ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 327 เมล็ดพันธุ์
จางอวิ๋นชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย
เบื้องหน้าปรากฏชายหน้าบากเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้ามกำยำ ยืนขวางทางห่างออกไปไม่กี่ก้าว น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจบาทใหญ่ “พื้นที่ด้านหน้านี้ ถูกเหมาจองชั่วคราวแล้ว หากจะเข้าไปในแดนทรายมาร ก็ไสหัวไปอ้อมทางอื่น!”
ได้ยินดังนั้น จางอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะมองฝ่าเข้าไปด้านใน
แม้จะมีพายุทรายมารสีทึบจำนวนมหาศาลบดบังทัศนวิสัย แต่ก็ยังพอจะมองเห็นเงาตะคุ่มของคนจำนวนไม่น้อยกำลังก้มๆ เงยๆ ขุดคุ้ยอะไรบางอย่างกันอย่างขะมักเขม้น
“ข้าแค่จะขอผ่านทาง!”
จางอวิ๋นไม่อยากเสียเวลาเสวนากับคนพวกนี้ กล่าวจบก็เบี่ยงตัวเตรียมจะเดินอ้อมผ่านไป
ทว่าชายหน้าบากกลับขยับร่างมาขวางลำไว้อีกครา น้ำเสียงเย็นเยียบลงดุจน้ำแข็ง “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง? ข้าบอกให้ไสหัวไปทางอื่น ตรงนี้ ‘กลุ่มพันธมิตรวชิระ’ ของพวกเรายึดครองแล้ว!”
“พวกเจ้าจะยึดหรือไม่ยึดมันก็กงการของเจ้า ข้าแค่จะผ่านทาง อย่ามาขวางทางบิดา!”
จางอวิ๋นตวาดกลับ พร้อมปรายตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
ความยะเยือกในแววตานั้นทำเอาร่างของชายหน้าบากสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจอย่างไม่มีสาเหตุ กว่าจะได้สติ ก็พบว่าจางอวิ๋นเดินอ้อมผ่านร่างเขาไปแล้ว
“ไอ้เวรนี่… รนหาที่ตาย!”
ชายหน้าบากบันดาลโทสะ ก้าวเท้าพรวดพราดเข้าประชิดทันที หมัดที่เคลือบคลุมด้วยแสงสีทองตลบอบอวลซัดเข้าใส่กลางหลังจางอวิ๋น “หมัดวชิระ!”
แรงหมัดที่ซัดออกไป รุนแรงจนทรายมารรอบข้างถูกกระแทกแตกกระจาย
ปัง!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่น
หมัดที่อาบไล้ด้วยแสงสีทองถูกฝ่ามือข้างหนึ่งรับเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
“ระเบิดสิวะ!”
ชายหน้าบากคำรามลั่น เร่งเร้าพลังหมัดพร้อมแสงสีทองเจิดจ้า หมายจะซัดร่างจางอวิ๋นให้แหลกเละปลิวไปพร้อมกับแรงระเบิด
ทว่า…
ตู้ม——!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แต่ผู้ที่ถูกซัดปลิวกลับเป็นชายหน้าบาก ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วกระเด็นออกไปไกลราวกับว่าวสายป่านขาด
“จินหยาง!”
“บัดซบ! กล้ามาทำกร่างในถิ่นของพันธมิตรวชิระรึ!”
“ฆ่ามัน!!”
…
เหตุการณ์นี้ดึงดูดความสนใจของพรรคพวกด้านในทันที ร่างของพวกเขาต่างเปล่งแสงสีทองห่อหุ้มกาย พุ่งทะยานเข้าหาจางอวิ๋นด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง
จางอวิ๋นคร้านจะพูดพร่ำทำเพลง เท้าเหยียบ ‘ย่างก้าวชิงหยวน’ ร่างกายพลิ้วไหวประดุจภูตพราย
ปึก! ปึก! ปึก! …
หนึ่งดัชนีสยบหนึ่งคน! ปลายนิ้วจิ้มทะลวงเข้าที่ท้ายทอย ท้องน้อย และต้นขา ซึ่งล้วนเป็นจุดตายที่ซ่อนเร้นของสมาชิกกลุ่มพันธมิตรวชิระเหล่านี้
แม้พลังงานด้านต่างๆ จะถูกจำกัด แต่ ‘เนตรสวรรค์’ ของเขายังคงทำงานได้ดั่งใจนึก
คนของกลุ่มพันธมิตรวชิระเหล่านี้ฝึกฝนวิชากายาที่เรียกว่า ‘กายาวชิระ’ หากฝึกจนบรรลุขั้นสูง ร่างกายจะเป็นอมตะดุจเพชร แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น ร่างกายจึงยังมีจุดตายซ่อนอยู่
สำหรับคู่ต่อสู้ที่มีจุดตายเปิดโล่งแบบนี้ จางอวิ๋นจัดการได้ง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ
เดิมทีไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับมดปลวกพวกนี้แท้ๆ แต่ดันเสนอหน้าเอาแหวนมิติมาประเคนให้ถึงที่เอง
จางอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ พลางกวาดเก็บแหวนมิติของคนกลุ่มนี้มาจนเกลี้ยง แล้วหิ้วคอชายหัวโล้นร่างยักษ์ที่ดูจะแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มขึ้นมาถาม “พวกเจ้ากำลังขุดหาซากอะไรกัน?”
ชายหัวโล้นมองจางอวิ๋นด้วยใบหน้าซีดเผือด ทั้งเพราะความอ่อนแอจากการบาดเจ็บและเพราะความหวาดกลัวจับจิต
ไอ้ปีศาจนี่มันหาส่วนที่เป็นจุดตายของพวกเขาทุกคนเจอได้อย่างง่ายดาย นี่มันสายตาอำมหิตชนิดไหนกัน? ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ พละกำลังทางกายภาพของมัน!
ณ สถานที่แห่งนี้ พลังงานของทุกคนถูกกดทับ สิ่งที่พึ่งพาได้มากที่สุดคือพละกำลังของร่างกาย
กลุ่มพันธมิตรวชิระของพวกเขาเน้นฝึกฝนร่างกายเป็นหลัก แต่ละคนมีร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แม้จะมีจุดตาย แต่ในลานแดนมารแห่งนี้ ต่อให้คนอื่นรู้ตำแหน่งจุดตาย ก็ยากที่จะสร้างความเสียหายรุนแรงได้
เพราะลำพังแค่พลังปราณระดับกลั่นลมปราณขั้นสูงสุด แทบจะเจาะทะลุผิวหนังป้องกันของพวกเขาไม่เข้าด้วยซ้ำ
แต่คนตรงหน้านี้ นิ้วมือราวกับฝังหัวเจาะเพชรเอาไว้ จิ้มทีเดียวทะลุการป้องกันของร่างกายเข้าไปถึงแก่น
นี่มันร่างกายบ้าบออะไรกัน?
เมื่อมองดูจางอวิ๋นในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาไร้ฝุ่นผง ชายหัวโล้นก็รู้สึกหวาดกลัวจนแข้งขาอ่อน
ยอดฝีมือ!
ยอดฝีมือสายกายภาพระดับสูงสุด!!
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ได้ยินที่ข้าถามรึไง?”
ชายหัวโล้นหน้าเปลี่ยนสี รีบละล่ำละลักตอบ “เมล็ดพันธุ์! พวกเรากำลังขุดหาเมล็ดพันธุ์กันอยู่ขอรับ!!”
“เมล็ดพันธุ์อะไร?”
“เมล็ดพันธุ์ของ ‘กิ่งมารเงาปีศาจ’ ขอรับ!”
“กิ่งมารเงาปีศาจ?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วแปลกใจ “ของพรรค์นั้นมีเมล็ดด้วยเรอะ?”
เห็นจางอวิ๋นไม่รู้เรื่อง ชายหัวโล้นก็งุนงงเล็กน้อย แต่ก็รีบอธิบายไขข้อข้องใจ
จากคำบอกเล่าของมัน ทำให้จางอวิ๋นได้เข้าใจสถานการณ์กระจ่างแจ้ง
กิ่งมารเงาปีศาจแม้จะเรียกว่า ‘กิ่ง’ แต่แท้จริงแล้วมันคือต้นไม้ใหญ่
กิ่งมารเงาปีศาจมีความพิเศษมาก ทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่งจะให้กำเนิดเมล็ดพันธุ์ออกมา เคยมีคนได้เมล็ดพันธุ์นี้ไป ปลูกเลี้ยงดูฟูมฟักนับร้อยปี จนเติบโตเป็นต้นกิ่งมารเงาปีศาจได้สำเร็จ แม้จะเป็นเพียงต้นอ่อน แต่ก็มีมูลค่ามหาศาล
หากเป็นเวลาปกติ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะอยู่ในส่วนลึกของแดนทรายมาร คนธรรมดาไม่มีทางเข้าไปเอาได้
แต่ช่วงนี้ ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร ภายในส่วนลึกของแดนทรายมารเกิดความผิดปกติบ่อยครั้ง
ไม่นานก็มีคนค้นพบว่า สิ่งของที่เดิมทีควรจะอยู่ในส่วนลึก กลับถูกเหวี่ยงกระเด็นออกมาตกอยู่ในเขตพื้นที่รอบนอกระยะสามร้อยถึงหนึ่งพันเมตรเป็นระยะๆ
หนึ่งในของที่เด่นชัดที่สุด ก็คือเมล็ดพันธุ์ของกิ่งมารเงาปีศาจ
แทบทุกช่วงเวลา จะมีเมล็ดพันธุ์ชุดหนึ่งถูกเหวี่ยงออกมาจากส่วนลึก
และทันทีที่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ตกลงสู่พื้นทราย มันก็จะมุดหายลงไปใต้ชั้นทรายทันที
ดังนั้นพื้นที่วงแหวนรอบนอกของแดนทรายมารในตอนนี้ จึงถูกขุมกำลังต่างๆ เข้ายึดครอง เพื่อขุดหาเมล็ดพันธุ์กันอย่างบ้าคลั่ง
ครึ่งเดือนมานี้ มีคนขุดเจอเมล็ดพันธุ์กิ่งมารเงาปีศาจไปไม่น้อยแล้ว
แต่กลุ่มพันธมิตรวชิระยังคว้าน้ำเหลว
หลักๆ เป็นเพราะพวกเขามีพลังค่อนข้างอ่อนแอ จึงยึดครองได้แค่พื้นที่เล็กๆ บริเวณรอบนอกระยะสามร้อยเมตรเท่านั้น
แดนทรายมารมีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่ พื้นที่เล็กๆ ที่กลุ่มพันธมิตรวชิระยึดครองได้ เป็นเพียงมุมหนึ่งของวงกลมนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น กว่าจะได้พื้นที่ตรงนี้มา ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ที่ชายหน้าบากบอกให้จางอวิ๋นอ้อมไปทางอื่น ความจริงแล้วไม่ว่าจะไปทางไหน ขอแค่เข้าใกล้ระยะสามร้อยเมตร ก็ล้วนถูกขุมกำลังต่างๆ จับจองไว้หมดแล้ว
“ตัวต้นกิ่งมารเงาปีศาจถูกเหวี่ยงออกมาด้วยไหม?”
จางอวิ๋นมองชายหัวโล้นแล้วถามขึ้น
“ตัวต้น?”
ชายหัวโล้นทำหน้าเหลือเชื่อ “เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้กระมัง…”
แต่พูดไปครึ่งประโยคก็เริ่มไม่มั่นใจ “ท่านจอมยุทธ์ กลุ่มพันธมิตรวชิระของพวกเราทำได้แค่ค้นหาในเขตพื้นที่เล็กๆ แถวนี้ สถานการณ์ลึกเข้าไปด้านใน พวกเราไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ขอรับ!”
ได้ยินดังนั้น จางอวิ๋นก็ปล่อยตัวชายหัวโล้นลง แล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปด้านใน
“ทะ… ท่านจอมยุทธ์…”
ชายหัวโล้นร้องเรียกขึ้นกะทันหัน
“หือ?”
จางอวิ๋นหันกลับไปมอง
ชายหัวโล้นมีท่าทีหวาดกลัว แต่ก็ยังกัดฟันวิงวอนเสียงสั่น “ขะ… ขอท่านโปรดคืนพลั่วให้พวกเราสักไม่กี่อันเถอะขอรับ!”
จางอวิ๋นได้ยินดังนั้น ก็โยนพลั่วที่เพิ่งค้นเจอจากแหวนมิติของพวกมันกลับไปให้
พื้นดินที่นี่ถูกปกคลุมด้วยทรายมาร มือเปล่าไม่สามารถขุดได้ จำเป็นต้องใช้พลั่วที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเหล่านี้
พลั่วพวกนี้ไม่มีค่าอะไรสำหรับเขา แต่สำหรับคนของกลุ่มพันธมิตรวชิระแล้ว มันคือความหวังในการกู้คืนทุนที่เสียไป!
แหวนมิติโดนจางอวิ๋นปล้นไปหมดตัวแล้ว ตอนนี้ได้แต่หวังว่าจะขุดเจอเมล็ดพันธุ์กิ่งมารเงาปีศาจสักเม็ดเพื่อถอนทุนคืน แม้ความหวังจะริบหรี่ก็ตาม
มองดูชายหัวโล้นและพรรคพวกที่ลากสังขารอันอ่อนแอเริ่มลงมือขุดทราย จางอวิ๋นก็โยนขวดยาขวดหนึ่งออกไปให้ “เอ้า เอาไปแดกซะ จะได้มีแรงขุดต่อ!”
“ขอบพระคุณท่านจอมยุทธ์!”
แม้จะเป็นยาของพวกเขาเอง แต่ชายหัวโล้นและพรรคพวกกลับรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของจางอวิ๋นจนน้ำตาแทบไหล
จางอวิ๋นไม่ได้ใส่ใจ
ที่ให้ยาไปฟื้นแรงขุด ก็เผื่อว่าเดี๋ยวเขาอาจจะต้องเดินย้อนกลับมาทางนี้ ถ้าพวกมันขุดเจอเมล็ดพันธุ์ได้พอดี เขาจะได้ถือโอกาส ‘ขอยืม’ มาวิจัยดูสักหน่อย