ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 36 ตรวจสอบของรางวัล
เมื่อความสงบสุขหวนคืนสู่สนามรบอีกครั้ง ทั่วทั้งบริเวณก็หลงเหลือเพียงซากศพไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ร่างของคนสามคน และเนินดินนูนใหม่ที่ไม่สะดุดตาอีกหนึ่งกอง บนกิ่งก้านของต้นไม้ผีสิงที่ยืนต้นเอียงกระเท่เร่ห่างออกไปไม่ไกล อีกากินซาก ดวงตาสีแดงฉานตัวหนึ่งส่งเสียงร้อง “ก๊า” เบาๆ ก่อนจะกางปีกเตรียมโผบินหนีขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง…
มือเรียวงามขาวผ่องดุจหิมะข้างหนึ่งก็พุ่งวูบออกมาจากความว่างเปล่า คว้าหมับเข้าที่ลำคอของอีกากินซากได้อย่างแม่นยำ โดยไม่เปิดโอกาสให้สัตว์เดรัจฉานขนแบนราบตัวนี้ได้ดิ้นรน มือคู่นั้นออกแรงบีบเพียงครั้งเดียว มอนสเตอร์ฉายา นักทำความสะอาดแห่งบึงมรณะ ก็ร่างระเบิดแหลกคามือ
รอจนกระทั่งเลือดเสียจากการระเบิดสาดกระเซ็นไปทั่วชั้นบรรยากาศ เรือนร่างเย้ายวนที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งงดงามของ แมรี่ชุดแดง ถึงค่อยๆ ปรากฏกายออกมาบนกิ่งไม้แห้ง
เธอยืนหยัดอย่างแผ่วเบาบนกิ่งไม้ผีสิงที่แห้งเหี่ยวราวโครงกระดูก ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังทิศทางที่กริมหายตัวไปอย่างเงียบงัน รอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมายปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่ร่างระหงนั้นจะวูบหายไปจากที่เดิมอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
…
แม้กริมจะมั่นใจในความฉลาดเฉลียวของตน แต่เขาก็ยังประเมินความซับซ้อนของโลกเวทมนตร์ต่ำเกินไป ในบึงมหาเวทอาถรรพ์แห่งนี้ ไม่มีสถานที่ใดปลอดภัยหรือเป็นความลับอย่างแท้จริง อีกากินซากที่กระจายตัวอยู่ทั่วบึง แท้จริงแล้วคือหูตาที่คอยสอดแนมให้กับ เนตรพญาเหยี่ยว ครูซา คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้ฝึกหัดทุกคนอย่างลับๆ
ทุกค่ำคืนที่เงียบสงัด ยามเหล่าผู้ฝึกหัดเวทเก็บตัวอยู่ในที่พักเพื่อทำการทดลองเวทมนตร์อันพิสดาร พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่า บนท้องฟ้านอกหอคอยมีดวงตาสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งคอยจ้องมองลงมาตลอดเวลา
สำหรับหน่วยลาดตระเวนทางอากาศเหล่านี้ มีเพียงผู้ที่มีประสาทสัมผัสทางจิตวิญญาณเฉียบคมเป็นพิเศษเท่านั้น จึงจะสังเกตเห็นความผิดปกติของพวกมันได้
หากไม่กำจัดพวกมันทิ้ง ไพ่ตายที่กริมงัดออกมาใช้ในวันนี้คงรู้ไปถึงหูครูซาภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ดังนั้นในบรรดา สามผู้แข็งแกร่ง แม้ครูซาจะมีพลังต่อสู้ต่ำที่สุด แต่เรื่องความสามารถด้านข่าวกรอง เขาคือเบอร์หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยเหตุนี้ ผู้ฝึกหัดคนใดที่ต้องการรักษาความลับ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการทำลายหูตาของครูซาที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งเหล่านี้ให้บอดสนิทเสียก่อน
…………
กริมไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลังเหล่านี้เลย แม้ เนตรหยั่งรู้ธาตุ ของเขาจะตรวจจับอีกากินซากได้ แต่เขาก็ยังเชื่อมโยงพวกมันเข้ากับเนตรพญาเหยี่ยวไม่ได้ในทันที
หลังจากแอบย่องกลับมาถึงที่พัก กริมก็เริ่มลงมือจัดระเบียบข้าวของที่กวาดต้อนมาจากรังของ นางมารเฒ่าอัปลักษณ์ ทันที
นอกจาก แกนหัวใจของซิมบ้า ที่เขารีบนำไปเปลี่ยนเป็นทรัพยากรเพิ่มความแข็งแกร่งในรูปแบบ หุ่นเชิดดินเหนียว แล้ว ยังมีของรางวัลอื่นๆ ที่ยังไม่ได้จัดการอีกเพียบ!
