สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 207 สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา
“ตัวอะไรกันละนั่น?” กงซุนชาถามเสียงแข็งทื่อ
“ข้าไม่รู้” จั่วม่อตอบเสียงแข็งทื่อพอกัน
ฉุนอวี๋เฉิงผู้น่าสงสารหน้ามืดวูบ หงายหลังสิ้นสติไปทันที
“นี่คือสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา” ผูเยากล่าวเนิบนาบ เพิ่งเข่นฆ่ากงซุนชาอย่าง
ทารุณมายี่สิบกว่ารอบ มันอยู่ในอารมณ์สดใสแช่มชื่น สีหน้าท่าทางเอื้อเฟึอเป็นพิเศษ
“สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา?”
“พวกมันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทรไร้ขอบเขต มีร่างกายใหญ่โต
มหึมา ทว่าในความเป็นจริงดูดีแต่ภายนอกเท่านั้น ในร่างกายไม่มีอะไรดีเลย ที่พอจะใช้
การได้มีเพียงไข่มุกจันทรากับวารีนิล สองอย่างเท่านั้น” ผูเยาเพียงเหลือบมองแวบหนึ่ง
จากนั้นกลายเป็นดูถูกเหยียดหยาม
“ไข่มุกจันทรา! วารีนิล!” จั่วม่อหัวใจโลดขึ้นอย่างกะทันหัน มันแม้ไม่เคยได้ยินชื่อ
สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรามาก่อน แต่กลับคุ้นเคยกับไข่มุกจันทรากับวารีนิล วารีนิลมี
ประโยชน์ใช้สอยกว้างขวาง ราคาสูงลิบ ส่วนไข่มุกจันทราไม่เพียงแต่ราคาแพงหูดับ แต่
ตามท้องตลาดมีเพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น เป็นหนึ่งในวัตถุดิบอันล้ำเลิศสำหรับการหลอม
สร้างยุทธภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม เวลานี้แม้แต่จั่วม่อยังไม่กล้าละโมบ พลังสภาวะที่สัตว์ร้ายวารีนิล
เนตรจันทราแผ่ซ่านออกมาน่าประหวั่นพรั่นพรึงเกินไป
“เจ้าตัวนี้ระดับอะไร? จุดอ่อนของมันเล่า?” จั่วม่อถามต่อ
“ระดับสี่ ส่วนเรื่องจุดอ่อนข้าไม่รู้” ผูเยากล่าวเสริม”ข้าไม่ค่อยคุ้นเคยกับมันเท่าใด”
เรือเมล็ดอินทผลัมพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลา ทว่าสัตว์ร้ายวารีนิล
เนตรจันทรากลับติดตามมาอย่างสะดวกดาย
ไม่ผิดไปจากที่คาดไว้ กับสัตว์ร้ายธาตุน้ำตามธรรมชาติ ในเรื่องความเร็วใต้น้ำ เรือ
เมล็ดอินทผลัมของมันไม่อาจยกขึ้นเทียบได้ จั่วม่อตัดสินใจหยุดเรือ จะอย่างไรพวกมันก็
ไม่มีทางหนีพ้น
สิ่งที่ทำให้มันรู้สึกเบาใจได้บ้าง คือสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรานี้เป็นสัตว์ปราณ
ระดับสี่ แต่สิ่งที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้าก็คือเวลานี้พวกมันอยู่ในน้ำ
จั่วม่ออาจเคยสังหารจระเข้หนามครามซึ่งเป็นระดับสี่เช่นกัน แต่นั่นไม่ได้อยู่ในน้ำ
พวกมันต่อสู้กันบนพื้นดิน หากอยู่ในน้ำ จั่วม่อเกรงว่ากระทั่งจะหลบหนียังไม่มีปัญญา
สัตว์ปราณธาตุน้ำยามอยู่ในน้ำนั้นร้ายกาจสุดขั้ว สามารถปลดปล่อยพลังอำนาจที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกมันออกมา
หนึ่งเรือหนึ่งสัตว์ยักษ์หันมาเผชิญหน้ากัน
จั่วม่อกับพวกไม่กล้าผลีผลามเคลื่อนไหว สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราคล้ายสนใจ
ใคร่รู้กับวัตถุที่มันไม่เคยพบเห็นมาก่อนชิ้นนี้
ภายในตัวเรือ จั่วม่อตัดสินใจอย่างเฉียบขาด ร่ายเวทวิชาใส่กงซุนชาในบัดดล
“เจ้าบัญชาการพวกมัน” หลังจากเล่นหมากรุกสงคราม จั่วม่อตระหนักว่าศิษย์น้อง
กงซุนมีพรสรรค์ด้านนี้ จะอย่างไรสามองครักษ์เกราะทองอยู่ในมือมัน ก็ใช้การอะไรไม่ได้
มากนัก มิสู้ยกให้ศิษย์น้องเป็นผู้ควบคุมจะดีกว่า
กงซุนชางงงันวูบ แต่ในทันทีที่มันรับอำนาจบัญชาการสามองครักษ์เกราะทอง ใน
จิตสำนึกของมัน การเชื่อมโยงกับสามองครักษ์เกราะทองปรากฎขึ้น ใบหน้าพลันทอแวว
แตกตื่นสุดระงับ
มันเคยคิดว่าสามองครักษณ์เกราะทองเป็นผู้คนที่มีชีวิต บัดนี้เพิ่งล่วงรู้ว่าสามยอด
ฝีมือลึกลับพวกนี้ ที่แท้เป็นหุ่นเชิด!
