ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 152 อสูรมารเงาระดับแปลงเทพ
ท่ามกลางความมืดมิดและอับชื้นภายในลานกว้างใต้ดิน
จางอวิ๋นก้าวเท้าเดินตามหลังอู๋ไห่ไห่โดยทิ้งระยะห่าง
ไม่เกินสามเมตร สัมผัสวิญญาณถูกแผ่ออกไปครอบคลุมระวัง
ภัยรอบด้านอย่างไม่ลดละ
หากมีสิ่งใดผิดปกติแม้เพียงนิด เขาพร้อมจะหิ้วคออู๋ไห่
ไห่แล้วเผ่นแน่บในพริบตา
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไร ความเข้มข้นของพลังงานเงาก็ยิ่ง
หนาแน่นขึ้นเท่านั้น ความมืดมิดรอบด้านบดบังทัศนวิสัยจน
มิด แม้แต่สัมผัสวิญญาณของเขาก็ยังถูกรบกวน จนรัศมีที่รับรู้
ได้หดแคบลงเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตรรอบตัว
“อาจาน... ข…ข้าอยากกิน!”
ทันใดนั้น อู๋ไห่ไห่ก็หยุดฝีเท้าลง นิ้วป้อมๆ ชี้ตรงไปยัง
ยอดเสาหินต้นหนึ่งเบื้องหน้า ดวงตาเล็กๆ ทอประกาย
ระยิบระยับเปี่ยมด้วยความหิวโหย
จางอวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมสมาธิบีบ
สัมผัสวิญญาณให้เป็นเส้นตรงพุ่งยาวออกไป เพื่อกวาดสำรวจ
ยอดเสาหินสูงตระหง่านต้นนั้น
“หือ?”
เพียงแค่กวาดผ่านแวบเดียว คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นด้วย
ความตกตะลึง
คน?
ในขอบเขตสัมผัสวิญญาณ บนเสาต้นนั้น
มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานติดอยู่คนหนึ่ง
ไม่ใช่สิ!
ไม่ได้มีแค่คนเดียว!
จางอวิ๋นไล่ระดับสัมผัสวิญญาณสูงขึ้นไปเรื่อยๆ และ
ต้องตื่นตระหนกเมื่อพบว่าทุกๆ ระยะสองเมตรบนเสา
จะมีกลิ่นอายของมนุษย์ระดับจินตานฝังอยู่หนึ่งคน บนเสาที่
สูงเกือบร้อยเมตรนี้ มีกลิ่นอายมนุษย์อยู่ถึงห้าสิบคน!
ร่างกายของคนเหล่านี้ถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานประหลาด
บางอย่าง หากมองผ่านสัมผัสวิญญาณ รูปร่างของพวกมันดู
ราวกับ… ดักแด้แมลงขนาดยักษ์
และที่ยอดสุดของเสาต้นนั้น มีผลึกก้อนหนึ่งที่แผ่คลื่น
พลังวิญญาณผิดปกติออกมา มันส่งเส้นสายพลังงานเชื่อมต่อ
กับมนุษย์ระดับจินตานทั้งห้าสิบคนบนเสา คล้ายกำลังดูดกลืน
แก่นพลังวิญญาณของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา
และเจ้าผลึกก้อนนี้นี่เอง คือสิ่งที่ทำให้อู๋ไห่ไห่น้ำลายสอ
จางอวิ๋นไม่รอช้า อาศัยมุมมองจากสัมผัสวิญญาณ
โคจรเคล็ดวิชาเนตรเซียนตรวจสอบทันที
【ผลึกวิญญาณเงา】
คำอธิบาย: เปลือกนอกก่อตัวจากพลังงานเงาอัน
หนาแน่น ภายในอัดแน่นด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่ถูก
กลั่นกรองมาแล้ว หากทำการหลอมรวมจะช่วยยกระดับพลัง
วิญญาณได้อย่างมหาศาล
ปริมาณพลังวิญญาณปัจจุบัน: หนึ่งส่วนระดับแปลงเทพ
ขั้นสูงสุด
“พลังวิญญาณระดับแปลงเทพขั้นสูงสุดหนึ่งส่วน!?”
