ศักราชจอมเวท - ตอนที่ 63 ปะทะฝีมือ
เคยเจอคนอวดดีมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอใครอวดดีได้โล่ขนาดนี้มาก่อน!
ผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ถึงกับกล้ามายืนตะโกนท้าพนันต่อหน้ากลุ่มผู้บังคับใช้กฎหมายระดับหัวกะทิ ที่มีสมาชิกในระดับต่ำสุดเป็นถึงผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง นี่มันไม่ต่างอะไรกับการกระตุกหนวดเสือ ยั่วยุประสาทของทุกคนอย่างรุนแรงชัดๆ
เหล่าผู้ฝึกหัดระดับหัวกะทิแต่ละคนต่างแสยะยิ้มรับคำท้านี้ ต่างพากันส่งเสียงเชียร์ ข่มขู่ และยุยงส่งเสริมให้ แบล็ควู้ด สั่งสอนไอ้เด็กเหลือขอที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ให้รู้สำนึกเสียบ้าง รอจนกระทั่งกองเงินเดิมพันที่ข้างสนามเริ่มก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ความสนใจของทุกคนก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้น ถึงขนาดเบียดเสียดกันจนทิ้ง อาฟู ชายหัวล้านผู้เป็นกรรมการไปไว้ข้างๆ แล้วกรูเข้าไปห้อมล้อมคู่กรณีทั้งสองคนเข้าสู่สนามประลอง
เมื่อมองเห็นเพื่อนพ้องที่กำลังตื่นเต้นฮึกเหิมกันสุดขีด อาฟูหัวล้านก็อดไม่ได้ที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกล เขาแอบดึงตัว เควิน ฉายา หัตถ์ทมิฬ มากระซิบถามที่ข้างสนาม
“ไอ้หนู คนคนนี้แกเป็นคนแนะนำมานะ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ฉันล่ะ แกคิดว่ามันมีโอกาสชนะจริงๆ เหรอ?”
“เอ่อ… จากความทรงจำวิญญาณที่ท่านจอมเวททางการแองกัสสกัดออกมาได้ ข้อมูลระบุว่ากริมคนนี้ครอบครองหุ่นเชิดธาตุดินที่มีฝีมือไม่ธรรมดาอยู่ตัวหนึ่ง เป็นไปได้ว่า… บางที… ถ้าเขาแสดงฝีมือออกมาได้เต็มที่ การรักษาสถิติไม่แพ้ก็ยังพอเป็นไปได้อยู่ แต่ถ้าจะให้เอาชนะแบล็ควู้ด เกรงว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ!”
เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ อาฟูหัวล้านก็ยิ้มกริ่ม รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“เฮ้ยพวกแก! ถอยออกไปให้หมด เคลียร์พื้นที่ให้พวกเขาหน่อย เดี๋ยวไอ้เด็กนั่นมันจะหาข้ออ้างเบี้ยวหนี้เอาได้! มาๆ เมนซา แกช่วยจดบันทึกยอดเงินเดิมพันให้ที อย่าลืมลงบัญชีของฉันด้วย ฉันแทงสองร้อยผลึกเวท ข้างแบล็ควู้ดชนะขาดลอย!”
เสียงคำรามของอาฟูหัวล้านดังก้องไปทั่วสนาม บรรยากาศภายในลานประลองลุกโชนถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
เสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทุกหนทุกแห่งมีแต่เสียงเรียกชื่อ “แบล็ควู้ด” ลอยล่องอยู่ในอากาศ
เวลานี้ กริมและแบล็ควู้ดเดินเข้าสู่ใจกลางสนามประลอง ยืนประจันหน้ากันโดยมีระยะห่างเกือบหนึ่งร้อยเมตร
เมื่อมองดูกริมที่เริ่มเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้อย่างใจเย็นและสุขุม แบล็ควู้ดก็แสยะยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันสีเหลืองไหม้ที่หักบิ่นไม่สมประกอบ พลางหัวเราะเสียงแหลมอย่างชั่วร้าย
“ไอ้หนู แกมันใจกล้าดีนี่! แต่หวังว่าอีกเดี๋ยว แกจะไม่ต้องลงไปนอนเน่าเฟะร้องโหยหวนอยู่ในกองเลือดนะ วางใจเถอะ ขอแค่แกยอมหมอบลงกับพื้นแล้วตะโกนยอมรับความโง่เขลาของตัวเองดังๆ ฉันอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตแกสักรอบหนึ่งก็ได้! คิก คิก คิก…”
สำหรับการโจมตีด้วยวาจาของคู่ต่อสู้ กริมเพียงแค่ยิ้มเยาะมุมปากอย่างเย็นชา และโยน ผลึกอัญเชิญ ของตนเองออกมาโดยไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำ
สภาพสนามในวันนี้ช่างเป็นใจ แม้พื้นดินใต้เท้าจะผ่านการทำให้แข็งตัวด้วยเวทมนตร์มาบ้าง แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังเป็นพื้นดิน!
