ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 216 มหาค่ายกลวิญญาณมาร, จอมมารวายุ?
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 216 มหาค่ายกลวิญญาณมาร, จอมมารวายุ?
“เหตุใดพวกมันถึงยังขยับได้อีก?”
เสียงอุทานตื่นตระหนกหลุดจากริมฝีปากของหญิงสาว
ชุดขาว
ภาพเบื้องหน้าชวนให้ขนหัวลุก มนุษย์มารเงาหลายตนที่
ถูกนางใช้วิชาวายุฟันจนขาดสะบั้นเป็นสองท่อน บัดนี้ร่างที่
ขาดวิ่นเหล่านั้นกลับยังคงตะเกียกตะกาย พุ่งกระโจนเข้าหา
นางอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
“คมมีดวายุคลั่ง!”
หญิงสาวขบกรามแน่น รีดเร้นพลังงานวายุขาวมหาศาล
ปะทุขึ้นรอบกาย ควบแน่นเป็นคมมีดสายลมสีขาวนับไม่ถ้วน
กวาดฟันออกไปรอบทิศทางดุจพายุหมุน
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
ทุกที่ที่พายุคมมีดพาดผ่าน ร่างของมนุษย์มารเงาถูกหั่น
เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปลิวว่อนไปในอากาศ
ทว่า… ฝันร้ายยังไม่จบสิ้น
ชิ้นส่วนเนื้อที่ถูกตัดขาดเหล่านั้นกลับยังคงบิดเกร็ง
ดุ๊กดิ๊ก และดูเหมือนจำนวนของพวกมันจะยิ่งทวีคูณมากขึ้น
ทุกครั้งที่ถูกตัดแบ่ง ราวกับฝูงปลิงอมตะที่ฆ่าไม่ตาย
“พวกแกเป็นตัวบ้าอะไรกันเนี่ย?”
ภาพของก้อนเนื้อสีดำที่ยังคงดิ้นพล่านและคืบคลาน
เข้ามาใกล้ ทำเอาใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดไร้สีเลือด
นางบำเพ็ญเพียรมาจนป่านนี้ เพิ่งเคยประสบพบเจอสิ่ง
มีชีวิตวิปริตผิดมนุษย์เช่นนี้เป็นครั้งแรก
“เคล็ดวิชาไห่อู… คลื่นคลั่งกลืนนภา!”
ทันใดนั้น สุรเสียงเรียบเฉยสายหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น
ตูม——!
คลื่นพลังอูสีน้ำเงินเข้มระลอกมหึมาโถมซัดสาดออก
ไปราวกับเกลียวคลื่นยักษ์ถล่มปฐพี บดขยี้ฝูงมนุษย์มาร
เงาและเศษซากวิปริตเหล่านั้นจนแหลกละเอียดกลายเป็น
หมอกเลือดสีดำ ก่อนจะสลายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
เพียงชั่วพริบตา พื้นที่โดยรอบที่เคยเต็มไปด้วย
ความโกลาหล ก็ถูกชำระล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง
“นี่มัน…”
หญิงสาวชุดขาวอ้าปากค้างกว้าง ดวงตากลมโต
จ้องมองบุรุษหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังด้วยความตก
ตะลึงพรึงเพริด
เจ้าสัตว์ประหลาดพวกนั้น… หายไปหมดแล้ว?
เพียงการโจมตีเดียว?
เมื่อมองดูจางอวิ๋นที่มีสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ร่างกาย
ของนางก็อดสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นมิได้
เมื่อครู่นี้… นางเพิ่งไปกระตุกหนวดเสือ แย่งของจากมือ
ของตัวตนระดับใดกันแน่?
ผลวายุเทพในมือที่กำไว้แน่น พลันรู้สึกร้อนลวกดั่งถ่าน
ไฟแดงๆ ขึ้นมาทันที
เดิมทีนางเข้าไปสำรวจซากปรักหักพังของตำหนักเซียน
แต่จู่ๆ พวกระดับแปลงเทพก็เปิดฉากซัดกันนัวเนีย คลื่นพลัง
รุนแรงทำให้นางไม่กล้ารั้งอยู่นาน
หลังจากหนีตายออกมาได้ไม่ไกล นางก็ค้นพบทางออก
ของแดนลับเซียน แต่ด้วยความโลภบังตา นางจึงยังไม่ยอม
จากไปทันที
ใครจะรู้ว่าสวรรค์จะเข้าข้าง (หรือกลั่นแกล้ง) ให้นาง
ไปเจอผลวายุเทพเข้า!
ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือเก็บเกี่ยว พยัคฆ์วิญญาณ
ลายพาดกลอนก็เหาะเหินเดินอากาศมาพร้อมกับคนบนหลัง
นางรู้ดีด้วยสัญชาตญาณว่า ผู้ที่สามารถขี่สัตว์อสูรระดับ
หยวนอิงได้ ย่อมมิใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน
นางจึงไม่คิดปะทะซึ่งหน้า ยอมเสียสละหุ่นเชิดไว้ล่อเป้า
แล้วอาศัยจังหวะที่ผลไม้สุกงอมชิงลงมือแล้วโกยแน่บ
แต่ผลลัพธ์กลับไม่สวยหรูดั่งใจหวัง จางอวิ๋นผู้นี้กลับ
ไล่ตามมาทันด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่า
กระนั้นนางก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะทางออกอยู่
ใกล้แค่เอื้อมมือ
และในตอนนี้ นางก็หนีออกมาได้สำเร็จ…
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบของจางอวิ๋นที่จ้องมองมา
หนี!
สัญชาตญาณร้องเตือนสุดเสียง หญิงสาวชุดขาว
ไม่คิดหน้าคิดหลัง ระเบิดพลังความเร็วพุ่งตัวออกไปทางป่า
ด้านหน้าทันที
จางอวิ๋นกำลังจะขยับตัวไล่ตาม แต่ฉับพลันสัมผัสวิญ
ญาณก็จับความผิดปกติบางอย่างได้ เขาจึงตะโกนลั่น
“ถอยเร็ว!!”
ถอย?
ถอยให้เจ้าจับน่ะสิ! คิดว่าคุณหนูอย่างข้าโง่งั้นรึ!
หญิงสาวชุดขาวสบถในใจ พลางกัดฟันเร่งความเร็วพุ่ง
ไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
“แย่แล้ว!”
แต่พุ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว สีหน้าของนางก็แปร
เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
ตูม!
พื้นดินใต้เท้าจู่ๆ ก็ระเบิดออก หนวดสีดำทมิฬสองเส้นที่
มีไอมารลุกโชนพุ่งขึ้นมารัดข้อเท้าของนางไว้แน่นราวกับคีม
เหล็ก ก่อนจะกระชากอย่างแรงจนนางหน้าทิ่มกระแทกพื้น
โลหิตไหลอาบหน้าผาก
ยังไม่ทันจะส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!!
จากทั่วทั้งผืนป่า หนวดมารสีดำนับสิบเส้นพุ่งทะลุขึ้น
มาจากดินพร้อมกัน ราวกับฝูงงูปีศาจที่กระโจนเข้าขย้ำเหยื่อ
“ไปให้พ้นคุณหนูอย่างข้านะ!!”
หญิงสาวตวาดลั่นด้วยความกลัว ปลดปล่อยคมมีดวายุ
ขาวออกมาป้องกันตัวสุดฤทธิ์ แต่หนวดที่รัดข้อเท้าอยู่กลับ
เหวี่ยงร่างนางไปมากลางอากาศอย่างรุนแรง ทำให้คมมีดที่
ปล่อยออกไปไร้ทิศทาง ปลิวว่อนไปมั่วซั่วตัดต้นไม้ใบหญ้า
ขาดกระจุย
หนวดมารเหล่านั้นไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ยังคงพุ่งตรง
เข้ามาหมายจะรัดร่างนางให้แหลกเหลว
“ไม่นะ!!”
ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือด ความตายมาเยือนอยู่
ตรงหน้า
ฉับ!
วินาทีนั้น ประกายกระบี่สายหนึ่งก็วูบผ่านดุจแสงดาวตก
หนวดมารนับสิบเส้นถูกตัดขาดสะบั้นในดาบเดียว!
พร้อมกันนั้น แรงรัดที่ข้อเท้าก็คลายออก หนวดที่
พันธนาการนางอยู่ถูกฟันขาดกระเด็น
หญิงสาวชุดขาวไม่รอช้า รีบตะเกียกตะกายจะหนีต่อ
แต่ไหล่บางกลับถูกฝ่ามือใหญ่คว้าเอาไว้ราวกับคีบลูกไก่
“อุตส่าห์ช่วยชีวิตเจ้าไว้แท้ๆ ยังจะคิดหนีอีกรึ?”
