ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 140 หลินฉิน
ถ้ำวั่งไห่สถานที่พำนักที่ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง
เพื่อให้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนัก
หนานไห่
ภายในถ้ำอันโอ่อ่าเวลานี้…
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่กำลังเอนกายพิงตั่งนุ่มอย่าง
เกียจคร้าน โดยมีหญิงสาวโฉมงามหยาดเยิ้มในชุดกระโปรง
ผ้าโปร่งสีดำบางเบา กำลังซบอิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมอก
ปากของเขาก็พึมพำด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน “ถ้าไม่ใช่
เพราะอาการบาดเจ็บของข้ายังไม่หายดี ข้าคงไม่พลาดท่าถูก
พวกจินตานกระจอกๆ แค่ไม่กี่ตัวถ่วงเวลาไว้ได้นานขนาดนี้
หรอก!”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ทำได้ดีมากแล้วเจ้าค่ะ ท่านช่วย
ถ่วงเวลาให้พวกผู้อาวุโสตระกูลหลินของข้าได้มากโขทีเดียว
…”
หญิงสาวโฉมงามหัวเราะคิกคัก เสียงหวานใสปาน
กระดิ่งเงิน “หลังจากนี้ ท่านก็นอนรอฟังข่าวดีอย่างสบายใจได้
เลย!”
“จะว่าไป ข้าก็ถ่วงเวลามาตั้งนาน ตอนนี้ข้ากลับมาพัก
ได้เกือบหนึ่งก้านธูปแล้ว ทำไมเจ้าห้ากับพวกผู้อาวุโสตระกูล
หลินยังไม่กลับมาส่งข่าวอีก?”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่พูดพลางทอดสายตา
มองออกไปนอกถ้ำ คิ้วขมวดมุ่นด้วยความกังวลลึกๆ “คง
ไม่เกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นหรอกนะ?”
“จะเกิดเรื่องได้ยังไงกันเจ้าคะ?”
หญิงสาวโฉมงามเอ่ยเสียงใส แววตาเป็นประกายมั่นใจ
“ครั้งนี้ผู้อาวุโสตระกูลหลินกับผู้อาวุโสห้า พกป้ายคำสั่ง ‘ค่าย
กลมรณะสามวงแหวน’ ไปด้วยเชียวนะเจ้าคะ!”
ได้ยินคำว่า ‘ค่ายกลมรณะสามวงแหวน’ ผู้อาวุโสใหญ่
สำนักหนานไห่ก็นึกถึงภาพป้ายคำสั่งที่แผ่แรงกดดัน
ประหลาดและวงแหวนแสงสังหารสามวงนั้นขึ้นมาได้ แววตา
ฉายความหวาดหวั่นวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบด้วยความ
วางใจ
“มีค่ายกลระดับตำนานนั่นอยู่ก็คงไม่ต้องห่วงจริงๆ
นั่นแหละ น่าเสียดายก็แต่ไอ้สวะแซ่จางของสำนักหลิงเซียน
นั่น ดันดวงแข็งหนีไปได้ก่อนซะนี่!!”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ!”
หญิงสาวโฉมงามยิ้มหวานหยด “เดี๋ยวพอผู้อาวุโสเก้า
สำนักหลิงเซียนโผล่หัวออกมาจากใต้ทะเล ค่อยจัดการเชือด
เขาตอนนั้นก็ยังไม่สาย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่ก็อดไม่ได้
ที่จะนึกถึงเจ้าสำนักหลิงเซียนในชุดคลุมสีม่วงผู้ทรงอำนาจผู้
นั้น จึงเอ่ยถามเสียงเครียด “แล้วคนของตระกูลหลินพวกเจ้า
ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่?”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด ข้าบอก
ท่านไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ พวกเขาต้องซ่อนตัวไว้ในเงาเพื่อ
รอจังหวะโจมตีทีเผลอให้ตายในดาบเดียว!”