ในกองสมบัติ ถุงเลือดคุณภาพสูงแปดถุงถูกแมรี่ซัดโฮกไปรวดเดียวเจ็ดถุง ตอนนี้เหลือถึงมือเขาเพียงถุงเดียว ของดีระดับนี้ ปกติมีเพียงท่านจอมเวทแอนเดอร์สันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง
เป็นที่รู้กันว่า นอกจากสาย จอมเวทกายาเหล็ก และ วอร์ล็อคสายเลือด แล้ว สภาพร่างกายของจอมเวทส่วนใหญ่นั้นย่ำแย่ถึงขีดสุด การถูกกัดกร่อนจากพลังงานธาตุ การหมกตัวในห้องทดลองไม่ออกไปไหน การคร่ำเคร่งอ่านตำรา… วิถีชีวิตแบบนี้ทำให้ร่างกายทรุดโทรม จอมเวทส่วนใหญ่ต่อให้ไม่ถึงขั้นอ่อนแอปวกเปียก ก็จัดว่าเป็นพวกขี้โรค
การทุ่มเทให้กับการฝึกจิตวิญญาณจนละเลยร่างกาย ทำให้เหล่าจอมเวททางการต้องพึ่งพาทางลัดอย่าง โภชนาบำบัดเวท และการใช้ยาบำรุง เพื่ออุดรอยรั่วทางกายภาพ
ถุงเลือดที่เก็บเกี่ยวจากรากของพฤกษาสังหารนี้ แม้ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ก็ช่วยบำรุงเลือดลมได้อย่างมหาศาล หากหาปรมาจารย์เล่นแร่แปรธาตุมาปรุงเป็น ยาจอมนางโลหิต ได้ จะสามารถเพิ่มค่าความอึดให้กับจอมเวทที่ร่างกายอ่อนแอได้ทันที 2 แต้ม! (แต่มีผลเฉพาะผู้ที่มีค่าความอึดต่ำกว่า 10 แต้ม และใช้ได้เพียงครั้งเดียว)
แต่กริมจะไปหาคนปรุงยามาจากไหน? ดังนั้นต่อให้รู้ว่าต้องเสียของ เขาก็จำใจเลือกวิธีกินมันเข้าไปตรงๆ
เมื่อถุงเลือดนุ่มหยุ่นแตกโพละในปาก กลิ่นคาวหวานเข้มข้นก็ระเบิดกระจายทั่วลิ้น ของเหลวข้นหนืดไหลลงสู่หลอดอาหาร กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
[ติ๊ด… ตรวจพบพลังงานที่ไม่ทราบชนิดกำลังรุกรานเข้าสู่ร่างกาย คาดว่าพลังงานดังกล่าวจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบชีวิตของโฮสต์ โปรดระบุว่าจะทำการกำจัดหรือไม่?] [หากโฮสต์ไม่ระบุคำสั่ง ปฏิบัติการกำจัดจะเริ่มขึ้นในอีก 5 วินาที… เริ่มนับถอยหลัง… 5… 4… 3…]
“ยกเลิกการกำจัด!”
[ได้รับคำสั่งจากโฮสต์ ยุติปฏิบัติการกำจัด ขอทราบว่าโฮสต์ต้องการการตรวจสอบข้อมูลภายในร่างกายแบบเรียลไทม์หรือไม่?]
“ต้องการ!”
