สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 182 การค้นพบ!
จั่วม่อพลิกดูยุทธภัณฑ์เวทกับวัตถุดิบมากมายที่อยู่ตรงหน้า ชื่นชมยินดีที่ตัดสินใจมา
ทำการค้าครั้งนี้
คนทั้งสามมีสินค้าที่ดีมากมาย!
เช่นวัตถุดิบระดับสี่ มีอยู่หลายชนิด มียุทธภัณฑ์เวทระดับสี่อีกสองสามชิ้น ส่วนที่
เหลือเป็นสิ่งของที่พวกมันไม่ทราบวิธีใช้งาน
จั่วม่อแทบอดใจไม่ไหวที่จะกวาดรวบสินค้าทั้งหมดลงไปในแหวน แต่นั่นเป็นแค่
เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น ไฟอีกาทองคำแม้เป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่พวกมันเสนอก็ล้วนเป็นสิ่งที่ดี
เช่นเดียวกัน
ท้ายที่สุด จั่วม่อเลือกสิ่งของสามชิ้น
ชิ้นแรกเป็นกระดาษยันต์ทหาร ยันต์ทหารที่ทรงพลังเฉียบขาดและน่าอัศจรรย์นั้น
จั่วม่อมีความประทับใจอย่างลึกล้ำตั้งแต่ครั้งงานประลองในหอคลื่นสน เมื่อมันพบยันต์
ทหารในกองสิ่งของ ต้องแตกตื่นยินดีสุดระงับ
ยันต์ทหารใบนี้ยังระดับสูงกว่าที่มันเคยครอบครองเสียอีก สมควรเป็นระดับสาม จั่ว
ม่อเคยใช้ยันต์ทหารเพียงครั้งเดียวเท่านั้น มันไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากนัก ได้
แต่ตัดสินอย่างคร่าวๆ ไปก่อน
บนกระดาษขาวราวหิมะ กว้างสามนิ้วมือ อักขระยันต์สีแดงชาดคดเคี้ยวดุจไส้เดือน
ชาดสีแดงเข้มผสมผงทองคำเล็กน้อยเป็นประกายระยิบระยับ อักขระยันต์ให้ความรู้สึก
ราวกับว่าจะลุกไหม้อยู่บนกระดาษ
ถืออยู่ในมือ ยันต์ทหารใบนี้หนักหน่วงไม่น้อย ราวกับว่ามันไม่ได้ทำจากกระดาษ แต่
เหมือนชิ้นส่วนของโลหะมากกว่า ทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น
ชิ้นที่สองเป็นวัตถุดิบ ผลึกน้ำแข็งครามระดับสี่ ผลึกน้ำแข็งครามชิ้นนี้คุณภาพล้ำ
เลิศ ทั้งแท่งโปร่งใส ไร้ร่องรอยสิ่งสกปรกเจือปน ก่อตัวเป็นแท่งน้ำแข็งที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อมันหยิบขึ้นมา กลุ่มหมอกลอยอ้อยอิ่งรอบแท่งผลึกน้ำแข็งคราม
ถือผลึกน้ำแข็งครามไว้ในมือ จั่วม่อต้องคอยโคจรพลังปราณไปยังฝั่ามือ หากมันไม่
ใช้พลังปราณต้านทานเอาไว้ มือของมันจะถูกแช่แข็งด้วยแท่งผลึกอันดุร้ายนี้ทันที
เมื่อเห็นผลึกน้ำแข็งครามอันยอดเยี่ยมแท่งนี้ ความคิดแรกของจั่วม่อคือชุดกระบี่ห้า
เจตจำนงกระบี่ของมัน หากหลอมสร้างสิ่งนี้เป็นกระบี่บิน จะเหมาะเจาะพอดีกับ
เจตจำนงกระบี่มังกรน้ำแข็งของอาจารย์ลุงซินหยาน
ชิ้นสุดท้ายเป็นยุทธภัณฑ์เวท เมื่อคนทั้งสามเห็นจั่วม่อเลือกยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้ ล้วน
มีสีหน้าตะลึงงัน
มันเป็นยุทธภัณฑ์เวทรูปร่างคล้ายกระบองที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ดูราว
กับว่าสมควรจะมีหูสี่แฉก แต่สองในสี่ถูกหักทิ้งไป
ในสามคนไม่มีผู้ใดจดจำยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้ได้ พวกมันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ไม้กระบองนี้
มาจากที่ใด จั่วม่อในเมื่อเต็มใจใช้ทางเลือกอันมีค่าของมันเลือกหยิบกระบองชำรุด
เช่นนั้นสิ่งนี้ย่อมไม่ใช่ธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน
พวกมันเข้าใจเรื่องนี้ แต่ในหมู่คนทั้งสามไม่มีผู้ใดรู้จักยุทธภัณฑ์เวทชิ้นนี้ ดังนั้นรั้งไว้
ในมือพวกมันก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นยุทธภัณฑ์เวทที่ดีเลิศสักปานใด
ในท้ายที่สุดก็คือยุทธภัณฑ์เวทที่ชำรุดเสียหาย ยังจะดีเลิศได้สักเท่าใดกัน?