พริบตาต่อมา ธาตุดินจำนวนมหาศาลก็หลั่งไหลมารวมตัวกัน เงาร่างขนาดมหึมาที่ดูเลือนรางราวกับภาพลวงตาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นต่อหน้าต่อตาทุกคน
เอ่อ… นี่มันจะไม่ใหญ่โตเกินไปหน่อยหรือ!
เมื่อ นักล่าจระเข้มาร ร่างยักษ์ปรากฏตัวชัดเจนขึ้นในสนาม เสียงโห่ร้องยินดีที่ข้างสนามเริ่มแผ่วเบาลง ผู้คนเริ่มมองหน้ากันด้วยความไม่มั่นใจ
‘ไอ้เด็กนี่เป็นสายอัญเชิญงั้นเหรอ? ทำไมถึงเรียกตัวบิ๊กเบึ้มขนาดนี้ออกมาได้?’
พร้อมกับการอัดแน่นของธาตุดิน ร่างกายของนักล่าจระเข้มารก็ยิ่งดูแข็งแกร่งและสมจริงขึ้นเรื่อยๆ ความมหึมาและรูปลักษณ์ที่ดุร้ายน่าเกรงขามสะกดสายตาผู้คน กริมก้าวเท้าขึ้นไป นั่งลงบนหลังของจระเข้มารอย่างเปิดเผยราวกับราชาบนบัลลังก์
‘บ้าเอ๊ย! ไอ้เด็กนี่มีของดีจริงๆ ด้วย!’
แบล็ควู้ดสบถในใจ และรีบเตรียมเวทมนตร์ของตนเองอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากนี่เป็นการดวลอย่างเปิดเผย ทั้งสองฝ่ายสามารถเตรียมเวทมนตร์สนับสนุนล่วงหน้าได้ แต่ห้ามโจมตีคู่ต่อสู้ก่อน ดังนั้นเวทมนตร์ที่แบล็ควู้ดเตรียมไว้จึงเน้นไปที่ประเภทสนับสนุนและอัญเชิญเป็นหลัก
แบล็ควู้ดสั่นไม้เท้าไม้มะเกลือยาวในมือจนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง เครื่องรางชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมากที่ผูกติดอยู่ตรงปลายไม้เท้ากระแทกกระทั้นกันดังกังวาน เครื่องรางรูปร่างคล้ายเขี้ยวสัตว์อสูรและกะโหลกมนุษย์จิ๋วเหล่านั้นระเบิดแสงสีขาวนวลออกมา ก่อนจะควบแน่นเป็นโล่กระดูกสีขาวน่าสะพรึงกลัวสองบานลอยวนเวียนอยู่รอบกายเขา
โล่กระดูกนี้ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนกระดูกนับไม่ถ้วน บนหน้าโล่มีภาพนูนต่ำรูปหัวกะโหลกที่บิดเบี้ยวและดุร้ายปูดโปนออกมา ภายในเบ้าตากลวงโบ๋มีเปลวไฟวิญญาณสีเขียวซีดลอยคว้างอยู่ ขากรรไกรขยับอ้าหุบไม่หยุด ราวกับพร้อมจะกัดกินผู้คนได้ทุกเมื่อ
และในขณะที่แบล็ควู้ดร่ายคาถา บนฝ่ามือขวาที่ว่างเปล่าของเขาก็ปรากฏวงแหวนแสงสีดำลึกลับน่าขนลุก ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่ามีไว้เพื่อจุดประสงค์ใด
“พวกแกเตรียมพร้อมหรือยัง?” เสียงคำรามของอาฟูหัวล้านดังก้อง
เมื่อเห็นทั้งสองคนพยักหน้า อาฟูหัวล้านก็ตะโกนลั่น “งั้นฉันขอประกาศ… เริ่มการต่อสู้ได้!”
สิ้นเสียงประกาศ วงแหวนแสงสีดำในมือแบล็ควู้ดก็สั่นไหวอย่างลึกลับ อีกด้านหนึ่ง กริมที่ระวังตัวเต็มที่อยู่แล้ว ก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามผ่านทาง เนตรหยั่งรู้ธาตุ
การโจมตีประเภทคำสาป!
