วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 3 : เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ วิชายุทธ์: หมัดไทเก๊กหยินหยาง!
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 3 : เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ วิชายุทธ์: หมัดไทเก๊กหยินหยาง!
ระหว่างทางเดินกลับ ซูอวี่โยนกล่องไม้ในมือสลับไปมาอย่างอารมณ์ดี ภายในนั้นบรรจุ ‘โอสถปราณโลหิต’ สิบหกเม็ดถ้วนที่เขาเพิ่งจะไถมาจากไอ้โง่หลี่หู่สดๆ ร้อนๆ
“ช่างรู้ใจกันจริงๆ คนกำลังง่วงก็มีคนส่งหมอนมาให้หนุนซะงั้น” ซูอวี่เลียริมฝีปาก เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้ามีไอ้หน้าโง่พรรค์นี้โผล่มาแจกของฟรีให้เจออีกเยอะๆ ก็คงจะดีสิ!”
ทันใดนั้น ซูอวี่ก็เดินผ่านหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง พนักงานหน้าร้านตาไวสังเกตเห็นเขา จึงรีบร้องเรียกลูกค้าทันที
“คุณผู้ชาย! สนใจแวะดูวิชายุทธ์หน่อยไหมครับ?”
วิชายุทธ์?
พอได้ยินคำนี้ ซูอวี่ก็หูผึ่ง เกิดความสนใจขึ้นมาทันที เขาจึงก้าวเท้าเข้าไปในร้าน
“คุณผู้ชายครับ ร้านเรามีวิชายุทธ์ระดับ 1 ครบทุกสายเลย ไม่ทราบว่าสนใจแบบไหนดีครับ?” พนักงานส่งยิ้มประจบประแจงพลางถูมือไปมา
สายตาของซูอวี่กวาดมองไปตามเคาน์เตอร์กระจกอย่างต่อเนื่อง คัมภีร์วิชายุทธ์เล่มแล้วเล่มเล่าปรากฏแก่สายตา
“หมัดทลายภูผา วิชายุทธ์ระดับ 1: แนะนำสำหรับนักสู้ฝึกหัด! ราคา: หนึ่งหมื่นหยวน!”
“หมัดถล่มทลาย วิชายุทธ์ระดับ 1: แนะนำสำหรับนักสู้ฝึกหัด! ราคา: หนึ่งหมื่นหยวน!”
“…”
พอเห็นป้ายราคาวิชายุทธ์พวกนี้ ความตื่นเต้นของซูอวี่ก็มอดดับลงในพริบตา เพราะ… แม่งโคตรแพง!
พนักงานที่ยืนประกบอยู่ข้างๆ อ่านสีหน้าของซูอวี่ออกทะลุปรุโปร่ง เขารีบฉีกยิ้มการค้าแล้วอธิบาย “คุณผู้ชายครับ วิชายุทธ์ระดับ 1 ถึงราคาจะแรงไปสักนิด แต่มันคือของจริง! มันสามารถช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย แถมยังบัฟพลังโจมตีและความเร็วได้มหาศาลเลยนะครับ… แต่ถ้าคุณผู้ชายคิดว่างบยังไม่ถึง ลองมาดูโซนนี้สิครับ”
พูดจบ พนักงานก็ผายมือเชิญซูอวี่มาที่เคาน์เตอร์อีกฝั่ง
“คุณผู้ชายครับ ของพวกนี้ถึงจะไม่ใช่วิชายุทธ์แท้ๆ แต่ก็มีประโยชน์ในการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพได้ดีทีเดียวนะครับ”
ซูอวี่กวาดตามองผ่านๆ มันก็คือพวกคัมภีร์บริหารร่างกายกิ๊กก๊อกอย่าง ‘ตำราหมัดไทเก๊ก’ อะไรทำนองนั้น ไอ้ของพรรค์นี้มันของเล่นรำมวยของพวกลุงๆ ป้าๆ ตามสวนสาธารณะชัดๆ ราคาก็ถูกแสนถูก เล่มนึงแค่ร้อยสองร้อยหยวนเท่านั้น
แต่มันไม่ใช่วิชายุทธ์… ซูอวี่จะไปเสียเวลาชายตามองได้ยังไง?
