ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 259 บุปผาสามศักดิ์สิทธิ์กับการทะลวงด่านของอวี่เว่ย
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 259 บุปผาสามศักดิ์สิทธิ์กับการทะลวงด่านของอวี่เว่ย
พรึ่บ!
ภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งของจางอวิ๋น หน่ออ่อนที่เพิ่งแทงยอดโผล่พ้นจากผืนดินวิญญาณพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มันแตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นสามส่วนอย่างรวดเร็ว แต่ละส่วนชูช่อออกดอกที่มีสีสันแตกต่างกันอย่างงดงามตระการตา ราวกับอัญมณีล้ำค่าที่ส่องประกายแข่งกับแสงตะวัน
【บุปผาสามศักดิ์สิทธิ์】
ระดับ: โอสถศักดิ์สิทธิ์
คำอธิบาย: ถือกำเนิดจากหน่อวิเศษตัดชีพจรที่สั่งสมดูดซับพลังงานฟ้าดินมานานถึงสามพันปี หนึ่งหน่อแบ่งแยกเป็นสามกิ่ง แต่ละกิ่งรวบรวมแก่นแท้แห่งพลังงานพันปีจนก่อกำเนิดเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์สามชนิด ได้แก่ บุปผาชีวี, บุปผาวิญญาณ และบุปผาชำระ…
บุปผาชีวี: สรรพคุณ ‘ชุบชีวิตคนตาย สร้างเนื้อคืนกระดูก’ ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตายเพียงใด หรือร่างกายแหลกเหลวแค่ไหน หากได้กลืนกินดอกไม้นี้ลงไป จะสามารถรักษาให้หายขาดและฟื้นคืนสภาพได้อย่างปาฏิหาริย์ในพริบตา
บุปผาวิญญาณ: โอสถทิพย์แห่งจิตวิญญาณ สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทางวิญญาณได้ทุกชนิด ตราบใดที่ดวงวิญญาณยังไม่แตกดับสลายไปจนหมดสิ้น ก็สามารถฟื้นฟูให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแกร่งดังเดิมได้
บุปผาชำระ: อัดแน่นไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ที่สุดแห่งฟ้าดิน มีอำนาจในการชำระล้างขั้นสูงสุด สามารถขจัดปัดเป่าพิษร้ายและสิ่งอัปมงคลได้ทุกชนิดบนโลกหล้า
……
“สวรรค์ช่วย!”
เมื่อได้รับรู้ข้อมูลจากเนตรสวรรค์ จางอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง
แม้จะมีข่าวลือหนาหูในยุทธภพว่าโอสถศักดิ์สิทธิ์สามารถชุบชีวิตคนตายสร้างเนื้อคืนกระดูกได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา ทว่าบัดนี้ ตำนานที่ว่ากำลังปรากฏตัวตนอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ
มิหนำซ้ำสรรพคุณยังไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ยังมีบุปผาวิญญาณที่รักษาจิตวิญญาณ และบุปผาชำระที่ล้างพิษได้ทุกชนิดแถมมาให้อีก...
เอื๊อก!
จางอวิ๋นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาจ้องมองสมบัติล้ำค่าตาเป็นมัน
ฟุ่บ!
ทันใดนั้นเอง รากของบุปผาสามศักดิ์สิทธิ์ในดินวิญญาณก็ดีดตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับมันมีจิตวิญญาณที่รับรู้ได้ว่ากำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาไม่น่าไว้วางใจ มันแปลงร่างเป็นลำแสงพุ่งหนีไปทางทิศอื่นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าตัวแสบ ขืนวิ่งมั่วซั่วเดี๋ยวฤทธิ์ยาก็ระเหยหมดหรอก!”
จางอวิ๋นสะดุ้งโหยงด้วยความตระหนก รีบลงมือใช้วิชาคว้าจับทันที
โชคดีที่สถานที่แห่งนี้คือภายในหอสมบัติเซียน อาณาเขตปิดตายที่เจ้าบุปผาสามศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่มีทางหนีรอดออกไปได้ แต่กระนั้น ด้วยความกลัวว่าจะเผลอทำมันบอบช้ำจนเสียราคา จางอวิ๋นจึงไม่กล้าลงมือรุนแรง ต้องใช้พลังวิญญาณค่อยๆ ตะล่อมจับอย่างทะนุถนอมอยู่นานสองนาน กว่าจะจับมันยัดใส่กล่องหยกและลงอักขระปิดผนึกได้สำเร็จ
ฟู่ว!
จางอวิ๋นเป่าปากระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก มองกล่องหยกในมือด้วยรอยยิ้มแก้มปริจนหุบไม่อยู่
การมีเจ้าบุปผาสามศักดิ์สิทธิ์นี้อยู่ในครอบครอง ก็เปรียบเสมือนมีชีวิตสำรองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชีวิต เป็นหลักประกันความปลอดภัยชั้นยอด
ไม่นึกเลยว่าการมาเยี่ยมบ้านอู๋เสี่ยวพั่งในครานี้ จะได้รับวาสนาก้อนโตมหาศาลขนาดนี้ติดมือกลับไป
“เห็นทีต้องชดเชยให้ตระกูลอู๋อย่างงามเสียหน่อยแล้ว…”
จางอวิ๋นครุ่นคิดด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
ถึงแม้ตระกูลอู๋จะไม่ระแคะระคายเรื่องการมีอยู่ของหน่อวิเศษตัดชีพจร แต่ถึงอย่างไรของสิ่งนี้ก็ขุดขึ้นมาจากผืนดินในสวนสมุนไพรของพวกเขา
หากเป็นตระกูลอื่นเขาคงไม่แยแส แต่ในเมื่อเป็นตระกูลของลูกศิษย์รัก จะให้เอาเปรียบแล้วทำเนียนเชิดของหนีไปเฉยๆ ก็คงเสียเกียรติอาจารย์แย่
“งั้นทิ้ง ‘อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง’ กับ ‘อวิ๋นหมายเลขสอง’ ไว้ให้ตระกูลอู๋ก็แล้วกัน!”
คิดสารตะไปมา จางอวิ๋นก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
หุ่นเชิดสงครามระดับหยวนอิงสองตัวนี้ สำหรับเขาที่มีระดับพลังก้าวหน้าไปไกลแล้วถือว่าไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่นัก สู้มอบให้ตระกูลอู๋ใช้ประโยชน์ปกป้องตนเองจะดีกว่า
เพราะเมื่อเทียบกับทรัพยากรล้ำค่าต่างๆ แล้ว สำหรับตระกูลที่กำลังอ่อนแออย่างตระกูลอู๋ สิ่งที่พวกเขาถวิลหามากที่สุดในตอนนี้คือ ‘กำลังรบ’ ที่พร้อมใช้งานเพื่อค้ำจุนตระกูล และหุ่นเชิดระดับหยวนอิงสองตัวนี้ก็คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางอวิ๋นก็นำหุ่นเชิดทั้งสองตัวออกจากหอสมบัติเซียน มุ่งหน้าไปพบนายใหญ่ตระกูลอู๋ทันที
“หะ… หุ่นเชิดระดับหยวนอิง??”
เมื่อได้รับทราบเจตจำนงของจางอวิ๋น และได้เห็น ‘อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง’ กับ ‘อวิ๋นหมายเลขสอง’ ที่ยืนตระหง่านแผ่กลิ่นอายกดดันอยู่ข้างกาย นายใหญ่ตระกูลอู๋ถึงกับอ้าปากค้าง ตัวสั่นงันงก “ทะ… ท่านเซียน นี่มันจะ… มากเกินไปหรือไม่ขอรับ…”
คำปฏิเสธมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก
หุ่นเชิดระดับหยวนอิงเชียวนะ! แรงดึงดูดของมันมหาศาลเกินกว่าใจจะต้านทานไหวจริงๆ!
นายใหญ่ตระกูลอู๋ปฏิเสธไม่ลง
เพราะหากมีหุ่นเชิดระดับหยวนอิงถึงสองตัวคอยพิทักษ์คุ้มครอง อย่าว่าแต่ในเมืองตานซานเล็กๆ นี่เลย ต่อให้เป็นทั่วทั้งแคว้นหยวนหลิว ตระกูลอู๋ของพวกเขาก็สามารถเดินยืดอกได้อย่างภาคภูมิโดยไม่ต้องเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
“นี่คือป้ายคำสั่งควบคุม จงรับไป เพียงใช้มันเจ้าจะสามารถสั่งการอวิ๋นหมายเลขหนึ่งและสองได้ดั่งใจนึก!”
จางอวิ๋นส่งป้ายหยกคำสั่งที่เตรียมไว้สองอันให้นายใหญ่ตระกูลอู๋
“ขอบพระคุณท่านเซียน! ขอบพระคุณท่านเซียนขอรับ!”
นายใหญ่ตระกูลอู๋ยื่นมือที่สั่นเทามารับไว้อย่างระมัดระวัง รู้สึกราวกับว่าป้ายคำสั่งในมือนั้นหนักอึ้งดุจขุนเขา
สองตัวตนระดับหยวนอิง!
เรื่องราวปาฏิหาริย์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นแค่ในความฝันยามค่ำคืนของเขาเท่านั้น!
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าจะพูดตรงๆ กับเจ้า ครั้งนี้ข้าบังเอิญได้ของล้ำค่าชิ้นหนึ่งมาจากสวนสมุนไพรของพวกเจ้า”
จางอวิ๋นไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกติดค้างบุญคุณจนเกินงาม จึงเอ่ยบอกตามความจริง “มูลค่าของมัน… สูงส่งกว่าหุ่นเชิดสองตัวนี้แบบเทียบกันไม่ติดฝุ่น!”
“เทียบกันไม่ติด?”
นายใหญ่ตระกูลอู๋เบิกตากว้างด้วยความฉงน
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกนี้จะมีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าหุ่นเชิดระดับหยวนอิงสองตัวนี้ได้อีก!
“ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็ต้องขอบพระคุณท่านเซียน หากไม่ได้ท่านยื่นมือเข้าช่วย ป่านนี้สวนสมุนไพรหรือแม้แต่ตระกูลอู๋ของพวกเราคงสูญสิ้นไปแล้ว!”
นายใหญ่ตระกูลอู๋โค้งคำนับจนแทบติดพื้นด้วยความซาบซึ้งใจ “ข้าขอเป็นตัวแทนคนในตระกูลอู๋ทุกคน กราบขอบพระคุณท่านเซียนในความเมตตาอันหาที่สุดมิได้ครั้งนี้ขอรับ!”
“อย่ามากพิธีเลย!”
จางอวิ๋นรีบประคองอีกฝ่ายขึ้น
เขาไม่ได้ขยายความเรื่องของล้ำค่านั้นต่อ หลังจากถ่ายทอดวิธีการควบคุมหุ่นเชิดให้อีกฝ่ายจนเข้าใจถ่องแท้ เขาก็ขอตัวลา
เมื่อกลับเข้ามาในความเงียบสงบของหอสมบัติเซียน
【แจ้งเตือน: ลูกศิษย์ของท่าน ‘อวี่เว่ย’ ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นรากวิญญาณที่สอง ‘รากวิญญาณราชันย์วายุ’ เป็นผลสำเร็จ! ระดับพลังเลื่อนจากหยวนอิงขั้นสูง สู่ระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด!】
【ท่านได้รับ: พลังบำเพ็ญเพียรคืนกำไร 100 เท่า!】
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องในโสตประสาท
สัมผัสได้ถึงมวลพลังงานมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามาดุจเขื่อนแตก จางอวิ๋นไม่รอช้า รีบทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิ เริ่มเดินลมปราณดูดซับและขัดเกลาพลังเหล่านั้นทันที
เขาชักนำพลังงานอันเกรี้ยวกราดนี้พุ่งเข้ากระแทกใส่กำแพงระดับพลังที่ขวางกั้นอยู่อย่างรุนแรง
ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นราวกับผ่าไม้ไผ่ เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา…
ตูม!
คลื่นพลังอันน่าตื่นตะลึงระเบิดออกจากร่าง รัศมีพลังแผ่กระจายไปทั่วทิศ ระดับพลังของจางอวิ๋นพุ่งทะยานทำลายคอขวดเข้าสู่ ‘ระดับหยวนอิงขั้นสูงสุด’ ในชั่วพริบตา!
“ไอ้การที่บำเพ็ญเพียรได้โดยไร้คอขวดนี่มัน… ช่างยอดเยี่ยมเสียจริงโว้ย!”
สัมผัสถึงขุมพลังที่เปี่ยมล้นหมุนวนอยู่ทั่วร่าง จางอวิ๋นยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
ด้วยระดับวิญญาณที่ก้าวล้ำไปถึงขั้นแปลงเทพขั้นสูงสุดแล้ว ทำให้การบ่มเพาะในระดับที่ต่ำกว่าแปลงเทพสำหรับเขา เปรียบเสมือนถนนหลวงสายใหญ่ที่โล่งกว้างไร้สิ่งกีดขวาง ขอแค่มีทรัพยากรพลังงานเพียงพอ เขาก็สามารถทะลวงระดับได้เรื่อยๆ ราวกับการดื่มน้ำ!
“เป้าหมายต่อไป… หยวนอิงขั้นสูงสุดระดับสิบ!”
จางอวิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึก แววตามุ่งมั่น
หลังจากได้สนทนาธรรมกับเซียนขูในแดนลับเซียนคราวนั้น มันทำให้เขายิ่งมั่นใจว่า ‘เคล็ดวิชากายาสูงสุด’ นี้มีความลึกลับซ่อนอยู่อีกมาก
แม้การจะบรรลุขั้นที่สิบจะทำให้เส้นทางการเลื่อนระดับยากลำบากกว่าผู้บำเพ็ญทั่วไปหลายเท่าตัว แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมานั้น ก็คุ้มค่าจนน่าตกใจ
จางอวิ๋นส่งจิตสัมผัสพุ่งตรงไปหาอวี่เว่ย
ทันทีที่จิตสัมผัสเข้าใกล้ ยังไม่ทันที่เขาจะปลดปล่อยกลิ่นอายใดๆ ออกไป อวี่เว่ยที่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ก็ลืมตาโพลง นัยน์ตาส่องประกายวาวโรจน์ หันขวับมามองทางทิศที่เขาอยู่ได้อย่างแม่นยำราวจับวาง
“ท่านอาจารย์!”
เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด นางก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับด้วยความเคารพ
จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง ประสาทสัมผัสของอวี่เว่ยเฉียบคมขึ้นถึงเพียงนี้เชียวรึ?
เขาไม่รอช้า เปิดใช้งานเนตรสวรรค์ตรวจสอบสถานะลูกศิษย์ลำดับที่ห้าคนนี้ทันที——
【อวี่เว่ย】
ระดับพลัง: หยวนอิงขั้นสูงสุด
กายา/พรสวรรค์:
ระดับศักดิ์สิทธิ์: กายาวิญญาณวายุขาว
รากวิญญาณคู่ระดับศักดิ์สิทธิ์: รากวิญญาณวายุขาวกลายพันธุ์ระดับสุดยอด (เปิดใช้งานแล้ว), รากวิญญาณราชันย์วายุระดับศักดิ์สิทธิ์ (เปิดใช้งานแล้ว)
พรสวรรค์ติดตัว:
ความเร็วเทพวายุขาว: ได้รับการเสริมพลังจากสายลมศักดิ์สิทธิ์ ด้วยอนุภาคพลังงานวายุขาว ความเร็วในการเคลื่อนที่สามารถทบซ้อนเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ อย่างไร้ขีดจำกัดตราบเท่าที่ร่างกายรับไหว
เจตจำนงราชันย์วายุ: พลังจิตวิญญาณและประสาทสัมผัสการรับรู้ทุกด้านเฉียบคมขึ้น 10 เท่า
พลังราชันย์วายุ: รากวิญญาณราชันย์วายุมาพร้อมกับความสามารถในการฟื้นฟูอันน่าทึ่ง พลังปราณธาตุลมที่สูญเสียไปจะฟื้นฟูเร็วกว่าปกติถึง 1,000 เท่า!
ร่างจำแลงราชันย์วายุ: สามารถระเบิดพลังรากวิญญาณราชันย์วายุในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อเปิดใช้สถานะ ‘ราชันย์’ ซึ่งจะทำให้พลังการต่อสู้พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล
วิชาที่ฝึกฝน: เคล็ดวายุขาว, บาทาจักรพรรดิวายุ, คมมีดวายุคลั่ง…
จุดอ่อน: การควบคุมใช้งานรากวิญญาณราชันย์วายุยังไม่เชี่ยวชาญสมบูรณ์
คำแนะนำ: ให้เน้นฝึกฝน ‘เคล็ดศักดิ์สิทธิ์ราชันย์วายุ’ เพื่อให้สามารถควบคุมรากวิญญาณราชันย์วายุได้อย่างคล่องแคล่วดั่งใจนึก
……
“สวรรค์! จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวถูกลบหายไปจนสิ้นเลยรึเนี่ย?”
จางอวิ๋นดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
ก่อนหน้านี้จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของอวี่เว่ยคือการใช้รากวิญญาณวายุขาวนั้นผลาญพลังงานมหาศาลดุจเทน้ำทิ้ง ทำให้นางยืนระยะสู้ได้ไม่นาน แต่บัดนี้ด้วย ‘พลังราชันย์วายุ’ ที่ช่วยฟื้นฟูเร็วกว่าเดิมถึงหนึ่งพันเท่า…
นี่มันมิต่างกับการมีมหาสมุทรลมปราณที่ไร้ขีดจำกัดเลยมิใช่หรือ!
ขอเพียงนางฝึกฝนวิชาราชันย์วายุจนเชี่ยวชาญเมื่อไหร่… อวี่เว่ยจะกลายเป็นตัวตนที่ฝ่าฝืนกฎสวรรค์ ไร้ซึ่งจุดอ่อนโดยสิ้นเชิง!
ดูเหมือนว่าในบรรดาลูกศิษย์ของเขา… จะมีสัตว์ประหลาดถือกำเนิดเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตัวแล้วสินะ!