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเมิ่งฝาน
เมื่อจิตวิญญาณกระบี่สายนี้ฟันเข้าใส่ สีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไป เขาอยากจะล่าถอยออกไปตามสัญชาตญาณ
เขาจำคำพูดของเย่ชิงอวี๋ได้เสมอว่า หากเจออันตรายอย่าฝืน ให้รีบถอยออกมาแล้วจะปลอดภัย
แต่เมิ่งฝานลังเลเล็กน้อยและไม่ได้ถอยหนี
นี่คือเจตจำนง สภาวะ และจิตวิญญาณกระบี่ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันคือความเข้าใจในวิถีกระบี่แบบใหม่หมดจด เมิ่งฝานทำใจทิ้งมันไปไม่ลง
เสี่ยงเป็นเสี่ยง
อย่างมากก็แค่บาดเจ็บ อย่างไรเสียก็ไม่ตายหรอก
ความมั่นใจระดับนี้ เมิ่งฝานยังคงมีอยู่
เมิ่งฝานเริ่มเลียนแบบวิธีการของค่ายกลกระบี่นี้ เขาเรียกใช้สภาวะกระบี่สิบชนิดพร้อมกัน พยายามจะควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ออกมาเช่นกัน
พรวด~~~~
เขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่
เขาล้มเหลว!
อย่างไรเสียเขาก็ยังไม่ได้ฝึกฝนพลังจิตวิญญาณและเมื่อครู่ในสถานการณ์คับขัน เขาก็เรียกให้หงชี่ช่วยไม่ทัน
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ได้ด้วยตนเอง
ทว่าในวินาทีที่เมิ่งฝานล้มเหลวนั้น ขุมพลังประหลาดสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ช่วยหลอมรวมสภาวะกระบี่ทั้งสิบสายของเขาให้กลายเป็นจิตวิญญาณกระบี่ และฟันเข้าใส่จิตวิญญาณกระบี่ที่ค่ายกลสร้างขึ้น
สิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานต้องประหลาดใจก็คือ ขุมพลังประหลาดนั้นมาจากตัวค่ายกลเอง
ค่ายกลนี้… กลับลำมาช่วยเขาเนี่ยนะ?
ผีหลอกชัด ๆ!
เย่ชิงอวี๋ที่อยู่ด้านหลัง เห็นเมิ่งฝานกระอักเลือด ใจของนางก็ฝ่อไปกว่าครึ่งแล้ว นางอดไม่ได้ที่จะตะโกนบอกเขาว่า
“ศิษย์พี่เมิ่ง หากต้านทานไม่ไหวต้องรีบถอยออกมาทันทีนะเจ้าคะ จะได้ไม่มีอันตรายถึงชีวิต!”
แม้จะอยากให้สำเร็จเพียงใด แต่สุดท้ายนางก็เห็นความปลอดภัยของเมิ่งฝานสำคัญที่สุด
เมิ่งฝานมิได้สนใจเสียงตะโกนของเย่ชิงอวี๋
เขาจมดิ่งเข้าสู่สภาวะพิเศษบางอย่างที่ยากจะบรรยาย
ในวินาทีความเป็นความตายเมื่อครู่ ยามที่ควบแน่นจิตวิญญาณกระบี่ล้มเหลว กลับมีพลังพิเศษพุ่งออกมาช่วยให้เขาทำสำเร็จ
พลังพิเศษนั้นคือพลังของตัวค่ายกลกระบี่นั่นเอง
ก่อนหน้านี้พลังนี้มีไว้เพื่อจัดการเมิ่งฝาน แต่ยามนี้กลับเริ่มช่วยเหลือเขาแล้ว
แม้เมิ่งฝานจะทั้งตกใจและสงสัย แต่ในใจเขาก็เริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้จาง ๆ แล้ว