วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 185 เจ้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าตกอับขนาดนั้นเลยรึ?
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 185 เจ้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าตกอับขนาดนั้นเลยรึ?
บทที่ 185 เจ้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าตกอับขนาดนั้นเลยรึ?
หลังจากออกจากตำหนักใหญ่ เมิ่งฝานและเย่ชิงอวี๋ก็เดินทางออกจากตระกูลเย่ได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีใครมาขัดขวาง
เย่ชิงอวี๋ไม่รู้เลยว่าหลังจากนางเข้าไปในตำหนักแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่นางพอจะจินตนาการได้ว่า เมิ่งฝานต้องสั่งสอนคนในครอบครัวของนางจนยอมสยบแน่นอน
มิเช่นนั้น คนในครอบครัวเหล่านั้นคงไม่ยอมอยู่นิ่งสงบเสงี่ยมเช่นนี้
ทว่านางคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่า เมิ่งฝานเกือบจะฆ่าคนพวกนั้นทิ้งทั้งหมดแล้ว!
อีกเพียงนิดเดียว นางก็เกือบจะได้ปลดล็อกฉายา ‘ดาวทำลายล้างญาติมิตร’ มาประดับบารมีเสียแล้ว
เพราะหากกลุ่มคนตระกูลเย่ถูกเมิ่งฝานฆ่าตายหมดจริง ๆ ตามหลักการแล้วเย่ชิงอวี๋ย่อมถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด
ไม่ใช่แค่ตามหลักการหรอก ในความเป็นจริงคือนางเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเต็มตัว
เถียงไม่ออกเลยทีเดียว!
ยังดีที่เมิ่งฝานเป็นคนมีเมตตา
มีเมตตาเพราะสถานการณ์บังคับ
สาเหตุหลักคือเขาเสียดายตราประทับกระบี่ของผู้อาวุโสหลิน ไม่อยากสิ้นเปลืองมันไปกับคนพวกนี้
หากตบะบารมีของเมิ่งฝานแข็งแกร่งพอ เกรงว่าคนพวกนี้ที่มาท้าทายเขารอบแล้วรอบเล่า คงได้ไปเกิดใหม่กันหมดแล้ว
หลังจากออกจากตระกูลเย่ ทั้งสองก็ออกเดินทางกลับสู่สำนักซู่ซัน
ครั้งนี้ไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นอีก
สามวันต่อมา ทั้งคู่ก็เดินทางกลับถึงสำนักซู่ซันอย่างสวัสดิภาพ
เย่ชิงอวี๋กล่าวลาเมิ่งฝานเพื่อกลับไปยังหอโอสถ
ก่อนจากกันนางย้ำกับเมิ่งฝานอีกครั้งว่า วันหน้าหากต้องการยาขนานใด สามารถมาหาให้นางปรุงให้ได้เสมอ
นางจะรักษาคำมั่นสัญญา โดยคิดราคาจากเมิ่งฝานเพียงแค่ค่าวัตถุดิบเท่านั้น
และหากเมิ่งฝานเตรียมวัตถุดิบมาเอง นางจะปรุงให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
เมิ่งฝานเผยยิ้มเต็มใบหน้า
การลงเขาไปเที่ยวในครั้งนี้ เขาได้กำไรจนพุงกางเลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่ได้รับวิชาค่ายกลกระบี่ของเซียนกระบี่โอสถ แต่ยังได้กระบี่เทพติดมือมาอีกเล่ม
นอกจากนี้ วันหน้ายังไม่ต้องกังวลเรื่องยาลูกกลอนอีกต่อไป เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว
สบายใจเฉิบ!
เมื่อกลับมาถึงหอกระบี่ เมิ่งฝานทักทายศิษย์พี่หลัวที่ชั้นหนึ่งก่อน จากนั้นจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสองของหอกระบี่
“อาจารย์ ข้ากลับมาแล้วขอรับ”
ผู้อาวุโสหลินที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ เมื่อเห็นเมิ่งฝานกลับมา ใบหน้าก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“กลับมาก็ดีแล้ว ลงเขาไปครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
ว่ากันตามตรง ครั้งนี้ที่เมิ่งฝานลงเขาไปเพียงลำพัง ผู้อาวุโสหลินยังแอบเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย
สองครั้งก่อนที่เมิ่งฝานออกจากซู่ซัน เขาเป็นคนตามไปดูแลด้วยตนเองเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยไร้กังวล
ทว่าครั้งนี้เมิ่งฝานลงเขาไปคนเดียว เขาจึงรู้สึกกังวลอยู่บ้างจริง ๆ
แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่มีเหตุผลจะตามไป และความจริงก็ไม่จำเป็นต้องตามไปตลอด!