[เริ่มการสแกนข้อมูลภายในร่างกายแบบเรียลไทม์…]
เสียงติ๊ดๆ ดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับข้อมูลร่างกายของกริมที่ถูกฉายขึ้นในสมอง
ชื่อ: กริม เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ค่าสถานะ: พละกำลัง 4.03 | ความว่องไว 4.06 | ความอึด 3.05 (กำลังเปลี่ยนแปลง) | พลังจิตวิญญาณ 8.20
ฝ่าย: เป็นกลาง-รักษากฎ
อาชีพ: ผู้ฝึกหัดเวท (ระดับต้น)
พลังชีวิต: 11/12 (กำลังเปลี่ยนแปลง)
ค่าประสบการณ์อาชีพ: 650/1000
สถานะ: สุขภาพดี
ทักษะอาชีพ: จารึกม้วนคาถา, เนตรอ่านมนตรา
ทักษะส่วนตัว: หัตถ์เพลิงผลาญ (ผนึกแล้ว), ศรเพลิงกัลป์ (ผนึกแล้ว)
กริมกวาดตามองตารางข้อมูล นอกจากค่าความอึดและพลังชีวิตที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นแล้ว เขาพบว่าค่าประสบการณ์อาชีพก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่จำได้ว่ามี 530 แต้ม ตอนนี้กลายเป็น 650 แต้ม… เพิ่มมาตั้ง 120 แต้ม!
มันมาจากไหน?
กริมละความสนใจจากร่างกายชั่วคราว ดำดิ่งสู่บันทึกย้อนหลัง จนพบแจ้งเตือนที่เขาเคยมองข้าม
[ติ๊ด… โฮสต์ประสบความสำเร็จในการหลอมสร้าง หุ่นเชิดดินเหนียว ตัวแรก ได้รับค่าประสบการณ์อาชีพ 120 แต้ม]
ที่แท้ก็ได้มาจากการสร้างหุ่นเชิดดินเหนียวนี่เอง!
ดูท่าการเลือกอาชีพเสริมที่เหมาะสม จะเป็นทางลัดในการปั๊มค่าประสบการณ์อาชีพสินะ เมื่อก่อนเขากังวลว่าการเรียนเวทมนตร์แต่ละบทต้องผลาญค่าประสบการณ์ไปมหาศาล แต่ตอนนี้เมื่อมีช่องทางหารายได้เข้ากระเป๋า การเรียนรู้ในวันหน้าคงหายใจหายคอสะดวกขึ้น
ความจริงแล้ว กริมในวัยสิบห้าปียังห่างไกลจากจุดพีคของร่างกาย ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก สังเกตได้จากค่าสถานะพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นทีละน้อยในทุกวัน
น่าเสียดายที่ในสภาพแวดล้อมอันบิดเบี้ยวนี้ จิตใจของเขาก็พลอยดำดิ่งไปด้วย แนวคิดแบบ “ผลประโยชน์นิยม” แทบจะกลืนกินตัวตนเขาจนหมดสิ้น ความรู้สึกดีงามใสซื่อในอดีต… เขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงมันอีกแล้ว
ในยามที่ยังอ่อนแอ เขาต้องระวังทุกฝีก้าวเพื่อเอาตัวรอด แต่สุดท้ายก็ยังถูกลากเข้าไปพัวพันกับเกมอำนาจของพวกยอดฝีมืออยู่ดี
แม้เขาจะรู้สึกดีกับแมรี่ชุดแดง และดูเหมือนเธอก็ยอมรับในตัวเขา ยินดีปกป้องคุ้มครองเขา แต่นิสัยขี้ระแวงของกริมทำให้เขาไม่กล้าฝากชีวิตไว้ในมือคนอื่น
ช่วงเวลาที่ได้รับการคุ้มครองนี้ เขาต้องเร่งกอบโกยและพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด นั่นคือสัจธรรมข้อเดียวที่เชื่อถือได้ ส่วนอนาคตจะเป็นเช่นไร… กริมยังคงสับสน
เขาไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้ยังไง ทำไมถึงต้องมา การกระทำทั้งหมดตอนนี้เป็นเพียงการไหลไปตามน้ำเพื่อปกป้องตัวเอง กรอบสถานะปัจจุบันจำกัดวิสัยทัศน์ของเขาเกินไป บางที… การออกไปเผชิญโลกกว้างอาจไม่ใช่เรื่องแย่ อย่างน้อยก็คงได้เห็นโฉมหน้าแท้จริงของโลกใบนี้!
