วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 247 ข้าใจดีช่วยเจ้าฆ่าคน แต่เจ้ายังจะมาตะโกนใส่ข้าอีกหรือ
- Home
- วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
- บทที่ 247 ข้าใจดีช่วยเจ้าฆ่าคน แต่เจ้ายังจะมาตะโกนใส่ข้าอีกหรือ
บทที่ 247 ข้าใจดีช่วยเจ้าฆ่าคน แต่เจ้ายังจะมาตะโกนใส่ข้าอีกหรือ
อันที่จริงก็มีแค่เมิ่งฝานคนเดียวที่หนังหน้าหนาสุด ๆ คนอื่นที่เหลือในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไม่มีใครกล้ากินดื่มลง
ผ่านไปไม่นาน ประมาณหนึ่งชั่วยาม อู๋เทียนก็กลับมา
สัมผัสเทวะของเจ้าเด็กนี่แข็งแกร่งกว่าเมิ่งฝานอยู่หลายขุม แถมดวงจิตยังเป็นแบบที่ไร้จุดบกพร่องอีกต่างหาก
แม้จะให้เมิ่งฝานออกไปตามหาคน แต่ว่าด้านประสิทธิภาพแล้ว ก็สู้อู๋เทียนไม่ได้อยู่ดี
ดังนั้นที่เมิ่งฝานทำเช่นนี้ ก็เพียงใช้คนให้เหมาะกับงาน ไม่ได้แกล้งรังแกเจ้าหนุ่มอู๋เทียนแต่อย่างใด
“เจอแล้ว พวกสวะนั่นยังไม่ได้ไปจากตำบลอวี้อวิ๋น ซ่อนตัวอยู่ในบ้านชาวบ้นหลังหนึ่ง”
เมื่ออู๋เทียนกลับมา มือถือห่อผ้าอีกใบ แล้วโยนวางลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในห่อผ้านั้นต้องห่อหัวคนเอาไว้ ยังมีเลือดหยดอยู่ด้วย
แต่โต๊ะตัวนี้ไม่ใช่โต๊ะในห้องพัก แต่มันคือโต๊ะอาหาร
บนโต๊ะเต็มไปด้วยขนมและสุรา!
พอห่อหัวคนของอู๋เทียนถูกโยนลงมา ก็ได้ทำลายความอยากอาหารของเมิ่งฝานจนสิ้นซาก
แต่เมิ่งฝานก็สูดหายใจลึก ๆ อดทนไว้ ไม่เอาความกับเจ้าโง่อย่างอู๋เทียน
ในเมื่อเจ้าหมอนี่เพิ่งจะสร้างผลงานมา จะไปจับคนมาแขวนคอตีเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ก็ใช่ที่
“นี่หัวใครอีก? ไม่ได้สั่งให้เหลือคนรอดชีวิตไว้สักคนหรือไง?” เมิ่งฝานถามอย่างขัดใจ
พอได้ยินคำว่า “เหลือคนไว้” อู๋เทียนก็หยุดนิ่งไปทันที ตื่นงงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็แสดงอาการอึดอัดเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
เรื่องนี้… เขาเผลอลืมไปเสียสนิทเลย!
พอเขาเริ่มลงมือก็เข้าภวังค์ฟันแหลกจนตายเรียบ นึกไม่ออกเลยว่าจะเหลือใครไว้ทำไม
เมิ่งฝานมองดูสีหน้าของอู๋เทียน รู้สึกถึงลางร้ายในใจ
ตอนนี้เขาเข้าใจอู๋เทียนดีพอสมควรแล้ว
“เจ้าฆ่าไปกี่คน?” เมิ่งฝานจ้องอู๋เทียนแล้วถาม
ณ ขณะนี้ เขาสงสัยอยู่ว่าอู๋เทียนจะฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง กวาดล้างพวกที่เหลืออยู่ในสำนักกระบี่อู๋จี๋จนหมดสิ้น
ไม่ใช่แน่ เจ้าหนุ่มนี่น่าจะยังไม่มีความสามารถขนาดนั้น!
อย่างน้อยคนระดับหลอมแก่นพลังของสำนักอู๋จี๋ อู๋เทียนไม่น่าจะฆ่าได้ง่าย ๆ
“ฆ่าไปไม่กี่คนหรอก” อู๋เทียนพูดด้วยท่าทีอึดอัดเล็กน้อย
เรื่องเหลือคนไว้น่ะเขานึกไม่ถึงจริง ๆ พอฆ่าจนติดลมก็ลืมสิ้นทุกสิ่ง!
