สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 221 ผูเยาทำอะไรอยู่?
จั่วม่อปรับปรุงสินค้าใหม่อย่างรวดเร็ว เทียบกับหีบประหลาดทุเรศนัยน์ตาแล้ว
สินค้าใหม่แทบเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
มันใช้ผักบุ้งดำถักทอเป็นฟูกสำหรับทำสมาธิสีดำบริสุทธิ์ เรียบลื่นละเอียดอ่อน
สอดแทรกเส้นใยเหล็กเงินกร่อนสลายขนาดเท่าเส้นผม ทอประสานเป็นลวดลายค่ายกล
อันประณีตซับซ้อน เมื่อพลิกฟูกสมาธิขึ้นมา จะเห็นช่องเปิดห้าช่องไว้สำหรับใส่จิงสือ
จั่วม่อเดิมทีตั้งใจจะทำให้หีบประหลาดเล็กลงเพื่อสะดวกต่อการพกพามากขึ้น แต่
ท้ายที่สุดยังคงตัดสินใจสร้างเป็นฟูกสมาธิแทน
ทักษะฝีมือถักทอฟูกสมาธิของมันดีเยี่ยม
ฟูกสมาธิชนิดใหม่นี้เรียกว่าฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ ประกอบด้วยค่ายกลกลั่นเกลา
ปราณเป็นพื้นฐาน แล้วเสริมด้วยค่ายกลรวมจิตกับค่ายกลสงบใจ ผลของฟูกสมาธิกลั่น
เกลาดำเพิ่มสูงขึ้นมาก
จั่วม่อใช้วัตถุดิบเหล็กเงินกร่อนสลายทั้งหมดที่มีอยู่ในมือ สร้างฟูกสมาธิกลั่นเกลา
ดำห้าผืนในคราวเดียว
ด้วยฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำห้าผืนนี้ ทั้งจั่วม่อและกงซุนชาในใจค่อยรู้สึกมั่นคงขึ้น ฟูก
สมาธิกลั่นเกลาดำแม้มีจำนวนไม่มาก แต่หากใช้สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ยังพอ
ประคับประคองไปได้
หลังจากส่งมอบฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำห้าผืนให้แก่กงซุนชาแล้ว จั่วม่อก็ไม่สนใจอะไร
อีก
ผลรับของมันในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงค่ายกลกลั่นเกลาปราณเท่านั้น แผนผังปิศาจใน
ร่างกายจั่วม่อเป็นแผนผังปิศาจชั้นต่ำที่เรียกว่าแผนผังปิศาจแรดทองแดง พลังอำนาจที่
สำคัญที่สุดของแผนผังปิศาจนี้คือสามารถกลั่นเกลาสังขารของมันได้ด้วยตัวเอง แต่
กระทั่งแผนผังปิศาจที่เรียบง่ายที่สุดนี้ หลังจากวิเคราะห์แยกแยะออกมา กลับพบว่า
ประกอบไปด้วยค่ายกลจุลภาคขนาดเล็กหลายร้อยชุด
ค่ายกลจุลภาคเหล่านี้ส่วนใหญ่จั่วม่อไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทั้งยังไม่ทราบว่าแต่ละ
ค่ายกลมีพลังเช่นไร แต่ยามนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการวิเคราะห์แยกแยะและทดลองสร้าง
แล้ว กับค่ายกลแปลกใหม่เหล่านี้ มันเริ่มเข้าใจอยู่หลายส่วน
ในหมู่ค่ายกลมากมายของแผนผังปิศาจแรดทองแดง มีอยู่สามค่ายกลที่จั่วม่อรู้สึกว่า
มีประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด ค่ายกลรวบรวมปราณ ค่ายกลกลั่นเกลาปราณ และค่ายกล
ขัดเกลาสังขาร
สำหรับค่ายกลรวบรวมปราณ ในม้วนหยกค่ายกลเบื้องต้นของคุนหลุนมี
รายละเอียดมากมาย แต่ค่ายกลรวบรวมปราณที่จั่วม่อคัดแยกออกมาได้ในเวลานี้
แตกต่างจากค่ายกลรวบรวมปราณที่มันเคยพบเห็นมาก่อนทั้งหมด
ประสิทธิภาพในการรวบรวมปราณโดดเด่นมากขึ้น ค่ายกลทั้งชุดก่อตัวจากลวดลาย
ธรรมชาติโดยสิ้นเชิง หมดจดงดงามเสียจนจั่วม่อต้องทอดถอนชมเชยความมหัศจรรย์
ของธรรมชาตินับครั้งไม่ถ้วน
“นี่ไม่เลว” ผู้เยาไม่ทราบโผล่มาจากที่ใด จ้องมองค่ายกลรวบรวมปราณที่จั่วม่อกำลัง
สลัก
จั่วม่อชินชากับการปรากฎตัวเหมือนภูตผีของผูเยามานาน มือไม้ไม่ได้สั่นไหวแม้แต่
น้อย
“แน่นอน ข้าไหนเลยไม่ทราบว่านี่เป็นสิ่งที่ดี” จั่วม่อไม่ได้ปิดบังความลำพองใจ
เหลือบมองผูเยาด้วยหางตา “ด้วยระดับฝีมือของเกอ! หรือเจ้าคิดว่าสิ่งที่เกอทำไม่ใช่สิ่งที่
ดี?”
