สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 195 การค้าสองรายการ
พลังอันแข็งแกร่งสุดเปรียบปานขององครักษ์เกราะทอง ทิ้งความประทับใจให้แก่
จั่วม่ออย่างลึกล้ำ
“พวกมันที่แท้เป็นตัวอะไรกันแน่?” จั่วม่อถามพลางชี้ไปยังบุรุษร่างใหญ่ทั้งสาม
สามองครักษ์เกราะทองร่างกำยำล่ำสันยิ่ง ยืนถือกระบี่อยู่ตรงนั้น ไม่ต่างอันใดกับภูเขา
เล็กๆ สามลูก ให้ความรู้สึกกดขี่ข่มเหงผู้คนนัก
“หุ่นเชิด” ผูเยาตอบแผ่วเบา
“โอ้” จั่วม่อมีปฏิกิริยาทันที ในใจเกิดแรงกระตุ้นอันแรงกล้า อยากจะกระโจนเข้า
ไปศึกษาหุ่นเชิดทั้งสามร่างในบัดดล มีหลายวิธีในการหลอมสร้างหุ่นเชิด ที่น่าจะมี
ชื่อเสียงมากที่สุดคือวิธีหลอมสร้างซากศพ สิ่งของเช่นซากศพพันปีเป็นวัตถุดิบที่ดีเยี่ยม
ที่สุดสำหรับหลอมสร้างซากศพ ยันต์ทหารก็นับเป็นหุ่นเชิดชนิดหนึ่ง แต่แตกต่างจากวิธี
หลอมสร้างซากศพอย่างสิ้นเชิง
ทว่าเมื่อจั่วม่อฉุกคิดถึงหนึ่งกระบี่อันน่าอัศจรรย์ใจเมื่อครู่ มันก็ตัดสินใจว่ายังคง
ระงับความคิดอันตรายนี้ไว้จะดีกว่า
สายตามันจ้องเขม็งไปยังกระบี่ยักษ์สีแดงในมือของสามองครักษ์เกราะทอง อึดใจ
ต่อมา เสียงกรีดร้องใจสลายของจั่วม่อคล้ายดังกึกก้องออกมาจากในถ้ำ
“เจ้าผีเฒ่า! เกอจะฆ่าเจ้า! ฮู่ว ฮู่ว ฮู่ว หินเพลิงแดงเดือดของข้า! เนตรฟั้าสีเงินของ
ข้า…”
บนท้องฟั้าเหนือเกาะแมกไม้รกร้าง
“พวกเราจะรออีกนานเท่าใด?” ฉางเหิงถามอย่างอดรนทนไม่ได้
“ฮี่ฮี่ มันจะออกมาในไม่ช้า” ฟูั่เฟิงตอบอย่างเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง กุ่ยฟงที่อยู่
ด้านข้างกวาดตามองเกาะแมกไม้รกร้างเป็นครั้งคราว ต่างจากที่พวกมันคาดคิดไว้อยู่บ้าง
บนเกาะแมกไม้รกร้างที่แท้ไม่ได้มีแค่จั่วม่อคนเดียว แต่ยังมีศิษย์สำนักกระบี่สุญตาคน
อื่นๆ อยู่ด้วย เพียงแต่ว่าศิษย์ผู้อื่นล้วนเป็นซิวเจ่อสายการผลิตทั้งหมด
ในตอนแรกเริ่ม ศิษย์สำนักสุญตาเหล่านี้ยังคอยชำเลืองมองคนทั้งสามเป็นระยะ แต่
พอนานๆ ไป พวกมันก็หันไปยุ่งอยู่กับหน้าที่การงานของตน
เกาะแมกไม้รกร้างดูสงบสุข แต่พื้นที่สำคัญหลายแห่งถูกปกคลุมไปด้วยเมฆขาวเพื่อ
ไม่ให้มองเห็นภายใน ก้อนเมฆเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่า ค่ายกลขบวนใหญ่บน
เกาะแมกไม้รกร้างไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรงแต่อย่างใด
กุ่ยฟงรู้สึกว่าจั่วม่อยิ่งลี้ลับมากขึ้นทุกที มันรู้สึกงุนงงสงสัยอยู่บ้าง ว่าไฉนสำนัก
กระบี่สุญตาจึงส่งศิษย์เอกที่มีความสำคัญเช่นนี้มายังสถานที่อันโดดเดี่ยวเปลี่ยวร้างเยี่ยง
นี้? เป็นเพราะพวกมันเชื่อมั่นในตัวจั่วม่อกระนั้นหรือ?
มันกลับไม่คิดเช่นนั้น แน่นอนว่าเกาะแมกไม้รกร้างมีความสำคัญมากอย่างไม่ต้อง
สงสัย แต่ไม่ว่าพวกมันจะมีความเชื่อมั่นในตัวจั่วม่อสักเพียงใด ผู้อาวุโสเหล่านั้นก็ไม่
สมควรตระหนี่ที่จะส่งศิษย์ที่มีพลังฝีมือเข้มแข็งมากับจั่วม่อสักหลายคนด้วย
ศิษย์ที่มีความสำเร็จถึงขั้นนี้ มันไม่เชื่อว่าสำนักใดจะยินยอมสูญเสียไป
แต่ในความเป็นจริง จั่วม่อก็กำลังเฝั้าปกปั้องเกาะแมกไม้รกร้างตามลำพังจริงๆ นี่ทำ
ให้กุ่ยฟงรู้สึกว่าจั่วม่อคล้ายถูกเนรเทศมาเสียมากกว่า
กองโจรลมดำถูกสังหารสิ้นในหนึ่งชั่วยาม หากข่าวนี้แพร่ออกไป จะต้องสะท้านไป
ทั่วอาณาจักรนภาจันทร์อย่างแน่นอน ทั้งชื่อเสียงของจั่วม่อและชื่อเสียงของสำนักกระบี่
สุญตาจะถูกผลักดันขึ้นไปอีกระดับหนึ่งอย่างงดงาม
กุ่ยฟงเหลือบมองฟูั่ฟงแวบหนึ่ง ใบหน้าของฟูั่ฟงไม่มีวี่แววของการอดรนทนไม่ได้
แม้แต่น้อย พวกมันเฝั้าอยู่ที่นี่มาห้าวันเต็มแล้ว และเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่มี
เจตนาร้าย จึงไม่ได้นำเหล่าจู้จีทั้งสามสิบหกคนมาด้วย
ในเวลานี้เอง กุ่ยฟงเหลือบเห็นร่างของจั่วม่อปรากฎขึ้นที่หางตา จิตใจเริ่มตื่นตัว
ทันที
ฮะ!
พอสายตาของมันกวาดผ่านร่างมหึมาสามร่างที่ด้านหลังจั่วม่อ กุ่ยฟงพลันม่านตา
หดแคบลงเกือบเท่ารูเข็ม!
เห็นเกราะเกล็ดปลาสีทองปกคลุมทั้งร่างของคนทั้งสาม แผ่นเกล็ดหนาทอประกาย
ทองคำบริสุทธิ์แวววาม ใบหน้าของพวกมันปิดปังอยู่ใต้หน้ากากทองคำ เผยให้เห็นเพียง
ดวงตาทั้งคู่
สามองครักษ์ผู้สวมใส่ชุดเกราะทองคำ พลันเงยหน้ามองสามคนบนฟากฟั้าอย่าง
พร้อมเพรียง
เมื่อกุ่ยฟงสบตาพวกมัน พลันสะท้านใจอย่างรุนแรง
ดวงตาของพวกมันทั้งสามแปลกประหลาดยิ่ง แต่ก็คล้ายคลึงกันยิ่ง ดวงตาสามคู่ทั้ง
เฉยเมย หนาวเหน็บ และไร้ความรู้สึก จนกุ่ยฟงถึงกับรู้สึกว่าสายตาพวกมันเหมือนคนที่
ตายไปแล้ว! มันยังรู้สึกได้ชัดเจน ในสายตาของคนทั้งสาม ตัวมันเป็นเพียงแค่มดปลวก
ไม่อาจก่อให้เกิดระลอกใด
ทันใดนั้น กุ่ยฟงพลันรู้สึกคล้ายกำลังถูกไฟแผดเผาในเตาไฟ แรงกดดันหนาหนักจน
แทบมีรูปร่างกดทับลงในใจมันราวกับภูเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง
กุ่ยฟงแค่นเสียงอย่างเย็นชา โยกกายเล็กน้อย โคจรพลังปราณอย่างรวดเร็ว
แรงกดดันอันไร้ตัวตนที่รายล้อมรอบกายพลันหายวับไป
ประสบความสำเร็จในการทำลายแรงกดดันของอีกฝั่าย แต่กุ่ยฟงไม่ได้รู้สึกยินดี
แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับมีสีหน้าย่ำแย่ยิ่ง ทั้งสองฝั่ายดูผิวเผินคล้ายไม่มีผู้ใด
เหนือกว่าผู้ใด แต่กุ่ยฟงรู้ตัวดีว่ามันเป็นฝั่ายเสียเปรียบอย่างสิ้นท่า
ยอดฝีมือที่ร้ายกาจนัก!
นี่เป็นความลับที่ซ่อนอยู่ของสำนักกระบี่สุญตาหรือไม่? กุ่ยฟงหรี่ตาลง
ฟูั่ฟงกับฉางเหิงสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง พวกมันคิดเห็นเช่นเดียวกันกับกุ่
ยฟง ซิวเจ่อทั้งสามซ่อนตัวอยู่ภายใต้การห่อหุ้มของเกราะทองคำ ระดับพลังบำเพ็ญ
เพียรเหนือกว่าหนิงม่าย พลังฝีมือของพวกมันร้ายกาจยิ่ง! แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็น
รูปโฉมใต้เกราะทองคำ แต่เจตนาสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านอยู่รอบกายคนทั้งสาม มี
เพียงผู้ที่ผ่านการเข่นฆ่าอาบเลือดนับไม่ถ้วน จึงจะมีเจตนาสังหารที่คมกล้าถึงขั้นนี้ได้
ไม่น่าแปลกใจที่กองโจรลมดำถูกเชือดทิ้งทั้งหมด ที่แท้เกาะแมกไม้รกร้างยังซ่อนเร้น
ยอดฝีมือไว้ถึงสามคน ฟูั่ฟงกับพวกนึกยินดีที่พวกมันไม่หุนหันพลันแล่นบุกลงไป
เผชิญหน้ากับคนใดคนหนึ่งในซิวเจ่อเกราะทองเหล่านี้ กระทั่งฟูั่ฟงยังไม่มีความมั่นใจว่า
จะได้ชัย
ด่านหนิงม่ายมีสามขั้น กุ่ยฟงกับฉางเหิงเป็นเพียงหนิงม่ายขั้นแรก แต่ซิวเจ่อเกราะ
ทองทั้งสาม ล้วนแล้วแต่อยู่เหนือขั้นที่สอง
ความต่างชั้นระหว่างด่านหนิงม่ายกับด่านจู้จีนั้นกว้างใหญ่ไพศาล แต่ความแตกต่าง
ระหว่างหนิงม่ายด้วยกันก็กว้างใหญ่ไพศาลไม่แพ้กัน พลังบำเพ็ญเพียรของหนิงม่ายขั้น
สองยังสูงส่งกว่าหนิงม่ายขั้นแรกถึงสามเท่า!
พลังบำเพ็ญเพียรของพวกมันไม่ดีเท่าอีกฝั่าย ประสบการณ์ต่อสู้ก็ไม่ดีเท่าอีกฝั่าย
ยุทธภัณฑ์เวทของพวกมันก็…
ฟูั่ฟงกับพวกมองไปยังกระบี่ยักษ์สีแดงร้อนแรงในมือของคนทั้งสาม เห็นได้ชัดว่านี่
ไม่ใช่สินค้าธรรมดาสามัญ แน่นอนว่าต้องไม่ต่ำกว่าระดับสี่ เรื่องนี้ทั้งสองฝั่ายพอจะ
ทัดเทียมกันอยู่บ้าง สิ่งที่พวกมันเชื่อมั่นได้มากที่สุดมีเพียงเวทวิชาเท่านั้น กุ่ยฟงมั่นใจใน
เคล็ดตะปูต้องสาปเก้าภูตพรายที่มันฝึกปรือไม่น้อย
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยาบ่นพึมพำ “น่าเสียดายคนหัวโล้นที่เป็น
หัวหน้าโจรนั่น มันเป็นวัตถุดิบที่ดีสำหรับหลอมสร้างองครักษ์เกราะทอง”
จั่วม่อไม่แยแสสนใจมัน สายตาจ้องมองขึ้นไปบนฟั้า
คราวนี้อาศัยองครักษ์เกราะทองที่รายล้อมรอบกายมัน แม้ว่าอาการบาดเจ็บของมัน
ยังไม่หายสนิท มันยังคงมีความกล้าหาญมากกว่าเดิม
“รบกวนท่านทั้งสามรอนานแล้ว ไม่ทราบมีธุระอันใดให้ข้าช่วยเหลือ?” จั่วม่อไม่
ชมชอบกล่าวเกรงอกเกรงใจกลับไปกลับมา พอเปิดปากก็ตรงเข้าเรื่องทันที
ฟูั่ฟงก็ไม่พิรี้พิไร กล่าวปนหัวร่อว่า “ผู้น้องมีสองเรื่องต้องขอรบกวนพี่จั่ว”
“อ้อ” จั่วม่อแปลกใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าอีกฝั่ายจะมาเพราะมีธุระจริงๆ ซ้ำยังมีถึง
สองเรื่อง
“พี่จั่วกวาดล้างกองโจรลมดำจนสิ้นซาก นับเป็นกุศลแก่ผู้คนทั่วไปอย่างแท้จริง”
ฟูั่ฟงกล่าว “เรื่องแรกก็คือ ข้าต้องการซื้อข่าวสารบางอย่างจากพี่จั่ว”
กองโจรลมดำ? จั่วม่อชะงักงัน จากนั้นค่อยตอบสนอง ที่แท้ผู้บุกรุกคือกองโจรลม
ดำ! มิน่าเล่า พวกมันร้ายกาจถึงเพียงนี้! ในใจหมุนเคว้งคว้าง ปากก็ย้อนถามทันควัน
“ข่าวสารอันใด?”
ฟูั่ฟงเพ่งมองจั่วม่อ กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าต้องการซื้อตำแหน่งของเขตแดนลับ
จากพี่จั่ว”
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง เขตแดนลับ!
มันตื่นตะลึงกับคำ ‘เขตแดนลับ’ อย่างแท้จริง จั่วม่อเคยพลาดโอกาสสำรวจเขต
แดนลับหลังงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ไปครั้งหนึ่ง เนื่องเพราะมันถูกโยนเข้าไปใน
ค่ายกลเจตจำนงกระบี่เสียก่อน นับเป็นหนึ่งในความเศร้าเสียดายของมัน คิดไม่ถึงจู่ๆ
พลันได้ยินเรื่องราวของเขตแดนลับอีกครั้ง
ฟูั่ฟงจู่ๆ ก็แล่นมาถามมันถึงตำแหน่งของเขตแดนลับ จั่วม่อฉลาดปราดเปรื่อง ไหน
เลยจะไม่ทราบว่าข้อมูลของเขตแดนลับสมควรมาจากที่ใด
กองโจรลมดำ!
ย่อมต้องเป็นกองโจรลมดำ!
ผูเยาปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วกว่าจั่วม่อเสียอีก ทั้งยังมีฝีมือมากมาย ในชั่วพริบตา
มันก็ได้รับคำตอบที่ต้องการจากแรงงานมนุษย์ที่ยังคงแช่ร่างอยู่ในบึงน้ำสีดำ
ฟังผูเยาบอกเล่าอยู่ครู่หนึ่ง จั่วม่อก็เข้าใจเรื่องราวได้อย่างคร่าวๆ อดรู้สึกผิดหวัง
ไม่ได้
ที่แท้คนกลุ่มแรกที่ค้นพบเขตแดนลับแห่งนี้ เป็นกลุ่มชายเสื้อแดงสามคนนั้นเอง
จากนั้นไม่ทราบเพราะเหตุใด ข่าวคราวกลับรั่วไหลออกไป พวกมันถูกกองโจรลมดำ
หมายหัว แต่ทั้งสามคนกลอกกลิ้งยิ่ง วางอุบายหลอกล่อกองโจรลมดำจนหัวหมุน
จากนั้นแทบจะกวาดเขตแดนลับทั้งหมดจนเกลี้ยงเกลา หลบหนีออกมาอย่างลอยนวล
จั่วม่อในที่สุดค่อยเข้าใจ ว่าไฉนคนทั้งสามมีสินค้าดีๆ มากมายพกติดตัวมาด้วย ที่
แท้เป็นเขตแดนลับ!
มันทั้งชื่นชมและผิดหวังไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม เขตแดนลับที่ถูกผู้คนกวาดผ่าน
ไปรอบหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจอีก
เพียงแต่มันย่อมไม่ส่งมอบข้อมูลให้แก่ฟูั่ฟงโดยง่ายดาย เขตแดนลับที่ถูกผู้คนกวาด
จนเกลี้ยงเกลาแม้ไม่มีอะไรดี แต่ปราณธรรมชาติในเขตแดนลับหนาแน่นเข้มข้นยิ่ง
เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับแปรสภาพเป็นถ้ำเซียน สำหรับมันอาจไม่มีประโยชน์ใช้
สอย แต่สำหรับสำนักแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย
ฟูั่ฟงต้องการเขตแดนลับนี้อย่างเห็นได้ชัด
“ฮ่าฮ่า” จั่วม่อแย้มยิ้ม แต่ใบหน้าแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ดูแปลกประหลาดยิ่ง “ไม่
ทราบว่าพี่ฟูั่จะซื้อหาด้วยสิ่งใด?”
พอกล่าวถึงการค้าขาย มันก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที จะอย่างไรมันก็เป็นฝั่าย
ได้เปรียบ มันสามารถขายหรือไม่ขายก็ได้ คนเสื้อแดงกับพี่น้องของมันแล่นไปยัง
อาณาจักรขุนเขาน้อย พวกมันย่อมไม่หวนกลับมาในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ผู้คนกลุ่ม
เดียวที่ล่วงรู้ตำแหน่งที่ตั้งของเขตแดนลับคือกองโจรลมดำ แต่เวลานี้กองโจรลมดำที่
เหลือรอดทั้งหมดล้วนแช่ร่างอยู่ในบึงน้ำดำของผูเยา
ต่อให้มันไม่ขายข่าวสารให้แก่ฟูั่ฟง และส่งข่าวสารกลับไปยังสำนักแทน ก็ยังจะ
ได้รับรางวัลมากมาย
แต่ในส่วนลึกของจิตใจ จั่วม่อไม่คิดรายงานข้อมูลนี้แก่สำนัก หากเป็นในอดีต มันจะ
รีบรายงานเรื่องราวดีงามนี้ไปยังสำนักโดยไม่รีรอลังเล แต่เวลานี้ คนผู้เดียวในสำนักที่มัน
ยังคำนึงถึงคือซือฟูั่ สำนักกระบี่สุญตาในตอนนี้ไม่ใช่สำนักกระบี่สุญตาในอดีต ที่เป็นดั่ง
บ้านอันอบอุ่นของมันอีกแล้ว
หากมิใช่ซือฟูั่ มันจะไม่มีทรัพยากรติดตัวมา มันจะไม่มีกระทั่งธงสุญตา หากมัน
มาถึงสถานที่อันโดดเดี่ยวเปลี่ยวร้างเช่นเกาะแมกไม้รกร้างในสภาพนั้น เกรงว่าคง
ประสบเภทภัยมากกว่าวาสนา
จั่วม่ออดไม่ได้ ต้องลอบกำมือแน่น
โชคชะตา จะน่าเชื่อถือมากขึ้น หากคว้าเอาไว้ในกำมือของมันเอง
“ฮ่าฮ่า” ฟูั่ฟงหัวร่อเบาๆ มันคล้ายมีแผนการเป็นมั่นเป็นเหมาะ “ข้าจะใช้ข่าวสาร
ชิ้นหนึ่งแลกเปลี่ยนกับพี่จั่ว”
“ข่าวสาร?” ข้อเสนอของฟูั่ฟงกลับเหนือความหมายของจั่วม่อ
ฟูั่ฟงกล่าวอย่างใจกว้าง “พี่จั่วสามารถชมดูก่อน หากพี่จั่วไม่พึงพอใจ เราสามารถ
เจรจาต่อรองกันอีกรอบ” กล่าวจบ มันใช้ดรรชนีดีดม้วนหยกพุ่งมายังจั่วม่อ
เพี๊ยะ!
ฝั่ามือสีทองข้างหนึ่งยื่นออกมาจากด้านหลังจั่วม่อ ตะปบม้วนหยกไว้ได้อย่างแม่นยำ
ฟูั่ฟงแย้มยิ้ม ไม่กล่าววาจา แต่ในใจอดชื่นชมความรอบคอบของจั่วม่อไม่ได้
จั่วม่อรับม้วนหยกมาจากองครักษ์เกราะทอง ก้มศีรษะต่ำ อ่านข้อความที่อยู่ภายใน
ภายในม้วนหยกมีเนื้อหาไม่มากนัก แต่หลังจากอ่านถึงคำสุดท้าย จั่วม่อรู้สึกราวกับ
จมอยู่ในธารน้ำแข็ง เย็นเฉียบไปทั้งร่าง หนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจ
“เป็นไร? พี่จั่วพึงพอใจหรือไม่?” ฟูั่ฟงถาม
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก จากนั้นประสานมือ ค้อมกายคารวะไปยังฟูั่ฟง “ขอบพระคุณ
ยิ่ง พี่ฟูั่” กล่าวจบคำ มันหยิบม้วนหยกว่างเปล่าออกมาม้วนหนึ่ง บันทึกตำแหน่งที่ตั้ง
ของเขตแดนลับลงไป แล้วโยนไปให้ฟูั่ฟง
ฟูั่ฟงรับม้วนหยก หลังจากกวาดตาอ่าน ใบหน้าทอแววปิติยินดี เมื่อจดจำสถานที่ไว้
แล้ว มันก็บดขยี้ม้วนหยกเป็นผุยผง
“พี่จั่วช่างรวบรัดหมดจดนัก!” ฟูั่ฟงกล่าวอย่างแช่มชื่น “เรื่องที่สอง ผู้น้องต้องการ
ซื้อไฟอีกาทองคำจากพี่จั่ว โปรดเมตตาด้วย!”
“ไฟอีกาทองคำ?” จั่วม่อผงกศีรษะ “หากพี่ฟูั่มีวัตถุดิบธาตุดินระดับสี่ขึ้นไป เรื่องนี้
สามารถตกลงกันได้”
มันไม่ได้เรียกราคาสูง เพราะข่าวสารที่ฟูั่ฟงมอบให้เมื่อครู่เป็นเรื่องสำคัญมาก
พอแล้ว!
ฟูั่ฟงไม่อาจระงับความปิติยินดีของมันได้ “เรานับว่ามีวาสนาต่อกันจริงๆ ผู้น้องโชค
ดีที่มี ‘ลมหายใจศิลา’ อยู่ชิ้นหนึ่งพอดี เนื้อดี ระดับสูง สมควรตอบสนองความต้องการ
ของพี่จั่วได้”
“แลกเปลี่ยน!” จั่วม่อพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
ในบรรดาวัตถุดิบธาตุดินระดับสี่ ลมหายใจศิลาเป็นวัตถุดิบชั้นยอดที่หายาก
โดยทั่วไปดำรงอยู่ในส่วนลึกใต้พิภพ มีสีเทาที่พิเศษเฉพาะ เกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันตาม
ธรรมชาติ ไม่ว่าโลหะใดก็ไม่สามารถตัดมันออกมาได้
จั่วม่อตื่นเต้นยินดียิ่ง มันในที่สุดรวบรวมวัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างชุดกระบี่ห้า
เจตจำนงครบทุกชนิดแล้ว!