ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 215 มนุษย์มารเงา, รากวิญญาณคู่
โฮก!
มิต้องรอให้จางอวิ๋นออกคำสั่ง พยัคฆ์วิญญาณ
ลายพาดกลอนก็คำรามลั่นกัมปนาท เสียงคำรามสั่นสะท้าน
เลื่อนลั่นไปทั่วหุบเขา
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของฉิงเฟิงดังประสานไปกับคลื่น
พลังวิญญาณระลอกใหญ่ที่ถูกปลดปล่อยกระแทกลง
สู่เบื้องล่าง ส่งผลให้ลูกศรลอบสังหารดอกนั้นร่วงหล่นลง
สู่พื้นดินอย่างไร้พิษสง
ตึง!
ในขณะเดียวกัน ร่างเงาของผู้ลอบยิงธนูที่ซุ่มซ่อนอยู่
ด้านล่างก็ถูกแรงกดดันมหาศาลบดขยี้จนล้มคว่ำ เสื้อผ้า
ฉีกขาดเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มิใช่เนื้อหนังมังสา แต่
เป็นกลไกไม้สลับซับซ้อน
“หุ่นเชิด?”
พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนส่งเสียงอุทานด้วย
ความประหลาดใจ
ทว่าจางอวิ๋นมิได้สนใจหุ่นเชิดไร้ค่าตัวนั้น สายตา
คมกริบของเขาจับจ้องไปที่ร่างเงาอีกร่างที่ฉวยโอกาสพุ่งหนี
ไปข้างหน้า ฝ่ามือสะบัดวูบ ซัดพลังอูสีน้ำเงินเข้มออกไปเป็น
เส้นตรง พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เป้าหมายในทันที
ตู้ม!
ทันใดนั้น ร่างเงาเบื้องหน้าก็พลันมีกระแสลมสีขาวหมุน
วนรอบกาย ความเร็วพุ่งทะยานขึ้นอีกระดับ ราวกับสายฟ้า
สีขาวที่พุ่งฝ่าม่านพลังอูของจางอวิ๋นออกไปในพริบตา ทิ้ง
ระยะห่างออกไปไกลลิบ
จางอวิ๋นหรี่ตาลง ตวัด ‘พู่กันบัญชาการ’ อย่างรวดเร็ว
วาดอักษร ‘เร็ว’ ขึ้นกลางอากาศ
แสงสีทองวาบขึ้น ร่างกายของเขาก็พลันเลือนราง
กลายเป็นดั่งสายฟ้าฟาดไล่ตามไปติดๆ
ทุกที่ที่ร่างพาดผ่าน ห้วงมิติถึงกับเกิดรอยแยกเป็นทาง
ยาวจากความเร็วเหนือสามัญสำนึก
ฉิงเฟิง เถากู่หลาน และพยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอน
ยังมิทันตั้งตัว ก็เห็นจางอวิ๋นพุ่งไล่ตามร่างเงานั้นไปไกลกว่า
ร้อยจั้งแล้ว
โฮก!
เจ้าลายพาดกลอนไม่ยอมน้อยหน้า อ้าปากคำรามก้อง
แล้วรีบตะกุยเท้าพุ่งตามไปทันที
“อ๊ากกก! เจ้าเสือบ้า! เลิกอ้าปากทุกครั้งที่ออกตัวเสียที
ได้ไหมวะ!!”
ฉิงเฟิงที่ถูกมัดห้อยตองแต่งอยู่หน้าปากเสือตกใจแทบ
สิ้นสติ ตะโกนด่าลั่นน้ำหูน้ำตาไหล
เจ้าลายพาดกลอนได้ยินดังนั้นก็ชักสีหน้าหงุดหงิด
เสืออย่างข้าเป็นถึงราชาพยัคฆ์ เจ้ามนุษย์ที่เป็นเพียง
เครื่องมือสำรวจของนายท่าน กล้าดีเยี่ยงไรมาสั่งสอนข้า?
ข้าจะอ้าปากขู่ให้เจ้ากลัวจนราดกางเกงเลยคอยดู!
คิดได้ดังนั้น มันก็ยิ่งเบิกปากกว้างกว่าเดิม เผยให้เห็น
เขี้ยวขาววาววับ ไม่ยอมหุบแม้แต่น้อย
เนื่องจากกำลังบินด้วยความเร็วสูง ร่างท่อนล่างของ
ฉิงเฟิงจึงแกว่งไกวเข้าไปในปากเสือถึงครึ่งตัว
“อ๊าก——”
สัมผัสเย็นเยียบของคมเขี้ยวที่เฉียดก้นไปมา ทำให้
ฉิงเฟิงกรีดร้องด้วยความสยดสยองสุดขีด ท่อนล่างเกิดอา
การหดเกร็งด้วยความหวาดกลัวจนเผลอปลดปล่อยบางอย่าง
ออกมาโดยมิอาจควบคุม
ปู๊ด!
ก๊าซพิษลูกใหญ่ถูกอัดเข้าปากพยัคฆ์เต็มรัก!
“ไอ้มนุษย์บัดซบ! ข้าจะขย้ำเจ้าให้ตายคากระเพาะ!!”
“ม่ายยยยยย——!!”
…
โดยไม่สนใจสัตว์เลี้ยงจอมป่วนและเครื่องสำรวจจอม
กาวด้านหลัง จางอวิ๋นเร่งความเร็วไล่กวดเป้าหมายเต็มพิกัด
ร่างเงาเบื้องหน้านั้นรวดเร็วปานวายุ นับได้ว่าเป็น
ผู้บำเพ็ญเพียรที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่เขาเคยพบพานมา
แน่นอนว่า ภายใต้การเสริมพลังจากพู่กันบัญชาการและ
เคล็ดวิชา ‘ย่างก้าวชิงหยวน’ ระยะห่างระหว่างทั้งสองจึงค่อยๆ
ลดลงเรื่อยๆ
เมื่อเข้าสู่ระยะโจมตี
จางอวิ๋นไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยแรงกดดันระดับแปลง
เทพขั้นสูงสุดออกมาข่มขวัญ
ร่างเงาเบื้องหน้าชะงักกึก ร่างกายหนักอึ้งดุจแบกขุนเขา
จนร่วงหล่นลงจากกลางอากาศ
จางอวิ๋นฉวยโอกาสพุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตา
วูบ!
ยังมิทันได้ลงมือจับกุม ร่างเงาตรงหน้าก็ระเบิดพลัง
ปราณออกมา คมมีดสายลมสีขาวนับไม่ถ้วนกวาดกระแทก
ออกไปทุกทิศทางราวพายุคลั่ง
จางอวิ๋นเรียกเกราะพลังอูสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาคลุมกาย
แล้วพุ่งฝ่าพายุคมมีดเข้าไปโดยไม่สะทกสะท้าน
“หุ่นเชิด??”
ทว่าในจังหวะที่มือเอื้อมไปคว้าตัว ‘ร่างเงา’ นั้น เขากลับ
พบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นเพียงหุ่นไม้รูปร่างมนุษย์
ตัวหนึ่งเท่านั้น!
จางอวิ๋นยืนตะลึงงัน
ตั้งแต่เห็นอีกฝ่าย เขาก็ล็อกเป้าหมายด้วยกระแสจิตไว้
ตลอด อีกฝ่ายไม่น่าจะสับเปลี่ยนตัวได้แนบเนียนเพียงนี้…
ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ รีบกวาดสายตามองไปตาม
ทิศทางของคมมีดสายลมที่ระเบิดออกเมื่อครู่
และก็เป็นไปตามคาด…
ท่ามกลางคมมีดสายลมที่พุ่งไปไกลหลายลี้เบื้องหน้า มี
เงาร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
มิหนำซ้ำ อีกฝ่ายยังจงใจหันกลับมา พร้อมชูนิ้วกลางให้
เขาหนึ่งทีด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท ก่อนจะเร่งความเร็ว
ทิ้งห่างออกไป
“เหอะๆ…”
จางอวิ๋นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับเย็นเยียบ
ถึงขีดสุด
ปกติมีแต่เขาไปแย่งของจากปากเสือ ไม่เคยมีใครหน้า
ไหนกล้ามาแย่งของจากปากเขา!
อักษร ‘เร็ว’!
พลังอู!
ย่างก้าวชิงหยวน!
ปราณคืนกำไร!
แถมด้วย ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ อีกหนึ่งเส้น!
พลังงานทุกชนิดในร่างกายถูกจุดระเบิดออกที่ฝ่าเท้า
พร้อมกัน ร่างของจางอวิ๋นพุ่งทะยานออกไปราวกับศรเทพเจ้า
ความเร็วพุ่งทะลุขีดจำกัด กระแสพลังห้าชนิดห่อหุ้มร่างกาย
กลายเป็นลำแสงพาดผ่านท้องนภา
ทุกที่ที่พุ่งผ่าน อากาศถูกฉีกกระชากแยกออกเป็นสองฝั่ง
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“มารดาเถอะ!!”
ร่างเงาเบื้องหน้าเห็นฉากนี้ถึงกับสะดุ้งโหยง รีบระเบิด
พลังเร่งความเร็วหนีตายสุดชีวิต
แต่ความเร็วของจางอวิ๋นในยามนี้ เหนือกว่าอีกฝ่าย
ไปไกลโข เพียงไม่กี่อึดใจก็ร่นระยะเข้ามาเหลือเพียงหนึ่งลี้
ร่างเงานั้นหน้าถอดสี แต่เมื่อเห็นบางอย่างข้างหน้า ก็รีบ
ตะโกนลั่น
“คิดจะตามทันคุณหนูอย่างข้า ฝันไปเถอะย่ะ!”
สิ้นเสียง นางก็พุ่งพรวดเข้าไปในประตูมิติที่ตั้งตระหง่าน
อยู่กลางทุ่งราบเบื้องหน้า
“หือ?”
จางอวิ๋นไล่ตามมาเห็นฉากนี้ก็เลิกคิ้วขึ้น
ประตูมิตินั่น เห็นได้ชัดว่าเป็นทางออกของแดนลับเซียน!
“กู่หลาน ทางออกแดนลับอยู่ทางข้า ให้ตามมาทางทิศที่
ข้าบินมา ถึงแล้วให้ออกมาเลย!”
จางอวิ๋นหยิบหินสื่อสารรุ่นพิเศษส่งข้อความหาเถากู่
หลาน แล้วพุ่งตามเข้าไปในประตูมิติอย่างไม่ลังเล
วูบ!
แสงสว่างวาบขึ้น เมื่อทัศนวิสัยกลับมาชัดเจน เขาก็
มายืนอยู่หน้าประตูมิติบนชายหาดเกาะเจียวหนาน
“ทำไมถึงมีผู้บำเพ็ญมารเยอะขนาดนี้!?”
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังมาจากด้านหน้า
เห็นเพียงร่างเงาของสตรีที่เพิ่งพุ่งออกมาเมื่อครู่ กำลัง
ถูกล้อมกรอบโดยกลุ่มคนที่มีไอมารสีดำปกคลุมร่างอยู่เต็ม
ชายหาด
จางอวิ๋นดวงตาเป็นประกาย เคล็ดวิชา ‘เนตรเซียน’
ทำงานทันที
【มนุษย์มารเงา】
ระดับ: จินตานขั้นสูงสุด
แนะนำ: สิ่งมีชีวิตอำมหิตที่ฟักตัวจากพลังงานเงาของ
อสูรมารเงา ไร้สติปัญญาและความนึกคิด ฟังคำสั่งเพียง
ผู้ควบคุมเท่านั้น
สถานะ: ถูกควบคุม
จุดอ่อน: แพ้ทางพลังที่มีคุณสมบัติชำระล้าง, ต้อง
ทำลายร่างกายให้สิ้นซากจึงจะสังหารได้
……
ทันทีที่เห็นข้อมูล จางอวิ๋นก็หรี่ตาลง
มีระดับสูงของสำนักหนานเฟิงม่อซ่อนตัวอยู่แถวนี้!
ตามคำบอกเล่าของอูเฉิง ผู้บำเพ็ญมารที่เขาเคยรีด
ข้อมูลก่อนหน้านี้ สำนักหนานเฟิงม่อได้สร้างกองทัพมนุษย์
มารเงาระดับจินตานไว้อย่างน้อยสองพันตน และสิทธิ์ใน
การควบคุมอยู่ที่ระดับสูงของสำนักเท่านั้น
บัดนี้ บนชายหาดและตามยอดเขาเบื้องหน้า มีมนุษย์
มารเงาระดับจินตานปรากฏตัวขึ้นหลายร้อยตน
ต้องมีตัวการใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหลังแน่นอน
จางอวิ๋นรีบแผ่ขยายสัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจ
โดยรอบ
“โฮก!” “โฮก!” “โฮก!”……
แต่ยังมิทันได้สำรวจละเอียด มนุษย์มารเงารอบข้างก็
กระโจนเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
ปัง! ปัง! ปัง!
จางอวิ๋นสะบัดพลังอูออกไปเพียงวูบเดียว มนุษย์มาร
เงากว่าสิบตนก็ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดสีดำกระจายเต็ม
ท้องฟ้า
ฉับ ฉับ ฉับ!!
ในขณะเดียวกัน ร่างเงาของสตรีเบื้องหน้าก็ระเบิด
กลิ่นอายระดับหยวนอิงออกมา ปลดปล่อยคมมีดสายลมสีขาว
ตัดร่างมนุษย์มารเงาขาดเป็นสองท่อนนับไม่ถ้วน
จางอวิ๋นเลิกคิ้ว ใช้เนตรเซียนมองเจาะจงไปที่อีกฝ่าย
ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเอาแต่หนี เขาจึงไม่มีจังหวะพิจารณา
ให้ถ้วนถี่ บัดนี้ในที่สุดก็เห็นรูปลักษณ์ชัดเจน เป็นหญิงสาวร่าง
เพรียวบางในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์
【???】
ระดับ: หยวนอิงขั้นต้น (ขั้นกลาง)
กายา (พรสวรรค์): ระดับศักดิ์สิทธิ์: กายาวิญญาณวายุ
ขาว
รากวิญญาณ: รากวิญญาณคู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ —— ราก
วิญญาณวายุขาวกลายพันธุ์ระดับสุดยอด (ปลุกพลังแล้ว),
รากวิญญาณราชันย์วายุระดับศักดิ์สิทธิ์ (ยังไม่ปลุกพลัง)
พรสวรรค์ติดตัว: ความเร็วเทพวายุขาว —— ได้รับการ
เสริมพลังจากสายลม ด้วยพลังงานวายุขาว ความเร็วสามารถ
ทบเพิ่มได้เรื่อยๆ อย่างไร้ขีดจำกัด
วิชาที่ฝึกฝน: เคล็ดวายุขาว, บาทาจักรพรรดิวายุ, คม
มีดวายุคลั่ง……
จุดอ่อน: การใช้พรสวรรค์ต้องสิ้นเปลืองพลังงานวายุ
ขาวมหาศาล สามารถยื้อเวลาให้พลังงานหมดได้
……
“รากวิญญาณคู่?”
จางอวิ๋นฉายแววประหลาดใจ
นี่เป็นคนที่มีรากวิญญาณคู่คนที่สองที่เขาเคยพบพาน
ถัดจากสวีหมิง
“พรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์…”
เขายกมือลูบคางอย่างใช้ความคิด
นี่เป็นคนที่สามที่มีพรสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์ ต่อจากสวี
หมิงและอู๋เสี่ยวพั่ง
คุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้… เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งใน
การรับเป็นลูกศิษย์ชัดๆ!
แต่ยัยตัวแสบนี่บังอาจกล้ามาแย่งของจากปากเสือ…
ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบจำฝังใจเสียก่อน
สั่งสอนเสร็จ แล้วค่อยจับมาเป็นศิษย์!
จางอวิ๋นวางแผนชั่วร้ายในใจทันที
ทว่าตอนนี้ ต้องจัดการสถานการณ์ตรงหน้าให้เรียบร้อย
เสียก่อน
“โฮก!” “โฮก!” “โฮก!”……
เห็นเพียงมนุษย์มารเงาอีกระลอกใหญ่ กำลังดาหน้าเข้า
มาหาเขาอย่างไม่หยุดหย่อนดั่งคลื่นสึนามิสีดำ