วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 215 ศิษย์พี่เมิ่ง พี่ชายคนโตเปรียบดั่งบิดา ท่าน…
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 215 ศิษย์พี่เมิ่ง พี่ชายคนโตเปรียบดั่งบิดา ท่าน…
บทที่ 215 ศิษย์พี่เมิ่ง พี่ชายคนโตเปรียบดั่งบิดา ท่าน…
แม้ว่าอู๋เทียนจะดูแคลนศิษย์พี่หลัวและไม่เต็มใจจะเรียกเขาว่าศิษย์พี่ แต่อู๋เทียนกลับยอมสยบให้แก่เมิ่งฝานอย่างราบคาบ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาเรียกเมิ่งฝานว่าศิษย์พี่ติดปากโดยไม่มีท่าทีขัดเขินแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาคือการเอาชนะเมิ่งฝาน เพื่อให้เมิ่งฝานต้องเรียกเขาว่า ‘ศิษย์พี่อู๋’บ้าง
ในโลกของเจ้าหมอนี่ไม่มีคำว่าลำดับอาวุโส มีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่เป็นราชา!
กระบี่นี้ของอู๋เทียน เมิ่งฝานมองเห็นร่องรอยของวิชาประดับใจเหมันต์
ท่านผู้เฒ่าหลินมอบตำราวิชาประดับใจเหมันต์ให้อู๋เทียน ก็เพื่อให้เจ้าหนูนี่ขัดเกลาจิตใจให้สงบนิ่งดุจน้ำแข็ง แม้ฟ้าจะถล่มก็ไม่หวั่นไหว
ทว่าเจ้าเด็กนี่กลับฝึกฝนวิชานี้จนกลายเป็นเจตนาสังหารที่น่าสะพรึงกลัวแทน
‘ประดับใจเหมันต์’ ความหมายเดิมคือความเยือกเย็น จิตใจสงบราบเรียบไร้ระลอกคลื่น
เพื่อให้ไร้ซึ่งความโกรธ ความคั่งแค้น และไม่ก่อเกิดจิตสังหาร
แต่สำหรับอู๋เทียน ‘ประดับใจเหมันต์’ กลับกลายเป็นความอำมหิตและจิตใจแข็งกระด้าง!!เจ้าหมอนี่ดำเนินตามวิถีของตัวเองอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
แม้แต่เคล็ดวิชากระบี่ของผู้อื่น เขาก็ยังแอบดัดแปลงให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้อย่างแนบเนียน
“หือ?”
ในจังหวะที่อู๋เทียนฟันกระบี่ออกมา เมิ่งฝานก็เผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
หากมองเพียงผิวเผิน กระบี่นี้ของอู๋เทียนอยู่ในระดับ ‘สภาวะกระบี่’
ทว่าความจริงแล้ว กลับซ่อน ‘จิตวิญญาณกระบี่’ เอาไว้ภายใน
เป็นกระบี่ที่เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก!
ใช้สภาวะกระบี่ภายนอกเพื่อปกปิดจิตวิญญาณกระบี่ที่ซุ่มซ่อนอยู่mจิตวิญญาณกระบี่นั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นวิชากระบี่ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง!
ไม่ว่าจะเป็นเจตนากระบี่ สภาวะกระบี่ จิตวิญญาณกระบี่ หรือแม้แต่อาณาจักรแห่งกระบี่ โดยเนื้อแท้แล้วล้วนเป็นรูปแบบหนึ่งของวิถีกระบี่ทั้งสิ้น
ดังนั้นการใช้คำว่าวิชากระบี่มาอธิบายจิตวิญญาณกระบี่จึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดนัก
“กระบี่นี้ ไม่เลว!” เมิ่งฝานเอ่ยปากชม
หากไม่ใช่เพราะเขาเคยอาศัยพลังของหงชี่ฝึกฝนจนเข้าถึงระดับจิตวิญญาณกระบี่มาก่อน และเคยผ่านประสบการณ์ในค่ายกลสืบทอดของเซียนดาบแดนซินที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณกระบี่มากมาย เขาก็อาจจะมองไม่ออกว่าภายใต้สภาวะกระบี่ของอู๋เทียนนั้นซ่อนจิตวิญญาณกระบี่เอาไว้
หากเขารับมือแบบกระบี่ทั่วไป เมิ่งฝานอาจจะเพลี่ยงพล้ำหรือถึงขั้นพ่ายแพ้ให้แก่กระบี่นี้ได้จริง ๆ
ต้องยอมรับว่าหลวงจีนน้อยอู๋เทียนคนนี้มีพรสวรรค์และไหวพริบที่น่าทึ่งยิ่งนัก ในบรรดารุ่นเยาว์เรียกได้ว่าโดดเด่นทิ้งห่างผู้อื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น!
หากมองไปทั่วทั้งสำนักซู่ซัน คาดว่าคงมีเพียงหลินเจี่ยนเท่านั้นที่พอจะเปรียบเทียบกับเขาได้
แต่น่าเสียดายที่หลินเจี่ยนก็เหมือนกับอู๋เทียน คือตอนนี้กลายเป็นศิษย์ที่ถูกขับออกจากสำนักไปแล้ว
ศิษย์ที่ถูกขับออก ย่อมไม่ถือเป็นคนของซู่ซันอีกต่อไป
พลันมีแสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากร่างของเมิ่งฝาน
กระบี่หงชี่!