เมิ่งฝานเปิดห่อผ้าบนโต๊ะออก เผยให้เห็นหัวคนที่อยู่ข้างใน
หลินเฟยหลง!
เมื่อเห็นหัวนี้ เมิ่งฝานก็ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าคนของสำนักอู๋จี๋ยังไม่ตายหมดพรรค
เพราะตามนิสัยของอู๋เทียน ถ้าตายหมดจริง ๆ หัวในห่อนี้คงไม่ใช่หลินเฟยหลง แต่ต้องเป็นหัวของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมแก่นพลังคนนั้น!
“ศิษย์พี่เมิ่ง ข้าเห็นท่านดูท่าจะรังเกียจเจ้านี่ ก็เลยจงใจหิ้วหัวมันกลับมาให้ท่านดูเล่นแกล้มเหล้า! เป็นไง? สนใจดื่มต่ออีกสักสองจอกไหม?” อู๋เทียนมองสุราบนโต๊ะพลางเอ่ย
เขาถือวิสาสะหยิบกาเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากอึกใหญ่
หลิวเยี่ยหานเห็นดังนั้นก็กระซิบถามอู๋เทียนเบา ๆ “ศิษย์พี่อู๋ คนออกบวชดื่มสุราไม่ได้ไม่ใช่หรือ?”
อู๋เทียนตวัดสายตามองค้อนทีหนึ่งพลางด่า “ตื้นเขิน! ใครบอกว่าคนออกบวชดื่มเหล้าไม่ได้ ไม่เคยได้ยินคำว่าสุราเนื้อไหลผ่านลำไส้ พระพุทธองค์สถิตในใจหรือไง?”
หลิวเยี่ยหานส่ายหน้าอย่างจนใจ โทษตัวเองที่ปากมากไปหน่อย
เจ้าหมอนี่ที่ชื่ออู๋เทียน ดูยังไงก็ไม่ใช่พระปกติธรรมดา ไม่มีอะไรจะพูดด้วยแล้ว
อีกด้านหนึ่ง หลี่เสวี่ยโหรวจ้องอู๋เทียนด้วยสายตาเย็นชา พลางตวาดว่า “ตกลงกันแล้วว่าเจ้านี่ต้องเหลือไว้ให้ข้าฆ่า ใครใช้ให้เจ้าลงมือก่อน?”
อู๋เทียนวางกาเหล้าลงทันที เตรียมจะถลึงตาใส่และอาละวาด
แต่พอคิดได้ว่านี่คือน้องสาวของเมิ่งฝาน เขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มร่าแล้วกล่าวว่า “ก็ไอ้หมอนี่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงน่ะสิ เดิมทีข้าก็กะจะเหลือชีวิตมันไว้จริง ๆ นั่นแหละ แต่มันดันมาด่าเจ้าน่ะสิ! (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ด่าข้าที่เป็นคนถึกคนหนึ่งน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มันดันมาด่าแม่นางน้อยอย่างเจ้า เจ้าไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นมันด่าเจ้าหยาบคายแค่ไหน ข้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็เลยฟันมันคอขาดไปในกระบี่เดียว!”
ข้ออ้างของอู๋เทียนช่างฟังดูง่อยเปลี้ยและปั้นเรื่องได้ปลอมสุด ๆ ลำบากเขาจริง ๆ ที่ต้องแถไปแบบนั้น
หลี่เสวี่ยโหรวถลึงตาใส่อู๋เทียนอย่างแรงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพราะถ้าขืนพูดไปมากกว่านี้จะดูเหมือนนางไม่มีเหตุผลและไม่รู้จักกาลเทศะ!
เมิ่งฝานย่อมไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ เขาถามอู๋เทียนต่อ “อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ตกลงเจ้าฆ่าไปกี่คนกันแน่?”
อู๋เทียนเห็นว่าแถไปก็ไม่รอด จึงยอมรับตามตรง “ห้าคน”
ฆ่าไปอีกห้า?
มุมปากเมิ่งฝานกระตุกยิก ๆ คนของสำนักกระบี่อู๋จี๋ที่เขาเห็นเมื่อวานรวมแล้วมีสิบสองคน!
ก่อนหน้านี้ฆ่าไปหกคน ตอนนี้อีกฆ่าไปห้าคน
นั่นหมายความว่าเหลืออีกแค่คนเดียว?
และคนที่เหลืออยู่นั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นนักพรตขั้นหลอมแก่นพลังของสำนักอู๋จี๋!