เมื่อถึงเวลานั้น เขาอาจจะค้นพบเส้นทางของตัวเองก็ได้
ระหว่างที่ความคิดล่องลอย สารสกัดจากโลหิตก็หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายจนสมบูรณ์ ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดแดงระเรื่อ พละกำลังเปี่ยมล้นไปทั่วร่าง
กริมจ้องมองแผงข้อมูลด้วยสายตาเยือกเย็น ตัวเลขความอึดไต่ระดับขึ้นจนหยุดนิ่งที่ 4.37 และส่งผลให้พลังชีวิตพุ่งตามขึ้นไปถึง 14 แต้ม
จาก 3.05 เป็น 4.37… เพิ่มขึ้นถึง 1.32 แต้ม! แม้จะไม่เท่าการใช้ยาจอมนางโลหิต แต่ก็นับว่าดีเกินคาด อาจเป็นเพราะพื้นฐานร่างกายเขาต่ำเตี้ยเรี่ยดินด้วยกระมัง
แต่อย่าเพิ่งลำพองใจ ค่าความอึด 4.37 ก็แค่ระดับมาตรฐานของผู้ฝึกหัดรุ่นเดียวกัน หากไปเจอพวกจอมเวทกายาเหล็ก เขาก็ยังบางกรอบเป็นกระดาษอยู่ดี ส่วนค่าพลังชีวิต 14 แต้ม ก็เป็นแค่โมเดลตัวเลขที่ชิปคำนวณขึ้น ไม่ได้การันตีว่าจะไม่ตาย
ด้วยความเปราะบางของเขา หากไม่มีเวทมนตร์ป้องกันตัว แล้วโดนเวทโจมตีจังๆ สักดอก ก็คงได้กลับบ้านเก่าทันที ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนถัดจากหุ่นเชิด คือการหาเวทมนตร์ป้องกันมาติดตัวสักบท
ไม่อย่างนั้นในสงครามวันข้างหน้า แค่โดนลูกหลงจากคลื่นกระแทกของพวกตัวท็อป เขาก็คงตายฟรี
เมื่อจัดการเรื่องถุงเลือดเสร็จ กริมหันมาตรวจสอบของรางวัลที่เหลือ
ชิ้นส่วนเวทมนตร์แตกหัก, แร่โลหิตแสงสีฟ้า, และหินสีขาวขนาดเท่าไข่ห่าน
ชิ้นส่วนเวทมนตร์ทำจาก แร่เงินเธอร์ริล เกรดต่ำสุด น่าจะเป็นซากสมบัติของผู้ฝึกหัดเวทรุ่นก่อนที่ตกเป็นเหยื่อ แทบไร้มูลค่า กริมโยนมันทิ้งทันที
แต่เจ้าหินสีขาวขนาดไข่ห่านกลับเป็นของดี กริมตรวจสอบอยู่นาน ถึงขนาดลงทุนซื้อ น้ำกระดูกดำ มาทาพิสูจน์ จนในที่สุดก็ระบุตัวตนของมันได้
ไข่ของจระเข้ยักษ์บึงมรณะ!
จระเข้ยักษ์บึงมรณะ คือสัตว์อสูรพาหนะที่ซิมบ้าขี่มา เหมาะกับการต่อสู้ในพื้นที่บึงหรือหนองน้ำ มีความสามารถติดตัวคือ รังสีศิลา น่าเสียดายที่ระยะยิงสั้นไปหน่อย ไม่อย่างนั้นคงเป็นคู่หูทำสัญญาที่ยอดเยี่ยม
ไข่ใบนี้ยังมีสัญญาณชีพสมบูรณ์ หากนำไปแลกเปลี่ยน น่าจะได้ของดีๆ กลับมาไม่น้อย