วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 242 หลวงพี่อย่างข้าฆ่าคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 242 หลวงพี่อย่างข้าฆ่าคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล
บทที่ 242 หลวงพี่อย่างข้าฆ่าคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล
หลินหลงเฟยคนนี้ แม้จะนับได้ว่าเป็น ‘คนรู้จักเก่า’ ของเมิ่งฝานและหลี่เสวี่ยโหรว รู้จักกันมาหลายปีแล้ว
ทว่าในยามนี้ที่เมิ่งฝานเห็นอีกฝ่าย เขากลับไม่มีความรู้สึกดีให้เลยแม้แต่น้อย!
หรือจะบอกว่ามีความรู้สึกแง่ลบเลยก็ว่าได้
แน่นอนว่าสาเหตุย่อมไม่ได้มาจากเรื่องที่อีกฝ่ายเรียกเมิ่งฝานว่าศิษย์น้องเพียงอย่างเดียว
เมิ่งฝานแม้จะใจแคบ แต่ก็ยังกว้างกว่าปลายเข็มอยู่บ้าง
ที่เขาไม่ชอบหลินเฟยหลง สาเหตุหลักที่สุดก็เพราะเขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากตัวคนนี้
เจตจำนงแห่งกระบี่ไท่ซั่งไร้รัก
เมิ่งฝานไม่มีอคติต่อสำนักกระบี่อู๋จี๋แต่อย่างใด แต่สำหรับผู้ที่ฝึกฝนกระบี่ไท่ซั่งไร้รักภายในสำนักกระบี่อู๋จี๋นั้น เขาไม่มีความรู้สึกดีต่อพวกเขาเลยสักนิด!
ในสายตาของเมิ่งฝานผู้ที่สามารถฝึกกระบวนท่ากระบี่นี้จนสำเร็จ และก่อกำเนิดเจตจำนงแห่งกระบี่ขึ้นมาได้ ย่อมไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน
ไม่ก็เป็นคนที่มีสันดานเย็นชา ไร้ซึ่งความรักความผูกพัน ไม่ก็เป็นผู้ที่ตัดทิ้งความรู้สึกด้วยมือตนเอง สังหารผู้ที่ตนรักมากที่สุดด้วยมือตนเอง!
กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก
กระบวนท่ากระบี่นี้ในสายตาของเมิ่งฝานนั้น เป็นวิชามารโดยแท้!
แต่สำนักกระบี่อู๋จี๋กลับไม่เคยละทิ้งกระบวนท่านี้เลย ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักกระบี่อู๋จี๋ยังฝึกฝนวิชานี้เป็นวิชาหลักอีกด้วย
ช่างไร้สาระเสียจริง
“ศิษย์พี่เมิ่งมาที่นี่ ไม่ได้เพื่อจัดการพรรคมารอินทรีสวรรค์อย่างเดียวหรือ? หรือว่ามีภารกิจอื่นอีก?” หลินเฟยหลงกล่าวพลางยิ้มแย้ม
คนนี้แม้จะยิ้มอยู่ตลอด แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่น่ามอง ให้ความรู้สึกราวกับมีดซ่อนอยู่ในรอยยิ้ม
แม้คำเรียกขานจะเปลี่ยนจากศิษย์น้องมาเป็นศิษย์พี่แล้ว แต่ในน้ำเสียงกลับไม่มีความเคารพแม้แต่นิดเดียว
เมิ่งฝานมองหลินเฟยหลงด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับคนประเภทนี้ จึงโพล่งออกไปตรง ๆ ว่า
“หลินเฟยหลง ข้าไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้เจ้า! พวกเรามาที่นี่เพื่อสังหารศิษย์พรรคมารอินทรีสวรรค์ก็จริง แต่ไม่มีความคิดที่จะร่วมมือกับพวกเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะวางแผนอะไรไว้ ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างจากพวกเราเสีย มิฉะนั้น… เจ้าอาจจะตายได้!”
แม้เพิ่งพบกันครั้งแรก แต่เมิ่งฝานก็พูดจาโดยไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย
พูดตรง ๆ เขาก็ดูถูกหลินเฟยหลงคนนี้อยู่จริง ๆ
หากเป็นศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋คนอื่น เขาอาจจะไว้หน้าบ้าง แต่ศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋ที่ฝึกฝนกระบี่ไท่ซั่งไร้รักนั้น เขารังเกียจอย่างยิ่ง!