พวกมันยินดีที่จะแลกเปลี่ยนไม้หักๆ นี้
ทั้งสองฝั่ายบรรลุข้อตกลงการค้าได้อย่างง่ายดาย จั่วม่อส่งมอบไฟอีกาทองคำพร้อม
ด้วยกล่องประณีตให้อีกฝั่าย ทั้งสามล้วนมีสีหน้าปิติยินดี แม้ว่าจะเป็นสามแลกหนึ่ง แต่
พวกมันรู้สึกว่าคุ้มค่ายิ่ง
ไฟอีกาทองคำเป็นเมล็ดพันธุ์ไฟระดับสี่ชั้นสุดยอด เมล็ดพันธุ์ไฟนี้หาได้ยากยิ่ง
อย่าได้เห็นว่านี่เป็นเพียงเปลวไฟขนาดเล็กและอ่อนแอ แต่มันเป็นไฟอีกาทองคำบริสุทธิ์
อย่างแท้จริง ทันทีที่ดูดกลืนเข้าไป ย่อมสามารถก่อกำเนิดเมล็ดพันธ์ไฟอีกาทองคำ
ภายในร่างกายอย่างแน่นอน ในขณะที่ผลึกน้ำแข็งครามแม้จะเป็นระดับสี่เช่นกัน ทั้งยัง
สมบูรณ์แบบ แต่ยังคงไม่อาจยกขึ้นเปรียบกับลูกไฟอีกาทองคำเล็กๆ นี้ได้
แต่ฝั่ายจั่วม่อก็ไม่ได้ขาดทุน
การหาซื้อยันต์ทหารในท้องตลาดเป็นเรื่องยากมาก อาณาจักรนภาจันทร์ไม่ได้มี
เซียนยันต์มากนัก ยันต์ทหารสามารถใช้ช่วยชีวิต ยันต์ทหารระดับสองทรงพลังพอที่จะ
ต่อกรกับหนิงม่ายได้ชั่วระยะหนึ่ง
เช่นนั้นแล้วยันต์ทหารระดับสามใบนี้จะร้ายกาจสักเพียงใดเล่า? จั่วม่ออดรู้สึก
คาดหวังไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นยันต์ทหารระดับสามหรือผลึกน้ำแข็งครามอันสมบูรณ์แบบ ก็ล้วนเป็น
สมบัติล้ำค่าที่น่าตื่นตะลึง แต่สิ่งที่จั่วม่อให้ความสำคัญมากที่สุด กลับเป็นไม้กระบองที่
เสียหาย
สามคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามมันไม่รู้จักสิ่งนี้ แต่จั่วม่อทราบดี
นี่ไม่ใช่กระบอง แต่เป็นไม้เท้าพระธรรมสี่แฉกที่แตกหักเสียหาย ของสิ่งนี้ย่อมเป็น
ยุทธภัณฑ์เวทที่นักบวชนิกายฌานใช้ ในอาณาจักรนภาจันทร์ยากจะพบเห็นเซียนวรยุทธ์
เที่ยงแท้อย่างเช่นนักบวชนิกายฌาน จั่วม่อกระหายใคร่รู้ยิ่งว่าพวกมันได้รับยุทธภัณฑ์
เวทของเหล่านักบวชนิกายฌานนี้มาจากที่ใด
นักบวชนิกายฌานมุ่งเน้นฝึกปรือสังขาร ก่อกำเนิดอภิญญา นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อ
พบเห็นยุทธภัณฑ์เวทของนักบวชนิกายฌาน อย่างไรก็ตาม มันย่อมไม่ได้เลือกไม้เท้าพระ
ธรรมสี่แฉกเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น แต่เนื่องเพราะมันค้นพบสิ่งอื่น
เมื่อหัตถ์ใบไม้ก่อเกิดขึ้น พลังจิตสำนึกของจั่วม่อก็มีความรู้สึกเฉียบไวขึ้นหลายเท่า
เมื่อจิตสำนึกของมันกวาดผ่านไม้เท้าพระธรรมสี่แฉก พลันรู้สึกถึงพลังลึกลับที่ซ่อนอยู่
ภายในไม้เท้าพระธรรม!
