สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 189 หมักบ่ม
จั่วม่อไม่ได้คาดหวังว่าจางห่าวจะใช้วิธีตรงไปตรงมาเช่นนี้ และคิดไม่ถึงว่าจางห่า
วจะสามารถเสาะหาหัวใจค่ายกลได้ในทันที แต่เกาะแมกไม้รกร้างก็เป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ
เท่านี้ อาศัยความเร็วของจางห่าว มันสามารถพลิกแผ่นดินหาได้ทั่วทั้งเกาะ ภายในไม่
เกินหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
หากทำได้ จั่วม่อก็อยากใช้วิธีการตรงไปตรงมาอย่างเท่าเทียมกัน อย่างเช่นใช้
สำเนียงพิฆาตระฆังจันทรา สังหารพวกมันโดยตรง เรื่องนี้มันมีความเชื่อมั่นมาก
พอสมควร ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์สองร้อยสิบหกค่ายกลย่อย หากปลดปล่อย
สำเนียงพิฆาตระฆังจันทราออกมา จะต้องทรงพลานุภาพมากกว่าตอนงานประลอง
ชุมนุมวิจารณ์กระบี่หลายเท่า บางทีอาจสามารถกำจัดคนกลุ่มนี้ทั้งหมดในคราวเดียว
เพียงแต่ มันไม่มีความมั่นใจว่าจะปลดปล่อยกระบวนท่าสุดยอดนี้ได้สำเร็จ!
สภาวะพิเศษเหมือนเช่นในงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่เป็นเรื่องของโชควาสนา
ในเวลาปกติ เพียงแค่ใช้ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เจ็ดสิบสองค่ายกลย่อย
ปลดปล่อยกระบวนท่าสำเนียงพิฆาตระฆังจันทราออกมา จำนวนครั้งที่สำเร็จยังน้อย
มากจนอาจนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว ไม่ต้องกล่าวถึงว่าค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์
สองร้อยสิบหกค่ายกลย่อยยังยากเย็นแสนเข็ญกว่าหลายเท่า
เบื้องหน้าจั่วม่อมีอยู่สองทางเลือก หนึ่งคือกำจัดจางห่าวเสียก่อนที่มันจะค้นหา
หัวใจค่ายกลพบ หรือสอง ฉวยโอกาสสังหารคนอื่นๆ ในขณะที่จางห่าวกำลังค้นหาหัวใจ
ค่ายกล
ทั้งสองทางเลือกมีส่วนดีส่วนเสียในตัวเอง สุดท้ายจั่วม่อเลือกลงมือตามทางเลือก
แรก
ในหมู่ศัตรูที่เข้าสู่ค่ายกลทั้งหมด จางห่าวนับเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อจั่วม่อ
และค่ายกล ตราบเท่าที่ค่ายกลยังคงอยู่ยงคงกระพัน จั่วม่อก็จะยังคงมีเปรียบตลอดกาล
แต่หากค่ายกลพังทลายลง ข้อได้เปรียบทั้งหมดของมันจะสูญสิ้นไปในทันที เมื่อไม่มีค่าย
กล ไม่ต้องกล่าวถึงการต่อสู้กับหกสิบเจ็ดซิวเจ่อ ลำพังจางห่าวคนเดียวก็เพียงพอให้มัน
ต้องหันหลังโกยอ้าวแล้ว
อย่าได้เห็นว่าจั่วม่อเคยเอาชนะเฉาอันมาแล้ว แต่นั่นเป็นความพยายามทั้งหมดของ
มัน มันได้เตรียมการมากมายและใช้ไหวพริบเล่ห์กลเพื่อเอาชนะ นั่นไม่ได้หมายความว่า
มันมีความสามารถต่อสู้กับยอดฝีมือด่านหนิงม่ายจริงๆ ไม่ต้องเอ่ยถึงว่า จางห่าวผู้นี้ยัง
ร้ายกาจกว่าเฉาอันไม่รู้ว่ากี่ขั้น