คนประเภทนี้หากมาล่วงเกินเมิ่งฝาน เขาจะลงมือสังหารทิ้งทันทีโดยไม่เหลือทางถอยให้แม้แต่น้อย แน่นอนว่าหากไม่ได้มาหาเรื่อง เขาก็คงไม่ไปเปิดฉากฆ่าฟันใครอย่างไร้เหตุผล
“ศิษย์พี่เมิ่งดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดี หรือว่า… จะดูแคลนพวกเราศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋กันแน่?” หลินเฟยหลงขมวดคิ้วกล่าว
ในเมื่อเมิ่งฝานพูดจาไร้เยื่อใยและไม่ไว้หน้าเช่นนี้ สีหน้าของกลุ่มศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋ย่อมต้องดูย่ำแย่ลงตามไปด้วย
“ไสหัวไป!” เมิ่งฝานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ยิ่งไร้ซึ่งทางถอย!
พูดตามตรง แม้แต่คนที่อยู่ข้างหลังเมิ่งฝานอย่างหลิวเยี่ยหานและเย่ชิงหยู ต่างก็มองเมิ่งฝานด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่าทีของเมิ่งฝานจึงเลวร้ายเช่นนี้
ท้ายที่สุดสำนักกระบี่อู๋จี๋และสำนักกระบี่ซู่ซันก็ถือว่าเป็นสำนักที่มีไมตรีต่อกัน
“เจ้า…” หลินเฟยหลงโกรธจัด ถึงขั้นชักกระบี่ข้างเอวออกมาทันที
หากจะบอกว่าท่าทีก่อนหน้าของเมิ่งฝานคือความไม่เป็นมิตร ตอนนี้มันได้พัฒนากลายเป็นการเหยียดหยามไปแล้ว
ศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋เหล่านี้ต่างก็เป็นพวกหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี จะยอมทนรับการดูหมิ่นเช่นนี้ได้อย่างไร?
เมิ่งฝานมองหลินเฟยหลงด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยเสียงต่ำ “ชักกระบี่ใส่ข้า? เจ้ามีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
หากหลินเฟยหลงกล้าลงมือชักกระบี่โจมตีเขาจริง ๆ เขาจะลงมือสังหารทิ้งอย่างแน่นอน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เมิ่งฝาน ทุกคนก็เป็นสหายเก่ากัน เจ้าทำเกินไปแล้ว!!” หลินเฟยหลงแผดเสียงคำราม
ในขณะที่คำราม เขาก็ลังเลอยู่ว่าควรจะลงมือกับเมิ่งฝานดีหรือไม่?
จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ แต่ผลคือคนที่เขามองกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีการตอบสนองใด ๆ กลับมา
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงยิ่งลังเลมากขึ้นไปอีก
ฟิ้ว~~~~
ในวินาทีนั้นเอง แสงกระบี่สายหนึ่งพลันพุ่งวาบผ่านไป
รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ!
กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งทะยานมาจากที่ไกล ๆ ปักลงตรงหว่างเท้าของหลินเฟยหลงพอดิบพอดี เกือบจะส่งเขาไปเป็นขันทีในวังเสียแล้ว
“ศิษย์พี่เมิ่ง พวกท่านออกมาตีกันแต่กลับไม่เรียกข้า ข้าควบม้าตามมาติด ๆ ไม่หยุดพัก ในที่สุดก็ตามทันเสียที!”
ชายหัวโล้นเลี่ยนเดินอาด ๆ เข้ามาทางประตูโรงเตี๊ยม
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว กระบี่ที่ปักอยู่ระหว่างเท้าของหลินเฟยหลงก็ลอยหวือกลับเข้าสู่มือ
อู๋เทียนมองหลินเฟยหลงด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ พลางเอ่ยอย่างหัวเสีย “บอกให้ไสหัวไปก็ไสหัวไปสิ จะมามัวพล่ามไร้สาระอะไรอยู่ที่นี่อีก ถ้ายังไม่ไปหลวงพี่อย่างข้าจะส่งเจ้าไปพบพระพุทธเจ้าที่แดนสุขาวดีเอง!”
เจ้าเด็กนี่อารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนเมิ่งฝาน เขาจ้องหลินเฟยหลงด้วยท่าทางดุร้ายและแฝงไปด้วยจิตสังหาร
อย่าเห็นว่าเป็นพระ เพราะถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องเขาก็พร้อมจะฆ่าคนจริง ๆ!