พลังขุมนี้ไม่เข้มแข็งเท่าใด อาจเรียกได้ว่าอ่อนแอเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้แผ่บรรยากาศ
ก้าวร้าวกดดัน ตรงกันข้ามกลับอ่อนโยนสงบสุข ไม่มีอำนาจที่เป็นอันตราย แต่กลับแทบ
ทำให้จั่วม่อสูญเสียการควบคุมจิตสำนึกของมันไป
จะไม่ให้จั่วม่อตื่นตระหนกได้อย่างไร?
พลังจิตสำนึกของมันเข้มแข็งเสียยิ่งกว่าหนิงม่ายทั่วไป ความคิดจิตใจของมันก็กร้าว
แกร่งเท่าหินผา ยากจะสั่นคลอน เวลานี้มันมีหัตถ์ใบไม้ หากรวมกับไม้เท้าพระธรรมด้าม
นี้ ในแง่ของความแข็งแกร่งแล้ว ไม่ใช่ว่าจิตสำนึกของมันจะแข็งแกร่งขึ้นสองเท่าหรอก
หรือ?
ไม่ใช่ธรรมดาแล้ว!
ทันทีที่จั่วม่อเข้าใจคุณค่าของไม้เท้าพระธรรมสี่แฉก มันก็เลือกของชิ้นนี้อย่างไม่
ลังเล
ทั้งสองฝั่ายล้วนยินดีปรีดา
เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสามอำลาจั่วม่อตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นบินตรงไปยังแม่น้ำอาณาจักร
จั่วม่อย่อมไม่ออกปากเหนี่ยวรั้งไว้ แต่มันก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย คนทั้งสามเห็นได้ชัดว่า
ยังคงเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ยังไม่ทันจะฟืนฟูเรี่ยวแรงเต็มที่ ไฉนรีบร้อนจากไปถึงเพียงนี้?
ข้ามแม่น้ำอาณาจักรหาใช่เรื่องง่ายดายไม่
แม้ว่าจะฉงนใจไม่น้อย แต่จั่วม่อไหนเลยจะมีเวลามาสนใจเรื่องนี้ มันต้องการให้คน
เหล่านี้จากไปโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องคอยวิตกกังวล และเริ่มฝึกฝีมือต่อไป
เกาะแมกไม้รกร้างในปัจจุบันนี้ดุจสรวงสวรรค์ เหตุระทึกขวัญที่เกิดจากการบุกรุก
ขึ้นมาทำร้ายคนของจระเข้หนามครามได้สะกิดเตือนจั่วม่อ อย่าได้เห็นว่าค่ายกลวง
แหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ขบวนนี้ใหญ่โตอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่จะอย่างไร เกาะแมกไม้
รกร้างไม่ใช่พื้นที่เล็กๆ ย่อมมีช่องโหว่จำนวนมากเป็นธรรมดา
ในเมื่อค้นพบปัญหา การรับมือก็เป็นเรื่องง่าย มันเพียงแค่ต้องเพิ่มค่ายกลย่อยของ
ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เข้าไปอีก ก็จะปิดผนึกช่องโหว่เหล่านี้ได้ โชคดีที่
โครงสร้างหลักสร้างขึ้นแล้ว ดังนั้นส่วนที่ต้องเพิ่มเติมก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากปรับปรุงค่ายกลรอบนี้ เกาะแมกไม้รกร้างถือได้ว่าเข็มแข็งเหนียวแน่นถึง
ที่สุด จั่วม่อไม่ได้เว้นช่องว่างแม้แต่ชายหาด หลังจากเหตุการณ์จระเข้บุก ก็ไม่มีสัตว์
ปราณอื่นใดเข้ามาในเกาะได้อีก
กงซุนชากลายเป็นคนที่อยู่ว่างที่สุด ไม่มีสัตว์ปราณให้มันทำงาน มันสลดหดหูยิ่ง
จั่วม่อให้ความสำคัญกับศิษย์น้องหนึ่งในสองผู้ครอบครองปั้ายหยกผู้นี้มาก รีบ
ปลอบโยนมันเป็นการใหญ่
หลังจากวิ่งวนไปทั่วรอบหนึ่ง ก็ถึงเวลาที่จะดูดซับปราณพิภพสำหรับวันนี้
เพิ่งจะปลอบโยนกงซุนชา จั่วม่อกลับจำเป็นต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่โหดร้าย
รุนแรงยิ่งกว่า
วันเวลาผ่านไปเชื่องช้ายิ่ง! จั่วม่อคร่ำครวญไม่สิ้นสุด รู้สึกราวกับว่าแต่ละวันผ่านไป
เป็นปี
“มา มา!” ผูเยาเชิดคาง แย้มยิ้มอย่างภาคภูมิ เปียมล้นมนต์เสน่ห์ของมารร้าย
จั่วม่อถามคำถามเดิมที่เฝั้าถามอยู่ทุกวี่วัน “เหลืออีกกี่วัน?”
“ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว!” ผูเยาปลอบโยนอย่างไม่มีความจริงใจแม้แต่นิดเดียว
จั่วม่อร่างกายเป็นสีทองคำเข้ม ขากางเกงถกขึ้น เท้าเปล่าฝังจมลึกลงไปในดิน เส้น
ใยปราณพิภพอันเบาบางแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนไปรอบๆ แทรกซอนผ่าน
กล้ามเนื้อและกระดูกอย่างต่อเนื่อง
ราวกับว่ามันกำลังแช่น้ำ ทั้งร่างสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก
แต่จั่วม่อไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย ร่างกายของมันเขม็งเกลียวเหมือนขดลวด
เหล็ก เช่นเดียวกับความตึงเครียดอันรุนแรง บทเรียนนับครั้งไม่ถ้วนที่ผ่านมาสอนมัน
มากเกินพอ เมื่อใดที่ดื่มด่ำกับภาวะสุขสบายอย่างสุดแสน การ ‘ทรมาน’ ที่ตามมา จะ
ยิ่งยากต่อการอดทน เจ็บปวดแสนสาหัสมากกว่าเดิม
ความแตกต่างสุดขั้วอย่างฉับพลันสามารถกร่อนสลายผู้คน จิตสำนึกของมันแทบ
ได้รับบาดเจ็บไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มันไม่กล้าปล่อยให้ตัวเองจมลึกลงไปในความรื่นรมย์นี้อีก
เลย
จั่วม่อเป็นเหมือนนักโทษที่รู้ว่ากำลังจะถูกประหารชีวิต อาหารเลิศรสอยู่ตรงหน้า
แต่เหมือนเคี้ยวขี้ผึ้ง ไร้รสชาติยิ่ง
มาแล้ว!
น่าแปลก มันกลับรู้สึกผ่อนคลายลง ในที่สุดก็มาแล้ว
ส่วนที่เหลือก็เรียบง่ายยิ่ง มีเพียงถ้อยคำ… ฝืนทน!
ปราณพิภพที่เข้าสู่ร่างกายจั่วม่อกลับกลายเป็นเล็กละเอียดกว่าเดิม นี่ยังส่งผลให้
เวลาที่พวกมันถูกสูบออกไป ความเจ็บปวดจะยิ่งรุนแรงขึ้นมาก
จั่วม่อร่างกายสั่นระรัวดุจลูกเต๋าถูกเขย่า แต่สองขาราวกับตะปูเหล็ก ตอกตรึงแน่น
กับพื้น
ปราณพิภพเล็กละเอียดปานเส้นผม ถูกดูดอย่างแช่มช้าและมั่นคงออกจากส่วนลึก
ของร่างกาย ไหลผ่านเลือดเนื้อ ผ่านรูพรุนในกระดูก ผ่านเส้นชีพจรปราณ…
จั่วม่อพยายามรักษาจิตสำนึกให้แจ่มใส ทำจิตใจให้ว่างเปล่า นี่เป็นวิธีเดียวที่มัน
ค้นพบในช่วงเวลานี้ สามารถลดความเจ็บปวดได้บ้าง
เพียงแต่ด้วยสภาพที่เจ็บปวดถึงปานนี้ การรักษาจิตสำนึกให้แจ่มใส ทำจิตใจให้ว่าง
เปล่า เป็นเรื่องยากเย็นดุจปีนปั่ายขึ้นสวรรค์
แต่ศักยภาพของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด
ผ่านทรมานอย่างต่อเนื่อง จั่วม่อเริ่มค้นพบเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ พยายามอย่างสุด
ความสามารถเพื่อดึงจิตสำนึกออกไป ยิ่งส่งออกไปนอกร่างกายได้จะดีที่สุด ด้วยวิธีนั้น
ไม่ว่าร่างกายจะเจ็บปวดสักเท่าใดก็ตาม มันย่อมไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
ผ่อนคลาย ผ่อนคลาย…
ร่างกายของมันสั่นอย่างรุนแรง ทว่าลมหายใจกลับค่อยๆ สงบลง
เคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิด!