เดี๋ยวก่อน!
ซูอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายความเจ้าเล่ห์วาบผ่านดวงตา ในเมื่อเขามีช่องสังเคราะห์ ขนาดโอสถขยะยังอัปเกรดได้ แล้วไอ้คัมภีร์ออกกำลังกายกากๆ พวกนี้… มันจะเอามาคราฟต์เป็นวิชายุทธ์ได้ไหมล่ะวะ!?
คิดได้ดังนั้น ซูอวี่ก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันที ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็หอบ ‘ตำราหมัดไทเก๊ก’ ยี่สิบเล่ม เดินผิวปากร่าเริงออกจากร้านไปอย่างอารมณ์ดี
ที่หน้าร้าน พนักงานส่งยิ้มตามมาตรฐานการค้าโค้งคำนับส่งซูอวี่ “เดินทางปลอดภัยนะครับคุณผู้ชาย โอกาสหน้าเชิญใหม่ครับ!”
ทว่าทันทีที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มลับสายตาไป พนักงานก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมา “หึๆ… เจอไอ้หน้าโง่ให้หลอกฟันหัวแบะอีกคนแล้วโว้ย!” พูดจบ เขาก็ผิวปากเดินกลับเข้าไปในร้านอย่างอารมณ์ดี
ตัดภาพมาที่ห้องเช่าซอมซ่อ ซูอวี่พุ่งตัวกลับมาถึงห้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีด “มาลองของกันหน่อยดีกว่า ว่าไอ้คัมภีร์กากๆ พวกนี้มันจะคราฟต์เป็นวิชายุทธ์ได้ไหม… ถ้าทำได้ล่ะก็ พ่อจะรวยเละเทะแน่!”
เขาเรียกหน้าต่างช่องสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วจับตำราหมัดไทเก๊กสองเล่มยัดลงไปในช่องว่าง ทันใดนั้นตัวหนังสือคุ้นตาก็เด้งพรวดขึ้นมา
[ตำราหมัดไทเก๊ก : ยาดีคู่กายคุณลุงตามลานกว้าง เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง!]
[ต้องการสังเคราะห์หรือไม่?]
“สังเคราะห์!”
นิ้วของเขากระแทกปุ่มสีทอง แสงสว่างจ้าสาดวาบ ภายในช่องผลลัพธ์ปรากฏหนังสือเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่
[หมัดไทเก๊กขั้นต้น : อธิบายแก่นแท้ของหมัดไทเก๊กอย่างละเอียด ช่วยให้คุณเข้าร่วมแก๊งคุณลุงลานกว้างได้เร็วขึ้นเล็กน้อย!]
หน้าผากของซูอวี่มีเส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นมาเป็นริ้วๆ
“แก๊งคุณลุงบ้าบออะไรวะ… สังเคราะห์ต่อโว้ย!”
ซูอวี่จัดการจับตำราหมัดไทเก๊กทั้งยี่สิบเล่มมายัดลงเตาหลอมรวดเดียวจนกลายเป็น ‘หมัดไทเก๊กขั้นต้น’ สิบเล่ม จากนั้นก็เอา ‘หมัดไทเก๊กขั้นต้น’ สองเล่มมาสังเคราะห์ซ้อนทับกันไปอีกขั้น
[แก่นแท้หมัดไทเก๊ก : บรรยายแก่นแท้ของหมัดไทเก๊กอย่างลึกซึ้ง ช่วยให้คุณเข้าถึงแก๊งคุณลุงลานกว้างได้อย่างมหาศาล!]
