ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 57 การกลับมา
เมื่อกริมและแมรี่กลับมาถึงจุดนัดพบ ก็เห็นคนสี่คนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
พอเห็นกลุ่มที่ถูกมองว่าอ่อนแอที่สุดปรากฏตัวขึ้นอย่างปลอดภัย มาร์คัส, ลีแอนเดอร์, ไอแซค และบรูซ ต่างก็เผยรอยยิ้มโล่งใจออกมาโดยมิได้นัดหมาย หากกลุ่มของกริมและแมรี่เกิดพลาดท่าขึ้นมา เกรงว่าการลาดตระเวนใต้ดินครั้งหน้าคงมีใครบางคนต้องรับบทหนักแบบฉายเดี่ยวเป็นแน่
แต่รอยยิ้มนั้นยังไม่ทันจางหาย พวกเขาก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นสิ่งที่แมรี่ลากติดมือมาด้วย… ศพในชุดคลุมพ่อมดสีดำ เครื่องแต่งกายที่แตกต่างจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดนี้ตะโกนบอกชัดเจนว่า นี่คือศพของ ผู้ฝึกหัดเวท จากค่าย จอมเวทนอกรีต
ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงทั้งสามคนยังพอเก็บอาการได้ แต่ ว่าที่จอมเวท มาร์คัสนั้นกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“เป็นผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง หรือว่าว่าที่จอมเวท?” มาร์คัสถามเสียงเข้ม
“แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงสิ ถ้าเป็นว่าที่จอมเวท ป่านนี้พวกเราคงไม่ได้มายืนคุยกันตรงนี้หรอก!” แมรี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
คำตอบของเธอช่วยให้ความตึงเครียดบนใบหน้ามาร์คัสคลายลงบ้าง แต่แววตาแห่งความกังขาและไม่แน่ใจยังคงฉายชัด หากไม่เคยผ่านนรกในโลกใต้ดินมาก่อน เขาคงไม่สนใจผลการต่อสู้นี้เท่าไรนัก แต่การเดินทางเมื่อครู่ได้ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายให้เขาตระหนักว่า… ที่นั่นคือสุสานสำหรับผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุ
เวทมนตร์ธาตุขึ้นชื่อเรื่องพลังทำลายล้างที่รุนแรงและกินวงกว้าง จึงถูกจัดให้อยู่ในลำดับต้นๆ ของเวทมนตร์ทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้ผู้ฝึกหัดเวทสายธาตุเปรียบเสมือนป้อมปืนเดินได้ที่สามารถเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นทะเลเพลิง ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวของพวกเขาคือปริมาณ พลังเวท ที่มีจำกัด
แต่ในโลกใต้ดิน ความได้เปรียบเหล่านี้กลับกลายเป็นโทษมหันต์
การเปิดฉากซัดเวทมนตร์ธาตุตูมตามใส่ศัตรูในอุโมงค์แคบๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังตัวเอง แรงระเบิดจะทำลายโครงสร้างถ้ำ และสิ่งที่รออยู่หลังจากนั้นคือหินนับตันที่จะถล่มลงมาทับ ต่อให้เป็นระดับว่าที่จอมเวท หากโดนฝังทั้งเป็น โอกาสรอดชีวิตก็ริบหรี่เต็มที