จางอวิ๋นเบิกตากว้าง
มิน่าล่ะอู๋ไห่ไห่ถึงได้ดีดขนาดนี้ ของล้ำค่าที่อัดแน่นด้วย
พลังวิญญาณระดับสูงขนาดนี้ สำหรับเจ้าตัวเล็กแล้วมันก็คือ
ยาโด๊ปชั้นยอดชัดๆ!
เขาเบนสายตาเนตรเซียนไปตรวจสอบเหล่ามนุษย์ที่ถูก
ฝังอยู่บนเสาด้วยเช่นกัน
【ไข่มนุษย์มารเงา】
คำอธิบาย: พรสวรรค์เฉพาะตัวของอสูรมารเงา เป็นการ
เพาะฟักไข่ด้วยพลังงานเงา โดยใช้แก่นโลหิตและเนื้อหนังของ
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน ผสานเข้ากับพลังงานเงา และ
หลอมรวมเข้ากับผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์ระดับสร้างรากฐานจน
กลายสภาพเป็นไข่ เมื่อฟักตัวออกมา จะเติบโตเป็นมนุษย์มาร
เงาระดับจินตาน
เวลานับถอยหลังสู่การฟักตัว: 00:05:03
“เป็นฝีมือของอสูรมารเงาจริงๆ ด้วย!”
จางอวิ๋นหรี่ตาลง แววตาคมกริบฉายประกายสังหาร
ยังไม่ทันจะได้คิดแผนการใดๆ ต่อ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัส
ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองลง
มาจากเบื้องบน
ในสัมผัสวิญญาณ พลังงานเงารอบทิศทางกำลังเดือด
พล่านและพุ่งตรงมาที่เขาอย่างบ้าคลั่ง!
ตู้ม!
ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย จางอวิ๋นระเบิดพลังอูสีครามเข้ม
กระแทกสวนพลังงานเงาที่รุมล้อมเข้ามาจนแตกกระเจิง แล้ว
รีบคว้าตัวอู๋ไห่ไห่เตรียมจะใช้วิชาตัวเบาหลบหนี
แต่เพิ่งพุ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว ความมืดมิดรอบด้านก็
ม้วนตัวก่อเป็นกำแพงเงาขวางหน้า พลังงานเงาสี่ทิศทางบีบ
อัดเข้ามาด้วยจิตสังหาร ราวกับปากของอสูรร้ายขนาดยักษ์ที่
พร้อมจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งเป็น
“ไห่อู —— คลื่นคลั่งกวาดล้าง!”
จางอวิ๋นคำรามต่ำ สั่นสะท้านร่างกายปลดปล่อยพลังอู
สีครามเข้มระดับปุโรหิตหกชั้นออกมาเต็มพิกัด
พลังงานเงานี้มีความพิเศษ คล้ายคลึงกับร่างวิญญาณ
พลังปราณทั่วไปโจมตีมันไม่ได้ผล ต้องใช้พลังพิเศษจำพวก
พลังอูเท่านั้นถึงจะสั่นคลอนมันได้
คลื่นพลังอูสีครามเข้มลูกใหญ่ซัดสาดออกไปรอบทิศทาง
ราวกับสึนามิที่บ้าคลั่ง
กำแพงเงาตรงหน้า รวมถึงพลังงานเงาที่ถาโถมเข้ามา
และความมืดมิดในพื้นที่โดยรอบ ถูกคลื่นพลังอูนี้กวาดล้างจน
สลายหายไป กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในชั่วพริบตา
เมื่อม่านพลังงานเงารอบตัวถูกปัดเป่าออกไป ทัศนวิสัย
ของจางอวิ๋นก็เปิดกว้างขึ้นทันที
เพียงแค่แวบเดียว เขาก็เห็นร่างเงาทะมึนขนาดมหึมา
ยาวเกือบร้อยเมตรที่ห่อหุ้มด้วยเกราะพลังงานเงา รูปร่างของ
มันคล้ายตะขาบยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว ยืนตระหง่านอยู่ห่าง
ออกไปด้านหลังเพียงไม่กี่สิบเมตร
จางอวิ๋นรีบโคจรเนตรเซียน… มองไม่เห็นข้อมูล!
สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
อสูรมารเงา!
สัตว์ประหลาดตรงหน้านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือสัตว์
มารคู่กายที่จอมมารเงาเลี้ยงดูเอาไว้… อสูรมารเงาระดับ
แปลงเทพ!
อสูรมารเงาจ้องมองลงมาที่จางอวิ๋น ดวงตาสีแดงฉานคู่
นั้นฉายแววประหลาดใจในแบบที่มนุษย์พึงมี
มนุษย์ตรงหน้านี้มีกลิ่นอายแค่ระดับจินตานแท้ๆ
แต่กลับสามารถกวาดล้างม่านฟ้าเงาที่มันบรรจงสร้างขึ้นจน
หายไปเป็นแถบได้เชียวรึ?
“อาจาน...”
เสียงเล็กๆ ของอู๋ไห่ไห่ดังขึ้นในอ้อมแขน นิ้วป้อมๆ ชี้ไปที่
ร่างมหึมาของอสูรมารเงา ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
น้ำลายไหลย้อยที่มุมปาก
“ตัวมัน… บนตัวมันก็น่ากิน!”
“บนตัวมันมีของอร่อยด้วยงั้นรึ?”
จางอวิ๋นเอ่ยถามเสียงเครียด
อู๋ไห่ไห่พยักหน้าหงึกหงักรัวเร็ว ดวงตาจ้องมองอสูรมาร
เงาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า ความหิวกระหายนี้ รุนแรง
ยิ่งกว่าตอนเห็นผลึกวิญญาณเงาระดับแปลงเทพเมื่อครู่เสีย
อีก!
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาหิวกระหายอันโจ่งแจ้งของ
เจ้าตัวเล็ก อสูรมารเงาก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์
สายตาเช่นนี้มันคุ้นเคยดี เพราะมันมักจะเห็นมนุษย์ที่ดู
น่าอร่อยมองมันด้วยความหวาดกลัว… เดี๋ยวนะ! แต่สายตา
ของไอ้เด็กนี่มันไม่ใช่ความกลัว มันคือสายตาของนักล่าที่
กำลังมองเหยื่อชัดๆ!
เด็กมนุษย์คนหนึ่งกล้ามองข้าผู้เป็นระดับแปลงเทพด้วย
สายตาเช่นนี้รึ?
รนหาที่ตาย!
“โฮก!!”
มันคำรามต่ำในลำคอ ร่างกายมหึมาสั่นสะเทือน เลือด
ลมพุ่งพล่าน พริบตาเดียวพลังงานเงารอบด้านที่เพิ่งถูก
เป่ากระเด็นไปก็ไหลทะลักกลับมา ถาโถมเข้าใส่จางอวิ๋นและ
ศิษย์ราวกับพายุคลั่งที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่ง
“อาจาน...”
จางอวิ๋นยังไม่ทันขยับตัว อู๋ไห่ไห่ในอ้อมกอดก็ล้วงมือ
เข้าไปในอกเสื้อ หยิบคางคกตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งออกมา แล้วชี้
ไปที่อสูรมารเงาตัวยักษ์
“ใช้ไอ้นี่… ป…แปลงเป็นมัน แล้วตี… ตีมัน!”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง
เจ้าคางคกน้อยนี่คือ ‘คทาเปลี่ยนแปลง’ หนึ่งในสามคทา
เซียนอู จะให้เปลี่ยนคทาเป็นอสูรมารเงาเพื่อสู้กันเองเนี่ยนะ?
เออว่ะ… น่าลอง!
หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง มารเงาก็ต้องเจอกับมาร
เงา!