น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู เมื่อเห็นจางอวิ๋นยืน
ตระหง่านอยู่ข้างๆ ร่างกายของนางก็แข็งทื่อด้วย
ความหวาดกลัว นางรีบล้วงเอาผลวายุเทพออกมาส่งให้มือไม้
สั่น
“ผ… ผู้อาวุโส… ข้าผิดไปแล้ว! เอาผลวายุเทพคืน
ไปเถอะ ปล่อยข้าไปนะเจ้าคะ!”
ฟุ่บ!
สิ้นเสียง คลื่นกระบี่อันคมกริบก็พุ่งสวนเข้ามาตรงหน้า
“กรี๊ดดด!”
นางหลับตาปี๋ กรีดร้องลั่นคิดว่าหัวหลุดจากบ่าแน่แล้ว
แต่กลับพบว่าคมกระบี่นั้นเพียงแค่เฉียดผ่านปลายผม
ของนางไป ตัดหนวดมารที่ลอบโผล่ขึ้นมาโจมตีด้านหลังนาง
จนขาดกระจุย
“ผู้อาวุโส…”
“หุบปาก!”
ยังไม่ทันได้เอ่ยคำหวาน จางอวิ๋นก็ตวาดขัดขึ้น
พร้อมกับหิ้วร่างนางลอยขึ้นมาแนบกาย
เห็นจางอวิ๋นหิ้วนางเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง พร้อมกับ
กวัดแกว่งกระบี่ฟันหนวดมารที่ขวางทางอย่างดุดันแม่นยำ
นางก็รีบหุบปากฉับ สงบปากสงบคำทันที
จางอวิ๋นไม่สนใจนาง ขณะที่เคลื่อนไหวหลบหลีกดง
หนวดมาร สัมผัสวิญญาณก็กวาดไปทั่วเกาะเจียวหนาน
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังค่ายกลที่ปกคลุมทั่วทั้งเกาะ เขา
หรี่ตาลง เคล็ดวิชา ‘เนตรเซียน’ ทำงานทันที
【มหาค่ายกลวิญญาณมาร】
แนะนำ: ค่ายกลอำมหิตที่สร้างขึ้นจากการผสานสิ่งมี
ชีวิตที่มีไอมารเข้ากับตราประทับมาร ภายในอาณาเขตค่ายกล
ห้วงมิติจะถูกผนึกตาย สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีไอมารจะไม่สามารถ
เหาะเหินเดินอากาศได้
เมื่อสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ก้าวเข้ามาในอาณาเขต
ภายในค่ายกลจะสุ่มสร้างสิ่งมีชีวิตมารรูปแบบต่างๆ ออกมา
โจมตีอย่างต่อเนื่องไม่จบสิ้น
วิธีทำลาย: ค้นหาผู้สร้างค่ายกลที่ถือครองตราประทับ
มาร แล้วทำลายตราประทับ หรือบังคับให้ตราประทับออกจาก
อาณาเขตค่ายกล
……
สีหน้าของจางอวิ๋นเคร่งขรึมลง
การวางค่ายกลระดับนี้บนเกาะเจียวหนาน เจตนา
ชัดเจนว่าต้องการดักสังหารหมู่ผู้ที่รอดชีวิตออกมาจากแดน
ลับเซียน และการกล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ แสดงว่า
ผู้บงการมั่นใจว่าจะรับมือกับฝูงชนที่แห่ออกมาได้ รวมถึงพวก
ระดับแปลงเทพด้วย
ผู้บำเพ็ญมารที่มั่นใจขนาดนี้ และสังกัดสำนักหนานเฟิ
งม่อ ในหัวของเขามีชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาทันที…
หนึ่งในสามจอมมารแห่งแดนใต้ ผู้ที่มีค่าหัวและอันดับ
ในบัญชีดำสูงยิ่งกว่าจอมมารเงา…
จอมมารวายุ!
จางอวิ๋นตื่นตัวถึงขีดสุด ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกเร่งเร้า
จนตึงเครียด
“โฮก——!!”
