ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 15 จบศึก
การต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดนี้ กริมก็ได้ประจักษ์ถึงจุดบกพร่องของตนเองอย่างถ่องแท้
สมรรถภาพร่างกายที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินคือตัวถ่วงที่ใหญ่ที่สุดของเขา ต่อให้มีชิปที่ทรงพลังคอยประมวลผล แต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองแผนการรบในหัวได้ดั่งใจนึก
ค่า ความว่องไว เพียง 4 แต้ม นั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกมิติของการเคลื่อนไหว ทั้งปฏิกิริยาตอบสนอง ความเร็วในการพุ่งตัว และความคล่องตัวในการบังคับร่างกาย แม้ระบบจับภาพการเคลื่อนไหวของชิปจะคำนวณทิศทางการโจมตีของแมรี่ชุดแดงส่งมาให้ล่วงหน้า แต่สังขารที่ “อืดอาด” เกินทน กลับทำให้คำสั่งสมองไปไม่ถึงกล้ามเนื้อในเวลาที่ต้องการ
ผลที่ได้คือความล้มเหลวซ้ำซาก กริมรู้ทั้งรู้ว่ากรงเล็บมรณะจะพุ่งมาจากทางไหน แต่ร่างกายกลับตอบสนองช้าไปหนึ่งจังหวะเสมอ รู้ตัวอีกทีผิวหนังก็ถูกเฉือนเป็นแผลลึก เปลวเพลิงที่ตวัดสวนกลับไปก็ทำได้เพียงไล่จับอากาศ ไม่เฉียดแม้แต่ชายเสื้อของอีกฝ่าย
ภาพในลานประลองจึงกลายเป็นฉากที่น่าเวทนา ก้อนเปลวเพลิงร้อนแรงสองลูกระเบิดลุกไหม้ วนเวียนปิดป้องซ้ายขวารอบตัวกริมอย่างทุลักทุเล เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดดังระงมไม่ขาดสาย ในขณะที่แมรี่ชุดแดงเปรียบเสมือนภูตผีสีชาด เคลื่อนไหววูบวาบไร้ร่องรอย กริมพยายามส่งกระแสไฟอันน่าสยดสยองเข้าสกัด แต่ความเร็วระดับปีศาจของเธอก็ทำให้การโจมตีเหล่านั้นไร้ความหมาย
ยังนับว่าเป็นโชคดีที่แมรี่ชุดแดงเพียงแค่ต้องการทดสอบฝีมือเหมือนเล่นสนุกกับเหยื่อ การโจมตีแต่ละครั้งจึงหวังผลแค่แผลตื้นๆ หากเธอเอาจริง กริมคงถูกสับเป็นชิ้นเนื้อกองอยู่กับพื้นไปนานแล้ว แต่ถึงกระนั้น ร่างกายของกริมก็เต็มไปด้วยรอยกรงเล็บเป็นทางยาว เลือดสดๆ ไหลรินอาบย้อมชุดจนชุ่ม
แม้บาดแผลจะไม่ถึงตาย แต่มันตอกย้ำความอัปยศและความคับแค้นใจจนถึงขีดสุด
เมื่อเดือนก่อน แมรี่คนนี้ยังเป็นแค่ผู้ฝึกหัดระดับต้นที่เก่งกว่าเขาแค่หางอึ่ง เพียงเพราะไอ้การปนเปื้อนเวทมนตร์บ้าบอนั่นทำให้เธอกลายพันธุ์ ตอนนี้เธอกลับปั่นหัวเขาเล่นเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมา แต่ถูกกริมกดทับไว้ที่ก้นบึ้งจิตใจ แม้รู้ดีว่าเป็นรองสุดกู่ แต่เขายังคงกัดฟันบังคับกระแสไฟให้ไล่ล่าเงาสีแดงสายนั้นอย่างไม่ยอมแพ้
ทว่าในมุมลับ สติสัมปชัญญะของกริมยังคงเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เขาแอบสื่อสารกับชิปอย่างเงียบเชียบ… ในเมื่อสายตาตามความเร็วอีกฝ่ายไม่ทัน ก็ต้องใช้วิธีดักทาง!