ในโลกใต้ดิน การต่อสู้ไม่ได้วัดกันที่ใครระเบิดภูเขาเผากระท่อมได้เก่งกว่า แต่ต้องการความ “แม่นยำและพอเหมาะ” การควบคุมพลังให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัด และส่งมันเจาะทะลวงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นต่างหากคือเครื่องพิสูจน์ฝีมือที่แท้จริง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงมนุษย์หนูที่ดาหน้ากันเข้ามาในความมืด สิ่งที่ฆ่าคุณอาจไม่ใช่ศัตรู แต่เป็น ระเบิดลูกไฟ ที่คุณเผลอปล่อยออกไปเอง ดังนั้น หลังจากผ่านบททดสอบเลือดตาแทบกระเด็น ทั้งจากการถูกรุมทึ้งและลอบโจมตี ผู้ฝึกหัดเวทหน้าใหม่ทุกคนจะค่อยๆ สลัดคราบความโอหังทิ้งไป และถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นนักล่าที่เจ้าเล่ห์ สุขุม และว่องไว
เพราะเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาด้วยตัวเอง สมาชิกทุกคนจึงรู้ซึ้งดีว่า การต้องสู้กับศัตรูที่มีฝีมือสูสีกันในสภาพแวดล้อมที่ชวนอึดอัดแบบนั้นมันนรกแตกแค่ไหน ดังนั้นเมื่อเห็นแมรี่ลากศพผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงที่มีระดับเดียวกับเธอกลับมา ทุกคนจึงอดทึ่งในความสามารถของเธอไม่ได้
สังเกตได้ว่าในบรรดาผู้รับภารกิจสำรวจ ถ้ำลึกอันมืดมิด ไม่มีใครเลยที่เดินเส้นทาง จอมเวทสายกายภาพ เพราะอุโมงค์แคบๆ ไม่เอื้ออำนวยต่อการปะทะด้วยกำลัง แต่กลับเป็นสวรรค์ของเวทมนตร์ขนาดเล็กที่ร่ายไวและมีความแม่นยำสูง
การต่อสู้ที่นี่คือเกมแมวไล่จับ ทั้งสองฝ่ายต้องเปลี่ยนจุดปะทะไปเรื่อยๆ ตอดเล็กตอดน้อยเพื่อชิงความได้เปรียบ แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจชิ่งหนี อีกฝ่ายมักจะจนปัญญาที่จะไล่ตามปิดบัญชี
การที่ แมรี่ชุดแดง สามารถเด็ดหัวศัตรูมาได้ ย่อมแสดงว่าเธอซุกซ่อนไม้ตายเด็ดบางอย่างที่เหมาะเจาะกับสมรภูมิใต้ดินนี้ไว้… แล้วมันคืออะไรกันนะ?
ทุกคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิด
เวลานี้ผ่านไปแล้วสามสิบสี่ชั่วโมงนับตั้งแต่แยกทาง ตามการคำนวณ แม้แต่กลุ่มของซาบริน่าที่รับงานหินที่สุดก็น่าจะกลับมาได้แล้ว เมื่อนึกถึง “แผ่นดินไหว” รุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ความกังวลก็เริ่มเกาะกุมจิตใจทุกคน
แต่โชคยังดีที่โศกนาฏกรรมไม่ได้เกิดขึ้น หลังจากรอคอยอย่างใจจดใจจ่อร่วมสามชั่วโมง ซาบริน่าและชีล่าก็โผล่มาในสภาพมอมแมมฝุ่นโคลนเกรอะกรัง จุดภารกิจของพวกเธออยู่ลึกลงไปใต้ดินเกือบสิบลี้ แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่จึงส่งผลกระทบเต็มๆ หากไม่ใช่เพราะซาบริน่าเชี่ยวชาญ เวทมนตร์จักรกล และอวัยวะสำคัญหลายส่วนถูกดัดแปลงเป็นเครื่องจักรเวทมนตร์อันทรงพลัง ป่านนี้พวกเธอคงถูกฝังทั้งเป็นไปแล้ว
ในเมื่อห้าทีมกลับมาแล้วสี่ทีม… หวยจะไปออกที่ใครก็คงเดาได้ไม่ยาก
ขณะที่ทุกคนเริ่มทำใจยอมรับข่าวร้ายเรื่องการสูญเสียสมาชิก ว่าที่จอมเวทหนุ่มนามว่าลีโอก็โซซัดโซเซกลับมาถึงค่ายในสภาพเลือดท่วมตัว