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องที่ฟังดูมิใช่เสียงมนุษย์ก็ดัง
ขึ้นเบื้องหน้า
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อสูรมารร่างยักษ์หัววัวตัวงูที่
มีไอมารสีแดงคล้ำลุกโชน พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมาขวางทางดุจ
กำแพงยักษ์
“ระดับหยวนอิง!!”
กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาทำเอาหญิงสาวชุดขาว
หน้าถอดสี ขาสั่นพั่บๆ
ฉับ!
แต่ยังไม่ทันได้คิดหนี ประกายกระบี่เย็นยะเยือกก็วูบ
ผ่าน
ร่างของอสูรมารตนนั้นขาดเป็นสองท่อนในพริบตา
โดยที่มันยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายอย่างไร!
พระเจ้า!
หญิงสาวชุดขาวอ้าปากค้าง มองจางอวิ๋นตาถลนแทบ
หลุดจากเบ้า
ระดับหยวนอิง… โดนตบทีเดียวร่วงเนี่ยนะ? นี่มัน
สัตว์ประหลาดมาจากไหนกัน!
จางอวิ๋นไม่สนว่านางจะตกตะลึงเพียงใด สายตาล็อก
เป้าไปที่ถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ แล้วพุ่งตัวพา
นางเข้าไปหลบข้างในทันที
ฟ่อ! ฟ่อ! ฟ่อ!!
ทันทีที่เข้ามา งูสีดำที่มีไอมารห่อหุ้มจำนวนมากก็ผุดขึ้น
มาจากพื้นถ้ำ พุ่งเข้าฉกกัด
ปัง!
จางอวิ๋นสะบัดพลังอูสีน้ำเงินเข้มออกไปเพียงวูบเดียว
กวาดพวกมันกระเด็นหายไปชนผนังถ้ำจนเละเทะในพริบตา
“ขึ้น!”
เขาเร่งพลังอู สร้างม่านพลังวงกลมครอบคลุมปาก
ถ้ำและพื้นที่รอบๆ กั้นเสียงและกลิ่นอายจากภายนอกเอาไว้
จนหมดสิ้น
เฮ้อ!
จางอวิ๋นผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มใช้สัมผัส
วิญญาณตรวจสอบสถานการณ์บนเกาะเจียวหนานอย่าง
ละเอียด
จะทำลายค่ายกลบ้านี่ ต้องหาตัว ‘จอมมารวายุ’ ที่ซ่อน
หัวอยู่ให้เจอก่อน
“ผู้อาวุโส… ขอบคุณเจ้าค่ะที่ช่วยชีวิต!”
เมื่อได้ที่ปลอดภัย หญิงสาวชุดขาวก็ถอนหายใจอย่าง
โล่งอก ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย นางมองจางอวิ๋นด้วย
สายตาเปี่ยมความซาบซึ้ง
“ขอบคุณบ้าบออะไร ส่งผลวายุเทพคืนมาซะ!”
แต่ประโยคถัดมาของจางอวิ๋น ทำเอาความซาบซึ้งของ
นางแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
“…”
นางมองจางอวิ๋นด้วยสายตาตัดพ้อเล็กน้อย ริมฝีปาก
เม้มแน่นอย่างขัดใจ แต่เมื่อนึกถึงฝีมืออันน่าสะพรึงกลัวเมื่อ
ครู่ นางก็ยอมล้วงเอาผลวายุเทพที่เพิ่งเก็บไปออกมาส่งคืนให้
แต่โดยดี
จางอวิ๋นรับไปเก็บเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับเงยหน้าขึ้นพิจารณาหญิงสาวชุดขาว… หรือ
ควรเรียกว่า ‘เด็กสาว’ ตรงหน้าให้ชัดเจน
ภายใต้ชุดคลุมสีขาวที่เปรอะเปื้อนฝุ่นโคลน คือใบหน้า
จิ้มลิ้มแบบตุ๊กตา ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรกฤดู คิ้วเรียว
สวยรับกับดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน ผมยาวสลวย
ถูกรวบเป็นหางม้าเดียวดูทะมัดทะแมง
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก น่าจะเป็นเด็กสาวนิสัย
แก่นแก้วและเอาแต่ใจคนหนึ่ง
ทว่า… พรสวรรค์ของนางกลับน่าสนใจยิ่งนัก