ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 138 อูทมิฬ และพลังอูที่ปะทุเดือดดั่งภูเขาไฟ
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 138 อูทมิฬ และพลังอูที่ปะทุเดือดดั่งภูเขาไฟ
ณ ร่องลึกก้นสมุทรอันมืดมิด
“เป็นพลังอูจริงๆ ด้วย!”
จางอวิ๋นสัมผัสได้ถึงพลังงานสีดำทึมๆ ที่แทรกซึมอยู่ใน
ทุกอณูของมวลน้ำตรงหน้า แล้วลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ
ตอนอยู่ข้างบนเขาก็พอจะจับสัมผัสได้บ้างแล้ว แต่พอลง
มาถึงก้นบึ้ง ร่องลึกแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยคลื่นพลังอูที่ผันผวน
อย่างรุนแรง แต่มันแตกต่างจากพลังอูสายบริสุทธิ์ของเขา
พลังที่นี่ดูมืดมน เย็นยะเยือก และชั่วร้าย ราวกับมีความสา
มารถในการชักจูงอารมณ์ด้านลบของสิ่งมีชีวิต
ทันทีที่สัมผัสโดน จู่ๆ ความหวาดกลัวในซอกหลืบของ
จิตใจก็ถูกขยายให้ใหญ่โตขึ้น จนภาพหลอนเริ่มปรากฏขึ้น
ตรงหน้า
ภาพของสวีหมิง อู๋เสี่ยวพั่ง และอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ ที่กำลัง
นอนตายอย่างอนาถ เลือดนองเต็มพื้น…
แม้สติจะรู้ดีว่าเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้น แต่มัน
ก็กระตุ้นให้ความกังวลในใจพุ่งสูงขึ้นจนระงับไม่อยู่
เขาเร่งความเร็วพุ่งดิ่งลงไปทันที
“หากรู้อย่างนี้พาปุโรหิตสามลงมาด้วยก็ดี!”
จางอวิ๋นบ่นพึมพำกับตัวเองขณะแหวกว่ายดำดิ่งลงไป
ในเมื่อที่นี่เป็นซากปรักหักพังของอาณาจักรเซียนไห่อู
ทุกอย่างข้างล่างนี้ก็ต้องเกี่ยวข้องกับอาณาจักรแน่ๆ ถ้ามี
ปุโรหิตสามผู้รอบรู้มาด้วยคงช่วยระบุตัวตนของสิ่งที่อยู่
เบื้องล่างได้
เดี๋ยวนะ… ก็ติดต่อถามได้นี่นา!
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบหยิบหินสื่อสารรุ่นพิเศษออกมา
เตรียมจะส่งกระแสจิต
แฮ่… แฮ่… แฮ่…
แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้งาน ข้างหูพลันได้ยินเสียงคำรามต่ำ
ๆ เย็นยะเยือก ดังมาจากความว่างเปล่า ราวกับเสียงของ
สัตว์ร้ายที่กำลังน้ำลายสอจ้องมองเหยื่อ
ร่างกายของจางอวิ๋นแข็งทื่อ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาค่อยๆ
หันขวับไปมอง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าบิดเบี้ยวสุดสยอง
ปากกว้างแสยะยิ้มจนเห็นฟันแหลมคมเรียงตัวเป็นเกลียวซ้อน
กัน ดวงตาสีแดงก่ำดั่งเลือด และร่างที่ลอยตุ๊บป่องเลือนราง
เหมือนวิญญาณอาฆาต!
“บัดซบ!!”
ต่อให้จางอวิ๋นใจกล้าแค่ไหน เจอโผล่มาประชิดหน้า
แบบนี้ก็ต้องสะดุ้งโหยง เขาตวาดลั่นพร้อมตบสวนไปหนึ่งฉาด
ด้วยความตกใจและสัญชาตญาณป้องกันตัว
วูบ!
ทว่าฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังกลับทะลุผ่านร่าง
เงาตรงหน้าราวกับจับต้องอากาศธาตุ
“เคี้ยก เคี้ยก เคี้ยก...”
ร่างวิญญาณนั้นส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแทง
แก้วหู ราวกับกำลังเยาะเย้ยที่การโจมตีของเขาไร้ผล
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว รีบเปิดใช้งาน
เคล็ดวิชาเนตรเซียน ตรวจสอบทันที ——
【ร่างวิญญาณอูทมิฬ】
ระดับ: จินตานขั้นกลาง
คำอธิบาย: ร่างวิญญาณพิเศษที่ ‘อูทมิฬ’ สร้างขึ้นจาก
พลังอูทมิฬและเศษเสี้ยววิญญาณ มีความสามารถในการกัด
กินวิญญาณที่รุนแรง และสามารถพรางตัวในน้ำที่มีพลังอู
ทมิฬได้
จุดอ่อน: แพ้ทาง ‘ปราณคืนกำไร’ อย่างรุนแรง สามารถ
ทำลายได้ในพริบตา
คำแนะนำ: ใช้ปราณคืนกำไรห่อหุ้มแล้วกินซะ จะช่วย
เพิ่มพลังวิญญาณได้ดีเยี่ยม
…
“ร่างวิญญาณ?”
จางอวิ๋นชะงัก
นี่มันคล้ายคลึงกับร่างวิญญาณที่มหาปุโรหิตเคยสร้าง
ขึ้นมาก่อนหน้านี้เลยนี่?
แต่สิ่งที่สะดุดตาเขาที่สุดคือคำว่า ‘อูทมิฬ’
หรือว่าใต้ร่องลึกนี้… จะมี ‘ต้าอู’ อาศัยอยู่?
ย้อนนึกไปถึงตอนที่ปุโรหิตสามเล่าเรื่องในอดีต เคยบอ
กว่านอกจากตัวเองแล้ว ยังมีต้าอูอีกหลายคนที่ถูกส่งตัวออก
ไปได้ทันก่อนอาณาจักรจะล่มสลาย
ตอนนั้นเขาเคยถามว่าต้าอูคนอื่นๆ ไปอยู่ที่ไหนกันหมด
ปุโรหิตสามบอกว่าหลังจากรู้ข่าวว่าอาณาจักรล่มสลาย
ต้าอูแต่ละคนก็มีความคิดต่างกันไป บ้างก็อยากกอบกู้
อาณาจักร บ้างก็อยากออกไปท่องโลกกว้าง บ้างก็อยาก
แยกตัวไปสร้างขุมกำลังของตัวเอง…
สุดท้ายก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ปุโรหิตสามเอง
ก็ไม่รู้ชะตากรรมว่าใครไปอยู่ที่ไหนบ้าง
เจ้า ‘อูทมิฬ’ นี่… อาจจะเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตเหล่านั้น
ก็ได้!
แฮ่!!
กำลังคิดวิเคราะห์เพลินๆ ร่างวิญญาณอูทมิฬตรงหน้าก็
อ้าปากกว้างโชว์ฟันเกลียวสยอง พุ่งเข้ามากะจะงับหัวเขา
หมายจะกัดกินวิญญาณ
จางอวิ๋นเรียก ‘ปราณคืนกำไร’ ออกมาคลุมฝ่ามือเป็น
แสงสีทองจางๆ แล้วคว้าสวนกลับไปทันที
ฉ่าาา…
ทันทีที่สัมผัส ร่างวิญญาณอูทมิฬก็ถูกกัดกร่อนส่ง
เสียงดัง ฉ่า เหมือนเนื้อย่างบนกระทะร้อน
“กี๊ซซซซ!!”
มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
จางอวิ๋นไม่อยากฟังเสียงน่ารำคาญ จึงใช้ปราณคืนกำไร
อุดปากมันไว้ ก่อนจะขยำห่อหุ้มร่างวิญญาณนั้นทั้งตัว แล้ว
ปั้นเป็นก้อนกลมๆ เหมือนก้อนแป้งโด
เขายังไม่รีบกิน แต่รีบหยิบหินสื่อสารขึ้นมาติดต่อปุโรหิต
สาม
“นี่ เจ้ารู้จัก ‘อูทมิฬ’ บ้างหรือไม่?”
เสียงปุโรหิตสามตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “อูทมิฬ? นาย
น้อย ท่านถามถึงเขาทำไมขอรับ?”
“ตอนนี้ข้า…”
จางอวิ๋นกำลังจะอธิบาย แต่จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะแหบแห้ง
ชวนขนลุกแทรกสัญญาณเข้ามาในหู
“เคี้ยก เคี้ยก... ก็เพราะตอนนี้มันอยู่ในถิ่นของข้ายังไงล่ะ
!”
“อูทมิฬ!?”
ปลายสาย ปุโรหิตสามน้ำเสียงเปลี่ยนไปทันที รีบตะโกน
ลั่น “อูทมิฬ! ข้าคือปุโรหิตสามนะเว้ย! เจ้าอย่าเพิ่งวู่วาม…”
ติ๊ด…
สัญญาณตัดไปดื้อๆ
จางอวิ๋นสัมผัสได้ทันทีว่ามวลน้ำรอบตัวถูกปกคลุมด้วย
ม่านพลังงานบางอย่างที่เข้ามารบกวนและปิดกั้นการสื่อสาร
เขาไม่ได้ตื่นตระหนก เพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบๆ
ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อูทมิฬ?”
เจ้านี่ซ่อนตัวเก่งมาก แม้แต่สัมผัสวิญญาณระดับเทพ
ของเขาก็ยังหาตำแหน่งที่แน่นอนไม่เจอ
“ข้าเอง!”
เสียงของอูทมิฬตอบกลับมา ก้องกังวานมาจาก
ทุกทิศทาง น้ำเสียงฟังดูวิปริตพิกล “เจ้าเป็นคนของปุโรหิต
สามรึ?”
จางอวิ๋นตอบเสียงเรียบ “มันต่างหากที่เป็นคนของข้า!”
“คนของเจ้า?”
อูทมิฬหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง “เคี้ยก เคี้ยก เคี้ยก...
จะใครเป็นคนของใครก็ช่างเถอะ แต่วันนี้บังอาจบุกรุกเข้ามา
ในถิ่นของข้า ก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางมา!”
“ข้าไม่สนหรอกว่าที่นี่จะเป็นถิ่นใคร ส่งคนสามคนที่
เข้ามาก่อนหน้านี้คืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาทอประกายอำมหิต
“แล้วข้าจะยอมจากไปแต่โดยดี!”
“คนสามคนก่อนหน้านี้?”
อูทมิฬทำเสียงล้อเลียนยียวน “เคี้ยก เคี้ยก เคี้ยก... นั่น
มันร่างสถิตชั้นยอดที่ข้าคัดสรรมาแล้ว จะคืนให้เจ้าได้ยังไง?
อีกอย่างนะ คิดจะไปก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนมาก่อน...
เห็นแก่หน้าปุโรหิตสาม ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้าไว้… เอาวิญ
ญาณครึ่งหนึ่งของเจ้ามามอบให้ข้าซะ!!”
สิ้นเสียงตวาด น้ำทะเลรอบทิศทางก็เดือดพล่าน หนวด
สีดำทมิฬจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากความมืดมิด
กวาดต้อนเข้าใส่จางอวิ๋นจากทุกทิศทางราวกับฝูงงูยักษ์
จางอวิ๋นยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
“ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย… คืนคนมา!”
อูทมิฬไม่ตอบโต้ หนวดมรณะพุ่งเข้ามาใกล้ในระยะ
ประชิด เตรียมรัดพันร่างเขาให้แหลกเหลว
“เคล็ดไห่อู…”
จางอวิ๋นยกมือขึ้นช้าๆ พลังอูสีน้ำเงินเข้มหมุนวน
รอบกาย ก่อนจะกางนิ้วออกตวาดก้อง
“คลื่นคลั่งกวาดล้าง!!”