หญิงสาวโฉมงามหัวเราะร่า เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว “แต่ท่าน
วางใจเถอะ ตระกูลหลินของข้าเตรียมการมาอย่างรัดกุมที่สุด
เพื่อบดขยี้สำนักหลิงเซียนในครั้งนี้ น่าเสียดายที่ติดต่อ
ผู้อาวุโสรองไม่ได้ชั่วคราว เลยไม่รู้สถานการณ์ทางฝั่งสนาม
ประลองใต้ทะเล แต่ขอแค่เจ้าสำนักหลิงเซียนโผล่หัวออกมา…
นั่นก็จะเป็นวันตายของมัน!”
“เอาล่ะ ท่านผู้อาวุโสใหญ่ เรามารอฟังข่าวดีกันเงียบๆ
ดีกว่า แต่ตอนนี้…”
พูดจบ หญิงสาวโฉมงามก็เผยรอยยิ้มยั่วยวนดุจปีศาจ
สาวพราวเสน่ห์ “มาทำเรื่องน่าสนุกกันดีกว่าเจ้าค่ะ~!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่เห็นเรือนร่างอันเย้ายวน
ตรงหน้า มุมปากก็ยกยิ้ม แววตาฉายแววหื่นกระหายอย่าง
ปิดไม่มิด
ครั้งนี้ตระกูลหลินเป็นฝ่ายบากหน้ามาหาเขาเอง เดิมที
เขาไม่อยากจะตอบรับร่วมมือ เพราะเจ้าสำนักหนานไห่เคย
กำชับห้ามปรามไว้ แต่เมื่อเห็นอานุภาพของค่ายกลมรณะ
สามวงแหวนและแผนการอันแยบยลที่ตระกูลหลินเสนอ
รวมถึง ‘ของขวัญชิ้นใหญ่’ ที่กำลังอิงแอบเขาอยู่นี้ ทำให้เขา
มิอาจหักห้ามใจปฏิเสธได้ลง
หลินฉิน คุณหนูสายตรงตระกูลหลิน หญิงสาว
ผู้ครอบครองกายาหายากระดับตำนาน... ‘กายาเสวียนอิน’
บุรุษคนแรกที่ได้ร่วมหลับนอนเสพสังวาสกับนาง
จะได้รับพลังบริสุทธิ์ย้อนกลับมามหาศาลดุจการกลืนยาวิเศษ
เดิมทีเขาบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ แต่เพราะได้นาง
มาปรนเปรอ อาการบาดเจ็บจึงหายดีไปกว่าครึ่งในเวลาอันสั้น
แม้จะยังไม่หายสนิท แต่ก็ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์เต็มที
ที่สำคัญที่สุด การได้รับพลังย้อนกลับจากกายาของนาง
ทำให้ระดับพลังของเขาก้าวกระโดดอย่างน่าอัศจรรย์ ภายใน
ครึ่งปีนี้ เขาอาจจะมีหวังทะลวงคอขวดเข้าสู่ระดับหยวนอิง
ขั้นสูงได้เลยทีเดียว
แถมหลังจากนั้น ทุกครั้งที่ร่วมประเวณี เขาก็รู้สึกเหมือน
ได้รับพลังย้อนกลับมาเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา ช่างเป็นกายาที่
วิเศษเสียจริง!
“มาเถอะ!”
มองดูหลินฉินที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาต้องน้ำค้าง
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่ยิ้มกริ่ม เตรียมจะเริ่มบทเพลงรัก
อันเร่าร้อนอีกครา…
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่! แย่แล้วขอรับ!”
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความแตกตื่นประหนึ่งโลกถล่ม
ดังขัดจังหวะไฟราคะที่กำลังลุกโชนในช่องท้องน้อยของเขาจน
มอดดับวูบ
มุมปากผู้อาวุโสใหญ่กระตุกด้วยความหงุดหงิดสุดขีด
แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงตื่นตระหนกผิดปกติของอีกฝ่าย ก็จำต้อง
ข่มอารมณ์กดเสียงต่ำถามออกไป “มีเรื่องบ้าอะไร?”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่! เจ้าสำนักหลิงเซียนออกมาแล้ว
ขอรับ!!”
“อะไรนะ!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่สีหน้าเปลี่ยน หมดอารมณ์
ทางโลกทันที เขาผลักหลินฉินออกแล้วลุกพรวดขึ้นยืนอย่าง
ร้อนรน
“ไม่ใช่แค่นั้น! ยังมีอีกคนออกมาด้วย!”
ยังไม่ทันได้ถามรายละเอียด คนข้างนอกก็รีบตะโกน
บอกต่อด้วยเสียงสั่นเครือ
“ยังมีอีกคน?”
ผู้อาวุโสใหญ่ชะงัก “ใคร?”
“คนที่จะมาส่งแกไปลงนรกไง!”
สิ้นเสียงตอบกลับอันเยือกเย็น…
ฟุ่บ!
เสียงแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว! ประกายแสงสังหาร
ทะลวงผ่านม่านพลังป้องกันหน้าถ้ำราวกับฉีกกระดาษ พุ่ง
เข้ามาด้านในทันที!
เคร้ง!
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่ปฏิกิริยาว่องไวสมเป็นยอด
ฝีมือ รีบควัก ‘หอกวิญญาณทมิฬ’ ออกมาต้านรับคมดาบที่
ฟาดฟันเข้ามาตรงหน้าได้ทันท่วงที
แต่ทว่า… พลังที่แฝงมากับดาบเล่มนี้กลับหนักหน่วง
รุนแรงเหนือความคาดหมายของเขาอย่างสิ้นเชิง!
ทันทีที่ปะทะกัน หอกวิญญาณทมิฬในมือก็ถูกกระแทก
จนปลิวหลุดมือ หมุนคว้างไปกระแทกผนังถ้ำ
ฉึก!
ประกายดาบอันคมกริบไร้ปรานี ฟันฉับลงมาอย่าง
ต่อเนื่อง ตัดแขนขวาที่เคยถือหอกของเขาจนขาดกระเด็น
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด!
“อ๊ากกก!”
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่กรีดร้องโหยหวน กุมแขนที่
ขาดสะบั้นเดินเซถอยหลังด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก
“จาง… จางอวิ๋น??”
เมื่อตั้งสติได้และเห็นว่ามัจจุราชตรงหน้าคือจางอวิ๋น ที่
มือซ้ายอุ้มอู๋ไห่ไห่ มือขวาถือกระบี่เมฆาเวหาที่เปื้อนเลือด เขา
ก็เบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด “เจ้า… เจ้ามาอยู่ที่นี่
ได้ยังไง??”
“ไปถามเจ้าสำนักของแกในนรกซะ!”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็ง แล้วตวัดกระบี่ฟัน
ออกไปอีกครั้งเพื่อปลิดชีพ!
“ไม่!!”
ผู้อาวุโสใหญ่หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด อยากจะหลบหนี
แต่ร่างกายกลับถูกแรงกดดันทางวิญญาณอันมหาศาลตรึงไว้
จนขยับไม่ได้
ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะฟันร่างเขาขาดเป็นสองท่อน.
..
ปัง!
พลังงานลึกลับบางอย่างระเบิดขึ้นด้านข้าง กระแทกร่าง
ผู้อาวุโสใหญ่กระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปอีกทาง รอดพ้นความตาย
ไปได้อย่างหวุดหวิด
กระบี่ของจางอวิ๋นฟันถูกเพียงความว่างเปล่า
“หือ?”
เขาขมวดคิ้วหันขวับไปมอง เห็นหลินฉินในชุดกระโปรง
ดำบางเบายืนสงบนิ่งอยู่ข้างเก้าอี้ ฝ่ามือเรียวบางมีพลังงาน
สีดำทมิฬลอยวนเวียนอยู่อย่างน่าหวาดหวั่น
ยังไม่ทันที่่จางอวิ๋นจะคิดวิเคราะห์ ภายในถ้ำก็ถูกม่าน
พลังสีดำทมิฬเข้าปกคลุมทันที เปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็น
ขุมนรกมืดมิด
จางอวิ๋นแปลกใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้ว่าในถ้ำมีคนอยู่สองคน แต่
กลิ่นอายนอกจากผู้อาวุโสใหญ่แล้ว อีกคนมีระดับแค่สร้าง
รากฐาน เขาเลยไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นเพียงนางบำเรอทั่วไป
แต่ตอนนี้…
“ระดับหยวนอิง?”