เมิ่งฝานมองเย่ชิงหยูและหลิวเยี่ยหานอย่างอ่อนใจ พลางยิ้มขื่น “เดิมทีตั้งใจจะให้พวกเจ้าใช้ศิษย์สำนักอู๋จี๋ฝึกฝนวิชากระบี่เสียหน่อย ตอนนี้ดูท่าจะหมดโอกาสแล้ว”
ในเมื่อเหลือแค่ขั้นหลอมแก่นพลังเพียงคนเดียว พวกเขาสองคนย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ แม้แต่สิทธิ์จะเข้าไปฝึกกระบี่ยังไม่มีเลย
เย่ชิงหยูและหลิวเยี่ยหานต่างก็เป็นนักปรุงยา แม้ตบะจะถึงเทียนหยวนระดับเก้า แต่ต่อให้ร่วมมือกันก็ไม่อาจต้านทานขั้นหลอมแก่นพลังได้เลย
เพราะพวกเขาไม่ใช่ศิษย์สายกระบี่บริสุทธิ์ พลังการต่อสู้ย่อมไม่ได้อยู่ในระดับสุดยอด!
“แล้วคนสุดท้ายที่เหลือ หนีไปไหนแล้ว?” เมิ่งฝานถามอู๋เทียนต่อ
อู๋เทียนยักไหล่อย่างจนปัญญา “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เดิมทีข้าก็กะจะไปจัดการเจ้าหมอนั่นแหละ แต่ดันเจอแค่พวกลูกกระจ๊อกคนอื่น ไม่เจอเจ้าคนที่เก่งที่สุดนั่น!”
ได้ยินคำตอบนั้น มุมปากเมิ่งฝานกระตุกรัว ๆ
ต้องทน!
ทนไว้!
อดทนพ่อมันสิ…
เขาสะบัดมือซัดปราณกระบี่เข้าใส่อู๋เทียนทีหนึ่งพลางคำราม “ในเมื่อหาไม่เจอ แล้วเจ้าจะฆ่าคนพวกนั้นทิ้งหมดไปทำไม ทำไมไม่เหลือคนเป็น ๆ ไว้ถามทางบ้างหา???”
อู๋เทียนทำหน้าเก้อเขินขณะปัดปราณกระบี่ของเมิ่งฝานทิ้ง พลางพูดอ้อมแอ้มว่า “ข้าลืมจริง ๆ นะ เป็นความผิดข้าเองก็ได้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าจะช่วยหาเจ้าสวะที่หนีไปนั่นต่อให้เอง!”
ในใจเขาก็แอบน้อยใจอยู่ลึก ๆ
หลวงพี่อย่างข้าอุตส่าห์หวังดีช่วยตามหาคน ช่วยฆ่าคนให้ เจ้ายังจะมาตะคอกใส่ข้าอีก!
เมิ่งฝานถอนหายใจอย่างอ่อนแรง พลางกล่าวอย่างเซ็ง ๆ “ไม่โทษเจ้าหรอก โทษข้าเองที่ปล่อยให้เจ้าออกไป”
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตัวเองเข้าใจนิสัยอู๋เทียนดีแล้ว
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขายังเข้าใจเจ้าหมอนี่ไม่พอ!
การฆ่าคนมันสนุกนักหรือไง?
หรือว่าการฆ่าคนมันทำให้เสพติดได้?
ช่างเหลวไหลสิ้นดี!!!
ทำไมถึงมีคนประเภทนี้อยู่บนโลกได้นะ?
เมิ่งฝานลุกขึ้นอย่างหมดหนทาง ก่อนจะบอกกับทุกคนว่า “ทุกคนตามข้าออกไป ช่วยกันหาดูว่ายังพอจะตามตัวผู้รอดชีวิตสุดท้ายของสำนักอู๋จี๋เจอไหม”
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจ้องมองอู๋เทียนอย่างดุร้าย พูดว่า “เจ้าอยู่นี่!”
อู๋เทียนอ้าปากพะงาบ ๆ อยากจะเถียงแต่สุดท้ายก็เงียบไป
หลี่เสวี่ยโหรวกระซิบเบา ๆ กับเมิ่งฝาน “พี่ ข้าว่าพี่พาเขาไปด้วยดีกว่า ถึงข้าจะไม่ได้คลุกคลีกับเขามากนัก แต่รู้สึกว่าคนคนนี้ไม่น่าไว้ใจเลย ถ้าพี่ทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียว เขาต้องก่อเรื่องวุ่นวายแน่ ๆ พากเขาไปอยู่ข้างตัวคอยจับตาดูไว้เองจะดีกว่านะ!”
เมิ่งฝานมองไปที่หลี่เสวี่ยโหรวแวบหนึ่ง คำพูดนี้… มีเหตุผลอย่างยิ่งเลย
“ความรู้สึกของเจ้าน่ะ ถูกต้องที่สุด!”