สีหน้าของซูอวี่ดำทะมึนยิ่งกว่าก้นหม้อ
“ฉันไม่เชื่อหรอกเว้ย! ยัดของไปตั้งเยอะขนาดนี้ มันจะคราฟต์วิชายุทธ์ระดับ 1 ออกมาไม่ได้สักเล่มเชียวเรอะ!”
เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด จับแก่นแท้หมัดไทเก๊กยัดลงไปอีกสองเล่ม “สังเคราะห์!”
วูบ! แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้ากว่าทุกครั้ง
หนังสือปกกระดาษสีเหลืองซีดเล่มหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นอย่างสงบนิ่งกลางช่องสังเคราะห์ พร้อมกับตัวหนังสือแถวใหม่ที่เด้งขึ้นมา!
[หมัดไทเก๊ก : วิชายุทธ์ระดับ 1 ขั้นสูงสุด ใช้ความอ่อนสยบความแข็งแกร่ง หากฝึกจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ จะทรงพลังเทียบเท่าวิชายุทธ์ระดับ 2! แนะนำระดับการฝึกฝน: นักสู้ฝึกหัด!]
พอเห็นคำอธิบายบรรทัดนี้ ดวงตาของซูอวี่ก็เบิกกว้าง ประกายความบ้าคลั่งปะทุขึ้นมา “สำเร็จโว้ย!”
ลมหายใจของเด็กหนุ่มร้อนผ่าว เขาไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที จัดการจับแก่นแท้หมัดไทเก๊กที่เหลืออยู่ไปรวมร่างกันจนได้ ‘หมัดไทเก๊ก’ มาอีกสองเล่มรวด
แต่จังหวะที่ซูอวี่กำลังง้างมือเตรียมจะสังเคราะห์ต่อ เขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อหน้าต่างระบบเด้งข้อความเตือนสีแดงฉานขึ้นมาขัดจังหวะ
[ระดับปัจจุบันถึงขีดจำกัดการสังเคราะห์แล้ว หากต้องการสังเคราะห์ต่อ โปรดอัปเกรดระดับช่องสังเคราะห์!]
ซูอวี่แอบจิ๊ปากด้วยความขัดใจ ดูเหมือนว่าหมัดไทเก๊กจะเป็นเพดานสูงสุดในตอนนี้แล้ว “อัปเกรดระดับช่องสังเคราะห์งั้นเหรอ? แล้วมันต้องอัปเกรดยังไงวะ?”
ราวกับระบบปัญญาประดิษฐ์อ่านใจเขาออก มันเด้งข้อความอธิบายขึ้นมาอีกบรรทัดทันที
[เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ จะสามารถอัปเกรดระดับช่องสังเคราะห์ได้!]
“นักสู้งั้นเหรอ...”
“เอาเถอะ แค่คราฟต์วิชายุทธ์ระดับ 1 ออกมาได้ ก็เท่ากับเสกเงินหมื่นหยวนเข้ากระเป๋าแล้ว ทั้งที่ลงทุนไปแค่ไม่กี่พันเอง ถือว่ากำไรบานเบอะ! รอให้ฉันเลื่อนขั้นเป็นนักสู้เมื่อไหร่… บางทีอาจจะปลดล็อกคราฟต์วิชายุทธ์ระดับ 2 ออกมาได้ก็ได้” ซูอวี่ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ
ว่าแล้ว เขาก็ล้วงหยิบกล่องไม้ในอกเสื้อออกมา ภายในนั้นมี ‘โอสถปราณโลหิต’ นอนแอ้งแม้งรอการชำแหละอยู่สิบหกเม็ดถ้วน พอมองดูของฟาร์มฟรีพวกนี้ ซูอวี่ก็อดหัวเราะหึๆ ออกมาไม่ได้
“ไอ้หลี่หู่นี่มันบอสแจกโชคชัดๆ!”