ชุดคลุมผู้ฝึกหัดสีเทาขาดวิ่น ร่างกายผอมโซเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะที่มีควันดำลอยกรุ่น กัดกร่อนปากแผลจนเนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ซ้ำร้ายใบหน้าซีกหนึ่งยังถูก ศรกรดพิษ เล่นงานจนเละเทะ ส่งเสียงดังฉ่าๆ น่าสยดสยอง หากไม่ใช่เพราะคลื่น พลังจิตวิญญาณ ที่คุ้นเคยยืนยันตัวตน เพื่อนร่วมทีมคงนึกว่าเป็นผีห่าซาตานที่ไหนบุกมาแล้ว
แม้จะเจ็บเจียนตาย ลีโอก็ยังกัดฟันปฏิเสธการรักษาจากเพื่อนร่วมทีม ก่อนที่จะไว้ใจกันได้จริงๆ เขาไม่ยอมให้ความลับในร่างกายตกไปอยู่ในมือคนอื่นเด็ดขาด
ลีโอแยกตัวไปรักษาแผลอย่างรีบเร่งในมุมมืด แล้วจึงยอมเปิดปากเล่าเหตุการณ์ด้วยใบหน้าบึ้งตึง
เมื่อได้ยินว่าเขาและแมทธิวถูกรุมกินโต๊ะโดยว่าที่จอมเวทชุดคลุมดำสามคน และผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงอีกหนึ่งคน แม้แต่ซาบริน่าก็ยังนิ่งอึ้ง ด้วยกำลังรบระดับนี้ ต่อให้เป็นเธอเองก็คงรอดยาก การที่ลีโอแหกวงล้อมกลับมาได้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าฝีมือเวทมนตร์ของเขาไม่ใช่เล่นๆ
“แล้วศัตรูที่พวกเธอเจอล่ะ ระดับไหน?” ซาบริน่าหันไปถามแมรี่บ้าง
“สองคน หนึ่งคนเป็นว่าที่จอมเวท อีกคนเป็นผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง พวกเราวางแผนล่อตัวหัวหน้าออกไป แล้วรุมกินโต๊ะตัวลูกน้อง กริมกับฉันช่วยกันจัดการหล่อน!” แมรี่เล่ารวบรัด
แม้เธอจะบอกว่าร่วมมือกับกริม แต่ด้วยความเคยชิน ทุกคนต่างมองข้ามหัวกริมไปโดยอัตโนมัติ ช่วยไม่ได้ ผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นที่มีพลังจิตวิญญาณไม่ถึง 10 แต้ม แถมมีเวทติดตัวแค่หนึ่งถึงสองบท จะไปมีปัญญาทำอะไรในการต่อสู้ระดับสูงแบบนั้น? แค่คิดภาพก็ไม่ออกแล้ว
ตอนนั้นเอง ลีโอเพิ่งสังเกตเห็นศพหญิงสาวที่แทบเท้าแมรี่ เขาถึงกับกรีดร้องลั่น
“ใช่หล่อน! นังนี่แหละ… หนึ่งในสี่คนที่รุมพวกฉัน! ตอนหลังฉันกับแมทธิวแยกทางกันหนี พวกระดับหัวหน้าสองคนไล่กวดฉันมา ส่วนอีกคนกับนังนี่ไปไล่ล่าแมทธิว ฉันเองก็แทบเอาตัวไม่รอดกว่าจะหนีพ้นมาได้”
คำพูดของลีโอดูวกวน แต่ทุกคนจับใจความสำคัญได้ทันที
แยกทางกันหนี? หึ! ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น แมทธิวที่เป็นแค่ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง จะกล้าแยกตัวไปคนเดียวเรอะ? ต้องเป็นลีโอนั่นแหละที่เห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจทิ้งแมทธิวไว้เป็นเหยื่อล่อ แล้วชิ่งหนีเอาตัวรอดคนเดียว วิธีนี้ช่วยดึงความสนใจศัตรูไปได้โข
แม้จะพอเดาเหตุการณ์ออก แต่ก็ไม่มีใครปริปากตำหนิลีโอ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ในสถานการณ์นั้นใครๆ ก็คงเลือกทำแบบเดียวกัน
แมทธิวหนีไม่รอด ก็ต้องโทษตัวเองที่อ่อนหัด ไม่มีไพ่ตายไว้รักษาชีวิต แต่ดันซ่าลงมารับภารกิจระดับสีแดง!