คิดได้ดังนั้น เขาก็คว้าหมับเข้าที่เจ้าคางคก อัดพลังอู
เข้าไปจนเต็มเปี่ยมแล้วขว้างใส่หน้าอสูรมารเงาอย่างสุดแรง
อ๊บ!
อสูรมารเงาแทบไม่ได้สนใจคางคกตัวจ้อยที่ถูกปามา
มันคิดว่าเป็นเพียงอาวุธซัดไร้สาระของมนุษย์ที่กำลังดิ้นรน
แต่วินาทีถัดมา…
ครืนนนนน!!
เสียงกัมปนาทเลื่อนลั่นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานกว้าง
คลื่นพลังอูอันยิ่งใหญ่กวาดระลอกออกไปกระแทกทุกสรรพสิ่ง
อสูรมารเงายังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลจน
เซถอยหลังไปหลายก้าว
มันรีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง
แล้วก็ต้องตะลึงงันกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่จู่ๆ ก็โผล่
ออกมาขวางหน้า
ภาพที่เห็นคือ ‘อสูรมารเงา’ อีกตัวหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะเป็น
ขนาด รูปร่างหน้าตา หรือแม้แต่เกล็ดเงาทุกชิ้น ก็เหมือนกับ
ตัวมันเปี๊ยบราวกับส่องกระจก กำลังยืนจังเก้าอยู่กลางลาน
ใต้ดิน
ตัวอะไรวะ?
พวกเดียวกันเรอะ??
อ๊บ!
แต่เสียงร้องแบบกบที่ดังออกมาจากปากของมัน ก็ได้
เผยไต๋ตัวตนของ ‘อสูรมารเงา’ ตรงหน้าจนหมดเปลือก
อสูรมารเงา (ตัวจริง) โกรธจนควันออกหู
ไอ้มนุษย์สารเลว! กล้าดียังไงเอาคางคกน่าขยะแขยง
มาแปลงร่างลอกเลียนแบบตัวข้าที่สง่างามเยี่ยงนี้!!
“โฮก——!!”
รู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติอย่างรุนแรง อสูรมารเงาอ้า
ปากคำรามลั่นด้วยโทสะ
ครืนนน!
พลังงานเงาทั่วทั้งลานใต้ดินเดือดพล่านขึ้นมาทันที มัน
บ้าคลั่งพุ่งเข้าใส่ ‘อสูรมารเงา’ (ตัวปลอม) และจางอวิ๋นหมาย
จะบดขยี้ให้แหลกเหลว
“มันควบคุมพลังงานเงาได้ เจ้าก็ลองคุมดูบ้างสิ!”
จางอวิ๋นเห็นท่าไม่ดี จึงตะโกนสั่งใส่คทาเปลี่ยนแปลงที่
กลายร่างเป็น ‘อสูรมารเงา’
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลไหม แต่ในเมื่อแปลงร่างได้
เหมือนเปี๊ยบขนาดนี้ มันก็น่าจะมีลูกเล่นอะไรที่พอจะงัดข้อกัน
ได้บ้างแหละน่า?
อ๊บ!
เจ้า ‘อสูรมารเงา’ ร้องขานรับเสียงใส
ทันใดนั้น พลังงานเงาที่กำลังเดือดพล่านรอบทิศทางก็
หยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง
ได้ผลจริงดิ?
จางอวิ๋นตาเป็นประกายวาวโรจน์
ส่วนอสูรมารเงา (ตัวจริง) ยืนงงเป็นไก่ตาแตก สมอง
ของมันประมวลผลไม่ทัน
ไอ้ตัวปลอมที่แปลงมาจากคางคกนั่น… มันควบคุม
พลังงานเงาของข้าได้ไง?
ล้อกันเล่นหรือเปล่า! นี่มันอาณาเขตของข้านะเว้ย!
“โฮก——!!”
อสูรมารเงาคำรามอีกครั้งด้วยความเกรี้ยวกราด
พลังงานเงาในลานกว้างกลับมาเดือดพล่านอีกครั้งเพื่อ
ตอบสนองต่อโทสะของนายเหนือหัว
“คุมมัน!”