แม้ว่าทั้งสองฝั่ายยังไม่ได้ประมือโดยตรง แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้าประมาทอีกฝั่ายแม้แต่
น้อย
จั่วม่อไม่มีเวลาพอให้คิดอีกต่อไป ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด มันก็จะยิ่งเสียเปรียบ
มากขึ้นเท่านั้น
จั่วม่อนำเจดีย์ห้าสีออกมา เจดีย์น้อยเปลี่ยนเป็นแสงหลากสี บินขึ้นไปอยู่ข้างใต้ห่วง
ทองแดง จากนั้นห่วงเสียงพุทธะสีส้มลอยลงมา สวมเป็นวงแหวนล้อมรอบเจดีย์ห้าสี ไม่
มีผู้ใดสังเกตว่าค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ได้เปลี่ยนตัวผู้ควบคุมแล้ว
จั่ม่อฉวยธงสุญตาขึ้นจากพื้น ลอบเข้าใกล้จางห่าวอย่างเงียบเชียบ มันก่อตั้งค่ายกล
ลวงตาขนาดเล็กจำนวนมากไว้ภายในค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ อาศัยค่ายกล
เหล่านี้ช่วยเหลือ คิดลอบเข้าประชิดตัวศัตรูกลับไม่ยากเย็นนัก
แต่พอใกล้เข้าไปในระยะสามจั้ง จางห่าวใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง พลัน
หยุดยั้งลง ยืนนิ่งอยู่กับที่
จั่วม่อลอบตื่นตระหนก จางห่าวคล้ายรู้สึกชัดว่ามันเข้ามาใกล้ จิตสำนึกของอีกฝั่าย
อ่อนด้อยกว่ามัน แต่ความรู้สึกอันเฉียบไวกลับไม่ด้อยกว่าแม้แต่น้อย
จั่วม่อไม่ล่วงรู้ ซิวเจ่อที่ใช้ชีวิตหลั่งเลือดเลียคมดาบตลอดมาอย่างเช่นจางห่าว
ความรู้สึกเฉียบไวต่อเจตนาสังหารนับว่าบรรลุถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวแล้ว
คิดลอบโจมตีกลับไม่สมมาดปรารถนา จั่วม่อพินิจดูสถานการณ์รอบหนึ่ง จากนั้น
สะบัดมือซัดธงสุญตาปักลงไปในพื้นดิน
เส้นใยปราณกระบี่ว่ายเวียนรอบๆ ธงสุญตา ทันใดนั้นรวมตัวกัน แล้วกระจาย
ออกไป
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก ยื่นมือขวาตรงไปข้างหน้า
กลุ่มปราณกระบี่ที่พลุ่งพล่านหยุดชะงักอย่างกะทันหัน เจตจำนงกระบี่ที่อยู่ภายใน
พลันระเบิดออกมา!
จางห่าวสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ปฏิกิริยาตอบสนองของมันรวดเร็วยิ่ง ตวาดก้อง
ดุจฟั้าร้องกลางฤดูใบไม้ผลิ ‘ฮ่า!’ กระบี่หนักในมือฟันตรงไปยังทิศทางของจั่วม่ออย่าง
ดุดัน!
ปราณกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวสีแดงก่ำพุ่งวาบออกมา จู่โจมเข้าหาจั่วม่ออย่างแม่นยำ
จั่วม่อรู้สึกคล้ายแสงสีแดงเพิ่งจะวาบขึ้นในดวงตา ปราณกระบี่จันทร์เสี้ยวก็ฟัน
มาถึงตรงหน้าแล้ว เจตจำนงกระบี่อันไพศาลจี้ใส่หว่างคิ้วของมัน!
เจตจำนงกระบี่ที่บริสุทธิ์นัก!
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จั่วม่ออดนึกถึงศิษย์พี่เหวยเสิ้งไม่ได้ แม้ว่ามันไม่ล่วงรู้พลัง
ฝีมือของศิษย์พี่เหวยเสิ้งในตอนนี้ แต่กระบี่นี้ของอีกฝั่ายคล้ายคลึงกับศิษย์พี่เหวยเสิ้งใน
อดีตอยู่เจ็ดแปดส่วน! ศัตรูของมันผู้นี้แตกฉานวิชากระบี่อย่างเห็นได้ชัด!