ไม่ต้องควักเนื้อลงทุนสักแดงเดียว ก็ปล้นโอสถปราณโลหิตมาได้ตั้งสิบหกเม็ด ทำเอาซูอวี่ฟินจนแทบจะร้องเพลง
และวินาทีต่อจากนี้ต่างหาก... คือช่วงเวลาคราฟต์ของแห่งความระทึกใจของจริง!
เด็กหนุ่มเลียริมฝีปากแห้งผาก เปิดช่องสังเคราะห์ขึ้นมา แล้วจับโอสถปราณโลหิตโยนลงไปทีละคู่
เขาทำซ้ำกระบวนการนี้วนไปอย่างเมามัน จนกระทั่งโอสถปราณโลหิตสิบหกเม็ด ถูกหลอมรวมกลายเป็น ‘โอสถหลอมโลหิต’ ระดับ 2 จำนวนแปดเม็ดถ้วน!
“โอสถปราณโลหิตกากๆ ยังอัปเกรดเป็นโอสถหลอมโลหิตระดับ 2 ได้… แล้วถ้าเอาโอสถหลอมโลหิตมายัดลงเตาล่ะ มันจะคราฟต์ทะลุขีดจำกัดไปได้อีกไหมวะ!?”
ตอนนั้นเอง ไอเดียบ้าระห่ำก็แล่นปลาบเข้ามาในหัวซูอวี่!
ถ้ามันอัปเกรดต่อได้ เขาก็จะได้ของโคตรแรร์เลยไม่ใช่รึไง? คิดดูสิ! ขนาดโอสถหลอมโลหิตระดับ 2 ยังดันปราณโลหิตพุ่งปรี๊ดได้ถึง 0.1 แล้วถ้าเป็นโอสถที่ถูกหลอมทะลวงระดับขึ้นไปอีกล่ะ… สรรพคุณมันจะเถื่อนดิบขนาดไหน!?
คิดได้ดังนั้น ซูอวี่ก็ไม่รอช้า จับโอสถหลอมโลหิตสองเม็ดโยนลงไปในช่องสังเคราะห์ทันที!
[โอสถหลอมโลหิต : โอสถระดับ 2 สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของปราณโลหิตในร่างกายมนุษย์ได้อย่างมหาศาล หากทานมากเกินไป สรรพคุณจะลดลง!]
[ต้องการสังเคราะห์หรือไม่?]
“สังเคราะห์!”
ซูอวี่กระแทกปุ่มสังเคราะห์อย่างดุดัน! แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง วินาทีต่อมา โอสถหลอมโลหิตทั้งสองเม็ดก็สลายหายไป สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือโอสถสีขาวขุ่นบริสุทธิ์เม็ดหนึ่ง พร้อมกับตัวหนังสือระบบที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า!
[โอสถชำระกาย : โอสถระดับ 3 การันตีเพิ่มปราณโลหิต 0.3 แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไร้ผลข้างเคียง!]
พอเห็นคุณสมบัติระดับพระกาฬบรรทัดนี้ ดวงตาของซูอวี่ก็เบิกกว้างแทบถลน “เชี่ย! โอสถระดับ 3!”
ในเมืองเหิงเฉิงแห่งนี้ โอสถระดับ 3 ถือเป็นแรร์ไอเทมระดับตำนาน ที่มีเงินท่วมหัวก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ! นานๆ ทีสักเดือนสองเดือนถึงจะหลุดมาให้เห็นประดับบารมีสักเม็ด และทันทีที่มันปรากฏตัว ขุมอำนาจทุกฝ่ายต่างต้องเปิดศึกแย่งชิงกันหูดับตับไหม้ กระทั่งเคยมีสถิติการประมูลโอสถระดับ 3 ในราคาสูงปรี๊ดถึงหลายแสนหยวนมาแล้ว!
มูลค่าของมันมหาศาลทะลุฟ้า!