และเขายังฆ่าคนโดยไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลหรือข้ออ้างเหมือนเมิ่งฝานด้วย นึกอยากจะฆ่าเขาก็ฆ่าเลย
“เจ้ามาได้ยังไง?” เมิ่งฝานขมวดคิ้ว มองอู๋เทียนด้วยความรู้สึกอ่อนใจ
“ได้ยินว่าพวกท่านจะลงเขามาตีกันฆ่าคน? มีเรื่องดี ๆ แบบนี้กลับไม่เรียกข้า เสียแรงที่ข้าเรียกท่านว่าศิษย์พี่อยู่ทุกวี่ทุกวัน!” อู๋เทียนเบ้ปากใส่เมิ่งฝาน
เมิ่งฝานเงียบ ไม่พูดอะไรอีก
ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว จะให้พูดอะไรได้อีก?
อีกอย่างพลังรบของเจ้าเด็กนี่ก็ไม่เลว ถือเป็นกำลังเสริมที่ดีไม่น้อย ตราบใดที่เขาไม่ไปฆ่าแกงผู้บริสุทธิ์มั่วซั่วก็พอ
“ไป!” ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังหลินเฟยหลงก็เอ่ยขึ้น
เมื่อเขาพูดขึ้น กลุ่มคนของสำนักกระบี่อู๋จี๋ก็ถอยออกไปทันที โดยไม่พูดอะไรเพิ่มอีกแม้แต่คำเดียว
เมิ่งฝานเหลือบมองชายหนุ่มคนนั้น เขาคือผู้ฝึกตนขั้นเทียนหยวนระดับเก้า ฝีมือไม่ธรรมดาเลย
ผู้นำของศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋เหล่านี้ไม่ใช่หลินเฟยหลง แต่เป็นชายหนุ่มคนนี้ต่างหาก
หลังจากที่พวกหลินเฟยหลงออกจากโรงเตี๊ยมไปแล้ว หลี่เสวี่ยโหรวก็ถามเมิ่งฝานว่า “พี่ ท่าทีของพี่เมื่อครู่ดูจะร้ายกาจเกินไปหน่อย ปกติพี่ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา”
ระหว่างหลินเฟยหลงกับเมิ่งฝาน แน่นอนว่านางย่อมยืนอยู่ข้างเมิ่งฝานโดยไร้ข้อกังขา
แต่ท่าทีของเมิ่งฝานเมื่อครู่ทำให้นางสงสัยจริง ๆ รู้สึกเหมือนกับว่า เมิ่งฝานจงใจยั่วยุคนพวกนั้น ซึ่งมันแปลกมาก
ข้างกายหลี่เสวี่ยโหรว ทั้งเย่ชิงหยู หลิวเยี่ยหาน และหลิวฉางหยวน ต่างก็มองเมิ่งฝานเงียบ ๆ ด้วยความฉงนเช่นกัน
เมิ่งฝานไม่สนใจเย่ชิงหยูและพวก ไม่มีอะไรที่ต้องอธิบายให้พวกเขาฟัง แต่เขาหันไปพูดกับหลี่เสวี่ยโหรวว่า “ยังจำศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋ที่เจอในแดนอสูรได้ไหม? แล้วก็เรื่องวิชากระบี่ไท่ซั่งไร้รักที่พี่เคยเล่าให้ฟังน่ะ?”
หลี่เสวี่ยโหรวพยักหน้า ตอนอยู่ในดินแดนอสูร พวกเขาเคยเจอศิษย์สำนักกระบี่อู๋จี๋คนหนึ่งที่คิดจะซุ่มโจมตีศิษย์สำนักกระบี่ซู่ซัน แล้วถูกพวกตนเจอเข้าพอดี
ตอนนั้น เมิ่งฝานเดิมทีรับปากว่าจะไว้ชีวิตศิษย์คนนั้น
แต่เพราะค้นพบว่าศิษย์ของสำนักกระบี่อู๋จี๋คนนั้นฝึกฝนวิถีแห่งกระบี่ไท่ซั่งไร้รัก เมิ่งฝานจึงไม่ลังเลที่จะกลืนคำพูดตัวเอง และสังหารเขาในทันที
ด้วยเหตุนี้ หลี่เสวี่ยโหรวจึงจดจำกระบี่ไท่ซั่งไร้รักได้อย่างแม่นยำ!
สำหรับผู้ที่ฝึกฝนกระบี่ไท่ซั่งไร้รัก นางก็ไม่มีความรู้สึกดีแม้แต่น้อย
“ข้าสัมผัสได้ว่าหลินเฟยหลงคนนี้ ก็ฝึกเจตจำนงกระบี่ไท่ซั่งไร้รักเหมือนกัน!” เมิ่งฝานอธิบายสั้น ๆ