จั่วม่อตื่นตระหนกสุดระงับ คนผู้นี้ถึงกับมีพลังเจ็ดแปดส่วนของศิษย์พี่เหวยเสิ้งใน
งานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ จะไม่ให้มันแตกตื่นได้อย่างไร?
สิ่งที่จั่วม่อไม่ทราบ บุรุษร่างใหญ่เบื้องหน้าที่มันไม่รู้จักผู้นี้ เป็นถึงหัวหน้าใหญ่ของ
กองโจรที่น่าหวาดหวั่นขวัญผวาที่สุดในอาณาจักรนภาจันทร์!
จั่วม่อแม้ตื่นตระหนกแต่ไม่ลนลาน มือขวาประกบสองนิ้วเป็นกระบี่ จี้ใส่อากาศธาตุ
อันว่างเปล่าตรงหน้า
เช้ง!
ประดุจกระบี่ยาวชักออกจากฝัก ปราณกระบี่ผนึกรวมที่ปลายนิ้ว ยืดยาวสามชุ่น
ดรรชนีกระบี่จี้ใส่กลางอากาศธาตุ ก่อเกิดจุดแสงเจิดจ้าบาดตา กลุ่มปราณกระบี่
รอบกายจั่วม่อเปล่งประกายเรืองรอง ก่อตัวเป็นรังไหมแสงที่ประกอบด้วยเส้นไหมแสง
หลากสีสันนับไม่ถ้วน ห่อหุ้มไว้รอบกายจั่วม่อ
เจตจำนงกระบี่อันไพศาลฟันใส่จุดแสงบาดตาที่ปลายนิ้วของจั่วม่ออย่างรุนแรง
บึม!
เจตจำนงกระบี่สีแดงก่ำสลายไปทันที จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง กระแทกเท้าหนักๆ
ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ปราณกระบี่ที่ผนึกรวมไว้ตรงปลายนิ้วแตก
กระจายไป
หนึ่งกระบวนท่านี้ดูผิวเผินคล้ายทัดเทียมกัน แต่จั่วม่อทราบดีว่ามันด้อยกว่า
เล็กน้อย กลุ่มปราณกระบี่ในธงสุญตามาจากยอดคนด่านจินตัน ปกติจั่วม่อไม่สามารถ
ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้ แต่กระบี่นี้ของจางห่าวคล้ายร้ายกาจพอจะทำให้กลุ่ม
ปราณกระบี่รู้สึกถึงภัยคุกคามได้สำเร็จ พวกมันปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ออกมาด้วย
ตัวเอง ช่วยสกัดกั้นกระบวนท่าของฝั่ายตรงข้ามเอาไว้ได้
แต่ในทันทีทันใด จั่วม่อไม่ได้มีเวลาขบคิดเรื่องนี้อีก กระบี่ที่สองของจางห่าวติดตาม
มาอย่างกระชั้นชิด!
จางห่าวไม่ได้ตื่นตกใจที่จั่วม่อสามารถหยุดยั้งกระบี่แรกของมัน มันผ่านการเข่นฆ่า
ปล้นชิงสมบัติมานักต่อนัก สายตาเผ็ดร้อนรอบรู้ ทราบกระจ่างว่าธงสุญตาเป็นของวิเศษ
เช่นไร
มันมีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน ล่วงรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือระดมโจมตี
เกาะติดฝั่ายตรงข้ามเอาไว้ ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูพักหายใจหรือก่อตั้งค่ายกล โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งยอดฝีมือทางค่ายกลเฉกเช่นจั่วม่อ ยิ่งไม่สมควรเปิดโอกาสให้แม้แต่เสี้ยวพริบตา
ดังนั้นมันฟาดฟันกระบี่ที่สองตามติดไปในบัดดล!
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก ดรรชนีกระบี่จี้ออกอีกครั้ง
เช้ง ปราณกระบี่ที่เพิ่งถูกทำลายกลับมารวมตัวกันอีกหน ก่อตัวเป็นจุดแสงบนพื้นที่
ว่างตรงปลายนิ้วของมัน
ตูม!