ลมหายใจของซูอวี่หอบกระชั้นถี่ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่แค่เพราะป้ายราคาของโอสถระดับ 3 แต่มันเป็นเพราะคุณสมบัติสุดโกงอย่าง ‘การันตีเพิ่มปราณโลหิต 0.3 ร้อยเปอร์เซ็นต์แถมไร้ผลข้างเคียง’ ต่างหาก!
เกณฑ์การสอบเป็นนักสู้ฝึกหัด ต้องการปราณโลหิตแค่ 0.5 เท่านั้น! ลำพังแค่สวาปามโอสถชำระกายเม็ดนี้ลงคอ มันก็มากพอที่จะดันเพดานพลังให้เขากลายเป็น ‘นักสู้’ เต็มตัวได้สบายๆ!
ซูอวี่ไม่รอช้า รีบกวาดเอาโอสถหลอมโลหิตที่เหลือไปสังเคราะห์ต่อยอดเป็น ‘โอสถชำระกาย’ รวดเดียวจนหมดเกลี้ยง ทว่าจังหวะที่เขาตั้งท่าจะคราฟต์ทะลวงระดับต่อไป หน้าต่างระบบก็เด้งข้อความแจ้งเตือนติดเพดานขีดจำกัดขึ้นมาขวางอีกครั้ง
เด็กหนุ่มลูบคางครุ่นคิดวิเคราะห์ “ขีดจำกัดของโอสถตันที่ระดับ 3 แต่วิชายุทธ์กลับตันแค่ระดับ 1… ดูทรงแล้ว วิชายุทธ์ในระดับเดียวกัน คงมีมูลค่าและพลังอำนาจสูงส่งกว่าโอสถหลายขุมสินะ!”
แต่มันก็สมเหตุสมผลอยู่ โอสถระดับ 1 ดาดๆ อย่างโอสถปราณโลหิต ขายแค่เม็ดละพันหยวน ทว่าวิชายุทธ์ระดับ 1 ที่ถูกที่สุดในร้าน กลับโก่งราคาปาเข้าไปตั้งหนึ่งหมื่นหยวน แค่เทียบป้ายราคา ก็เห็นความห่างชั้นกันชัดเจนแล้ว!
ซูอวี่ฉีกยิ้มกว้าง มองดูโอสถชำระกายระดับตำนานในมือ “มีสุดยอดไอเทมชิ้นนี้อยู่… การก้าวข้ามไปเป็นนักสู้ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป!”
เด็กหนุ่มกระโดดขึ้นเตียง นั่งขัดสมาธิปรับลมหายใจเข้าออกเพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุด จากนั้นก็โยน ‘โอสถชำระกาย’ เข้าปากอย่างเด็ดขาด!
วินาทีต่อมา ขุมพลังยาที่ทรงอานุภาพและบ้าคลั่งยิ่งกว่าโอสถหลอมโลหิตหลายสิบเท่า ก็ระเบิดคลื่นกวาดล้างไปทั่วทุกอณูขุมขนของซูอวี่! ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าปราณโลหิตทั่วร่างกำลังเดือดปุดๆ พุ่งทะยานราวกับลาวาภูเขาไฟปะทุ!
ซูอวี่กัดฟันแน่น รีบโคจรปราณโลหิตของตัวเองเพื่อดูดซับและชักนำสรรพคุณยามหาศาลนี้อย่างตั้งใจ ห้วงเวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปท่ามกลางการบ่มเพาะที่ร้อนระอุ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงตะวันสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ซูอวี่ก็เบิกตาตื่นขึ้น! ประกายแสงสีเลือดแดงฉานอันดุดันวาบผ่านนัยน์ตาของเขาในชั่วพริบตา!
เพียงชั่วข้ามคืน… ซูอวี่จัดการสวาปามโอสถชำระกายเข้าไปถึงสองเม็ด ดันเพดานปราณโลหิตของตัวเองทะลวงขีดจำกัด พุ่งทะยานไปแตะระดับ 1.0 ได้สำเร็จ!
