วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย - บทที่ 42 ครูฝึกที่มาล่าช้า! ซูอวี่สิ้นชีพ?
- Home
- วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
- บทที่ 42 ครูฝึกที่มาล่าช้า! ซูอวี่สิ้นชีพ?
แผนการอันโหดเหี้ยมอำมหิตทำเอาซูอวี่ถึงกับหนาวสันหลังวาบ!
ขณะเดียวกัน แสงสีแดงเรืองรองก็กำลังกระตุ้นปราณโลหิตในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง เพียงชั่วอึดใจ ซูอวี่สัมผัสได้ทันทีว่าค่าพลังปราณโลหิตพุ่งพรวดขึ้นมาเต็มๆ ถึงหนึ่งแต้ม!
อย่าได้ดูถูกเชียวว่ามันเป็นแค่หนึ่งแต้ม! เพราะหากปล่อยให้เขาบ่มเพาะด้วยตัวเอง การจะรีดเค้นปราณโลหิตให้เพิ่มขึ้นสักแต้ม อย่างน้อยต้องกินเวลาเต็มๆ ถึงหนึ่งวัน! ทว่าภายใต้การหนุนเสริมจากแสงสีแดงนี้ เขากลับใช้เวลาเพียงแค่นาทีเดียว!
ความเร็วระดับนี้นับว่าน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!
ยิ่งไปกว่านั้น สภาวะการเพิ่มระดับที่พุ่งปรี๊ดแบบนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซูอวี่รีบทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิ แล้วเริ่มดูดซับหลอมรวมแสงสีแดงในร่างทันที!
…
อีกด้านหนึ่ง ณ ทางเข้าหมู่บ้าน
เปรี้ยง!
หลี่เทียนเฮ่อซัดหมัดกระแทกหวังเจี๋ยจนปลิวถอยร่นไปหลายก้าว หวังเจี๋ยหน้าซีดเผือด หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ เบื้องหน้าของเขามีร่างไร้วิญญาณของเจ้าอ้วนกับเจ้าผอมนอนจมกองเลือดอยู่!
สมกับที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมภายใน! ต่อให้สองผู้ฝึกยุทธ์หลอมโลหิตขั้นสูงสุดร่วมมือกับอีกหนึ่งอัจฉริยะหลอมโลหิตขั้นกลาง ก็ยังไม่อาจต้านทานหลี่เทียนเฮ่อได้แม้แต่น้อย!
หลี่เทียนเฮ่อจ้องเขม็งไปยังหวังเจี๋ย นัยน์ตาทอประกายชั่วร้ายสุดแสนจะพรรณนา
“อัจฉริยะจากค่ายอัจฉริยะงั้นรึ… คงจะขายได้ราคาดีงามน่าดู!”
“รอให้ข้าส่งแกไปลงนรกซะก่อน แล้วข้าจะไปบดขยี้ไอ้ขยะซูอวี่นั่น! พอข้ากลับไปถึงลัทธิเทพสวรรค์เมื่อไหร่ ข้าก็จะได้รับรางวัลประทานจากองค์เทพ!”
“ถึงเวลานั้น พวกสมาคมนักสู้หน้าโง่ก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวแสยะยิ้มอำมหิต
หวังเจี๋ยสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาถอยกรูดหนีร่นไปด้านหลังอย่างลนลาน
ไอ้หวังซีบัดซบเอ๊ย! ทำไมแกถึงต้องสั่งให้ฉันมาฆ่าซูอวี่ด้วยวะ! แล้วก็ไอ้สวะซูอวี่นั่นอีก รับมือแค่กระบวนท่าเดียวก็ยังไม่ได้ เสือกตายห่าไปซะก่อน!
ในหัวของเขายามนี้มีเพียงความเสียใจอันล้นปรี่ เสียใจที่ดันไปตกปากรับคำหวังซีมาลอบสังหารซูอวี่ถึงที่นี่!
หลี่เทียนเฮ่อค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าหาหวังเจี๋ย กลิ่นอายบนร่างแผ่ซ่านกดดันราวกับมัจจุราชร้าย
“ไปลงนรกซะ!”
มันแผดเสียงคำรามลั่น ฟาดฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณอันบ้าคลั่งตบลงมาในพริบตา!
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแค่นหัวเราะเย็นเหยียบก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ!
“หึ! ไอ้เศษสวะจากลัทธิเทพสวรรค์ บังอาจมาแตะต้องคนของค่ายอัจฉริยะงั้นรึ!”
“รนหาที่ตาย!”
สีหน้าของหลี่เทียนเฮ่อแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง มันหันขวับไปตามต้นเสียงทันที สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาคือ ร่างเงาอันน่าสะพรึงกลัวสองร่างกำลังพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาดุจดาวตก!