มีเพียงคำสาปเท่านั้นที่ไร้รูปไร้ร่าง ไร้ร่องรอย จนยากที่ผู้คนจะป้องกัน
กริมนั่งตระหง่านอยู่บนหลังจระเข้มาร ชุดคลุมผู้ฝึกหัดสะบัดไหว ภายใต้รัดเกล้าขุนนาง ดวงตาคู่หนึ่งส่องประกายแสงสีฟ้า จับจ้องเขม็งไปยังแบล็ควู้ดที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรอย่างไม่วางตา
หากเป็นคนอื่น อาจถูกลูกไม้สกปรกของแบล็ควู้ดเล่นงานโดยไม่รู้ตัว แต่ในสายตาของกริมที่มองทะลุปรุโปร่งถึงธาตุเวทมนตร์ทุกชนิดผ่านเนตรหยั่งรู้ธาตุ เขามองเห็นมันชัดเจนแจ่มแจ้ง… บ่วงบาศสีดำที่แปลกประหลาด ไร้รูปร่างและไร้สสาร กำลังถูกขว้างออกมาจากวงแหวนแสง พุ่งเข้าใส่เขาตามวิถีโค้งที่พิสดาร
วินาทีนี้ กิ่งไม้กรีดร้อง ที่กริมเตรียมไว้ในอกเสื้อก็ส่งเสียงร้องเตือนภัยแหลมสูง
ทว่าจิตใจของกริมไม่ได้วอกแวกไปตามเสียงนั้น สมาธิทั้งหมดของเขามุ่งเน้นไปที่คำเตือนของชิปในสมอง
[คำเตือน คำเตือน… ตรวจจับการล็อกเป้าหมายทางจิตที่มีเจตนาร้าย… ขอให้โฮสต์รีบถอยห่างจากจุดเดิมโดยด่วน… มิเช่นนั้นจะถูกโจมตีด้วยคำสาปต่อเนื่อง…] [จากการเทียบเคียงกับฐานข้อมูล… ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาวะจิตใจสับสนอยู่ที่ 71%, สภาวะสติสัมปชัญญะเชื่องช้า 26%, ปรสิตกัดกินวิญญาณ 3%…]
ที่แท้เวทมนตร์คำสาปจำเป็นต้องใช้พลังจิตวิญญาณล็อกเป้าหมายก่อน ถึงจะสร้างช่องทางทางจิตที่ซ่อนเร้นขึ้นมาได้ แล้วส่งผลของคำสาปไปที่เป้าหมายโดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาวิถีกระสุน นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้คำสาปยากที่จะถูกสกัดกั้น!
เมื่อเข้าใจกระจ่างแจ้ง กริมกับจระเข้มารที่มีจิตสื่อถึงกันก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวในเสี้ยววินาทีก่อนที่บ่วงบาศสีดำจะมาถึง และใช้ มนุษย์ดินนักล่า มารับบ่วงบาศนั้นแทน
วูบ!
วงแหวนแสงสีดำในมือแบล็ควู้ดระเบิดแสงแล้วหายไป ส่วนบนร่างของมนุษย์ดินนักล่าก็มีกลุ่มควันระเบิดออก กลายเป็นหัวกะโหลกสีดำหมุนวนรอบตัวมันครึ่งรอบแล้วจมหายเข้าไปในร่างกาย
‘บ้าเอ๊ย! ไร้ผล!’ ‘เจ้านั่นเป็นหุ่นเชิดธาตุที่ไม่มีวิญญาณ!’
ทันทีที่สัมผัสได้ว่าคำสาปไม่ได้ตกลงบนเป้าหมายที่มีชีวิต แบล็ควู้ดก็สบถสาปแช่งด้วยความโกรธเกรี้ยว มือขวาที่งุ้มงอเหมือนกรงเล็บผีวาดลวดลายไปมา รีบเตรียมเวทมนตร์บทต่อไปทันที
แต่จังหวะนี้เอง การโจมตีสวนกลับของกริมก็มาถึงแล้ว
มนุษย์ดินนักล่าที่นั่งอยู่บนหลังจระเข้มารสะบัดมือรัวเร็ว หอกยาวที่อัดแน่นด้วยธาตุดินแข็งแกร่งถูกขว้างสวนกลับไป โจมตีใส่โล่กระดูกของแบล็ควู้ดจนสั่นสะเทือนรุนแรง ตามมาติดๆ ด้วยหอกเปลวเพลิงที่ควบแน่นจากธาตุไฟความเข้มข้นสูง แหวกอากาศปักตรึงลงบนโล่กระดูกอย่างจัง
ตูม!
เปลวเพลิงธาตุระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง ม้วนกวาดไปทั่วพื้นที่ที่แบล็ควู้ดยืนอยู่
“เฮ้ย…”
เหล่าผู้ฝึกหัดระดับหัวกะทิข้างสนามต่างสบตากันด้วยความประหลาดใจ ความรุนแรงระดับนี้… รูปแบบการโจมตีที่ผสานธาตุแบบนี้… ดูไม่เหมือนฝีมือผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นเลยนี่หว่า! ความเร็วในการร่ายเวทปานสายฟ้าแลบ พลังโจมตีที่สูงถึง 32 แต้ม… นี่มันเกินตัวไปแล้ว!