กงซุนชาบังคับตัวเองให้เยือกเย็นลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจค่อยๆ กระชั้นเร่งร้อน
ขึ้นทีละน้อย
มันรู้สึกร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ไม่ใช่หวาดหวั่น ไม่ใช่ขวัญผวา แต่
เป็นตื่นเต้นฮึกเหิม!
นี่เป็นศึกแรกของมันในฐานะผู้บัญชาการรบ แม้ว่าทหารใต้บังคับบัญชาจะเป็นเพียง
หุ่นเชิดสามตัว แต่เมื่อคิดถึงการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง มันรู้สึกทั้งร่างร้อนระอุ แม้แต่เลือด
ยังเดือดพล่านขึ้นมา
ทันใดนั้นมันหลับตา ลมหายใจเร่งร้อนค่อยๆ สงบลง
เมื่อกงซุนชาลืมตาขึ้นอีกครั้ง มันดูเยือกเย็นขึ้นมาก แต่ประกายส่วนลึกที่สุดใน
ดวงตาเย็นเยียบราวกับคมมีด
จั่วม่อโยนความคิดเหลวไหลทิ้งไปเช่นกัน นอกจากปะทะซึ่งหน้าแล้ว ดูเหมือนจะไม่
มีหนทางอื่นใดอีก แม้ว่าอีกฝั่ายจะเป็นสัตว์ร้ายระดับสี่ที่อยู่ในน้ำ แต่ฝั่ายมันก็มีสี่
หนิงม่าย จั่วม่อรู้สึกว่ามีโอกาสได้ชัย!
สิ่งที่มันกังวลคือการต่อสู้อาจก่อให้เกิดเสียงอึกทึกครึกโครม จนดึงดูดสัตว์ร้ายตัว
อื่นๆ ตามมาด้วย นั่นคงไม่เข้าทีนัก
ขณะที่จั่วม่อยังไตร่ตรองว่าสมควรลงมือเมื่อใด กงซุนชากลับวิ่งไปยังฉุนอวี๋เฉิงที่สิ้น
สติอยู่บนพื้น เขย่าปลุกอย่างดุเดือด “ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ตื่นเร็ว! ผีเสื้อปราณของท่านอยู่ที่
ใด?”
“ผีเสื้อปราณ…ผีเสื้อปราณ…” ฉุนอวี๋เฉิงใบหน้าสับสนงุนงง อึดใจหนึ่งก็เบิกตาโพลง
มีปฎิกิริยาตอบสนองทันควัน รีบหยิบปั้ายบงการสัตว์ร้ายออกมา “ผีเสื้อปราณ! ผีเสื้อ
ปราณ!”