นั่นหมายความว่า บัดนี้ ซูอวี่ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขต สู่การเป็น ‘นักสู้’ อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว!
นักสู้ตัวจริงเสียงจริง! ไม่ใช่แค่ไอ้พวกเด็กฝึกหัดเตรียมพร้อม!
หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัวด้วยความฮึกเหิมที่ไม่อาจเก็บซ่อน ต้องรู้ก่อนนะว่า ขนาดสอบติดเป็นแค่ ‘นักสู้ฝึกหัด’ รัฐบาลยังประเคนเงินอัดฉีดให้ตั้งมากมายก่ายกอง ยิ่งไม่ต้องจินตนาการถึงสิทธิพิเศษของการเป็นนักสู้เต็มตัวเลย มันต้องรวยเละแน่ๆ!
“หึๆ… ดูท่าฉันคงไม่ต้องทนนั่งรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วสิ วันนี้เลิกเรียนเมื่อไหร่ แวะไปสอบเลื่อนขั้นรับป้ายที่สมาคมนักสู้เลยก็แล้วกัน!” ซูอวี่ยิ้มกริ่มอย่างมั่นใจ
เมื่อคืนเขาผลาญโอสถชำระกายไปสองเม็ดเพื่ออัดปราณโลหิตจนทะลุ 1.0 ตอนนี้ในมือจึงยังเหลือโอสถระดับตำนานนี้อยู่อีกสองเม็ดถ้วน
“มาลองของกันหน่อยดีกว่า… ว่าโอสถชำระกายระดับ 3 จะคราฟต์ทะลุเพดานไปได้ถึงขั้นไหน!” ซูอวี่เรียกหน้าต่างช่องสังเคราะห์ขึ้นมาอีกครั้ง
และในครั้งนี้ หลังจากเลื่อนขั้นเป็นนักสู้ ดูเหมือนว่าระบบจะปลดล็อกฟีเจอร์ใหม่ นอกเหนือจากช่องตารางว่างๆ แล้ว ด้านข้างของอินเทอร์เฟซยังมีเกจพลังงานที่เรียกว่า ‘ค่าความโชคดี’ ปรากฏขึ้นมาด้วย!
“ไอ้ค่าความโชคดีนี่มันเอาไว้ทำอะไรวะ?” ซูอวี่จ้องมองอินเทอร์เฟซด้วยความสงสัย
[ค่าความโชคดี : เมื่อเกจสะสมเต็ม 100 จะสุ่มดรอปไอเทมหายากระดับแรร์ให้โฮสต์ 1 ชิ้น! ทุกครั้งที่สังเคราะห์ไอเทมธรรมดา จะได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม, สังเคราะห์ไอเทมระดับ 1 ได้รับ 10 แต้ม, สังเคราะห์ไอเทมระดับ 2 ได้รับ 20 แต้ม… และเพิ่มทวีคูณขึ้นตามลำดับ!]
[หมายเหตุ : เมื่อดรอปไอเทมหายากสำเร็จ 1 ครั้ง แต้มที่ต้องใช้สำหรับการดรอปครั้งต่อไปจะถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!]
พออ่านระบบกลไกการสุ่มกาชาจบ ดวงตาของซูอวี่ก็ลุกวาวเป็นประกาย “ไอเทมหายากระดับแรร์งั้นเหรอ!?”
ผ่านการเทสต์ระบบมาตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน ซูอวี่ย่อมรู้ซึ้งถึงสรรพคุณของมันดี… ต่อให้เป็นขยะที่ห่วยแตกแค่ไหน พอจับโยนลงช่องสังเคราะห์ มันก็ยังกลายพันธุ์เป็นของชั้นยอดทะลุโลกได้!
แล้วไอ้ของที่ระบบหน้าเลือดนี่กล้าการันตีและตีตราว่าเป็น ‘ไอเทมหายาก’ ล่ะ… มันจะเป็นโคตรมหาของวิเศษระดับพลิกฟ้าคว่ำดินขนาดไหนกัน!? แค่คิด ซูอวี่ก็เลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นแล้ว!
แต่เอาเถอะ ตอนนี้การคราฟต์อัปเกรดโอสถชำระกายให้เสร็จสิ้นคือเป้าหมายหลัก ซูอวี่จับโอสถชำระกายระดับ 3 ทั้งสองเม็ดยัดลงเตาหลอมอย่างชำนาญ แสงสีทองเจิดจรัสสว่างวาบขึ้นมาจนแสบตา!
เมื่อแสงจางลง ภายในช่องผลลัพธ์ก็ปรากฏโอสถสีขาวบริสุทธิ์เจือประกายสีทองอร่ามเม็ดหนึ่ง นอนสงบนิ่งแผ่กลิ่นอายสูงส่งออกมา
[โอสถชำระกระดูก : โอสถระดับ 4 การันตีเพิ่มปราณโลหิต 1.0 แต้มแบบร้อยเปอร์เซ็นต์! คำเตือน: หลังกลืนกิน ผู้ใช้จะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอไร้พละกำลังโดยสมบูรณ์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง โปรดระมัดระวังในการใช้งานอย่างสูงสุด!]
โอสถระดับ 4!
ช่องสังเคราะห์มันแหกกฎคราฟต์โอสถระดับ 4 ออกมาได้จริงๆ ด้วย!
ขอย้ำอีกครั้งนะว่า… ในเมืองเหิงเฉิงที่ห่างไกลความเจริญแห่งนี้ ไม่เคยมีไอ้หน้าไหนเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ‘โอสถระดับ 4’ มาก่อนเลยในชีวิต! ต่อให้มหาเศรษฐีคนไหนมีครอบครองอยู่ลับๆ ก็คงไม่มีใครหน้าโง่กล้าเอามาโชว์หราเรียกแขกแน่ๆ!
ก็แน่ล่ะ! โอสถระดับ 4 มันคือไอเทมระดับบัฟพลังให้ยอดฝีมือระดับ ‘นักสู้’ เชียวนะโว้ย!
ซูอวี่หายใจหอบถี่ มือไม้สั่นเทา เขารีบฉวย ‘โอสถชำระกระดูก’ ไปซ่อนไว้ในกล่องไม้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะนำไปยัดเก็บไว้ในซอกหลืบที่มิดชิดและลึกที่สุดของห้องเช่า
เมื่อจัดการของรักของหวงเสร็จ เขาก็หันมาจับ ‘หมัดไทเก๊ก’ สองเล่มยัดลงช่องสังเคราะห์ต่อ แสงสีทองสาดสว่างขึ้นอีกระลอก คราวนี้ ตำราม้วนหนังแกะโบราณแผ่กลิ่นอายลึกลับเล่มหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซูอวี่!
[หมัดไทเก๊กหยินหยาง (วิชายุทธ์ระดับ 2) : วิชายุทธ์ระดับ 2 ขั้นสูงสุด! แฝงเร้นพลังช่วยให้ผู้ฝึกตระหนักรู้ถึงแก่นแท้แห่งหยินหยาง หากฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ อานุภาพจะทรงพลังทัดเทียมวิชายุทธ์ระดับ 3! แนะนำระดับการฝึกฝน: นักสู้!]
นัยน์ตาของซูอวี่เบิกกว้างสั่นระริก!
วิชายุทธ์ระดับ 2 ขั้นสูงสุด!
ไอ้ของระดับปรมาจารย์พรรค์นี้ ถ้าหลุดออกไปประมูลขายข้างนอก อย่างต่ำๆ ราคาประมูลเริ่มต้นก็ต้องเหยียบหลักแสนหยวนแน่ๆ! แถมถึงมีเงินเป็นกระบุง ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป!