กริมสะบัดมือทั้งสองข้างออกไปสุดแรง พลังจิตวิญญาณไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก กระแสไฟบนมือขยายใหญ่ขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว และที่ก้นบึ้งดวงตาของเขา จุดสีฟ้าเล็กๆ จุดหนึ่งกำลังกะพริบไหวๆ บ่งบอกพิกัดดักโจมตีที่ชิปคำนวณออกมาได้อย่างเลือนราง
ทันทีที่สัมผัสได้ว่าแมรี่โผล่มาที่ด้านหน้า กริมฉีกมือทั้งสองออกจากกันทันที! กระแสไฟที่ส่งเสียงดังซี่ๆ ปิดตายเส้นทางหนีทั้งซ้ายและขวา เหลือช่องว่างตรงกลางไว้ล่อหลอกเพียงไม่ถึงครึ่งเมตร
แมรี่ที่ตั้งใจจะฉีกหลบไปทางซ้ายแค่นเสียงเย็นในลำคอ หยุดเท้ากึกแล้วยืดตัวขึ้น ร่างกายโยกหลบกระแสไฟสีแดงฉานไปได้อย่างฉิวเฉียด เธอมองเห็นช่องว่างอันน้อยนิดตรงกลาง และตัดสินใจพุ่งสวนเข้าใส่จุดตายบริเวณหน้าอกของกริมทันที
‘หึ ไอ้หนูจอมประมาท จะฝากรอยไว้บนหน้า หรือจะประทับตราไว้ที่หน้าอกดีนะ?’
แมรี่ที่ถือไพ่เหนือกว่าคิดเล่นๆ ในใจอย่างย่ามใจ ชั่วขณะหนึ่งถึงกับลังเลเลือกไม่ถูก
แต่แล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป! สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องลั่น เธอดีดตัวถอยหลังกลับด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า ทิ้งโอกาสที่จะสั่งสอนกริมไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถึงกระนั้น ร่างที่พุ่งถอยออกมาก็ยังหลบกระแสไฟสองสายที่จู่ๆ ก็หักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางเข้ามาหาเธอไม่พ้นทั้งหมด!
ตูม!
กระแสไฟมรณะสองสายที่ตีโอบเข้ามาจากปีกซ้ายขวา ปะทะกันอย่างรุนแรงที่เบื้องหน้ากริม ระเบิดเป็นประกายไฟกระจายไปทั่วทิศ สร้างทะเลเพลิงขนาดย่อมครอบคลุมพื้นที่
แมรี่ชุดแดงร้องอุทาน หลบฉากถอยไปไกลกว่าสิบเมตร แม้จะรอดมาได้ แต่ชุดผ้าโปร่งสีแดงสดของเธอก็กลายเป็นแฟชั่นลายพรุนไปเสียแล้ว สะเก็ดไฟเผาเสื้อผ้าจนเป็นรูเล็กรูน้อย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนวับๆ แวมๆ ภายใน
“ไอ้สารเลว… กล้าดียังไงมาทำลายเสื้อผ้าของฉัน…”
ใบหน้าสวยเฉี่ยวของแมรี่แข็งค้าง ดวงตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นสายตาอำมหิต จ้องเขม็งไปที่กริมที่กำลังยืนหอบ
นานทีปีหนถึงจะไล่ต้อนยัยปีศาจนี่ได้ วินาทีนี้กริมตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ในที่สุดเขาก็เจอจุดอ่อน! สำหรับศัตรูสายความเร็วสูงแบบนี้ เวทมนตร์โจมตีเดี่ยวที่รุนแรงแต่แคบนั้นไร้ประโยชน์ ต้องใช้เวทมนตร์โจมตีวงกว้างบีบพื้นที่การเคลื่อนไหวเท่านั้น…
แต่ในขณะที่กำลังลำพองใจ จู่ๆ จิตสังหารอันรุนแรงก็พุ่งเสียดฟ้า กริมสะดุ้งเงยหน้าขึ้น ก็พบกับเด็กสาวที่กำลังโกรธจัดจนแทบคลั่งในสภาพแยกเขี้ยวกางเล็บ
“ฉัน…”
รู้ตัวว่างานเข้า กริมเพิ่งจะอ้าปากอธิบาย แต่เงาสีแดงก็วูบผ่านหน้ามาแล้ว! แมรี่ใช้มือข้างเดียวคว้าศีรษะของเขากดกระแทกอัดเข้ากับผนังหินเต็มแรง!