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากร่าง
ของหลินฉิน จางอวิ๋นเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ รีบใช้วิชา
เนตรเซียนตรวจสอบทันที——
【หลินฉิน】
ระดับพลัง: หยวนอิง ขั้นกลาง
กายา: กายาหยินกลืนมาร
พรสวรรค์กายา: สามารถเลียนแบบกายาหยินชนิดต่างๆ
ได้อย่างแนบเนียน ผ่านการร่วมประเวณีจะทิ้งตราประทับมาร
ไว้ในร่างของฝ่ายชาย เพื่อดูดกลืนพลังบำเพ็ญเพียรของฝ่าย
ชายมาเป็นของตน
เคล็ดวิชาที่ฝึกฝน: มารยาวิชาเสน่ห์นางมาร, ร่างจำแลง
วิญญาณมาร, เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ผนึกมาร…
พลังปราณพิเศษ: ปราณมาร
จุดอ่อน: ถนัดวิชาสายเสน่ห์ พลังวิญญาณค่อนข้าง
แกร่ง แต่แพ้ทางผู้ที่มีพลังวิญญาณเหนือกว่าตน อีกทั้งยังฝึก
ปราณมาร สามารถใช้วัตถุที่มีคุณสมบัติชำระล้างข่มได้
……
“ปราณมาร!?”
จางอวิ๋นเห็นข้อมูลถึงกับตะลึง นี่มันเรื่องใหญ่กว่าที่คิด!
“ผู้อาวุโสจางสายตาเฉียบคมดีนี่!”
หลินฉินยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แต่แววตาหาได้
มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ไม่
“หลินฉิน เจ้า…”
ผู้อาวุโสใหญ่ที่ถูกกระแทกจนรอดตายมาได้ พยุงตัว
ลุกขึ้นมองหลินฉินด้วยความช็อก ตะลึงงันกับกลิ่นอายที่
เปลี่ยนไปของนาง
ผู้หญิงที่เมื่อครู่ยังทำตัวเป็นแมวน้อยขี้อ้อนในอ้อมกอด
เขา แท้จริงแล้วเป็นถึงยอดฝีมือระดับหยวนอิง?
“เศษสวะจริงๆ เป็นถึงระดับหยวนอิง กลับโดนระดับจิน
ตานซัดทีเดียวร่วง!”
หลินฉินปรายตามองเขาด้วยความเย็นชาและดูแคลน
“เดิมทีข้ากะว่าจะเปิดเผยตัวช้ากว่านี้หน่อย รอให้เจ้าหมด
ประโยชน์ก่อน แต่เจ้าสวะอย่างแกดันพลาดท่าจนข้าต้อง
ลงมือเร็วกว่ากำหนด ช่างเถอะ… งั้นก็ดูดแกซะตอนนี้เลย
ก็แล้วกัน!”
สิ้นเสียง ร่างของนางก็วูบหายไปปรากฏตัวตรงหน้า
ผู้อาวุโสใหญ่ราวกับภูตพราย ฝ่ามือฟาด เพียะ! เข้าที่จุด
ตันเถียนของอีกฝ่ายเต็มแรง
พลังปราณมหาศาลถูกดูดกระชากออกจากตันเถียนของ
ผู้อาวุโสใหญ่ ไหลทะลักผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างของหลินฉินอย่าง
บ้าคลั่ง!
“จะ… เจ้ากำลังดูดพลังของข้า?”
ผู้อาวุโสใหญ่สัมผัสได้ว่าพลังบำเพ็ญเพียรที่สั่งสมมาทั้ง
ชีวิตกำลังเหือดแห้งลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
ตวาดลั่น “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
เขาพยายามจะระเบิดพลังขัดขืนอย่างสุดชีวิต
วิ้ง!
แต่ฉับพลันนั้น ตราประทับรูปผีเสื้อสีดำที่เรืองแสงวาบก็
ปรากฏขึ้นภายในร่างของเขา กดทับพลังที่กำลังจะระเบิดออก
จนสงบนิ่ง ร่างกายราวกับถูกแช่แข็ง ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่
ปลายนิ้ว!
“นะ… นี่มันอะไรกัน??”
ผู้อาวุโสใหญ่หน้าตาตื่นกลัว ดวงตาเบิกโพลงด้วยควา
มสิ้นหวัง
“คิดว่ากายาเสวียนอินมันกินง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง?”