ตูมมม——!!
พลังอูสีน้ำเงินเข้มระเบิดตูมออกจากร่างจางอวิ๋น
กลายเป็นกระแสน้ำวนขนาดยักษ์หมุนคว้างฉีกกระชาก
ทุกอย่างรอบตัว
หนวดสีดำทั้งหมดถูกบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อน
พลังอูทมิฬที่ปกคลุมพื้นที่ถูกกวาดหายไปจนเกลี้ยงในพริบตา
“อ๊ากกก!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
สายตาคมกริบของจางอวิ๋นล็อคเป้าทันที เขาสะบัดมือ
ส่งโซ่พลังอูสีน้ำเงินพุ่งปราดไปรัดร่างร่างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในเงา
มืด
ฟึ่บ!
ลากตัวออกมาให้เห็นกันชัดๆ!
เป็นชายชราร่างผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก สวมชุดคลุม
สีดำขาดวิ่น สภาพดูเหมือนซากศพเดินได้ ใบหน้าเต็มไปด้วย
ความตกตะลึง
“ไห่อู! ทำไมเจ้าถึงใช้วิชาของไห่อูได้!?”
ชายชรา หรือ ‘อูทมิฬ’ จ้องมองจางอวิ๋นตาถลนแทบ
หลุด “แล้วพลังอูนั่น! เจ้า… เจ้าบรรลุระดับปุโรหิตแล้วเรอะ??”
จางอวิ๋นไม่ตอบคำถาม ลากตัวมันดิ่งลงไปก้นทะเลด้วย
ความเร็วสูงทันที
จากการจับสัมผัสกลิ่นอายของอวิ๋นหมายเลขหนึ่ง เขา
พบว่าที่ผนังถ้ำด้านล่างมีแท่นหินขนาดใหญ่ และบนแท่นนั้นมี
สิ่งปลูกสร้างหินลักษณะคล้ายวิหารตั้งอยู่
“บ้านเจ้าสินะ?”
จางอวิ๋นปรายตามองอูทมิฬที่ถูกมัด
อีกฝ่ายกัดฟันแน่น ไม่ยอมตอบ
จางอวิ๋นไม่รอช้า บีบพลังอูที่รัดร่างมันแน่นขึ้นจนกระดูก
เริ่มส่งเสียง
กร๊อบ!
“อ๊ากกก!”
เสียงกระดูกลั่นพร้อมเสียงร้องโหยหวน อูทมิฬรีบตะโกน
ลั่น “หยุด! หยุดก่อน! ใช่! นั่นบ้านข้าเอง!!”
จางอวิ๋นถึงยอมคลายแรงบีบลงเล็กน้อย เขาพุ่งลงไปที่
บ้านหินหลังนั้นแล้วถีบประตูพังเข้าไป
โครม!
ภายในมีม่านพลังบางๆ กันน้ำทะเลเอาไว้ พอมองเข้าไป
ก็เห็น อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง และพวกสวีหมิงทั้งสามคน ถูก
หนวดพลังอูทมิฬมัดตรึงไว้แน่นติดกับผนัง
เขาพุ่งเข้าไปตรวจสอบอาการลูกศิษย์ทันที
พบว่าในร่างของทั้งสามคนมี ‘ร่างวิญญาณอูทมิฬ’
กำลังแทรกซึมเข้ากัดกินวิญญาณอยู่ สีหน้าของเขาดำทะมึน
ลงทันที บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก
ปัง! ปัง! ปัง!
จางอวิ๋นตบฝ่ามืออัดพลังอูเข้าไปในร่างทั้งสามคนอย่าง
รวดเร็วและแม่นยำ กระแทกไล่ร่างวิญญาณอูทมิฬออกมา
แฮ่!!
ร่างวิญญาณสามตัวกระเด็นออกมาส่งเสียงขู่คำราม
จางอวิ๋นตวัดมือสร้างปราณคืนกำไรคลุมพวกมันไว้ แล้วขยำ
เละคามือจนสลายไป
ตูม!
ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ ข้างนอกก็เกิดเสียงระเบิด
ดังสนั่น
จางอวิ๋นสัมผัสได้ว่าพันธนาการพลังอูที่รัดตัวอูทมิฬไว้
ถูกทำลายจนแตกกระเจิง สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที
“ระดับปุโรหิตแล้วไง? แม้ข้าจะบาดเจ็บพลังยังไม่ฟื้นฟู
เต็มที่ แต่หลายปีมานี้พลังอูที่ข้าสั่งสมไว้ก็ก้าวเข้าสู่ ‘ครึ่งก้าว
สู่ระดับปุโรหิต’ แล้ว!”
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังมาจากด้านนอก พร้อมกับ
แรงกดดันมหาศาลที่เพิ่มทวีคูณ
“วันนี้ ข้าผู้เป็นครึ่งก้าวสู่ปุโรหิต จะสังหารเจ้าที่เป็น
ปุโรหิต แล้วดูดกลืนวิญญาณเจ้าเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดไปซะ!!”
อูทมิฬหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความมั่นใจในพลังที่
สั่งสมมานับร้อยปี “เคี้ยก เคี้ยก เคี้ยก... จงลิ้มรสพลังอูที่ข้าบ่ม
เพาะมานับศตวรรษซะเถอะ… อูทมิฬสังหาร: รัดตรึงมรณะ
!!”
สิ้นเสียงตวาด ตัวบ้านหินทั้งหลังที่พวกจางอวิ๋นยืนอยู่ก็
แปรสภาพกลายเป็นพลังอูทมิฬเข้มข้น มืดมิดจนน่าขนลุก มัน
แปรเปลี่ยนเป็นหนวดยักษ์นับไม่ถ้วน พุ่งเข้าใส่จางอวิ๋นและ
พวกสวีหมิงราวกับฝูงงูพิษนับล้านตัว!
“อี้… ยา… ยา!!”
จางอวิ๋นกำลังจะลงมือตอบโต้ แต่อู๋ไห่ไห่ที่หลับปุ๋ยอยู่ใน
อ้อมอกจู่ๆ ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นภาพสยดสยองตรงหน้าแล้ว
ร้องลั่นด้วยความตกใจ
ตูมมม!!
พลังอูบริสุทธิ์มหาศาลระเบิดตูมออกมาจากร่างเล็กจิ๋ว
ราวกับดวงดาวระเบิด
หนวดทมิฬที่กำลังพุ่งเข้ามาถูกพลังนี้กระแทกจนสลาย
กลายเป็นผุยผงในพริบตา แม้แต่ตัวบ้านหินที่กลายสภาพ
แล้วก็ยังทนทานพลังระเบิดนี้ไม่ไหว ถูกเป่ากระเด็นหายไปใน
ความว่างเปล่าจนสิ้นซาก!
ด้านนอก อูทมิฬที่กำลังยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ รอยยิ้ม
ค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า
ดวงตาเบิกกว้างแทบถลน ปากอ้าค้างจนกรามแทบหลุด
“เป… เป็นไปได้ยังไง??”
พลังอูที่เขาสั่งสมมาหลายร้อยปี แม้แต่ระดับปุโรหิตก็
ไม่น่าจะทำลายได้ง่ายๆ แบบนี้ แล้วทำไม…
“หือ?”
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นอู๋ไห่ไห่ในอ้อมแขนจางอวิ๋น
ที่ตอนนี้มีออร่าพลังอูมหาศาลห่อหุ้มอยู่
เด็กนั่น… มันตัวอะไรกันแน่?
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ พลังอูสีน้ำเงินเข้มระลอกใหม่ก็
พุ่งเข้าใส่หน้า อูทมิฬหน้าถอดสี รีบดีดตัวหนีสุดชีวิต
แต่จางอวิ๋นไวกว่า พริบตาเดียวก็ไล่ตามมาทันราวกับ
เงาตามตัว
เท้าที่ห่อหุ้มด้วยปราณคืนกำไรเข้มข้น…
เปรี้ยง!!
เตะอัดเข้าเต็มยอดอก เสียงซี่โครงหักดังสนั่น ส่งร่างอู
ทมิฬปลิวร่วงลงไปกระแทกกับลานหินด้านล่าง พลังอูสีน้ำเงิน
เข้มตามไปห่อหุ้มรัดตรึงร่างมันไว้จนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
“อย่าฆ่าข้า! อย่าฆ่าข้า!!”
เมื่อถูกบีบอัดจนกระดูกแทบแตกละเอียด อูทมิฬหวีด
ร้องขอชีวิตด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ความหยิ่งผยองเมื่อครู่
มลายหายไปจนหมดสิ้น
“เคล็ดไห่อู…”
จางอวิ๋นยกมือขึ้น แววตาเย็นชาไร้ความปรานี ดีดนิ้วดัง
เปราะ!
“กลืนกินโหมกระหน่ำ!”
“ม่ายยยย——!!”
สิ้นเสียงดีดนิ้ว พลังอูสีน้ำเงินที่ห่อหุ้มร่างอูทมิฬอยู่ก็
เกิดปฏิกิริยารุนแรง มันหมุนวนบีบอัดและกัดกินร่างเนื้อและ
วิญญาณของอูทมิฬอย่างบ้าคลั่งดุจฝูงปิรันย่า
ตูมมมม!!
แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วท้องทะเลลึก
ร่างของอูทมิฬระเบิดสลายกลายเป็นจุณ ไม่เหลือแม้แต่
เศษวิญญาณให้ไปผุดไปเกิด
เมื่ออูทมิฬตาย พลังอูทมิฬที่ปกคลุมน่านน้ำแถบนี้ก็
สลายไปกว่าครึ่ง น้ำทะเลที่เคยมืดมิดเริ่มกลับมาใสสะอาดขึ้น
จางอวิ๋นมองดูก้อนแป้งโดวิญญาณในมือที่สลาย
ไปอย่างไม่เสียดาย
แค่ของเพิ่มพลังวิญญาณนิดหน่อย… ช่างหัวมันเถอะ
บังอาจส่งวิญญาณสกปรกเข้าไปในร่างลูกศิษย์เขา แม้
จะยังไม่ทันทำอันตรายถึงชีวิต แต่โทษฐานที่บังอาจแตะต้อง
คนของเขา… มีเพียงความตายสถานเดียวเท่านั้นที่สาสม!
“อี้… ยา… ยา… อี้… ยา!!”
ทันใดนั้น อู๋ไห่ไห่ก็ทำท่าลุกลี้ลุกลน ชี้ไม้ชี้มือไปที่ก้นบึ้ง
เหวลึกใต้ลานหิน แล้วร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก
“สะ… สือฟู (อาจารย์)… เร็ว!!”
นิ้วป้อมๆ ชี้ขึ้นข้างบนรัวๆ
จางอวิ๋นชะงัก “ไห่ไห่ เจ้าจะบอกให้รีบหนี?”
“อี้! ยา! อี้! ยา!”
อู๋ไห่ไห่ผงกหัวหงึกๆ รัวเร็ว มือเล็กๆ กำเสื้อเขาแน่นด้วย
ความหวาดกลัว
เห็นท่าทางร้อนรนขนาดนั้น จางอวิ๋นไม่กล้าประมาท รีบ
ใช้พลังอูห่อหุ้มอวิ๋นหมายเลขหนึ่งและพวกสวีหมิงทั้งสามคน
พุ่งทะยานขึ้นสู่ด้านบนทันทีสุดกำลัง
ครืนนนนน——!!
แทบจะวินาทีเดียวกับที่เขาพุ่งตัวออกไป เสียงคำราม
กึกก้องกัมปนาทก็ดังขึ้นจากก้นบึ้งเหว คลื่นพลังงานมหาศาล
ที่น่าสะพรึงกลัวกำลังพุ่งย้อนขึ้นมา
จางอวิ๋นหน้าถอดสีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมรณะนั้น
เขาไม่รอช้า คว้า พู่กันบัญชาการ ออกมาตวัดเขียนคำ
ว่า ‘เร็ว’ กลางอากาศ อักษรแสงประทับลงบนร่าง
เร่งความเร็วสูงสุดพุ่งหนีตาย
แสงสว่างวาบขึ้นมาจากเบื้องล่าง ส่องทะลุความมืดมิด
มันคือธารลาวาพลังอูสีแดงฉานขนาดมหึมา ที่กำลัง
ปะทุขึ้นมาจากใต้พิภพราวกับภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิด!
แย่แล้ว!
จางอวิ๋นกัดฟันเร่งความเร็วขีดสุด
พริบตาเดียวก็พุ่งพ้นปากเหวขึ้นมา
เถากู่หลานที่รออยู่อย่างกระวนกระวาย พอเห็นจางอวิ๋น
โผล่ขึ้นมาก็ตาเป็นประกายด้วยความดีใจ “ผู้อาวุโสเก้า! ท่าน.
..”
“ไป!!”
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยพลังอูไปหิ้วร่างนาง
ติดมาด้วย แล้วพุ่งแหวกน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำทันที
ตูมมมม!!
หลังจากเขาพุ่งขึ้นมาได้นิดเดียว ลาวาพลังอูสีแดงเดือด
ก็พุ่งทะลักออกจากปากเหว ไล่หลังมาติดๆ ราวกับมังกรเพลิง
พิโรธที่หมายจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“เฮ้ย! อย่าตามมาสิวะ!”
จางอวิ๋นสบถลั่น เร่งความเร็วหนีตายสุดชีวิต
เถากู่หลานที่ถูกหิ้วมาด้วยมองตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? จางอวิ๋นลงไปทำอีท่าไหน
ถึงได้ลากเอาภูเขาไฟระเบิดขึ้นมาด้วยแบบนี้??
นางอยากจะถามแต่ไม่กล้าขัดจังหวะ
ความเป็นความตาย
ทั้งกลุ่มพุ่งแหวกน้ำด้วยความเร็วแสง จนในที่สุดก็ทะลุ
ผิวน้ำขึ้นมา
ซูมมม!
จางอวิ๋นไม่หยุดพัก พาเถากู่หลานและพวกสวีหมิงบิน
ฉีกออกไปด้านข้างด้วยความเร็วสูงลิ่ว
บนผิวน้ำทะเลสีคราม ยังมีผู้ฝึกตนจำนวนมากจับกลุ่ม
คุยกันอยู่
พอเห็นจางอวิ๋นพุ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ ทุกคนก็ชะงัก
หันมามองเป็นตาเดียว
“เจ้าเด็กนั่น…”
เจ้าสำนักหลิงเซียนที่ปะปนอยู่ในฝูงชนกำลังจะเอ่ยทัก
“หนีสิโว้ย!! รอความตายรึไง!!”
จางอวิ๋นตะโกนลั่นแข่งกับเสียงฟ้าผ่า
ตูมมมมมม——!!!
สิ้นเสียงตะโกน น้ำทะเลด้านหลังที่ห่างออกไปไม่กี่ลี้ก็
ระเบิดออก ลำแสงสีแดงฉานพุ่งเสียดฟ้า ลาวาพลังอูร้อนระอุ
พวยพุ่งขึ้นมาสูงเสียดเมฆ ก่อนจะแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง
กลืนกินน่านน้ำและท้องฟ้าจนกลายเป็นสีแดงฉานดุจนรก
โลกันตร์
คลื่นกระแทกมหาศาลซัดสาดไปทั่วทุกทิศทาง
“บัดซบ!!”
เหล่าผู้ฝึกตนหน้าซีดเผือด ร้องเสียงหลงพร้อมกันโดย
มิได้นัดหมาย
แล้วมหกรรมวิ่งหนีตายหมู่… ก็บังเกิดขึ้น