กงซุนชามองฉุนอวี๋เฉิงที่แตกตื่นงุนงงอย่างอับจนปัญญา ได้แต่ปลอบโยนมันอย่าง
อ่อนโยน”ศิษย์พี่ ไม่ต้องตกใจ เพียงแค่เรียกผีเสื้อปราณออกมาก็พอ”
“อ้อ” อาจเป็นเพราะการปลอบประโลมของกุนซุนชาได้ผล ฉุนอวี๋เฉิงสงบลงเล็กน้อย
เรียกผีเสื้อปราณออกมาทันที
ผีเสื้อปราณสีฟั้าพลันปรากฎตัวขึ้นตรงหน้ามัน กระพือปีกอย่างปราดเปรียว
จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง ทุกครั้งที่ผีเสื้อสีฟั้ากระพือปีก มันสามารถสัมผัสได้ถึงกระแส
ปราณวารีอันเปียมล้นสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าใต้มหาสมุทรไร้ขอบเขตอันลึกล้ำนี้ สำหรับ
ผีเสื้อปราณสีฟั้าธาตุน้ำแล้ว เป็นสถานที่ที่สามารถแสดงพลังออกมาได้มากที่สุด
แต่จั่วม่อก็ยังคงไม่เข้าใจ ไฉนกงซุนชาต้องให้ฉุนอวี๋เฉิงเรียกผีเสื้อสีฟั้าตัวนี้ออกมา?
ผีเสื้อสีฟั้าเป็นเพียงสัตว์ปราณระดับสาม ย่อมไม่ใช่คู่มือของเจ้าตัวโตที่อยู่ด้านนอก ที่
สำคัญคือใต้มหาสมุทรอันลึกล้ำแม้จะมีปราณวารีล้นเหลือ แต่อันที่จริงไม่ใช่
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผีเสื้อ
“ศิษย์พี่ ข้าจำได้ว่าผีเสื้อปราณของเจ้ามีเวทวิชาธาตุน้ำสองวิชา เป็นวิชาอันใดบ้าง?”
กงซุนชาถามเร็วปรื๋อ
“’แหวกวารี’ กับ ‘พลังวารี’” ฉุนอวี๋เฉิงตอบตามสัญชาตญาณ
จั่วม่อพลันตาลุกวาบ มันค่อยเข้าใจว่าศิษย์น้องกงซุนต้องการอะไร
กงซุนชาไม่ยอมให้เสียเวลา ชี้ไปยังสามองครักษ์เกราะทอง กล่าวว่า “ศิษย์พี่ สั่งให้
ผีเสื้อปราณใช้เวทวิชากับสามคนนี้”
“อ้อ” ฉุนอวี๋เฉิงรีบออกคำสั่งต่อผีเสื้อสีฟั้า ผีเสื้อสีฟั้ากระพือปีกแผ่วเบา ปราฎ
ลำแสงเวทวิชาธาตุน้ำสีฟั้าพวยพุ่งใส่หนึ่งในองครักษ์เกราะทอง หลังจากทยอยร่ายเวท
วิชาใส่สามองครักษ์เกราะทองรวมถึงจั่วม่ออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้นแปดครั้ง เจ้าผีเสื้อสี
ฟั้าก็มีท่าทีเหน็ดเหนื่อย การกระพือปีกเชื่องช้าลงกว่าในตอนแรกมาก
ทันทีที่ลำแสงเวทวิชาสองสายกระทบร่าง จั่วม่อรู้สึกว่าพลังปราณกลายเป็นคึกคัก
แจ่มใส ความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำด้านนอกเรือ เปลี่ยนเป็นกระจ่างชัดขึ้นมาทัน
ตา แม้ว่ามันจะไม่ทราบว่ามีประสิทธิภาพสักเท่าใดก็ตาม!
การยกให้ศิษย์น้องกงซุนเป็นคนบัญชาการสามองครักษ์เกราะทองนับว่าตัดสินใจได้
ถูกต้อง หากเปลี่ยนเป็นมัน คงไม่ทันนึกถึงผีเสื้อปราณของศิษย์น้องฉุนเป็นแน่
อาศัยเวทวิชาธาตุน้ำสองวิชานี้ ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝั่ายหดแคบลงส่วนหนึ่ง
จั่วม่อกับกงซุนชาสบตากันวูบ ล้วนเข้าใจความคิดของอีกฝั่าย ชิงลงมือก่อน!
ทันใดนั้น ลำแสงสีครามสามสายพุ่งวาบ จู่โจมใส่สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราอย่าง
หักโหม!
ต้องชิงลงมือจู่โจมก่อน จั่วม่อไม่หวังพึ่งพาโชคแม้แต่น้อย แท่งหนามสีครามสาม
แท่งเปิดฉากการโจมตี
แท่งหนามสีครามระดับสี่ ผ่านการหลอมสร้างด้วยไฟอีกาทองคำ ตลอดทั้งแท่งเต็ม
ไปด้วยอักขระยันต์ ถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเรือเมล็ดอินทผลัม แต่เทียบกับ
ขนาดมหายักษ์ของสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราแล้ว แท่งหนามสีครามทั้งสามแทบเป็น
ไม่ได้แม้แต่ไม้จิ้มฟัน
สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราไม่มีทีท่าว่าจะหลบแม้แต่น้อย แท่งหนามสีครามทั้งสาม
จมหายเข้าไปในห้วงน้ำสีดำที่หมุนวนอยู่รอบกายมัน
ตูม!
วารีนิลที่ไหลเวียนอย่างเชื่องช้าในตอนแรก ทันใดนั้นพลุ่งพล่านปันปั่วนราวกับน้ำ
เดือด
ดวงตาโปนโตเท่าโคมไฟสาดประกายวาบ ซี่ สามคนที่อยู่บนเรือรู้สึกว่ามีคลื่นเสียง
แหลมคมประดุจเข็มเจาะทะลวงเข้ามาในหู
การโจมตีแรกของจั่วม่อทำให้เจ้าสัตว์ยักษ์ได้รับบาดเจ็บแล้ว!
สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราเดือดดาลขึ้นมาทันที ทุกผู้คนรู้สึกว่าในสายตามืดวูบ
คลื่นวารีนิลพุ่งเข้ารายล้อมเรือเมล็ดอินทผลัมอย่างมืดฟั้ามัวดิน บีบรัดเอาไว้แน่น พลัง
ของวารีนิลรุนแรงแข็งกร้าวยิ่ง ภายใต้แรงบีดรัดของมัน ลำเรือเริ่มส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดัง
ลั่นไปทั้งลำ!
วารีนิลห่อหุ้มโล่พลังปราณไว้อย่างแน่นหนา ราวกับกำแพงน้ำสีดำทะมึนมหึมา
เงาร่างสีทองสามสายพุ่งวาบราวกับดาวตก ลากหางยาวสีแดงกระแทกใส่กำแพงน้ำ
ด้านนอกอย่างหักโหม เสียงหนักทึบดุจสายฟั้าฟาดระเบิดขึ้นติดต่อกันสามครั้งครา สาม
องครักษ์เกราะทองถูกดีดกระเด็น กำแพงวารีนิลที่ดูคล้ายอ่อนแอนุ่มนิ่มกลับแข็งแกร่ง
ราวเหล็กกล้า กระบวนท่ากระบี่สุดเรี่ยวแรงพลังของสามองครักษ์เกราะทอง กลับไม่
สะเทือนสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา
จั่วม่ออดตื่นตะลึงไม่ได้
พลังฝีมือของสามองครักษ์เกราะทอง มันทราบกระจ่างกว่าผู้ใด องครักษ์เกราะทอง
แต่ละคนล้วนเหนือล้ำกว่ามัน แต่การโจมตีสุดกำลังของสามองครักษ์เกราะทอง กลับไม่
สามารถทำร้ายสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราได้แม้แต่น้อย!
หากกล่าวว่าสามแท่งหนามครามทำให้มันลอบหัวร่อหึหึในใจ เช่นนั้นการโจมตี
ระลอกนี้ ก็ทำให้มันหัวใจเย็นเฉียบ ที่แท้กระแสวารีนิลที่ไหลพล่านอยู่รอบกายสัตว์ร้าย
วารีนิลเนตรจันทรา จึงเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของเจ้าสัตว์ร้าย!