หลินฉินเลียริมฝีปาก แสยะยิ้มเย็นยะเยือก “เดิมทีข้ากะ
ว่าจะให้แกตายไปพร้อมความสุขตอนที่พลังหมดเกลี้ยงแท้ๆ
แต่น่าเสียดาย ดันมีคนมาขัดจังหวะ!”
พูดจบ นางก็หันกลับมา
มองดูจางอวิ๋นที่ถือกระบี่เดินย่างสามขุมเข้ามา นาง
สะบัดมือวูบ ปล่อยคลื่นปราณมารกวาดออกไปสกัดกั้น
จางอวิ๋นรีบเบี่ยงตัวหลบวูบ
ฟุ่บ… ฟุ่บ…
แต่ทันทีที่หลบพ้น ก็ปรากฏร่างแยกของหลินฉินในชุด
กระโปรงดำที่เหมือนตัวจริงทุกกระเบียดนิ้วหลายร่าง พุ่ง
ออกมาล้อมกรอบ รายล้อมไปด้วยปราณมารอัน
น่าสะพรึงกลัว
“ไม่ต้องรีบร้อน รายต่อไปก็คือท่านนั่นแหละ ให้ร่างแยก
ของพี่สาวเล่นสนุกกับท่านไปพลางๆ ก่อนนะ…”
หลินฉินยิ้มยั่วยวน ดวงตาเป็นประกายวาววับ “เดี๋ยว
พี่สาวคนนี้จะจัดหนักให้ท่านทีหลัง~!”
แต่ทว่าสิ้นเสียงของนาง…
ปุ้ง ปุ้ง ปุ้ง!!
ร่างแยกตรงหน้าจางอวิ๋นกลับระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ
ด้วยพลังอูสีน้ำเงินเข้มที่ปะทุออกมา! รอยยิ้มยั่วยวนบนใบหน้า
ของหลินฉินแข็งค้างทันที
จางอวิ๋นที่มีพลังอูสีน้ำเงินเข้มพันรอบฝ่ามือ ยืน
ตระหง่านมองนางด้วยสายตาเรียบเฉย “เห็นข้าเป็นไก่อ่อนรึ
ไง?”
พูดจบ เขาก็ตวัดกระบี่ฟันออกไปทันที!
หลินฉินสีหน้าเปลี่ยน จำต้องหยุดการดูดพลังผู้อาวุโส
ใหญ่ แล้วกระโดดหลบฉากออกมาเพื่อรักษาชีวิต
แต่พอกระโดดหลบออกมา นางก็ต้องหน้าเปลี่ยนสีเมื่อ
เห็นทิศทางกระบี่ของจางอวิ๋น “หยุดนะ!!”
ฉัวะ!
กระบี่ของจางอวิ๋นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ฟันฉับ
เข้าที่คอของผู้อาวุโสใหญ่จนหัวหลุดกระเด็นกลิ้งหลุนๆ ไปกับ
พื้น!
“ไอ้สารเลว!!”
หลินฉินกรีดร้องด้วยความโกรธจัด
ผู้อาวุโสใหญ่สำนักหนานไห่คืออาหารอันโอชะที่นาง
อุตส่าห์ลงแรงวางแผนบ่มเพาะมาตั้งนาน กว่าจะสุกงอม
พร้อมกิน กลับถูกไอ้หมอนี่ฆ่าทิ้งดื้อๆ ต่อหน้าต่อตา!
“แกสมควรตาย!!”
เส้นผมสีดำขลับของหลินฉินปลิวไสวไปตามแรง
ลมปราณ ปราณมารทั่วร่างระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง แผ่จิต
สังหารปกคลุมไปทั่วถ้ำ
ตู้ม!
แต่ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นอายที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็ระเบิด
ออกมา กระแทกปราณมารของนางจนแตกกระเจิง
จางอวิ๋นยกกระบี่เมฆาเวหาขึ้น ปลายกระบี่ชี้หน้าอีกฝ่าย
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นตัวอะไรโผล่มาจากไหน แต่ในเมื่อ
มามุดหัวอยู่ที่นี่… ก็จงตายไปพร้อมกันซะ!”
……