หลังจากรวบรวมข้อมูล ซาบริน่าก็ได้เค้าโครงศัตรูคร่าวๆ
ว่าที่จอมเวทสามคน… คนหนึ่งเดินสาย สายเลือดจอมเวท มีสายเลือดงูปีศาจ อีกคนเป็น จอมเวทลึกลับ ที่อัญเชิญ หุ่นเชิดซากศพ สุดแกร่งได้ และคนสุดท้ายเป็น จอมเวทธาตุ ธาตุลม
ด้วยข้อมูลชุดนี้บวกกับหัวศัตรูอีกหนึ่ง เมื่อกลับถึงหอคอย พวกเขาก็สามารถขึ้นเงินรางวัลกับ จอมเวททางการ แองกัส ได้ ส่วนลีโอที่รอดตายมาได้ ก็ยังได้รับรางวัลภารกิจในส่วนของเขา
ส่วนแมรี่ผู้โชคดีที่สังหารศัตรูได้ ยิ่งได้รับรางวัลพิเศษแบบลับๆ จากจอมเวทแองกัสที่ไม่มีใครรู้เห็น
ก่อนจากกัน จอมเวทแองกัสทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่แฝงแววอำมหิต “เจ้าพวกเด็กน้อย อย่าเพิ่งผยองว่าแค่รอดกลับมาได้ครั้งเดียวจะกลายเป็นมือโปรนะ ต่อไปสถานการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นเรื่องปกติ การลอบกัดจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ มีแต่พวกที่เตรียมพร้อมเท่านั้นถึงจะรอด จงใช้เวลาพักผ่อนให้คุ้มค่า ไม่งั้นลงไปรอบหน้าอาจไม่ได้กลับมาหายใจอีก”
“อีกอย่าง ข้อมูลที่พวกเจ้าเอากลับมาถือว่าเยี่ยมมาก ข้าจะส่งต่อให้ ทีมล่าสังหาร ทันที เชื่อขนมกินได้เลยว่าไอ้พวกหนูสกปรกที่มาดักซุ่มพวกเจ้า ขากลับคงไม่ได้เดินสะดวกนักหรอก เคี้ยกเคี้ยกเคี้ยก...”
คำพูดแฝงนัยของจอมเวทแองกัสทำให้สมาชิกในทีมกระจ่างแจ้งถึงหน้าที่ของทีมผู้ฝึกหัดรุ่นเก๋าเหล่านั้น
หากทีมหน้าใหม่อย่างพวกเขาคือ “เหยื่อล่อ” ทีมของ ‘เควินหัตถ์ดำ’ ก็คือ “ฉมวก” ฝ่ายหนึ่งล่อให้เสือออกจากถ้ำ อีกฝ่ายรอดักขย้ำคอหอยพวกว่าที่จอมเวทชุดคลุมดำที่เผลอเปิดเผยตำแหน่ง
นึกภาพออกเลยว่า เมื่อศัตรูเก็บกวาดลีโอและแมทธิวไม่ได้ ก็เท่ากับรนหาที่ตาย ตำแหน่งถูกเปิดเผย ข้อมูลถูกส่งต่อ ทีมล่าสังหารที่กระหายเลือดอยู่ในเงามืดคงไม่ปล่อยให้พวกมันลอยนวล
เมื่อจินตนาการถึงจุดจบของศัตรูที่ไล่ต้อนตัวเองจนเกือบตาย บนใบหน้าที่เน่าเปื่อยครึ่งซีกของลีโอก็ปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก