สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 190 สู้สุดชีวิต
หัตถ์พันใบน้อย สายฟั้าแกร่งภูตหยาง!
รอบกายจางห่าว ปรากฏอสรพิษสายฟั้าสีเงินนับไม่ถ้วนแล่นพล่านไปทั่ว มวล
สายฟั้าฉีกอากาศธาตุจนขาดวิ่น เปล่งเสียงแตกระรัวดุจข้าวตอกแตก หนาแน่นเร่งร้อน
ขึ้นอย่างกะทันหัน
สายฟั้านั้นครอบครองพลังกล้าแกร่งอหังการ ปกติเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาซิวเจ่อ
แม้แต่เซียนกระบี่ที่มักมุ่งเน้นการขัดเกลาให้บริสุทธิ์ ก็ไม่ปิดบังความต้องการที่มีต่อ
สายฟั้า พวกมันมีเคล็ดวิชากระบี่มากมายที่เกี่ยวข้องกับสายฟั้า ทั้งหมดไม่ใช่เคล็ดวิชา
ระดับต่ำแม้แต่วิชาเดียว และเนื่องจากสายฟั้ามีมากมายหลายประเภท คุณภาพของ
สายฟั้าแต่ละชนิด จะทำให้ผู้ใช้มีความสามารถแตกต่างกันออกไป
สายฟั้าแกร่งเป็นรูปแบบสายฟั้าที่ธรรมดาสามัญมากประเภทหนึ่ง เป็นที่ทราบกัน
ทั่วไปว่ากล้าแกร่งและสามารถขจัดความชั่วร้าย เป็นดาวข่มตามธรรมชาติของเวทวิชา
ประเภทหยินชั่วร้าย ทว่าสำหรับกระบวนท่านี้ คำ ‘ภูตหยาง’ ที่รวมอยู่ด้วย กลับหาได้
ยากยิ่ง!
การจัดอันอับคุณภาพของสายฟั้ามีวิธีการแตกต่างกันมากมาย แต่ไม่ว่าจัดอันดับ
ด้วยวิธีใด สายฟั้าแกร่งภูตหยางก็ไม่เคยถูกจัดอยู่ต่ำกว่าระดับสี่
‘ภูต’ ธรรมชาติของคำนี้คือดุร้ายยิ่งใหญ่ ‘แกร่ง’ หมายถึงกล้าแกร่ง ยากจะหยุดยั้ง
เมื่อ ‘แกร่ง’ ‘ภูต’ และ ‘หยาง’ สามคำรวมเข้าด้วยกัน เป็นที่คาดคำนวณได้ว่ากล้า
แกร่งดุดันถึงเพียงไหน
ในหัตถ์พันใบน้อยสามกระบวนท่าแรก สายฟั้าแกร่งภูตหยางเป็นกระบวนท่าโจมตี
โดยตรงเพียงหนึ่งเดียว แต่กระบวนท่าโจมตีเพียงหนึ่งเดียวนี้ จั่วม่อรักใคร่หวงแหนเสีย
ยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่า!
นอกเหนือจากขบวนค่ายกลของมัน สายฟั้าแกร่งภูตหยางเป็นกระบวนท่าที่
แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มันมี!
พอลงมือ ก็เปิดฉากด้วยท่าไม้ตายทันที จั่วม่อไม่ต้องการเสี่ยงอันตรายกับปัจจัยที่ไม่
แน่นอน
สิ่งที่มันยังไม่พึงใจเท่าใด คือสายฟั้าแกร่งภูตหยางที่มันใช้ออกมามีอาณาเขตเพียง
ห้าจั้งเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลที่มันจำต้องเสี่ยงภัยลอบเข้าใกล้จางห่าว และยังเป็นเหตุผลว่า
ไฉนมันไม่ใช้สายฟั้าแกร่งภูตหยางจัดการกับเมฆดำก่อนหน้านี้
จั่วม่อจิตใจกระจ่างแจ้ง พลังปราณทั้งร่างโคจรอย่างเงียบสงบ หัตถ์ใบไม้ที่แปร
สภาพมาจากพลังจิตสำนึกของมันไม่ต่างอันใดกับมือจริง ดรรชนีของหัตถ์ใบไม้
แปรเปลี่ยนท่ามุทราอย่างเร่งร้อน!
สายฟั้าแกร่งภูตหยางเป็นการโจมตีทางจิตสำนึกอันหมดจดบริสุทธิ์!
จางห่าวผู้ร้อยคิดพันคำนวณ เฝั้าคาดเดาพลังปราณที่ยังหลงเหลือของจั่วม่ออยู่
ตลอดเวลา แต่มันคิดไม่ถึงอย่างเด็ดขาด ว่าจั่วม่อจะมีเวทวิชาที่สามารถโจมตีจิตสำนึก
โดยตรง!
อสรพิษสายฟั้าเต้นเร่าอย่างไร้จังหวะ แล้วพลันรวมเข้าด้วยกันเป็นสายฟั้าสีแดงลุก
โชติช่วง!
ทันทีที่สายฟั้าสีแดงก่อตัวขึ้น พลังสภาวะทำลายล้างอันดุดันก็ผนึกแน่นรอบกายจาง
ห่าว!
ฝั่ายจางห่าวเมื่อสายฟั้าแกร่งภูตหยางก่อตัวขึ้น มันก็ค้นพบความผิดปกติแล้ว อันที่
จริงสมควรบอกว่าการเคลื่อนไหวของสายฟั้าอึกทึกครึกโครมเกินไปแล้ว! ในใจมันตื่น
ตระหนกสุดระงับ แทบไม่อยากเชื่อ ชนชั้นจู้จีจะใช้เวทวิชาร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวถึง
เพียงนี้ได้อย่างไร?
พลังสภาวะทำลายล้างอันไพศาล แทบกระชากขวัญวิญญาณของมันไป!
แต่จางห่าวผ่านการเข่นฆ่าสังหารนับครั้งไม่ถ้วน เพาะสร้างนิสัยดุร้ายเผ็ดร้อน รู้ว่า
เวลานี้ไม่อาจล่าถอย ขอเพียงในใจมันมีความคิดล่าถอยสักส่วนเสี้ยว เกรงว่านอกจากไม่
อาจหลบหนีได้ ยังจะตกตายเร็วขึ้นกว่าเดิมเสียอีก! คิดยืนหยัดใต้กระแสสังหาร มันต้อง
เผชิญหน้ากับกระบวนท่านี้ตรงๆ มีเพียงค้นหาทางรอดในจุดแตกดับ มันจึงจะมีโอกาส
เอาชีวิตรอดได้
ความเชื่อมั่นทั้งมวล ความทระนงถือดีทั้งมวล ต่อหน้าสายฟั้าแกร่งภูตหยางอัน
เกรียงไกร ก็เป็นได้เพียงฝุั่นธุลี
จางห่าวไม่ผิดอันใดกับหมาปั่าจนตรอก กระตุ้นความดุร้ายกระหายเลือดทั้งมวล
ออกมา
ดวงตามันถลึงกว้าง ผมเผ้าลุกชี้ชัน ม่านแสงสีแดงบนร่างยิ่งหนาข้นจนคล้ายโลหิต
สดๆ กระบี่หนักในมือก็คล้ายรับรู้การตัดสินใจของผู้เป็นนาย เปล่งแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
ท่ามกลางแสงสีแดงสว่างไสว มีร่องรอยสีดำเพิ่มขึ้นมา
แสงสีแดงปนดำสาดประกายวูบหนึ่ง สายโซ่สีน้ำเงินที่รัดพันทั่วร่างมัน ขาดสะบั้นลง
ทันที
จางห่าวชูกระบี่หนักขึ้นเหนือศีรษะ โดยมีร่างของมันเป็นจุดศูนย์กลาง พลังสภาวะ
อันไพศาลพลันระเบิดออกมา กวาดซัดไปทั่วสี่ทิศแปดทาง! ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากระบี่
ถัดไปของมัน จะสามารถผ่าภูผาได้จริงๆ!
“ฆ่า!” จางห่าวรูปโฉมไม่ผิดอันใดกับคนเสียสติ เสียงตวาดด้วยโทสะดังกึกก้อง ด้วย
พลังปราณทุกหยาดหยดในร่าง กระบี่หนักฟันลงสุดแรงเกิด!
เพลงกระบี่เบิกภูผากระบวนท่าแรก เบิกภูผาผ่าสมุทร!
ในเวลาเดียวกัน ฝูงโจรลมดำทั้งหมดในค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์พลัน
หยุดชะงักทุกสิ่งที่พวกมันกำลังกระทำ ทุกใบหน้าเผยแววแตกตื่นสุดระงับ
พลังสภาวะของหนึ่งกระบี่ที่ทุ่มเทพลังฝีมือชั่วชีวิตของจางห่าว บันดาลให้พวกขวัญ
หนีดีฝั่อแล้ว
พี่ใหญ่ถึงกับทุ่มเทสุดชีวิตเชียวหรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไร?
นั่นคือปฏิกิริยาตอบสนองแรกของสมาชิกกองโจรลมดำ พวกมันไม่สามารถทำความ
เข้าใจได้ ศัตรูใดกันแน่ที่บีบบังคับให้เหล่าต้าต้องทุ่มเทพลังสุดชีวิตของมัน?
ชั่วขณะที่พวกมันยังคงตื่นตะลึง พวกมันได้ยินเสียงตวาดด้วยโทสะของจางห่าว ทุก
คนพลันตระหนัก เหล่าต้ากำลังต่อสู้ด้วยชีวิตทั้งหมดของมันจริงๆ!
นอกจากสีหน้าซีดเผือดอยู่บ้างแล้ว กองโจรลมดำทุกคนบินตรงไปยังทิศทางของ
เสียงตวาดโดยไม่ลังเลแม้แต่แวบเดียว
ในเวลานี้เอง ฟูั่ฟงที่ชมดูจากระยะไกล ดวงตาพลันสาดประกายเจิดจ้า ปากอุทาน
อย่างตะลึงลาน “จางห่าวสู้สุดชีวิตแล้ว!”
กุ่ยฟงพอฟังก็แตกตื่นอยู่บ้าง ฉางเหิงแม้ไม่กล่าววาจา แต่แสงวาววามในดวงตา
เปิดเผยความรู้สึกประหลาดใจของมันออกมา ทั้งคู่หวาดระแวงพลังฝีมืออันลึกล้ำสุดหยั่ง
ถึงของฟูั่ฟงมากกว่าเดิม เกาะแมกไม้รกร้างทั้งหมดถูกผนึกไว้ภายใต้พลังของค่ายกล
อย่างแน่นหนา พวกมันที่เฝั้ามองจากระยะไกล ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย
แต่ฟูั่ฟงกลับคล้ายมองเห็นเหตุการณ์ภายในได้อย่างถูกต้องชัดเจน นี่เป็นพลังฝีมือที่
น่ากลัวถึงระดับใด?
อย่างไรก็ตาม จางห่าวสู้สุดชีวิต…
ประโยคอันแปลกประหลาดนี้เข้ายึดครองความคิดของพวกมันทั้งคู่อย่างรวดเร็ว จั่ว
ม่อร้ายกาจถึงขั้นบังคับให้จางห่าวสู้สุดชีวิตได้ตั้งแต่เมื่อใดกัน? พวกมันไม่เหมือนจั่วม่อ
ในช่วงเวลาที่พวกมันติดตามฟูั่ฟง พวกมันสะกดรอยตามหลังกองโจรลมดำตลอดมา
ดังนั้นทราบกระจ่างว่าจางห่าวแข็งแกร่งเพียงใด
กุ่ยฟงกับฉางเหิงทราบกระจ่าง ซิวเจ่อด่านจู้จีอีกสามสิบหกคนก็ย่อมทราบกระจ่าง
อย่างเท่าเทียมกัน
ไม่มีคำวิพากษ์วิจารณ์ใดของฟูั่ฟง ที่ส่งผลกระทบรุนแรงเท่ากับประโยคเดียวนี้อีก
แล้ว
ชนชั้นจู้จีผู้หนึ่ง ถึงกับบีบบังคับให้จางห่าวสู้สุดชีวิต!
นี่มันเรื่องตลกร้ายอันใดกัน?
หลายคนสามารถรู้สึกได้ว่าจางห่าวทุ่มเทเรี่ยวแรงสู้สุดชีวิตแล้ว จั่วม่อที่อยู่ใกล้ชิด
มากที่สุดไฉนจะไม่รู้ได้? เพียงแต่ในเวลานี้มันไม่เหลือพลังพอที่จะคิด สมาธิจิตใจของมัน
ทั้งหมดล้วนทุ่มลงไปกับการจู่โจมชุดนี้
ชั่วพริบตาที่ปราณกระบี่สีแดงก่ำฟันลงมาปานจะแยกฟั้าผ่าปฐพี ในครรลองสายตา
ของจั่วม่อกลายเป็นสีแดงฉานทั้งผืน พลังสภาวะหนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก
เพียงพอให้ผู้คนร่างสั่นเทาตามสัญชาตญาน
แต่จั่วม่อไม่ได้สั่น
มันอยู่ในสภาวะต่อสู้อย่างสมบูรณ์ ในหัวใจไม่มียินดี ไม่มีโศกเศร้า ปราศจาก
อารมณ์ทั้งปวง จิตใจกระจ่างแจ้งถึงที่สุด สามารถตรวจพบทุกการเปลี่ยนแปลงภายใน
รัศมีห้าจั้งรอบกาย
มันเข้าใจในบัดดล
หัตถ์พันใบน้อยย่อมต้องใช้ร่วมกับมหาหัตถ์พันใบ จึงจะสามารถบรรลุพลังอำนาจที่
ร้ายกาจสุดยอด
แต่ละท่วงท่าของหัตถ์ใบไม้ไหลผ่านจิตใจมันประดุจสายน้ำหลั่งริน มันคล้ายผู้ชมดู
อยู่ด้านข้าง ค่อยๆ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงลึกลับที่รวมอยู่ในแต่ละท่วงท่าของหัตถ์ใบไม้
นี่ราวกับเป็นช่วงเวลาอันยาวนาน แต่ที่จริงกระชั้นสั้นเพียงชั่วกะพริบตาเท่านั้น
สายฟั้าของสายฟั้าแกร่งภูตหยางหยาบหนาเท่าลำแขน บิดเป็นเกลียว เปล่งแสงสี
แดงเลือนราง
ปราณกระบี่ของจางห่าวกลับเป็นสีแดงอีกเฉดสีหนึ่ง แดงก่ำดุจเลือด แฝงร่องรอยสี
ดำอยู่ภายใน
พริบตาดุจประกายไฟ กลุ่มแสงสีแดงทั้งสองปะทะกันอย่างหักโหม!
บึม!
ดวงอาทิตย์เล็กๆ พลันปรากฏขึ้นตรงกึ่งกลางระหว่างจั่วม่อกับจางห่าว แสงสว่าง
ไสวกวาดวาบครอบคลุมทั้งค่ายกล
กองโจรลมดำที่เร่งรุดเข้ามา เผชิญกับแสงเจิดจ้าจนตาพร่า ต้องหยุดชะงักดูลาดเลา
อยู่กับที่ ซิวเจ่อที่อ่อนแอบางคนถึงกับกุมดวงตา กรีดร้องโหยหวนออกมา
ติง ติง ติง!
เสียงระฆังวุ่นวายดังขึ้นอย่างฉับพลัน!
ฟุั่บ ฟุั่บ ฟุั่บ!
กองโจรลมดำหลายคนกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก บนหน้าอกปรากฏหลุมเลือด
ระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ ศรสุญตาน้อย!
เวลานี้เจดีย์น้อยควบคุมค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์แทนจั่วม่อ มันฉกฉวย
โอกาส คว้าจังหวะอันเหมาะเจาะพอดีถึงที่สุด จั่วม่อกับจางห่าวปะทะกันสุดกำลัง ก่อ
เกิดแสงสว่างเจิดจ้าโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า กองโจรลมดำหลายคนในหัวใจรุ่มร้อนกังวล
จึงไม่ทันระวังตัว มิหนำซ้ำ ศรสุญตาน้อยของเจดีย์น้อยเห็นได้ชัดว่าร้ายกาจกว่าของ
จั่วม่อเสียอีก ลงมือคราเดียวประสบผลอย่างหมดจดงดงามยิ่ง
เห็นหลุมเลือดขนาดใหญ่ระเบิดขึ้นบนทรวงอกของสหายร่วมกลุ่ม กองโจรลมดำคน
อื่นแตกตื่นจนขวัญหาย!
ถึงตอนนี้พวกมันค่อยนึกออก ว่าพวกมันอยู่ในพื้นที่ที่อันตรายสุดขีด!
ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เดิมทีให้ความรู้สึกถึงค่ายกลเต่าแก่พวกมัน ไม่เคย
สำแดงพลังโจมตีอันร้ายกาจออกมา เป็นเหตุให้พวกมันคลายใจอยู่บ้าง ระดับความผ่อน
คลายนี้ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต แต่เมื่อข่าวสารที่ว่าจางห่าวตกอยู่ในอันตราย
ผ่านมาถึงพวกมัน พวกมันเชื่อมั่นในสัญชาตญานของตนจึงเร่งรุดมาอย่างรีบร้อน กลับ
เป็นเหตุให้ความผ่อนคลายไม่ระมัดระวังตัวนี้ขยายกว้างออกมาอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย อาจนำมาซึ่งการล่มสลายต่อเนื่องเป็นลูกโซ่จน
พินาศย่อยยับ!
เจดีย์ห้าสีเป็นยุทธภัณฑ์เชื่อมวิญญาณของจั่วม่อ อาจเรียกได้ว่าเป็นจิตใจที่สองของ
จั่วม่อ สิ่งที่จั่วม่อรู้ มันก็ล่วงรู้ด้วย จั่วม่อเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายเท่าใด เจดีย์น้อยย่อมไม่ด้อยไป
กว่ากันแม้แต่น้อย
กองโจรลมดำเท่ากับเผชิญคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจยิ่งกว่าตัวจั่วม่อเองเสียอีก!
จั่วม่อรู้สึกหัตถ์ใบไม้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เป็นการสั่นไหวจากส่วนลึกของดวง
วิญญาณ สรรพสิ่งรอบข้างกลายเป็นพร่าเลือนในทันใด
จิตสำนึกของมันได้รับบาดเจ็บ!
ชั่วขณะนี้เอง พลังปราณอันปันปั่วนขุมหนึ่งแล่นจู่โจมเข้าไปถึงหัวใจ
พรวด!
จั่วม่อกระอักเลือดเป็นฟูฝอยอย่างไม่อาจระงับยับยั้ง
พลังโจมตีสุดชีวิตของหนิงม่าย ไหนเลยจะรับไว้ได้อย่างง่ายดาย?
เมื่อจิตสำนึกได้รับบาดเจ็บ จิตใจของจั่วม่อย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงจากผลกระทบ
ปราณกระบี่สีแดงก่ำกับสายฟั้าแกร่งภูตหยางปะทะกันอย่างสะท้านฟั้าสะเทือนดิน
ปลดปล่อยพลังสภาวะอันน่าขนพองสยองเกล้าออกมา บันดาลให้จิตใจที่อ่อนแอลงของ
มันเกิดประหวั่นพรั่นพรึงตามสัญชาตญาน
จั่วม่อต้องการหันหลังกลับ หลบหนีไปให้เร็วที่สุด!
แต่มันฝืนทนต่อความอึดอัดขัดข้องและความหวาดกลัวในใจ ปลายนิ้วขีดวาดกลาง
อากาศอย่างรวดเร็ว
หัตถ์พันใบน้อย คล้อยตามความว่างเปล่า!
เห็นเศษเสี้ยวปราณกระบี่และสายฟั้าส่วนหนึ่งที่พุ่งตรงมาทางมัน พลันวาดเส้นโค้ง
อย่างพิสดาร เฉียดผ่านข้างกายมันไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ในเวลาเดียวกัน จิตใจอีกส่วนหนึ่งของจั่วม่อ ควบคุมกลุ่มปราณกระบี่จากธงสุญตา
รุกคืบไปอย่างเงียบงัน!
จางห่าวสภาพดูย่ำแย่กว่าจั่วม่อเสียอีก สายฟั้าแกร่งภูตหยางเป็นระดับสี่ แม้ว่าพลัง
ของจั่วม่อมีจำกัด แต่วิธีการโจมตีอันพิสดารนี้ยังส่งผลกระทบต่อมันอย่างใหญ่หลวง
ในชั่วขณะที่ปราณกระบี่สีแดงก่ำกับสายฟั้าแกร่งภูตหยางปะทะกัน มันก็ถูก
กระแทกสะท้อน ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกันกับจั่วม่อ
พริบตานั้น อาการบาดเจ็บของมันเบากว่าจั่วม่อ ทั้งคู่ยังอยู่ในระยะประชิดติดพัน
ย่อมทราบกระจ่างว่าจั่วม่อรับบาดเจ็บสาหัสกว่ามันมาก สมควรไม่หลงเหลือเรี่ยวแรง
โจมตีอีกแล้ว โอกาสหลบหนีอันดีงามถึงเพียงนี้ มันจะปล่อยให้เสียเปล่าได้อย่างไร?
จะอย่างไรจั่วม่อก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เหล่าพี่น้องของมัน
จัดการก็พอ! ในถุงย่ามของจั่วม่อซ่อนฝีมืออันเลิศพิสดารไม่มีที่สิ้นสุด ทิ้งเงาร่างของ
ความหวาดกลัวอันร้ายแรงไว้ในใจมัน จางห่าวปรารถนาเพียงล่าถอยอย่างปลอดภัย
เท่านั้น
จางห่าวผู้เพิ่งจะตัดสินใจหันหลังหลบหนี กลับต้องสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงใน
บัดดล!
มันเร่งเร้าเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ยังหลงเหลือ ยังแทบไม่อาจยกกระบี่หนักขึ้นปิดปั้องไว้
เบื้องหน้าได้ทันเวลา
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!
คลื่นเสียงอันคมกล้าสามระลอกกระแทกใส่กระบี่บินของมันอย่างถนัดถนี่ เป็นเจดีย์
น้อยฉวยโอกาสลอบจู่โจมด้วยค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์
หากมันไม่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับมัน ศรสุญตาน้อยสามดอกนี้เป็นเพียงภัยคุกคาม
เล็กน้อยเท่านั้น แต่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ มันแม้ต้านรับไว้ได้ แต่สองเท้าซวนเซ
แทบทรุดลงกับพื้น
แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้าย!
จางห่าวผู้หันหลังหลบหนีจากการต่อสู้เพื่อสมทบกับสหายกองโจร พลันค้นพบโซ่สี
น้ำเงินสามเส้นที่ไม่ทราบพุ่งออกมาจากที่ใด ตรงเข้ารัดพันร่างมันไว้ดุจสายฟั้าแลบ
จางห่าวขวัญกระเจิงในบัดดล!
ค่ายกลกักมังกร ค่ายกลสามกระบี่อัจฉริยะ ค่ายกลเจ็ดดาวเหนือ…
ทั้งหมดล้วนเป็นค่ายกลระดับสาม มันเห็นได้ชัดตาว่าค่ายกลทั้งหมดถูกปลดปล่อย
ออกมาจากแผ่นจานค่ายกล พลังอำนาจไม่เข้มแข็งนัก หากเป็นยามปกติจางห่าวจะไม่
เสียเวลาเหลือบแลด้วยซ้ำ ทว่าในเวลานี้ พวกมันกลับเป็นผู้ส่งสารจากปรโลก!
คนผู้นี้…ที่แท้โยนแผ่นจานค่ายกลออกมากี่แผ่นกันแน่…
จางห่าวใบหน้าดำคล้ำเหมือนดินโคลน!
แต่ท้ายที่สุดมันก็เป็นชนชั้นหัวหน้าโจรผู้หนึ่ง ทราบดีว่าเวลานี้ไม่มีหนทาง
สะดวกสบายให้หลบหนีอีก
ดวงอาทิตย์เล็กๆ ที่เบื้องหลังอาจระเบิดได้ตลอดเวลา หากมันกระทบถูก เกรงว่าไม่
มีโอกาสรอดชีวิตแม้แต่น้อย
ดวงตาแดงฉาน จางห่าวไม่ใส่ใจอาการบาดเจ็บอีกต่อไป กระชับกระบี่หนักแนบ
แน่น ก้าวโซซัดโซเซบุกฝั่าเข้าไปในกลุ่มแผ่นจานค่ายกลเบื้องหน้าอย่างบ้าระห่ำ
สองมือกุมกระบี่หนัก ตวัดฟาดซ้ายปั่ายขวาไม่หยุดยั้ง ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเลือด
เสื้อผ้าฉีกขาดไม่เหลือชิ้นดี!
ในที่สุดก็ผ่านออกมาได้!
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ พลันพบเห็นปราณกระบี่คมกริบและเย็น
เยียบผ่านเข้ามาในครรลองสายตา
ในสายตามันเห็นเพียงแผ่นผืนสีขาวกว้างใหญ่ และเกือบจะเห็นมังกรขาวราวหิมะ
แหวกว่ายเข้ามาอย่างทระนงถือดี!