หนึ่งในนั้นง้าง ‘ขวานทลายภูผา’ ขึ้นสุดแขน ก่อนจะจามฟันลงมาอย่างดุดันเกรี้ยวกราด!
พลังวิญญาณอันมหาศาลบดขยี้มวลอากาศโดยรอบจนแตกซ่านในชั่วอึดใจ!
“ขอบเขตกายาทองคำ!”
รูม่านตาของหลี่เทียนเฮ่อหดเกร็ง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเหลือเชื่อ
“เป็นไปได้ยังไง! ชายแดนเมืองอวิ้นเฉิง จะมียอดฝีมือขอบเขตกายาทองคำโผล่มาได้ยังไง!”
มันแหกปากตะโกนลั่น แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสัมผัสกลิ่นอายของผู้มาเยือน... ทั้งสองคนล้วนเป็นถึงตัวตนระดับขอบเขตกายาทองคำ!
ส่วนหวังเจี๋ย เมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง!
“ครูฝึกเฉิน! รีบมาช่วยผมที!”
เขาโบกมือตะโกนสุดเสียงด้วยความดีใจจนน้ำตาแทบไหล คิดไม่ถึงเลยว่าในช่วงเวลาเป็นตาย ครูฝึกเฉินเจ๋อจะโผล่มาช่วยชีวิตไว้ได้ทัน! หวังเจี๋ยไม่มีเวลามานั่งคิดหาเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ได้แต่แผดเสียงร้องขอความช่วยเหลือสุดหลอดลม
แม้เฉินเจ๋อกับไป๋จ่านจะสงสัยว่าหวังเจี๋ยมาทำบ้าอะไรที่นี่ แต่ภาพที่เห็นตำตาเมื่อครู่คือ หลี่เทียนเฮ่อในชุดคลุมลัทธิเทพสวรรค์กำลังจะลงมือสังหารคนของค่ายอัจฉริยะ!
เฉินเจ๋อบันดาลโทสะถึงขีดสุด ฟาดขวานยักษ์ในมือสับกบาลลงมาอย่างไม่ปรานี!
ตู้มมม!
พลังทำลายล้างมหาศาลเกินกว่าจะต้านทาน หลี่เทียนเฮ่อไม่มีแม้แต่โอกาสจะกรีดร้อง มันถูกขวานจามเข้ากลางกบาล ร่างถูกผ่าซีกแยกเป็นสองท่อนในพริบตา!
ต่อให้มันเพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมภายใน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือขอบเขตกายาทองคำอย่างเฉินเจ๋อ ซ้ำขวานมฤตยูในมือก็ไม่ใช่ไอเทมดาดๆ… สวะอย่างมันจึงถูกสับทิ้งเป็นหมาข้างถนนตายอย่างง่ายดาย!
ร่างของสองครูฝึกลงจอดประทับพื้น ไป๋จ่านกวาดสายตามองหวังเจี๋ยที่ล้มกองอยู่บนพื้นสลับกับซากศพเกลื่อนกลาดรอบๆ คิ้วของเขาขมวดมุ่น
“หวังเจี๋ย? นายมาทำอะไรที่นี่?”
ขณะเดียวกัน เฉินเจ๋อที่ก้มลงไปค้นศพของเจ้าผอมกับเจ้าอ้วน ก็หยิบเข็มกลัดชิ้นหนึ่งออกมาจากเสื้อของพวกมัน บนเข็มกลัดสลักตัวอักษร ‘หวัง’ เอาไว้อย่างชัดเจน!
“คนของตระกูลหวังแห่งเจียงหนานงั้นรึ?” เฉินเจ๋อปรายตามองศพด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะตวัดสายตากดดันไปที่หวังเจี๋ย
เมื่อถูกสายตาจับผิดของสองครูฝึกจ้องเขม็ง หวังเจี๋ยก็เสียวสันหลังวาบ ลูกตากลอกล่อกแล่ก ก่อนจะรีบบีบน้ำตาแสร้งร้องห่มร้องไห้โฮออกมา
“ครูฝึก! ในที่สุดพวกคุณก็มาสักที! ตอนที่ผมกับคนในตระกูลกำลังออกหาประสบการณ์อยู่แถวนี้ บังเอิญไปเจอศิษย์น้องซูอวี่เข้าพอดี เขาเลยขอร้องให้ผมมาช่วยทำภารกิจให้เสร็จครับ!”
“พวกผมก็ตามมาถึงที่นี่ แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่าต้นเหตุที่ชาวบ้านหายตัวไปจะเป็นฝีมือของสวะลัทธิเทพสวรรค์!”
“โชคดีที่พวกครูฝึกมาช่วยไว้ทัน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีชีวิตรอดกลับไปเจอหน้าพวกคุณอีกแล้วแน่ๆ!”