ในฐานะกระบี่บินประจำกาย หงชี่และเมิ่งฝานได้บรรลุถึงขั้น ‘กระบี่และคนรวมเป็นหนึ่ง’อย่างแท้จริง กระบี่ขยับตามนึกโดยที่เมิ่งฝานแทบไม่ต้องสูญเสียจิตสำนึกหรือพลังปราณในการควบคุมเลยด้วยซ้ำ
หากเมิ่งฝานยืมพลังของหงชี่ เขาก็สามารถระเบิดวิชากระบี่ระดับจิตวิญญาณกระบี่ออกมาได้เช่นกัน
ทว่าแม้กระบี่ของอู๋เทียนจะบรรลุถึงระดับจิตวิญญาณกระบี่ แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่บีบให้เมิ่งฝานต้องใช้จิตวิญญาณกระบี่เข้าสู้
เพราะรากฐานวิถีกระบี่ของเมิ่งฝานนั้นแข็งแกร่งกว่าอู๋เทียนอย่างมหาศาล! อีกทั้งระดับพลังในตอนนี้ เมิ่งฝานก็ได้ไล่ตามอู๋เทียนทันแล้ว โดยอยู่ระดับเทียนหยวนขั้นที่หกเท่ากัน
สำหรับเมิ่งฝานที่ปกติชอบข้ามขั้นไปตบคนอื่นเป็นกิจวัตร การจะบอกว่า ‘ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน’ ก็คงไม่ถือว่าเกินจริงนัก
เมิ่งฝานใช้วิชาสุดยอดของซู่ซัน ‘กระบี่สวรรค์’ ออกมาอย่างสบาย ๆ ร่างกายและกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่ง จนดูคล้ายจะแฝงไว้ด้วยท่วงทำนองของ ‘ฟ้าและคนรวมเป็นหนึ่ง’
ทันทีที่ ‘กระบี่สวรรค์’ ปรากฏ พลังของมันก็ทำลายล้างทุกสิ่งดุจถอนรากถอนโคน ทั้งสภาวะกระบี่และจิตวิญญาณกระบี่ของอู๋เทียนล้วนถูกกระบี่นี้ของเมิ่งฝานบดขยี้จนดับสูญ
เป็นการกดขี่อย่างสมบูรณ์แบบ!
อู๋เทียนเบิกตาโพลง จ้องมองเมิ่งฝานอึ้งกิมกี่
เขาฝึกจิตวิญญาณกระบี่จนสำเร็จ เดิมทีตั้งใจจะมาถล่มเมิ่งฝานให้ยับเพื่อให้เมิ่งฝานเรียกเขาว่าศิษย์พี่
แต่ผลลัพธ์… กลับแพ้พ่ายอย่างยับเยิน
น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เขามั่นใจว่าตนเองบรรลุจิตวิญญาณกระบี่ได้ในระดับเทียนหยวน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในหมื่นอย่างแน่นอน
ต่อให้เป็นสำนักกระบี่ระดับสุดยอดอย่างซู่ซัน ก็ใช่ว่าจะหาคนที่สองที่ทำได้ง่าย ๆ
ทว่าเมิ่งฝานกลับทำลายจิตวิญญาณกระบี่ของเขาได้ด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียวอย่างง่ายดาย
ทำไม?
เพราะอะไร!
มันน่าโมโหนัก!!!!!!
“ทำไมกัน?”
อู๋เทียนถามเมิ่งฝานอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับความสงสัยที่ท่วมท้น
เขารู้สึกว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนี้
นี่มันผิดปกติเกินไป!
“ไม่มีคำว่าทำไมหรอก แม้เจ้าจะฝึกจิตวิญญาณกระบี่สำเร็จ แต่ในเส้นทางวิถีกระบี่นี้ รากฐานของเจ้ายังห่างชั้นกับข้ามากนัก เทียบกันไม่ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นจิตวิญญาณกระบี่ประดับใจเหมันต์ของเจ้า ความจริงแล้วเจ้าเดินมาผิดทาง เจ้าบิดเบือนความหมายของคำว่า ‘ประดับใจเหมันต์’ ไปเสียสิ้น”
เมิ่งฝานมองอู๋เทียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“คนที่ยังฝึกจิตวิญญาณกระบี่ไม่สำเร็จอย่างเจ้า กลับมาชี้นิ้วสั่งสอนเรื่องจิตวิญญาณกระบี่แก่ข้าเนี่ยนะ?” อู๋เทียนขมวดคิ้วกล่าว
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ายังไม่บรรลุจิตวิญญาณกระบี่ หรือมันอาจจะเป็นไปได้ว่าพลังของเจ้านั้นอ่อนแอเกินไป จนไม่คู่ควรให้ข้าต้องงัดจิตวิญญาณกระบี่ออกมาใช้!” เมิ่งฝานกล่าวอย่างไร้เยื่อใย
อู๋เทียนได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปทันที
เมื่อนึกถึงตอนที่เมิ่งฝานทำลายจิตวิญญาณกระบี่ของเขาได้อย่างง่ายดายเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงตัวตลกที่พยายามโอ้อวด
แต่ว่าทำไมเจ้าหมอนี่ถึงได้เก่งกาจขนาดนี้?