จั่วม่อเข้าสู่สภาพทารกในครรภ์โดยไม่รู้ตัว
“ฮะ!” ผูเยาอุทานอย่างประหลาดใจ กระบวนการดูดปราณพิภพถึงกับชะงักงัน
ในดวงตาสีเลือดเผยแววครุ่นคะนึง ดูเหมือนจะคิดถึงบางสิ่งบางอย่าง บางที…
จั่วม่อในสภาพทารกในครรภ์ มันกลายเป็นผู้ชมดูอยู่ด้านข้างกระดานหมาก
สามารถ ‘เห็น’ ว่าร่างกายตนสั่นระรัวรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
เป็นครั้งแรกที่มันไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย!
ไม่มีความปิติยินดี มันเพียงแค่ ‘เฝั้าดู’ อย่างเยือกเย็น
ขณะที่ ‘เฝั้าดู’ ร่างกายของมันเริ่มโปร่งใส เห็นเลือดเนื้อใต้ผิวหนัง เห็นปราณพิภพ
เล็กละเอียดเท่าเส้นผมทยอยหลุดออกจากการควบคุมของร่างกาย ถูกดูดออกไปอย่าง
แข็งขัน
กระบวนการทั้งหมด เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเบื้องหน้ามัน
กล้ามเนื้อของมันขยายขึ้นเล็กน้อยต่อหน้าต่อตา สามารถ ‘เห็น’ ได้ชัดเจนมากขึ้น
‘เห็น’ อย่างละเอียดมากขึ้น เส้นใยกล้ามเนื้อของมันแต่ละมัด เมื่อปราณพิภพไหลผ่าน
พวกมันจะสั่นสะเทือนอย่างไม่อาจระงับยับยั้ง
มันเพียง ‘เฝั้าดู’ อย่างเงียบงัน มันสามารถ ‘เฝั้าดู’ บางสิ่งบางอย่าง ซึ่งดูเหมือนว่า
จะมากอย่างขึ้นเรื่อยๆ
จั่วม่อสงบเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่ง…เมื่อมันเห็นฉากอันพิสดารฉากหนึ่ง
นี่มัน…
ทันใดนั้น จั่วม่อคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง ชั่วขณะที่ความคิดผุดขึ้นมา ก็ราวกับ
โยนก้อนหินลงไปในทะเลสาบน้ำอันสงบราบเรียบ
สรรพสิ่งรอบข้างพลันกระเพื่อมเป็นระลอกประดุจคลื่นน้ำ ทันใดนั้นก็พร่าเบลอ
กลับกลายเป็นเลอะเลือนดั่งภาพลวงตา
อ๊าก!
ความเจ็บปวดสุดขั้วหัวใจประหนึ่งเขื่อนพังทลาย ถาโถมท่วมทับมันในบัดดล! จั่วม่อ
จิตใจสั่นสะท้าน หลุดพ้นจากสภาวะทารกในครรภ์ ยังไม่ทันจะปรับสภาพจิตใจให้มั่นคง
ก็ถูกจู่โจมด้วยความเจ็บปวดรุนแรงสุดเปรียบปาน แทบสิ้นสติไปในทันที
บัดซบ!
เมื่อหลุดพ้นจากสภาวะทารกในครรภ์ จั่วม่อไม่อาจสงบสุขได้อีก มันก้มหน้ากัดฟัน
เกร็งคอ พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทนรับแรงกระแทกของความเจ็บปวด
บางครั้งก็สูดปากแรงๆ ดวงตาแดงฉาน ประหนึ่งโจรร้ายที่เข่นฆ่าผู้คนมากมายเหลือคณา
นับ
หากเป็นครั้งก่อน จั่วม่อแน่นอนว่าจะไม่ต่อต้านขัดขืนอย่างแข็งขันถึงเพียงนี้ ความ
เจ็บปวดครานี้ยังดุเดือดรุนแรงกว่าครั้งใดๆ ทั้งหมด สิ้นสติไปเลยยังจะดีเสียกว่า เช่นนั้น
จะได้ไม่ต้องฝืนทนอีกต่อไป
แต่ครั้งนี้มันจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน ตัดสินใจต่อต้านแข็งขืนถึงที่สิ้นสุด มันไม่มี
เวลาจะขบคิดใคร่ครวญถึงฉากพิสดารที่มันพบเห็นเมื่อครู่ แต่มันเชื่อมั่นในวิจารณญาณ
ของตน
เจ็บปวดเหลือเกิน เจ็บปวดเข้าไปถึงกระดูกดำ! มารดามันเถอะ มีความสุขจริงๆ!
จั่วม่อพยายามฝืนทน
มันต้องการหัวร่อ หัวร่อให้ดังก้องฟั้า!