“น่าเสียดายชะมัด… ถ้าเอาหมัดไทเก๊กหยินหยางเล่มนี้ไปเร่ขาย ฉันคงฟันกำไร เอาไปกว้านซื้อโอสถปราณโลหิตกลับมาคราฟต์เป็น ‘โอสถชำระกระดูก’ ได้อีกเป็นโกดังเลย” ซูอวี่เดาะลิ้นบ่นอุบด้วยความเสียดาย
แต่เมื่อประเมินสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้… เขาเพิ่งจะทะลวงระดับก้าวขึ้นเป็นนักสู้หมาดๆ รากฐานยังไม่มั่นคง มันจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเอาคอไปพาดเขียง เสี่ยงถูกเพ่งเล็งเพียงเพื่อแลกกับเศษเงินชั่วคราว
ประสบการณ์การใช้ชีวิตทะลุมิติมาแล้วถึงสองชาติภพ สั่งสอนให้ซูอวี่สลักสัจธรรมข้อหนึ่งไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง… ‘คนไร้ความผิด ทว่าผิดที่มีหยกงามติดตัว!’
ขืนเขาพลั้งเผลอปล่อยให้ขุมอำนาจล่วงรู้ความลับนี้เข้า ย่อมต้องมีพวกหมาลอบกัดตาแดงก่ำ ดาหน้ามาไล่ล่ารุมทึ้งเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็แหงล่ะ! เด็กม.ปลายยาจกธรรมดาๆ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีตระกูลใหญ่หนุนหลัง แต่เสือกควักเอาสมบัติระดับตำนานออกมาโชว์ได้หน้าตาเฉย
ถ้าไม่โดนคนเขาสงสัยจนจับไปชำแหละก็บ้าแล้ว!
ซูอวี่ครุ่นคิดประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ จากนั้นก็จัดการนำวิชายุทธ์และโอสถชำระกระดูกไปซ่อนไว้ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด ซ้อนทับกันหลายชั้น กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีใครหาเจอ เขาถึงได้ผิวปากเดินออกจากห้องเช่า มุ่งหน้าไปโรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่ 1 อย่างสบายอารมณ์
ตลอดเส้นทางเดินไปโรงเรียน ซูอวี่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายเบาหวิวราวกับติดปีก การได้เหยียบย่างขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับนักสู้เพียงชั่วข้ามคืน ปาฏิหาริย์พรรค์นี้ ต่อให้เป็นคนเย็นชาหน้าตายแค่ไหน ก็ต้องมีหลุดอาการเนื้อเต้นตื่นเต้นกันบ้างล่ะ!
“ใกล้แล้ว… รอออดเลิกเรียนดังเมื่อไหร่ ฉันจะพุ่งไปสอบประเมินนักสู้ทันที! ถึงตอนนั้นก็จะได้วิชาบ่มเพาะมาครอง แถมยังมีเงินอัดฉีดกับทรัพยากรกองโตมารอประเคนให้อีกเพียบ!”
ทว่า… ในวินาทีที่ปลายเท้าของซูอวี่ก้าวข้ามผ่านประตูรั้วโรงเรียนเข้าไปนั้นเอง!
ณ มุมลึกสุดของห้องพักครูระดับสูง ภายในโรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่ 1 ชายชราสวมแว่นตากรอบทองที่กำลังนั่งหลับตาพักผ่อน ก็พลันเบิกตาโพลง ขมวดคิ้วฉับเข้าหากันทันที!
“หืม? ไฉนในเขตโรงเรียน… ถึงมีกลิ่นอายของนักสู้หน้าใหม่ปริศนาโผล่พรวดขึ้นมาได้?”
แววตาของชายชราฉายแววเคร่งเครียดระแวดระวัง วินาทีต่อมา… ร่างของเขาก็พรางตัวกลืนกินไปกับอากาศ อันตรธานหายวับไปจากห้องพักครูในชั่วพริบตาเดียว!