ทุกคนเงียบเสียงลง เริ่มพิจารณาการประลองครั้งนี้ด้วยความระมัดระวังและจริงจังมากขึ้น
แบล็ควู้ดที่ตกอยู่กลางวงล้อมหอกดินและหอกเพลิงย่อมรู้สึกได้ลึกซึ้งยิ่งกว่า บ้าเอ๊ย! นี่มันการรุมโจมตีสามรูปแบบ... ธาตุดิน ธาตุไฟ และกายภาพ! โล่กระดูกที่ถูกกระแทกจนสั่นสะเทือนเริ่มส่งสัญญาณว่าจะพังทลายลงในไม่ช้า
สีหน้าแบล็ควู้ดมืดครึ้ม รีบสั่งการนำโล่กระดูกอีกบานมาแทนที่บานหน้า เขากัดฟันล้วงเอาก้อนเนื้อเน่าสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากกระเป๋าคาดเอว แล้วโยนทิ้งลงที่เท้าอย่างส่งเดช
ขณะที่กริมสั่งการให้จระเข้มารร่างยักษ์ก้าวยาวๆ ไปข้างหน้า เตรียมจะใช้ร่างกายมหึมาบดขยี้คู่ต่อสู้ เงาร่างประหลาดร่างหนึ่งก็พุ่งสวนออกมาจากคลื่นความร้อนของเปลวเพลิง มันหมอบคลานกับพื้น พุ่งเข้าหาจระเข้มารด้วยท่าทางผิดธรรมชาติ
นี่คือ ซากศพเย็บต่อ ที่น่าสะพรึงกลัว!
มันสูงถึงสองเมตร ร่างกายขาวซีด มีสองหัว ห้าแขน และเจ็ดขา ดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่เกิดจากการนำซากศพมนุษย์มาเย็บต่อกันอย่างลวกๆ ภายใต้การตะกุยตะกายของแขนขาจำนวนมาก เส้นทางการวิ่งของมันจึงดูวิปลาสและคาดเดาไม่ได้ หอกดินหลายเล่มที่ขว้างมาถูกมันหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว และในไม่ช้ามันก็เข้าประชิดตัวจระเข้มาร
ตึง!
ขาหน้าที่หนักอึ้งของจระเข้มารกระทืบลงอย่างแรง พื้นดินสั่นสะเทือนเป็นระลอก ซากศพเย็บต่อที่เพิ่งพุ่งเข้ามาโดนเข้าไปเต็มๆ จนเสียหลักซวนเซ
โฮก...
จระเข้มารอ้าปากกว้าง กระโจนงับซากศพเย็บต่อเข้าไปเต็มคำ เขี้ยวฟันที่มีเงี่ยงย้อนกลับบดขยี้ร่างนั้นจนแหลกละเอียดในพริบตา
ผลุ!
เสียงระเบิดทึบๆ ดังขึ้น ซากศพเย็บต่อระเบิดออกกลายเป็นเลือดสีดำสาดกระจายเต็มท้องฟ้า ย้อมหัวของจระเข้มารจนดำสนิท จากนั้นภายใต้สายตาที่ตื่นตระหนกของกริม ธาตุดินที่ประกอบขึ้นเป็นหัวของจระเข้มารก็สลายตัวทันที ดินโคลนหลายตันร่วงกราวลงมาเกลื่อนพื้น
‘บ้าเอ๊ย! เลือดสีดำนั่นมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงชะมัด ถึงขนาดทำลายพันธะของอนุภาคธาตุเวทได้เลยรึนี่!’
โชคดีที่ ผลึกควบคุม ของจระเข้มารไม่ได้อยู่ในส่วนหัว ไม่งั้นไพ่ตายของกริมคงพังยับเยินจนใช้งานไม่ได้ไปแล้ว
จระเข้มารที่ไร้หัวยังคงเดินหน้าต่อ ธาตุดินเข้มข้นเริ่มกลับมารวมตัวกันที่ส่วนหน้าของลำตัว โครงร่างหัวใหม่เริ่มปรากฏให้เห็น
ผลลัพธ์ติดตัวในการรักษาตัวเองด้วยธาตุดินของจระเข้มารนั้นยอดเยี่ยมมาก ขอเพียงร่างกายไม่หลุดจากพื้นดิน ทุกๆ หนึ่งนาทีมันจะซ่อมแซมความเสียหายได้ 10% นี่คือจุดเด่นที่ทำให้นักล่าจระเข้มารถึกทนยิ่งกว่าใคร!