เปรี้ยง!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างของกริมสั่นสะท้านไปทุกอณู ความเจ็บปวดยังไม่ทันส่งสัญญาณถึงสมอง ภาพตรงหน้าก็ตัดวูบดับมืดลง
วินาทีสุดท้ายก่อนสติจะหลุดลอย สิ่งเดียวที่กริมคิดทันก็คือ…
เร็วชะมัด!
…………
เมื่อกริมฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดระบมแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ที่เจ็บใจยิ่งกว่าคือ… เขากำลังถูกใครบางคนลากไปกับพื้น!
มือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบจับข้อเท้าเขาไว้แน่น ลากร่างของเขากลับหัวถูลู่ถูกังไปตามทางเดิน ใบหน้าที่ไร้การป้องกันครูดไปกับพื้นหยาบๆ จนถลอกปอกเปิก เลือดไหลซึมออกมา
กริมไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า ดูเหมือนเมื่อครู่เขาจะไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว ขืนทำอะไรบ้าๆ ตอนนี้อาจจบไม่สวย เขาจึงได้แต่แกล้งสลบต่อไป กัดฟันข่มความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา
ยังเจ็บแปลว่ายังไม่ตาย!
กริมแอบสั่งชิปตรวจสอบร่างกาย ตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่ที่เด้งขึ้นมาทำเอาเขาใจหายวาบ
[พลังชีวิต: 3/11]
บ้าเอ๊ย… ขีดจำกัดพลังชีวิตเขามีแค่ 11 แต้ม ตอนนี้เหลือแค่ 3 แต้ม หมายความว่าเขายืนอยู่ปากเหวนรกแล้ว อีกนิดเดียวคือเข้าโคม่า
ยัยแมรี่บ้านั่นไม่ได้โจมตีจุดตาย แค่ใช้กรงเล็บข่วนเล่นๆ เหมือนแมวหยอกหนู ก็เกือบส่งเขาไปยมโลกได้แล้ว ช่องว่างความแข็งแกร่งระหว่างเขากับเธอมันช่างมหาศาลจนน่าใจหาย
ครู่ต่อมา แมรี่ก็ถีบประตูห้องพักของกริมเปิดออก แล้วเหวี่ยงร่างของเขาเข้าไปในความมืด น้ำเสียงเย็นเยียบดังตามหลังมา
“คืนนี้เตรียมตัวให้ดี อีกสิบเจ็ดชั่วโมง เรามาต่อกัน!”
ที่แท้ยัยนี่ก็รู้ตัวตั้งนานแล้วว่าเขาแกล้งสลบ
กริมเงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ทันเห็นแค่แผ่นหลังและส่วนเว้าโค้งของเด็กสาวใต้แสงเทียนวูบไหว
สิบเจ็ดชั่วโมง? นั่นมันเวลาที่เขาจะฟื้นตัวกลับมาพอดีเป๊ะไม่ใช่เหรอ?