จางอวิ๋นรีบตะโกนสั่ง
อ๊บ!
‘อสูรมารเงา’ ร้องสวนทันควัน พลังงานเงาที่กำลังเดือด
พล่านก็หยุดนิ่งไปอีกรอบ
เป็นไปไม่ได้!
อสูรมารเงาไม่อยากจะเชื่อสายตา
นี่มันพลังของข้า! ไอ้ตัวปลอมนั่นมีสิทธิ์อะไรมาแย่ง
การควบคุม?
จางอวิ๋นไม่สนหรอกว่ามันจะคิดยังไง เขารีบออกคำสั่ง
ให้ ‘อสูรมารเงา’ รุกฆาตทันที
“ขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น แล้วบังคับพลังงานเงาไปโจมตีมัน
ซะ!”
อ๊บ!
‘อสูรมารเงา’ ร้องตอบรับ บนร่างมหึมาของมันมีพลังอู
เอ่อล้นออกมา ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวในพริบตา
ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าตัวจริงเสียอีก! จากนั้น พลังงานเงาที่
หยุดนิ่งอยู่ก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นมา
แต่รอบนี้ คนที่ควบคุมมันคือ ‘อสูรมารเงา’ (ตัวปลอม)
“โฮก!!”
อสูรมารเงาคำรามลั่น พยายามแย่งชิงการควบคุม
กลับมา
พลังงานเงาที่กำลังเดือดพล่านได้รับผลกระทบจากสอง
เจตจำนง จนชะงักติดขัดไปเล็กน้อย
“แย่งการควบคุมมาให้ได้ ใส่ให้สุดแรง!”
จางอวิ๋นตะโกนสั่งการเสียงดังลั่น กระตุ้นลูกศิษย์
(กิตติมศักดิ์) อย่างเต็มที่
อ๊บ!
‘อสูรมารเงา’ ร้องสวนทันควัน พลังงานเงาที่ชะงักไปก็
กลับมาเดือดพล่านอีกครั้งภายใต้คำสั่งของมัน
“โฮก——!!”
อสูรมารเงาแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาจ้องเขม็ง
ไปที่มนุษย์ตัวจ้อยด้านล่างที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง
ไอ้มนุษย์นี่สมควรตาย! ต้นตอของเรื่องบ้าๆ นี่คือมัน!
มันรีบรีดเร้นพลังจิตควบคุมพลังงานเงาหมายจะโจมตี
จางอวิ๋นให้ตายตกไปก่อน
อ๊บ!
แต่พอเสียงกบดังขึ้น พลังงานเงารอบๆ ก็เปลี่ยนทิศทาง
หันหัวกลับไปโจมตีอสูรมารเงาแทน
“โฮก——!!”
อสูรมารเงาคลั่งจนแทบกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่ม
บัดซบ! ทำไมพลังของข้าถึงไปฟังคำสั่งไอ้ตัวปลอมหน้า
โง่นั่นวะ?
อ๊บ!
“โฮก——!!”
อ๊บ!
“โฮก——!!”
ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งลานกว้างใต้ดินมีแต่เสียงคำราม
กึกก้อง สลับกับเสียงกบที่ดังระงมไม่ขาดสาย
พลังงานเงาที่ปกคลุมลานกว้าง เดี๋ยวก็เดือดพล่าน
เดี๋ยวก็หยุดนิ่ง เดี๋ยวก็พุ่งไปทางซ้าย เดี๋ยวก็ตีกลับมาทางขวา
ราวกับคนเมาหมัด
ไกลออกไป เถากู่หลาน และพยัคฆ์ลายพาดกลอน
รวมถึงชายชุดดำสองคนที่เพิ่งเข้ามาถึง ต่างยืนอ้าปากค้าง
มองภาพการต่อสู้ (ตะโกนใส่กัน) ตรงหน้าด้วยความมึนงง
สุดขีด