ไป๋จ่านกับเฉินเจ๋อสบตากัน แววตาไหววูบอย่างมีนัย ไป๋จ่านพุ่งพรวดเข้าไปเค้นคอถามทันที
“นายบอกว่ามากับซูอวี่งั้นเหรอ!? แล้วซูอวี่ไปไหน! ทำไมถึงมีแค่นาย ซูอวี่อยู่ไหน!!”
เมื่อกวาดตามองไม่เห็นแม้แต่เงาของซูอวี่ ความร้อนรนก็ตีตื้นขึ้นมาในอกไป๋จ่าน!
ต้องเข้าใจก่อนนะว่า ถึงหลี่เทียนเฮ่อจะเป็นแค่ขยะในสายตาเขา แต่มันก็ยังเป็นถึงขอบเขตหลอมภายใน! ขนาดหวังเจี๋ยกับยอดฝีมือตระกูลหวังยังโดนอัดจนเละ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงซูอวี่ที่เพิ่งเข้าขอบเขตหลอมโลหิตเลย!
ซูอวี่เป็นอัจฉริยะที่ไป๋จ่านดึงตัวมากับมือ หากเกิดอะไรขึ้น เขาจะเอาหน้าไปอธิบายกับ ‘คนโหด’ คนนั้นได้ยังไง!
หวังเจี๋ยหลบสายตาหลุกหลิก แน่นอนว่าเขารู้ว่าซูอวี่อยู่ไหน แต่ถ้าขืนปล่อยให้พวกครูฝึกไปเจอตัวมันเข้า ละครตบตาทุกอย่างก็พังพินาศสิวะ!
แต่เดี๋ยวก่อน... ฉันคงคิดมากไปเอง ซูอวี่เพิ่งเหยียบเข้าหลอมโลหิต โดนยอดฝีมือหลอมภายในซัดเข้าไปเต็มๆ หนึ่งกระบวนท่า แถมป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมาอีก แม่งต้องตายห่าไปแล้วแน่ๆ!
เมื่อดีดลูกคิดในใจเสร็จสรรพ มันก็งัดทักษะการแสดงระดับออสการ์ออกมาอีกครั้ง
“ครูฝึก! พวกคุณคงยังไม่รู้ สวะลัทธิเทพสวรรค์นั่นมันเล็งเป้าหมายไว้ที่ศิษย์น้องซูอวี่! พอเจอหน้าปุ๊บ มันก็พุ่งเข้าไล่ฆ่าอย่างบ้าคลั่งเลยครับ! ผมกับผู้อาวุโสในตระกูลพยายามเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อขวางมันไว้แล้ว แต่ก็ต้านไม่ไหว… จนเป็นเหตุให้…”
ได้ยินประโยคนี้ เส้นเลือดบนขมับของไป๋จ่านและเฉินเจ๋อเต้นตุบๆ หัวใจแทบจะหยุดเต้น เฉินเจ๋อตวาดกร้าวด้วยโทสะ
“จนเป็นเหตุให้อะไร! รีบๆ พ่นออกมาสิวะ ไม่งั้นพ่อจะสับแกเป็นสองท่อนด้วยขวานนี่แหละ!”
หวังเจี๋ยชะงัก แสร้งบีบน้ำตาทำเสียงสะอื้น
“จนเป็นเหตุให้… ศิษย์น้องซูอวี่โดนท่าไม้ตายของมันเข้าไปเต็มๆ… ตอนนี้ไม่รู้ชะตากรรม เป็นตายร้ายดียังไงเลยครับ!”
วิ้งงง!!!
สมองของไป๋จ่านกับเฉินเจ๋อขาวโพลน ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบแสกหน้าจนวิญญาณหลุดลอย
ซูอวี่… ไม่รู้ชะตากรรม เป็นตายร้ายดีก็ไม่รู้!?
ไป๋จ่านเป็นคนแรกที่ดึงสติกลับมาได้ นัยน์ตาของเขาแดงก่ำดุจสัตว์ร้ายพุ่งกระโจนเข้าไปกระชากคอเสื้อหวังเจี๋ยจนตัวลอย แล้วกระชากลากถูมุ่งหน้าเข้าไปในหมู่บ้านทันที!
“บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าซูอวี่กระเด็นไปทางไหน! ต่อให้ตาย ฉันก็ต้องเห็นศพ!!”
หวังเจี๋ยที่ถูกหิ้วคอเสื้อลากไปตามพื้น แม้ในใจจะก่นด่าและต่อต้านสุดขีด แต่ภายนอกจำต้องแสร้งทำตัวอ่อนปวกเปียกชี้ทางอย่างจำยอม
“น่าจะ… ทางทิศนี้ครับ…”