ก่อนจะเจอเมิ่งฝาน อู๋เทียนเคยปักใจเชื่อว่าตนเองคืออันดับหนึ่งในรุ่นเยาว์ของแผ่นดิน
ตอนที่เขาออกจากวัดจินกังเพื่อท่องเที่ยวพเนจร เขาเคยพบกับยอดอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมามากมาย ไม่เว้นแม้แต่ศิษย์เอกหรือศิษย์สืบทอดของเจ้าสำนักต่าง ๆ
แต่ยอดอัจฉริยะเหล่านั้นเมื่อเทียบกับเขาแล้วช่างห่างไกลนัก มีดีแต่ชื่อเสียง
ดังนั้นพอนานวันเข้าเขาก็เริ่มลำพองตน คิดว่าตนเองคือที่หนึ่งในปฐพี แต่พอมาเจอเมิ่งฝาน เขาก็ลำพองไม่ออกอีกต่อไป ตัวที่เคยพองอย่างอวดดีก็ถูกปล่อยลมออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
“วิถีกระบี่ของเจ้าทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกฝนขั้นเทียนหยวนจะทำได้เลย ข้ารู้สึกว่าต่อให้เป็นขั้นหลอมแก่นพลังก็ยังเทียบเจ้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!” อู๋เทียนถามอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วกระบี่ที่เจ้าใช้เมื่อครู่นามว่าอะไร?”
การจะทำลายจิตวิญญาณกระบี่ของเขาได้ในดาบเดียว นอกจากจะเกี่ยวกับระดับวิถีกระบี่ของเมิ่งฝานแล้ว ท่วงท่านั้นย่อมต้องเป็นกระบวนท่าที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน
เมิ่งฝานยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าถามคำถามเยอะขนาดนี้ราวกับเด็กน้อยขี้สงสัย ข้าไม่ใช่ผู้อาวุโสของเจ้า ทำไมข้าต้องมาตอบคำถามเจ้าด้วยล่ะ?”
อู๋เทียนตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ศิษย์พี่เมิ่งขอรับ พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนบิดา ท่านก็คือผู้อาวุโสของข้านั่นแหละ!”
เมิ่งฝานเบิกตากว้าง จ้องมองอู๋เทียนด้วยความตกตะลึง
เจ้าเด็กนี่ เมื่อก่อนไม่เห็นรู้เลยว่ามันจะหน้าด้านได้ขนาดนี้
เมิ่งฝานทำหน้าดุแล้วเอ็ดไปว่า “เหลวไหลสิ้นดี หากข้าเปรียบเสมือนพ่อของเจ้า ข้ามิกลายเป็นคนรุ่นเดียวกับอาจารย์ข้าหรอกหรือ จะเสียระเบียบการปกครองหมด!”
“ใช่ ๆ ๆ ศิษย์พี่เมิ่งพูดถูก ศิษย์พี่เมิ่งพูดถูกที่สุดเลยขอรับ” อู๋เทียนรีบพยักหน้าเห็นพ้อง
เมิ่งฝานถอนหายใจอย่างจนใจ “เจ้าจะมาประจบสอพลอแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก! กระบี่ที่ข้าใช้เมื่อครู่คือยอดวิชาลับของซู่ซัน ไม่มีทางสอนให้เจ้าได้”
อู๋เทียนส่ายหัว “ศิษย์พี่เมิ่ง ข้าไม่ได้อยากเรียนวิชากระบี่ แก่นแท้ของวิชากระบี่คือวิถีกระบี่ ข้าอยากจะยกระดับวิถีกระบี่ของตัวเอง ข้าแค่อยากรู้ว่าท่านทำอย่างไรถึงได้มีรากฐานวิถีกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้?”
เมิ่งฝานยิ้ม เจ้าเด็กนี่ใจกล้าไม่เบา
“สิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าให้เจ้าได้ แต่การจะให้ได้มาซึ่งสิ่งใด เจ้าก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน”
ความจริงแล้วที่เมิ่งฝานกลับมาครั้งนี้ เขาก็ตั้งใจจะมาหาอู๋เทียนเพื่อสืบหาทางลัดในการฝึกฝนจิตวิญญาณเทพอยู่แล้ว
หลวงจีนน้อยอู๋เทียนสามารถฝึกจิตวิญญาณเทพสำเร็จได้ในระดับพลังนี้ ย่อมต้องมีความลับพิเศษบางอย่างแน่นอน
ภารกิจของเมิ่งฝานคือการล้วงความลับนั้นออกมา
ตอนนี้ก็ดีเลย ไม่ต้องหลอกถามให้เสียเวลา ใช้การแลกเปลี่ยนกันโดยตรง วิน-วิน ทั้งคู่!