เขาไม่สามารถกักตัวเมิ่งฝานไว้ในกำมือได้ตลอดไป
ผู้อาวุโสหลินรู้ดีว่าศิษย์คนนี้เก่งกาจมาก แต่บางครั้งอารมณ์ความเป็นห่วง มันก็เป็นสิ่งที่ตัวเราควบคุมไม่ได้
“แหะ ๆ ลงเขาครั้งนี้ ได้ของติดไม้ติดมือกลับมาไม่น้อยเลยขอรับ!” เมิ่งฝานกล่าวกับผู้อาวุโสหลินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“โอ้ ดูท่าทางจะได้ของไม่ธรรมดามาสินะ ได้อะไรมาบ้างล่ะ?” ผู้อาวุโสหลินถามด้วยความอยากรู้
เมิ่งฝานเล่าเรื่องมรดกสืบทอดของเซียนกระบี่โอสถ กระบี่วิญญาณร้อยกว่าเล่ม และเรื่องกระบี่ชิงหยุนให้ผู้อาวุโสหลินฟัง
เมื่อผู้อาวุโสหลินฟังจบ เขาก็รู้สึกตกใจอยู่บ้างจริง ๆ
เขานับว่าเป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวางและผ่านโลกมามาก เรื่องนี้ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ
การที่เมิ่งฝานลงเขาไปแล้วได้รับมรดกของเซียนกระบี่โอสถ ผู้อาวุโสหลินพอจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว
ด้วยพรสวรรค์วิถีกระบี่ระดับเมิ่งฝาน มรดกแบบไหนจะได้รับมาก็ไม่แปลก
ส่วนกระบี่วิญญาณร้อยกว่าเล่มนั้น ผู้อาวุโสหลินไม่ได้ใส่ใจนัก
เพราะสำหรับเขา กระบี่วิญญาณพวกนี้ไม่มีค่าอะไรเลย ในหอกระบี่มีอยู่เกลื่อนกราดไปหมด
แม้แต่ชั้นบนของหอกระบี่ยังเก็บกระบี่วิญญาณพวกนี้ไม่หมด จนต้องขนบางส่วนไปกองไว้ที่ชั้นหนึ่ง
กระบี่วิญญาณร้อยกว่าเล่ม ฟังดูเหมือนจะยิ่งใหญ่
ทว่าลึก ๆ ในใจผู้อาวุโสหลินกลับเฉย ๆ กับมัน
แต่เรื่องสุดท้ายที่เมิ่งฝานเอ่ยถึงกระบี่เทพชิงหยุนนี่สิ ที่ทำให้เขาอดที่จะตกตะลึงไม่ได้
เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเมิ่งฝานลงเขาไปเพียงครั้งเดียว จะหิ้วกระบี่เทพกลับมาด้วยเล่มหนึ่ง
กระบี่เทพนั้นเป็นตัวตนที่หายากเพียงใด ผู้อาวุโสหลินย่อมรู้ดีที่สุด
ระดับเทียนหยวน แต่มีกระบี่เทพ…
นี่มันเหมือนกับขอทานที่สวมฉลองพระองค์มังกรทอง ช่างดูประหลาดและข้ามขั้นจนเกินไป!
“อาจารย์ขอรับ อย่างไรเสียตอนนี้กระบี่ชิงหยุนก็ยังดูแคลนศิษย์ รังเกียจศิษย์อยู่ ไม่สู้ท่านรับกระบี่เล่มนี้ไปใช้ก่อนเถอะขอรับ” เมิ่งฝานกล่าวกับผู้อาวุโสหลิน
นี่ไม่ใช่คำพูดตามมารยาท แต่เขาคิดเช่นนั้นจริง ๆ
ผู้อาวุโสหลินดีต่อเขาเพียงใด เขารู้ซึ้งแก่ใจ
กระบี่เทพแม้จะล้ำค่าเพียงใด แต่หากมอบให้ผู้อาวุโสหลิน เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว
อย่างไรเสีย ตอนนี้เขาก็ยังใช้งานมันไม่ได้อยู่ดี!