วารีนิลเป็นน้ำมวลหนักประเภทหนึ่งที่มีชื่อเสียงกระเดื่องดังที่สุดในโลก อาศัย
วารีนิลจำนวนมหาศาลถึงเพียงนี้ แทบไม่จำเป็นต้องใช้เวทวิชาอื่นใด เจ้าสัตว์ร้ายเพียง
แค่ควบคุมวารีนิลเท่านั้น พลังทำลายล้างก็น่าประหวั่นพรั่นพรึงมากแล้ว
ควบคุมวารีนิล! ที่แท้นี่จึงเป็นฝีมือที่ร้ายกาจที่สุดของสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา
กงซุนชาก็มีสีหน้าตื่นตะลึงไม่ต่างกัน สามองครักษณ์เกราะทองชะงักงันไปวูบหนึ่ง
แล้วทันใดนั้นก็โถมออกไปอีก
จั่วม่อก็ตอบสนองทันควัน กวาดความคิดทั้งหมดออกจากใจ ขบวนกระบี่ห้า
เจตจำนงเตรียมพร้อมอยู่ในมือ เพียงรอคอยจังหวะโจมตี แต่แล้วพลันเห็นการ
เคลื่อนไหวของสามองครักษ์เกราะทอง ต้องชะลอการลงมือของตัวเองไว้
เห็นสามองครักษ์เกราะทองพุ่งออกไปนอกเรือ เมื่อบรรลุถึงกลางทาง ถุงมือก็สว่าง
ขึ้นโดยฉับพลัน
ถุงมือหมื่นลักษณ์!
เงาร่างสีทองประหนึ่งดาวตกสามดวง ตวัดกระบี่พุ่งเข้าปะทะสามครั้งติดต่อกัน!
ตูม ตูม ตูม!
ทั้งสามกระบี่ล้วนฟาดฟันใส่จุดเดียวกันอย่างแยบคาย!
บูม!
จิตสำนึกของจั่วม่อที่เฝั้ามองกำแพงวารีนิลอยู่ตลอดเวลา มองเห็นอย่างชัดเจน
สามกระบี่ขององครักษ์เกราะทองเพียงก่อเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ บนกำแพงน้ำ แต่
ด้านหลังกำแพงวารีนิล ร่างของสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง ส่วน
หนึ่งของวารีนิลเกือบไหลหลุดออกจากร่างกาย
กระบวนท่านี้ของกงซุนชาหมดจดยิ่ง!
จั่วม่อสะกดกลั้นใจไม่ให้ส่งเสียงกู่ออกมา ฉวยโอกาสโจมตีตามน้ำในชั่วพริบตา มัน
ไม่จำเป็นต้องใช้ขบวนกระบี่ห้าเจตจำนงในมือ แต่ไหลไปตามกระแส ขับเคลื่อนร่างแห
สายฟั้าบนโล่พลังปราณของเรือเมล็ดอินทผลัมออกมาแทน
หากเป็นก่อนหน้านี้ สายฟั้าระดับนี้ย่อมไม่อาจสะเทือนผิวสัตว์ร้ายวารีนิลเนตร
จันทรา
แต่ด้วยการประสานจู่โจมอันแยบยลของสามองครักษ์เกราะทอง สัตว์ร้ายวารีนิล
เนตรจันทราเสียขบวนรวนเร สูญเสียการควบคุมวารีนิลไปวูบหนึ่ง และชั่ววูบนี้เอง
สายฟั้าที่ไม่รุนแรงกลับทะลวงเข้ามาอย่างพอเหมาะพอดีเป็นที่สุด
ซี่ ซี่ ซี่!
สายฟั้าเส้นเล็กละเอียดเหลือคณานับโหมจู่โจมใส่ม่านกำแพงวารีนิล
สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราตื่นตระหนกอยู่บ้าง วารีนิลที่ห่อหุ้มอยู่รอบๆ เรือเมล็ด
อินผลัมพลันบีบรัดอย่างดุเดือด ภายใต้แรงบีบอัดอันหนักหน่วงนี้ สายฟั้าเล็กละเอียด
กว่าครึ่งถูกทำลายลงในพริบตา
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของทั้งสองฝั่ายเปลี่ยนพลิกไปแล้วอย่างสิ้นเชิง!
จั่วม่อจอมฉวยโอกาสมีหรือจะพลาดโอกาสอันดีงามเช่นนี้ จู่โจมตามติดทันที
แท่งหนามสีครามสามแท่งทะลวงใส่กำแพงวารีนิลโดยไร้เสียง
กว้าก!
สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราแผดเสียงคำรามประหลาดดังสนั่น!