“เดี๋ยว…” กริมอ้าปากจะท้วง แต่ประตูไม้ก็ปิดกระแทกดังปัง ทิ้งเขาไว้ตามลำพังในความมืดมิด
…………
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
กริมกัดฟันลุกขึ้นจากพื้นด้วยสภาพสะบักสะบอม เขาจุดเทียนไขแล้วถอดชุดคลุมผู้ฝึกหัดที่ขาดรุ่งริ่งออก เผยให้เห็นร่างกายผอมแห้งที่เต็มไปด้วยรอยกรงเล็บไขว้กันไปมา แม้แผลจะไม่ลึก แต่จำนวนที่ถี่ยิบนั้นช่างน่าสยดสยอง
อาศัยแสงเทียนสลัว เขาเริ่มปฐมพยาบาลตัวเองอย่างระมัดระวัง
ยารักษาบาดแผลพื้นฐานเป็นของจำเป็นสำหรับการมีชีวิตรอดในหอคอย กริมกัดฟันป้ายยาลงบนปากแผล ความรู้สึกคันยิบๆ แผ่ออกมา ตามด้วยความเย็นซ่านและความรู้สึกเสียวแปลบจากการที่เนื้อเยื่อกำลังสมานตัว กริมทำแผลไปพลาง ร้องซี๊ดปากสลับกับหัวเราะแห้งๆ ไปพลางด้วยความเวทนาตัวเอง
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จ กริมถึงมีอารมณ์มาตรวจสอบผลลัพธ์อื่น
ค่าสถานะ: พละกำลัง 4.01 | ความว่องไว 4.04 | ความอึด 3.02 | พลังจิตวิญญาณ 8.07
ค่าประสบการณ์อาชีพ: 528/1000
ทักษะส่วนตัว: หัตถ์เพลิงผลาญ (ผนึกแล้ว) | ศรเพลิงกัลป์ (กำลังผนึก)
โดนอัดจนน่วมขนาดนี้ แลกมาด้วยค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นอย่างละนิดละหน่อย กับค่าประสบการณ์อาชีพอีก 12 แต้ม… กริมเงยหน้ามองเพดานแล้วถอนหายใจยาวเหยียด หรือชีวิตนับจากนี้เขาต้องทนเป็นกระสอบทรายให้ยัยนั่นซ้อมเล่นแบบนี้ไปตลอด?
ด้วยความคับแค้นใจ กริมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงและเริ่มการทำสมาธิประจำวันอย่างมุ่งมั่น
จิตสำนึกของกริมกลับเข้าสู่มิติทางจิตที่มีจุดแสงนับไม่ถ้วนอีกครั้ง กลุ่มแสงที่เป็นตัวแทนจิตวิญญาณของเขาพลันแปรสภาพเป็นสัตว์ประหลาดดุร้าย ยืดเส้นใยจิตวิญญาณนับร้อยออกมาเหมือนหนวดปลาหมึก เส้นใยเหล่านั้นพุ่งออกไปรอบทิศทาง โบกสะบัดดูดซับอนุภาคธาตุไฟในอากาศด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิมถึงสิบเท่า!
การทำสมาธิแบบเดิมๆ ที่ทำได้แค่นั่งรอดูดซับอย่างเฉื่อยชา จะเอาอะไรมาเทียบกับการรุกไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้? ด้วยประสิทธิภาพระดับนี้ การทำสมาธิเพียงครั้งเดียวให้ผลลัพธ์เท่ากับเมื่อก่อนถึงสิบครั้ง!
วันนี้ช่างเป็นวันที่ยาวนานเหลือเกิน เรื่องราวมากมายถาโถมเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด พอการทำสมาธิสิ้นสุดลง กริมยังไม่ทันได้ตรวจสอบผลลัพธ์ สติก็ดับวูบผล็อยหลับไปทันทีด้วยความอ่อนเพลีย
……
รุ่งสางวันที่สอง
กริมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูที่หนักหน่วง
“ใคร?”
“ฉันเอง โทนี่ ถึงเวลาแล้ว…”
กริมยิ้มมุมปาก เพิ่งนึกได้ว่าผ่านมาหกวันแล้วนับจากภารกิจลาดตระเวนครั้งก่อน ถึงเวลาที่ต้องออกไปรับลมข้างนอกอีกแล้วสินะ!
กวาดตามองผลลัพธ์เมื่อคืนอย่างรวดเร็ว
[พลังจิตวิญญาณ: 8.15]
ตัวเลขนี้ทำเอาเขาดีใจจนแทบกระโดด ทำสมาธิคืนเดียวเพิ่มขึ้นมาถึง 0.08 แต้ม! นี่หมายความว่าต่อให้เขาไม่อ่านตำราเวทมนตร์เพิ่ม อาศัยแค่วิชาสมาธิพื้นฐาน เขาก็สามารถดันพลังจิตวิญญาณให้แตะระดับผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงได้ภายในสามเดือน!
และข่าวดีไม่ได้มีแค่นั้น
ศรเพลิงกัลป์ ที่กำลังอยู่ในกระบวนการผนึก อีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็จะเสร็จสมบูรณ์ ถึงตอนนั้น เขาจะกลายเป็นผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นที่ครอบครองเวทมนตร์โจมตีถึงสองบท… ไม่ใช่ไก่อ่อนให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไป!