สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 181 สหายเก่า
จั่วม่อเพาะสร้างนิสัยฟังอินกุยทุกวันมาตั้งแต่แรก หลังจากมาอยู่ประจำที่เกาะแมก
ไม้รกร้าง เมื่อมีเวลาว่างก็มักจะเปิดฟังอยู่เสมอ นิสัยเช่นนี้ไม่ใช่เป็นแค่มันคนเดียว ทุก
คนบนเกาะแมกไม้รกร้างก็ล้วนเป็นเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากข้อความกระบี่บินที่เหล่า
ผู้อาวุโสในสำนักส่งมาถึง นี่ก็เป็นหนทางเดียวที่พวกมันจะได้รับฟังข่าวสารจากโลก
ภายนอก กระทั่งด้วยพลังบำเพ็ญเพียรของจั่วม่อ ยังไม่อาจส่งข้อความกระบี่บินไปยัง
สำนักที่อยู่ห่างออกไปแสนไกลได้
ทุกๆ วัน พวกมันได้ยินได้ฟังแต่ข่าวร้าย ดูเหมือนว่าทัพอสูรปิศาจจู่ๆ ก็กลายเป็น
เข้มแข็งไร้ผู้ต้าน เหล่าซิวเจ่อมิใช่คู่มือของพวกมัน พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง ได้ยินข่าวร้าย
เช่นนี้ทีไร จั่วม่ออดสลดหดหู่ไม่ได้ ว่ากันตามเหตุผล ในมหานครนภาโลหิต เป็นซิวเจ่อ
ทำการล่าอสูรมานานหลายสิบหลายร้อยปี ส่วนอสูรปิศาจไม่ต่างอันใดจากปศุสัตว์ที่ถูก
เลี้ยงดูไว้ในสวนหลังบ้านของซิวเจ่อ แต่ซิวเจ่อไฉนจู่ๆ ก็กลายเป็นเปือยยุ่ยใช้การไม่ได้ถึง
เพียงนี้?
จั่วม่อไปยังทะเลสาบหินหนืด ภายในขบวนค่ายกลเพลิงสี่หวน เห็นเปลวไฟร้อนแรง
ห่อหุ้มห่วงทองแดงไว้ภายใน ลุกไหม้อย่างเงียบงัน ห่วงทองแดงหลังจากผ่านการกลั่น
เกลาเป็นระยะเวลานาน ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงดุจหยกเพลิงชิ้นหนึ่ง
ตรวจสอบขบวนค่ายกลเพลิงสี่หวนอย่างละเอียดรอบคอบ จั่วม่ออารมณ์ดีขึ้น
เล็กน้อย ขอเพียงกลั่นเกลาอีกไม่นาน ห่วงทองแดงจะเกิดใหม่อย่างสมบูรณ์ มันคาดหวัง
กับห่วงทองแดงวงนี้ไม่น้อย หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการกลั่นเกลา จะทรงฤทธานุภาพ
สักเท่าใด?
จั่วม่อใส่จิงสือชุดใหม่เข้าไปในขบวนค่ายกล จากนั้นปีนกลับออกมา
แสงแดดสาดส่องลงบนร่าง อบอุ่นสบายอย่างบอกไม่ถูก แทบส่งเสียงครางออกมา
เวลานี้ทุกอย่างในเกาะแมกไม้รกร้างล้วนเข้ารูปเข้ารอย นอกเหนือจากการต้องทน
เจ็บปวดเพราะปราณพิภพแล้ว มันก็ไม่มีความผิดหวังใดๆ อีก
เกาะแมกไม้รกร้างอาจโดดเดี่ยวห่างไกล แต่เทียบกับความขัดแข้งไม่สิ้นสุดภายใน
สำนัก ที่นี่ก็เป็นสวรรค์ดีๆ นี่เอง
ทันใดนั้น มันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเงาดำหลายจุดปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟั้า มุ่งตรงดิ่ง
เข้ามายังเกาะแมกไม้รกร้างด้วยความเร็วอันน่าตื่นตะลึง
ซิวเจ่อ!
จั่วม่อหัวใจไหววูบเล็กน้อย แต่เทียบกับความร้อนรนกระวนกระวายในอดีต ก็สงบ
เยือกเย็นกว่ามาก ด้วยค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ แม้ว่าจิตสำนึกของมันยังไม่
เปลี่ยนเป็นหัตถ์ใบไม้อย่างสมบูรณ์ แต่หัตถ์ใบไม้ทรงอานุภาพยิ่ง ถึงขั้นที่ว่าหัตถ์ใบไม้ซึ่ง
มีพลังจิตสำนึกเพียงครึ่งเดียว ยังทรงพลังพอจะควบคุมค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์
ได้ร้ายกาจกว่าเดิม
ตราบเท่าที่ผู้มาไม่ใช่ปรมาจารย์จินตัน มันหาได้หวาดเกรงไม่
นั่นเป็นซิวเจ่อสามคน
เห็นพวกมันจู่ๆ ก็เร่งความเร็วขึ้นอีกขั้น จั่วม่อหัวใจเย็นเฉียบอยู่บ้าง สามคนนี้ไม่ใช่
ชนชั้นธรรมดา!
อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งสามคนเดินทางใกล้เข้ามา จั่วม่อกลับต้องอ้าปากค้างน้อยๆ
อย่างแปลกใจ เมื่อพบว่าผู้มาล้วนเป็น ‘สหายเก่า’ พวกมันทั้งสามคือสามซิวเจ่อที่มา
เสาะหามันในครั้งนั้น เพื่อแปรสภาพเมล็ดบัวดำนิลกาฬนั่นเอง!
ในชั่วระยะไม่กี่อึดใจ คนทั้งสามก็เข้ามาใกล้เกาะแมกไม้รกร้าง พวกมันเมื่อพบเห็น
จั่วม่อ ก็เผยสีหน้าไม่คาดคิด ทั้งสามทิ้งร่างดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
“นึกว่าไม่ถึงว่าจะได้พบพี่จั่วที่นี่ นี่นับว่ามีวาสนาต่อกัน!” คนชุดแดงหัวร่ออย่างผ่า
เผย สีหน้าท่าทีเปียมด้วยไมตรีจิต อีกสองคนตามติดด้านหลังคนชุดแดงอย่างกระชั้นชิด
คราวที่แล้วต้องประสบความลำบากจากพวกมันทั้งสามไม่น้อย จั่วม่อทราบว่าคน
เหล่านี้ไม่ใช่ตัวดีอันใด ในใจลอบระวังปั้องกัน แต่ด้วยใบหน้าแข็งทื่อตายด้านของมัน
ย่อมไม่มีผู้ใดทราบว่ามันคิดอะไร นึกถึงสำนักกระบี่สุญตายืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังมัน
บนเกาะยังมีค่ายกลขบวนใหญ่ มันบังเกิดความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง
“ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว ใช่แล้ว นับเป็นวาสนา” จั่วม่อประสานมือคารวะทักทาย
หากเป็นกาลก่อน จั่วม่อมีท่าทีเฉื่อยชาเช่นนี้ พวกมันทั้งสามอาจบันดาลโทสะ แต่
สถานะของจั่วม่อในเวลานี้ เมื่อเทียบกับในอดีตก็แตกต่างกันราวฟั้ากับดิน ในอาณาจักร
นภาจันทร์สถานะของสำนักกระบี่สุญตาพุ่งทะยานเทียมฟั้า ไม่มีผู้ใดกล้าตอแยสำนักที่
ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ จั่วม่อยังเป็นหนึ่งในศิษย์เอกของสำนักกระบี่สุญตาอีกด้วย
ชายชุดแดงลอบยินดีที่คราวนั้นทำการชดเชยให้แก่จั่วม่ออย่างเหมาะสม ดังนั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันยังนับว่าไม่เลวร้ายนัก มิเช่นนั้น วันนี้พวกมันคงได้ประสบ
ช่วงเวลาอันยากลำบากแล้ว แม้ว่าจั่วม่อจะอยู่ในด่านจู้จี แต่คนชุดแดงไม่ได้ประมาทมัน
แม้แต่น้อย ต่อให้ยกสำนักกระบี่สุญตาไว้ด้านข้าง ไม่ต้องเอ่ยถึง ลำพังจั่วม่อเองก็เป็นตัว
อันตรายอย่างยิ่ง!
หลังจากครอบครองม้วนหยกม้วนนั้นมานาน คนชุดแดงย่อมมีความเข้าใจในค่าย
กลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์อยู่บ้าง เมื่อครั้งที่เห็นจั่วม่อก่อตั้งค่ายกลในหอคลื่นสน
ความตื่นตะลึงของมันยากจะบ่งบอกบรรยายได้ คราวนี้เมื่อบินเข้าใกล้เกาะแมกไม้รก
ร้าง แล้วพบเห็นจั่วม่อ มันใจหายวาบ ตระหนักในทันที ว่าทั่วทั้งเกาะจะต้องเต็มเพียบ
ไปด้วยค่ายกลของจั่วม่ออย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม คนผู้นี้มีประสบการณ์ช่ำชอง สามารถยกขึ้นวางลงได้ รู้จักปรับตัวเข้า
กับสถานการณ์ ดังนั้นกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “พวกเราสามพี่น้องต้องการหยิบยืมสถานที่
พักผ่อนฟืนฟูเรี่ยวแรงสักสองสามวัน นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย พี่จั่วอย่าได้ปฏิเสธ”
ชายชุดแดงยื่นถุงจิงสือเล็กๆ ให้แก่จั่วม่อ จั่วม่อคะเนน้ำหนักในมือเล็กน้อย ในใจพึง
พอใจยิ่ง
สามร้อยชิ้นจิงสือระดับสาม อย่างที่คาดไว้ ซิวเจ่อชุดแดงผู้นี้ช่างไหลลื่นยิ่งกว่าปลา
ไหลเสียอีก
“ยินดี ยินดี ที่พำนักบริเวณนี้มีให้เลือกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกท่านสามารถเลือกที่
ชื่นชอบ หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม เพียงเอ่ยปากบอกผู้น้องสักคำ” จั่วม่อเปลี่ยนเป็น
อบอุ่นเป็นกันเองทันที
คนชุดแดงลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก จั่วม่อเมื่อยินดีรับจากสือจากพวกมัน
เรื่องราวก็ง่ายดายขึ้น สิ่งที่มันวิตกมากที่สุด คือเกรงว่าจั่วม่อจะผูกใจเจ็บจากเหตุการณ์
เมล็ดบัวดำนิลกาฬ ดังนั้นมันไม่เปิดโอกาสให้จั่วม่อได้กล่าววาจา รีบชิงลงมือทำเป็นใจ
กว้างเสียก่อน
มองจากยามนี้ มันนับว่ากระทำได้ถูกต้อง
“รบกวนแล้ว!”
“อ้อ ใช่แล้ว บนเกาะนี้ข้าวางค่ายกลไว้มากมาย ทุกท่านกรุณาอย่าเดินไปรอบๆ”
จั่วม่อเตือนพวกมัน
ชายชุดแดงในใจอดคิดไม่ได้ อย่างที่คาดไว้จริงๆ ปากก็ตอบว่า “ขอบคุณพี่จั่วที่บอก
กล่าว”
จั่วม่อไม่สิ้นเปลืองวาจาอีก หมุนตัวจากไปง่ายๆ
เมื่อจั่วม่อหายลับไป พวกมันทั้งสามค่อยคลายใจลง
บุรุษกำยำใบหน้าถมึงทึงแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ดูมันวางท่าใหญ่โตอันใด บิดา
อยากทุบตีมันให้เป็นเศษเนื้อเสียจริง”
“ที่นี่ปลอดภัยหรือไม่” ชายจมูกอินทรีมองไปยังพี่ใหญ่ของมัน
“เราจะพักที่นี่แค่วันเดียว แล้วรีบข้ามแม่น้ำอาณาจักรไปยังอาณาจักรขุนเขาน้อย”
คนชุดแดงกล่าวอย่างเฉียบขาด
“บิดา…” ชายร่างกำยำยังคงไม่ยอมเลิกรา
บุรุษชุดแดงจ้องมองมันเขม็ง กล่าวขัดว่า “หยุดพิรี้พิไรเสียที รับปรับพลังปราณ เรา
มีเวลาไม่มากนัก”
บุรุษร่างกำยำนั่งลงอย่างเชื่อฟัง รีบเข้าฌานทันที
ถือเงินสามร้อยชิ้นจิงสือระดับสาม จั่วม่อเบิกบานใจยิ่ง การค้าที่ไม่มีต้นทุนและ
ได้ผลกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นนี้ ช่างยอดเยี่ยมนัก มันยังดูออกว่าทั้งสามคนท่าทางรีบ
ร้อนกังวลอยู่บ้าง คล้ายอยากรีบจากไปให้เร็วที่สุด
คราวที่แล้ว มันได้รับม้วนหยกค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์จากคนกลุ่มนี้
รวมทั้งเศษเสี้ยวตำราหลอมสร้างทองคำ วิชาหลอมสร้างทองคำในเศษตำรานั้นลึกลับ
คลุมเครือยิ่ง อีกทั้งยังเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวม้วนหยกเท่านั้น จั่วม่อจึงไม่เคยทุ่มเทความ
พยายามไปลองศึกษาดู
แต่มีเรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนเป็นที่สุด คนทั้งสามนี้มั่งคั่งร่ำรวยมากอย่างแน่นอน!
จั่วม่อเริ่มคิดทำการค้า ในมือมันมีไฟอีกาทองคำจำนวนไม่น้อย ย่อมต้องการขาย
ออกไป เกาะแมกไม้รกร้างทั้งอ้างว้างทั้งโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง กระทั่งเมืองที่ใกล้ที่สุด
ยังต้องบินไปเป็นระยะเวลายาวนานมาก มันเป็นเพียงซิวเจ่อด่านจู้จี หากข่าวที่ว่ามันถือ
ครองไฟอีกาทองคำแพร่ออกไป เกรงว่าจะถูกรุมล้อมสังหารทันทีที่ย่างเท้าออกจากเกาะ
แมกไม้รกร้างด้วยซ้ำ
หนทางที่ดีงามและปลอดภัยที่สุด คือการดึงดูดผู้คนให้เข้ามาหามันเอง
ตราบเท่าที่มันอยู่บนเกาะแมกไม้รกร้าง จั่วม่อไม่หวั่นเกรงหนิงม่ายหน้าไหนทั้งสิ้น
มันไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องกองกำลังขนาดใหญ่จะเข้าล้อมโจมตี ไม่ว่ากองกำลังใดก็ไม่
กล้าตอแยสำนักที่ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งดังเช่นสำนักกระบี่สุญตา สิ่งที่น่ากังวลที่สุดกลับเป็น
ซิวเจ่อกลุ่มเล็กๆ สองคนสามคนเหล่านี้ พวกมันส่วนใหญ่เป็นโจรผู้ร้าย หลังจากปล้นฆ่า
แย่งชิงสมบัติ พวกมันจะหลบซ่อนตัวอยู่ในที่กบดาน จากนั้นเมื่อเรื่องเงียบลง ค่อย
ออกมาอาละวาดอีกครั้ง
หากมันคิดดึงดูดผู้คนให้เดินทางไกลมายังเกาะแมกไม้รกร้าง ย่อมต้องอาศัยสินค้าที่
สามารถดึงดูดใจผู้คน ไฟอีกาทองคำจะเป็นหนึ่งในสินค้าเหล่านั้น
สิ่งที่จั่วม่อต้องทำเป็นอันดับแรก คือกระจายข่าวออกไป ให้ผู้อื่นทราบว่าพวกมัน
สามารถหาซื้อไฟอีกาทองคำได้ที่เกาะแมกไม้รกร้าง
เปั้าหมายแรกของมันย่อมเป็น ‘สหายเก่า’ สามคนนี้
ชายชุดแดงผู้กำลังเข้าฌานฟืนฟูพลังปราณ ทันใดนั้นลืมตาอย่างฉับพลัน ใบหน้าทอ
แววกังวล อีกสองคนก็เปิดตาทันทีเช่นกัน
เห็นผู้บุกรุกคือจั่วม่อ เค้าความกังวลในดวงตาพวกมันค่อยคลายลงเล็กน้อย
“ขออภัยที่มารบกวนการพักผ่อนของทุกท่าน” จั่วม่อกระแทกนั่งลง ไม่มีร่องรอย
สำนึกเสียใจเหมือนปากว่ามาแม้แต่น้อย
“พี่จั่วกล่าวกระไรเช่นนั้น” คนชุดแดงเค้นรอยยิ้มต้อนรับ “มาเยือนกลางวิกาล
เช่นนี้ ไม่ทราบพี่จั่วมีสิ่งใดจะชี้แนะ?”
จั่วม่อก็ไม่สิ้นเปลืองถ้อยคำ มุ่งตรงเข้าประเด็นทันที “ผู้น้องมีสินค้าที่ดีงามชิ้นหนึ่ง
จึงลองมาเสี่ยงโชคดูว่าพี่ใหญ่ทุกท่านสนใจหรือไม่”
ชายชุดแดงแย้มยิ้มคราหนึ่ง จากนั้นมีสีหน้าสนอกสนใจ “อ้อ สิ่งที่กระทั่งพี่จั่วยัง
เห็นว่าดีงาม สมควรไม่ใช่สินค้าธรรมดาสามัญแล้ว”
จั่วม่อส่งมอบกล่องหยกออกไป “ทุกท่าน โปรดผ่านตา”
บุรุษเสื้อแดงรับกล่องหยกประณีตมาถือไว้ อดชมเชยไม่ได้ “กล่องหยกที่งดงามนัก
โอ้ มีค่ายกลที่ละเอียดอ่อนอยู่บนนี้ด้วย ทำเอาข้าคาดหวังสินค้าในกล่องเสียแล้ว!”
กล่าวพลางเปิดกล่องหยกออกทันที จากนั้นทั้งสามคนพลันอ้าปากค้าง
ภายในกล่องหยก เห็นไฟสีทองลอยตัวอยู่ใจกลาง ลุกไหม้อย่างเงียบงัน
“ไฟอีกาทองคำ!” คนเสื้อแดงร้องอุทานดังลั่น สองคนที่ด้านหลังสีหน้าแปรเปลี่ยน
อย่างรุนแรง
สองคนนั้นจ้องมองไฟอีกาทองคำภายในกล่องหยกอย่างไม่อาจละสายตา ความคลั่ง
ไคล้ปรารถนาแทบไม่ได้ปกปิดไว้แม้แต่น้อย คนชุดแดงก็เหม่อมองไฟอีกาทองคำในกล่อง
หยก อึ้งงันเป็นเวลานาน สุดท้ายค่อยถอนหายใจ “พี่จั่วมีฝีมืออย่างแท้จริง! ฟังว่าเม็ดยา
อีกาทองคำก็เป็นฝีมือของพี่จั่ว นึกไม่ถึงว่าพี่จั่วยังเก่งกล้าสามารถถึงขั้นสร้างเมล็ดพันธุ์
ไฟอีกาทองคำบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ ฝีมือเช่นนี้น่ากลัวจริงๆ!”
เห็นอีกฝั่ายไม่มีทีท่าว่าจะฉีกหน้าลงมือ จั่วม่อคลายใจลงเล็กน้อย พวกมันทั้งสาม
แผ่ซ่านกลิ่นอายอำมหิตออกมาอย่างเลือนราง บ่งบอกชัดว่ามักมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ
กระทำที่ไม่อาจพบหน้าผู้คนอยู่เนืองๆ จั่วม่อค่อนข้างกังวลว่าความโลภจะทำให้พวกมัน
อยากได้สิ่งที่ดีที่สุด แม้ว่ามันจะเฝั้าระวังอยู่ตลอดเวลา แต่หากพวกมันทั้งสามลงมือโดย
พร้อมเพรียง ยังคงมีอันตรายอยู่บ้าง
จั่วม่อไม่ทราบ ชั่วขณะนั้นความคิดนับไม่ถ้วนหมุนผ่านในใจของบุรุษชุดแดง อย่าได้
ประเมินไฟอีกาทองคำดวงเล็กๆ นี้ต่ำเกินไป เพราะมันมีมูลค่าสูงล้ำเทียมฟั้า หากผู้ใด
ต้องการแลกเปลี่ยน แน่นอนว่าราคาที่จะต้องจ่ายย่อมไม่ใช่เล็กน้อยเหมือนขนาดของ
ลูกไฟ อย่างไรก็ตาม เมื่อมันเห็นจั่วม่อปลอดโปร่งเยือกเย็นยิ่ง ก็รู้สึกว่าอีกฝั่ายเมื่อกล้า
มา ย่อมต้องเตรียมการรับมือไว้พร้อมสรรพ
บุรุษชุดแดงในใจชั่งน้ำหนักตัวเลือกของมันซ้ำแล้วซ้ำอีก จากนั้นตัดสินใจวางความ
โลภของมันลง พวกมันทั้งสามรู้ใจกันอย่างยากจะหาผู้ใดเทียบเทียม เมื่อพี่ใหญ่ไม่พูด
อีกสองคนก็ทราบว่าพี่ใหญ่ไม่คิดลงมือ ดังนั้นพวกมันต้องระงับยับยั้งเจตนาสังหารในใจ
“ชมเชยเกินไป ชมเชยเกินไป พี่ใหญ่ทุกท่านสนใจหรือไม่?” จั่วม่อถ่อมตัวแล้วย้อน
ถาม
คนชุดแดงกล่าว “แลกเปลี่ยนอย่างไร? พวกเราไม่มีจิงสือมากนัก”
จั่วม่อคึกคักแจ่มใสขึ้นมาทันที กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา” สิ่งที่มันคาดหวังมากที่สุด
ย่อมเป็นการแลกเปลี่ยนกับสิ่งของบางอย่างที่มีประโยชน์ใช้สอยสำหรับมัน สถานที่ผี
สางดังเช่นเกาะแมกไม้รกร้างที่กระทั่งนกยังไม่อยากขับถ่ายใส่ จะให้เอาจิงสือไปใช้จ่ายที่
ใด? ดังนั้นการแลกเปลี่ยนสินค้าที่มันสามารถใช้งานย่อมดีกว่ามาก
ด้วยเหตุนี้เอง บุรุษชุดแดงนำสิ่งของออกมาวางกองซ้อนเป็นภูเขาเลากา สำหรับให้
จั่วม่อเลือกสรร
การแลกเปลี่ยนเป็นประเภทการค้าที่มักเกิดขึ้นบ่อยในหมู่ซิวเจ่อ เนื่องจากการค้า
ด้วยวิธีนี้ไม่มีบุคคลที่สามเช่นร้านค้าคอยเป็นตัวกลาง ดังนั้นกระบวนการค้าขายเช่นนี้จะ
ทดสอบทั้งสายตา ความรอบรู้และราคาในใจของแต่ละฝั่าย
สิ่งของที่คนชุดแดงนำออกมาทั้งมากมายและหลากหลาย มีทั้งยุทธภัณฑ์เวท
วัตถุดิบ ไปจนถึงม้วนหยก อีกสองคนก็นำสมบัติของพวกมันออกมาแสดงให้ดูด้วย
สามคนนี้ร่ำรวยยิ่ง! จั่วม่อดวงตาแดงก่ำทันที แต่ในใจหนาววูบ
สินค้ากองโตนี้แตกต่างหลากหลายเป็นที่สุด เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาจากผู้คนเพียงไม่กี่
คนอย่างแน่นอน มันอดไม่ได้ ต้องนึกถึงผู้คนที่ตกตายภายใต้การช่วงชิงสมบัติทั้งกอง
เกรงว่าเหล่าซิวเจ่อที่จบชีวิตใต้เงื้อมมือของคนทั้งสามนี้ ย่อมไม่ใช่แค่คนสองคนเป็นแน่
จั่วม่อสงบจิตใจ เริ่มต้นเลือกสินค้า