จั่วม่อตาพร่าเลือนวูบ ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันรีบหันไปมอง เห็น
กงซุนชาเลือดไหลทะลักออกจากจมูกปาก ใบหน้าดุร้ายอำมหิต เจตนาสังหารแรงกล้า
ส่องประกายจ้าอยู่ในดวงตา ทำเอาจั่วม่อสะท้านใจ
ปราณกระบี่สีแดงฉานสายหนึ่งฟันผ่านกำแพงวารีนิล เล็งตรงไปยังคู่ดวงตาขนาด
เท่าโคมไฟของสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรา
ในเวลาเดียวกัน องครักษ์เกราะทองอีกคนหนึ่งย่างก้าวด้วยท่าเท้าพิสดาร แล้ว
ทะยานตามขึ้นไป
บึ้ม!
กำแพงวารีนิลกวาดย้อนไปด้านหลัง ปิดกั้นปราณกระบี่สีแดงฉานสายนั้น
เช้ง!
ด้วยความที่รีบเร่งย้อนกลับไป วารีนิลสายนั้นเห็นได้ชัดว่าอ่อนด้อยกว่าปกติอยู่บ้าง
ไม่สามารถหยุดยั้งปราณกระบี่อันคมกล้าเอาไว้ได้
กำแพงวารีนิลปรากฎขึ้นอีกชั้นหนึ่งอย่างฉับพลัน!
ปราณกระบี่ที่ใช้พลังของมันทะลวงกำแพงวารีนิลมาถึงสองครั้งสองครา ในที่สุดไม่
อาจรักษาความแหลมคมเอาไว้ได้ สั่นกระเพื่อมเป็นระลอก ถูกกำแพงชั้นที่สามปิดกั้น
เอาไว้ในที่สุด!
สัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทรายังไม่ทันได้ถอนหายใจโล่งอก องครักษ์เกราะทองคนที่
ใช้ท่าเท้าพิสดารพลันพุ่งชนใส่กำแพงน้ำอย่างดุดัน
ในดวงตาดุร้ายของสัตว์ร้ายวารีนิลเนตรจันทราทอแววดูถูกเหยียดหยาม พุ่งชน?
พวกเจ้าไม่สามารถพุ่งชนกำแพงวารีนิลตรงๆ ได้!
ชั่วพริบตาที่องครักษณ์เกราะทองผู้นั้นกำลังจะชนใส่กำแพงน้ำ ฉับพลันนั้น ปราณ
กระบี่สีเงินเจ็ดสายพุ่งวาบออกมาจากข้างกายมัน ทิ่มแทงใส่กำแพงวารีนิลอย่างรุนแรง!
รองเท้ากระบี่เจ็ดดารา… ค่ายกลกระบี่เจ็ดดารา!
กำแพงวารีนิลสั่นกระเพื่อม แล้วแตกกระจายไปในทันที เจ็ดปราณกระบี่สีเงินพุ่งรี่
เข้าหาดวงตาของเจ้าสัตว์ยักษ์
สัตว์อสูรวารีนิลเนตรจันทราแสดงทีท่าหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก พริบตาดุจ
ประกายไฟ มันไม่มีปัญญาสนใจเรื่องอื่น ได้แต่บังคับวารีนิลทั้งมวลถาโถมมาเบื้องหน้า
มันต้องการหยุดยั้งปราณกระบี่สีเงินอันน่าพรั่นพรึงทั้งเจ็ดนี้!
อนิจจา เจ้าสัตว์ร้ายแตกตื่นลนลานเสียจนไม่ทันสังเกตเห็น ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ
องครักษ์เกราะทองคนสุดท้ายลอบเข้ามาทางด้านหลังของมันอย่างเงียบเชียบ
ใบหน้าอาบท่วมไปด้วยเลือด กงซุนชาคล้ายเสียสติไปแล้ว มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ
ดวงตาดำมืดจนคล้ายสะท้อนสีของวารีนิลที่ตรงหน้า ปราณกระบี่สีแดงฉานตระการตา
ฟันลงสุดแรงเกิด!
* ในตอนนี้ก็รู้ชัดแล้วว่าในสามคน จั่วม่อพี่ใหญ่ ฉุนอวี๋เฉิงน้องรอง กงซุนชาเป็นน้อง
เล็ก ศิษย์น้องทั้งสองเคารพและเชื่อมั่นในตัวจั่วม่อมาก ปกติก็สุภาพกับจั่วม่อ แต่
ระหว่างพวกมันเองสนิทสนมเหมือนสหายมากกว่า