พลังที่แฝงมากับปราณกระบี่สีแดงก่ำถึงกับรุนแรงกว่าครั้งก่อน จั่วม่อรู้สึกปลายนิ้ว
ปวดแปลบ อดครวญครางออกมาไม่ได้ กระแทกเท้าถอยหลังไปหลายก้าว
“ฮ่าฮ่า!” จางห่าวหัวร่อดังกระหึ่ม สืบเท้าตามติด กระบี่หนักชูขึ้นเหนือศีรษะอีก
ครา
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ทุกอย่างสดใสราบรื่นกว่าที่มันคิด
ขอเพียงฆ่าจั่วม่อได้ ทุกอย่างไม่ใช่ปัญหา!
ในเวลานี้เอง มันหัวใจเย็นวาบอย่างกะทันหัน กระบี่หนักที่ตระเตรียมฟันลง
เปลี่ยนเป็นยกขวางไว้เบื้องหน้า
ติง!
พลังอันกร้าวแกร่งขุมหนึ่งแล่นผ่านมาจากตัวกระบี่ กระบี่หนักสาดประกายแสงสี
แดงก่ำ หยุดยั้งการโจมตีของอีกฝั่ายไว้
จางห่าวในใจลอบอกสั่นขวัญแขวน ฟังจากเสียงนี่คล้ายเป็นปราณกระบี่เพียงสาย
เดียว แต่ที่มันสกัดกั้นกลับเป็นปราณกระบี่สามสาย! ปราณกระบี่ทั้งสามจู่โจมมาโดยไม่มี
วี่แววล่วงหน้า ซ้ำยังไม่ทราบว่ามาจากทิศทางใด
จางห่าวไม่มีเวลาให้ขบคิด มันรู้สึกเพียงหัวใจแทบกระดอนออกมา แค่นเสียงอย่าง
เย็นชา มือขวาคลายออกจากด้ามกระบี่ กระบี่หนักลอยขวางที่กึ่งกลางทรวงอก ฝั่ามือ
ซ้ายฟาดใส่ด้ามกระบี่อย่างหนักหน่วง!
กระบี่หนักแปรเปลี่ยนเป็นริ้วแสงสีแดงบินวน ล้อมรอบร่างของมันเป็นวงกลม
ติง ติง ติง!
กระบี่หนักที่เดิมดุดันอำมหิต เวลานี้คล่องแคล่วปราดเปรียวราวกับนกตัวเล็กๆ โผ
บินขึ้นลงรอบกายไม่หยุดยั้ง ก่อเกิดม่านแสงสีแดงผืนหนึ่ง กลุ่มปราณกระบี่แหลมคม
และหนาแน่นดุจห่าพิรุณยังไม่อาจเจาะทะลวงม่านแสงนี้ได้
กลุ่มปราณกระบี่เหล่านี้แหลมคมยิ่ง เส้นทางจู่โจมยังแยบคายพิสดาร ยากจะระวัง
ปั้องกัน แต่สำหรับยอดฝีมือระดับจางห่าว นอกจากลากถ่วงการต่อสู้ไปบ้างแล้ว ก็ไม่มี
ผลกระทบอื่นใดอีก
จางห่าวเป็นจากฝั่ายรุก เป็นอดทนเฝั้ารอโอกาส จั่วม่อย่อมไม่อาจรักษาสภาวะ
โจมตีเช่นนี้ได้ตลอดไป กลุ่มปราณประบี่เหล่านี้ แม้ทรงพลานุภาพน่าตระหนก แต่พลัง
ปราณที่ใช้ปลดปล่อยการโจมตีเช่นนี้ก็น่าตระหนกไม่น้อยไปกว่ากัน อาศัยพลังบำเพ็ญ
เพียรด่านจู้จีของจั่วม่อ ย่อมไม่อาจฝืนยืนหยัดได้นาน ที่สำคัญไปกว่านั้น ขณะที่ควบคุม
กลุ่มปราณกระบี่จู่โจมเป็นพายุพิโรธเช่นนี้ จั่วม่อย่อมไม่สามารถกระทำเรื่องอื่นได้อีก
กล่าวอีกทางหนึ่งได้ว่า จั่วม่อดูเหมือนใกล้ถึงจุดจบแล้ว การโจมตีของมันไม่อาจ
สังหารผู้อื่น แต่พลังปราณของมันกลับไม่เพียงพอจะสนับสนุนการต่อสู้ยืดเยื้อของมัน
จางห่าวในใจแทนที่จะยินดี กลับเริ่มสงสัยมากขึ้นทุกขณะ มันมีประสบการณ์โชก
โชน รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ไม่อาจบอกได้ว่าไม่ถูกต้องที่ใด
มันตัดสินใจเฝั้ารอคอยการเปลี่ยนแปลงอย่างเยือกเย็น
แต่หากมันสามารถมองเห็นได้ว่าจั่วม่อกำลังทำสิ่งใดอยู่ในตอนนี้ มันคงไม่อาจสงบ
เยือกเย็นอีกต่อไป และจะไม่ยอมรออีกแม้แต่ชั่วกะพริบตาเดียว!
จั่วม่อซัดแผ่นจานค่ายกลออกจากมือติดต่อตามกันไม่ขาดสาย กระจายอยู่รอบกาย
จางห่าวทุกทิศทุกทาง
ภายในชั่วพริบตา จั่วม่อซัดแผ่นจานค่ายกลออกไปสิบกว่าแผ่น
จนกระทั่งแผ่นจานค่ายกลทั้งหมดเข้าประจำตำแหน่ง จิตใจมันค่อยสงบลงเล็กน้อย
‘แบ่งแยกจิตใจ’ จางห่าวร้อยคิดพันคำนวณ ยังคิดไม่ถึงว่าจั่วม่อสามารถกระทำ
เรื่องราวหลายประการในเวลาเดียวกัน
นี่เป็นความดีความชอบของมหาหัตถ์พันใบ จั่วม่อค้นพบว่าหลังจากที่จิตสำนึกของ
มันกลายเป็นหัตถ์ใบไม้ มันก็สามารถกระทำเรื่องราวหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน จั่วม่
อปลาบปลื้มยินดีกับการค้นพบนี้มาก ควรทราบว่าการแบ่งแยกจิตใจเป็นประโยชน์มาก
ในการต่อสู้ ลองนึกดู หากทั้งสองฝั่ายกำลังโรมรันพันตูด้วยกระบี่บิน ฝั่ายหนึ่งกลับ
สามารถลอบโจมตีไปพร้อมกัน กลยุทธ์นี้แม้ไร้ยางอายและน่ารังเกียจ แต่กลับเป็นความ
ใฝั่ฝันของผู้คนนับไม่ถ้วน
ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเซียนกระบี่หรือซิวเจ่อประเภทอื่นๆ เมื่อพวกมันประ
มือกับศัตรูที่เท่าเทียมกัน ย่อมไม่สามารถแบ่งแยกจิตใจ พวกมันอาจแปรเปลี่ยนเวทวิชา
ที่ใช้ออกได้ตลอดเวลา แต่ย่อมไม่สามารถใช้สองวิชาพร้อมกัน นอกเสียจากว่าพวกมัน
รำคาญในการมีชีวิตสืบต่อ
การใช้สองวิชาพร้อมกันในคราวเดียวไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อใช้สองวิชาพร้อม
กัน พลังของทั้งคู่ย่อมลดน้อยถอยลง นั่นไม่ใช่การแบ่งแยกจิตใจ จางห่าวก็ไม่เคยได้ยิน
ได้ฟัง ว่ามียอดฝีมือคนใดที่มีฝีมือในการแบ่งแยกจิตใจ
อันที่จริงจั่วม่อก่อนหน้านี้ก็สามารถแบ่งแยกจิตใจได้บ้าง เพียงแต่การแบ่งแยกจิตใจ
ระดับนั้น เทียบกับหัตถ์ใบไม้แล้ว นับเป็นสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จางห่าวร้อยไม่คิดพันไม่คิด ไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่าจั่วม่อเป็นยอดฝีมือด้าน
แบ่งแยกจิตใจ สามารถบังคับปราณกระบี่โหมจู่โจมมันไปพลาง ก่อตั้งค่ายกลไปพลาง
นี่อาจเรียกว่ายืมหอกสนองคืนผู้ใช้ จางห่าวคิดหมายใช้การโหมโจมตีสะกดจั่วม่อ
เอาไว้ กลับถูกจั่วม่อใช้ลูกไม้เดียวกัน สะกดมันไว้จนต้องตัดสินใจเฝั้ารอโอกาส
เสร็จสิ้นการก่อตั้งค่ายกล จั่วม่อพริ้มตาลงช้าๆ ประกบดรรชนีเป็นกระบี่ จี้ออกอีก
ครั้ง
อย่างแช่มช้า ร่างกายมันแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่งออกมา
ฮะ!
จางห่าวจู่ๆ หัวใจก็สะท้านขึ้น พลังสภาวะของจั่วม่อแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ทุก
สิ่งทุกอย่างรอบข้างเงียบสงบยิ่ง แต่สังหรณ์เลวร้ายในใจมันยิ่งมายิ่งรุนแรงมากขึ้นทุก
ขณะ
นี่ราวกับว่าในความว่างเปล่าเหนือศีรษะมัน มีดวงตาเย็นเยียบคู่หนึ่ง เฝั้าจ้องมอง
มันอย่างไม่แยแส
อันตราย!
สังหรณ์อันตรายอันแรงกล้าวาบขึ้นในใจโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า เส้นขนทั้งร่างลุกชี้
ชัน
จางห่าวสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปันยาก!
มันเชื่อมั่นในสัญชาตญานของตน สัญชาตญานที่เคยช่วยชีวิตมันไว้ในการต่อสู้นอง
เลือดนับครั้งไม่ถ้วน!
คล้ายรู้สึกถึงความประหวั่นพรั่นพรึงในใจของผู้เป็นเจ้าของ กระบี่หนักพุ่งกลับเข้า
ไปในมือของจางห่าวทันที
มือกำด้ามกระบี่อันคุ้นเคย จางห่าวความหวาดหวั่นในใจคลายลงไม่น้อย จิต
วิญญาณลุกโชนขึ้น ไม่กล้าหวงแหนสิ่งใดไว้เบื้องหลังอีก รีดเค้นพลังปราณทั้งร่างเข้าสู่
กระบี่หนักอย่างบ้าคลั่ง
แสงสีแดงดูคล้ายสารละลายหนืดข้นที่ไหลอย่างแช่มช้า จางห่าวถลึงตากว้างด้วย
โทสะ!
ขณะที่มันตระเตรียมจู่โจมด้วยกระบวนท่าไม้ตาย โซ่สีน้ำเงินสามเส้นพลันฉกวาบ
ออกมาจากอากาศธาตุ พุ่งเข้ารัดพันรอบกายมันดุจสายฟั้าแลบ
ค่ายกลระดับสาม ค่ายกลกักมังกร!
ในเวลานี้เอง จั่วม่อหลับตาสนิท เสร็จสิ้นการหมักบ่มตระเตรียมกระบวนท่าสังหาร
ของมัน
แผ่นดินใต้ฝั่าเท้าเริ่มแตกร้าว ฝุั่นละอองที่เกิดจากรอยแตกคล้ายถูกแรงที่มองไม่
เห็นชักนำ ค่อยๆ ลอยขึ้นอย่างแช่มช้า บนหน้าผากของจั่วม่อ ปรากฏสัญลักษณ์รูปใบไม้
ที่คล้ายมือข้างหนึ่ง เปล่งแสงจางๆ มองเห็นได้ชัดเจน
ดรรชนีที่จั่วม่อยื่นออกมา กรีดวาดกลางอากาศ
ดรรชนีลากผ่านไปยังที่ใด ปรากฏเส้นโค้งคดเคี้ยว เปล่งประกายเลือนรางดุจดั่งแสง
ดารา เพียงชั่วพริบตา อักขระเรียบง่ายโบราณก็ก่อรูปขึ้น!