และเขาก็เชื่อว่า เมื่อถึงวันที่ตบะของเขาแข็งแกร่งพอจะใช้กระบี่เทพได้ ถึงตอนนั้นเขาก็คงไม่ขาดแคลนกระบี่เทพหรอก
ทว่าผู้อาวุโสหลินกลับส่ายหน้า “ความกตัญญูของเจ้า อาจารย์รับรู้ได้ แต่กระบี่ชิงหยุนเล่มนี้เจ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ”
“อาจารย์ อย่าเกรงใจศิษย์เลยขอรับ ตอนนี้ศิษย์ใช้งานมันไม่ได้จริง ๆ” เมิ่งฝานนึกว่าผู้อาวุโสหลินพูดตามมารยาท จึงกล่าวรบเร้าต่อ
ผู้อาวุโสหลินยิ้มพลางกล่าวว่า “กระบี่ชิงหยุนคือกระบี่เทพ ในเมื่อมันยอมติดตามอยู่ข้างกายเจ้า นั่นก็คือวาสนาและบุญพาวาสนาส่งของเจ้าเอง หากเจ้ายกมันให้ข้า มันย่อมเกิดความไม่พอใจขึ้นมาได้ อีกอย่าง… เจ้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าตกอับขนาดนั้นเลยรึ? กระบี่เทพเล่มเดียวข้าจะไม่มีเชียวหรือ?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เมิ่งฝานก็เข้าใจทันที
ผู้อาวุโสหลินไม่ได้ขาดแคลนกระบี่เทพเลย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เห็นกระบี่ชิงหยุนเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร
หากพิจารณาดูให้ดี ผู้อาวุโสหลินคือผู้อาวุโสคุมกระบี่แห่งสำนักซู่ซัน
แม้เมิ่งฝานจะไม่รู้ว่าตำแหน่งนี้มีความพิเศษอย่างไร หรือต่างจากอาวุโสทั่วไปแค่ไหน
แต่คำว่าผู้อาวุโสคุมกระบี่ ฟังดูก็รู้ว่ายิ่งใหญ่และทรงอำนาจมาก
แค่กระบี่เทพ ผู้อาวุโสหลินไม่เห็นอยู่ในสายตาก็เป็นเรื่องปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่สยบมาร ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของซู่ซัน ก็อยู่ในความดูแลของผู้อาวุโสหลิน
หากวันใดกระบี่สยบมารคลายผนึกออกมา กระบี่เทพเล่มอื่น ๆ ก็คงกลายเป็นเศษเหล็กไปเลยมิใช่หรือ?
เมิ่งฝานยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับตัวเอง ดูท่ามุมมองของเขาจะยังแคบเกินไปจริง ๆ!
“ศิษย์คงคิดตื้นไปเองขอรับอาจารย์… แต่ว่าศิษย์รู้สึกว่าวิชาค่ายกลกระบี่จุลจักรวาล ของเซียนกระบี่โอสถนั้นมีความลี้ลับที่น่าสนใจอยู่บ้าง ในบางแง่มุมมันสามารถส่งเสริมกับวิชาเคล็ดหมื่นกระบี่ของซู่ซันเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยขอรับ”
จากนั้นเมิ่งฝานก็เริ่มสนทนาเรื่องค่ายกลกระบี่จุลจักรวาลกับผู้อาวุโสหลิน จะว่าเป็นการสนทนาก็ไม่เชิง ความจริงคือเขาตั้งใจอยากจะถ่ายทอดวิชาค่ายกลนี้ให้แก่อาจารย์ เพียงแต่ต้องรักษาหน้าตาของอาจารย์ไว้สักหน่อยเท่านั้นเอง
ทว่าสิ่งที่เขาพูดที่บ้านตระกูลเย่นั้นคือความจริง จุดลี้ลับบางประการในค่ายกลนี้ยากจะพรรณนาเป็นคำพูดได้
เขาไม่สามารถบรรยายวิชาค่ายกลนี้ออกมาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ หลายจุดจำเป็นต้องให้ผู้อาวุโสหลินไปทำความเข้าใจเอาเอง
แต่ด้วยรากฐานวิถีกระบี่อันล้ำลึกของผู้อาวุโสหลิน ย่อมต้องได้รับประโยชน์ไม่น้อยแน่นอน
เวลาผ่านไปร่วมห้าชั่วยาม จนใกล้จะถึงเวลายามจื่อ
ผู้อาวุโสหลินบิดลำคอแก้เมื่อยพลางกล่าวว่า “วิชาค่ายกลนี้ลี้ลับยิ่งนัก ข้าพอจะเข้าใจโครงสร้างหลัก ๆ แล้ว ที่เหลือข้าจะค่อย ๆ ไปขัดเกลาเอาเอง เจ้าเองก็มีน้ำใจมาก รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ!”
เขาย่อมมองออกว่า เมิ่งฝานจงใจถ่ายทอดวิชาค่ายกลจุลจักรวาลนี้ให้แก่เขา
สำหรับเขาแล้ว วิชาค่ายกลนี้พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ก็นับว่าจำกัด
ทว่าในระดับตบะที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ การก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยก็นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว!
“อาจารย์ขอรับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ”
เมิ่งฝานยังไม่ได้จากไป เขาเอ่ยกับผู้อาวุโสหลินกะทันหัน
“เรื่องอะไรล่ะ?” ผู้อาวุโสหลินถาม