“โอ้ ไม่เลว ไม่เลว” ผูเยากล่าวพลางพยักหน้าน้อยๆ สองครา จากนั้นหายวับไป
จั่วม่อผู้กำลังเตรียมจะโอ้อวดอีกสักเล็กน้อย รู้สึกคล้ายต่อยหมัดไม่ถูกเปั้า ในอกอึด
อัดขัดข้องสุดบรรยาย แต่เหนือกว่าความอึดอัดขัดข้อง คือความสงสัยใจ ผูเยา เจ้าตัว
ประหลาดจอมเกียจคร้านที่มักจะไม่โผล่ศีรษะออกมา เว้นเสียแต่ว่าจะมีเรื่องต้องทำ
ไฉนเพียงแค่มาพูดว่าสิ่งนี้ไม่เลวแล้วจากไปง่ายๆ?
มีปัญหาชัดๆ!
จะต้องมีปัญหาแน่ๆ!
ทว่าจั่วม่อก็จนปัญญาคิดว่าปัญหาอยู่ที่ใด แทนที่จะเสียเวลาครุ่นคิด ก็หันกลับไป
สนใจค่ายกลรวบรวมปราณที่อยู่ตรงหน้า
ค่ายกลรวบรวมปราณที่ประกอบอยู่ในแผนผังปิศาจแรดทองแดง ทั้งละเอียดอ่อน
และเล็กจิ๋ว ความยากในการแกะสลักสูงขึ้นหลายส่วน แต่ประโยชน์ใช้สอยกว้างขวาง
และมากมาย จั่วม่อสามารถสลักค่ายกลรวบรวมปราณไว้บนยุทธภัณฑ์เวทและกระบี่บิน
ยุทธภัณฑ์เวทและกระบี่บินจะรวบรวมปราณธรรมชาติในอากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อนาน
วันเข้าสติปัญญาของพวกมันจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าวัตถุใด ถ้าอยู่ในสถานที่ที่มี
ปราณธรรมชาติเปียมล้นสมบูรณ์ คุณภาพของวัตถุนั้นจะค่อยๆ ปรับปรุงเป็นดีขึ้นเรื่อยๆ
จั่วม่อยังมีความคิดหาญกล้าบ้าบิ่นยิ่งกว่านั้น นั่นคือการสลักค่ายกลรวบรวมปราณ
ลงบนร่างกายเช่นเดียวกันกับแผนผังปิศาจ
ในจุดนี้ จั่วม่อผู้มีแผนผังปิศาจย่อมเข้าใจกระจ่าง หากมิใช่ว่ามันมีปัญหาในตันเถียน
จนไม่สามารถเก็บกักพลังปราณไว้ในร่างกายช่วงหนึ่ง มันจะต้องฝั่าด่านหนิงม่ายสำเร็จ
เสียนานแล้ว กระทั่งในเวลานี้ ระดับความเร็วในบำเพ็ญเพียรของมันก็เหนือล้ำกว่า
ซิวเจ่อทั่วไป
ส่วนค่ายกลขัดเกลาสังขาร จะใช้พลังปราณกลั่นเกลาร่างกาย เลือดเนื้อ กระดูก
และเส้นเอ็นอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากเหล่านักบวชเซน ซิวเจ่อประเภทอื่นแทบไม่
ค่อยเสริมสร้างสังขารของพวกมันเลย แต่ในมุมมองจากประสบการณ์ของจั่วม่อ ร่างกาย
แข็งแกร่งทนทานไม่มีใดไม่ดี ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา ไม่ต้องทุ่มเท
ความพยายามอันใด ค่ายกลสามารถขัดเกลาสังขารด้วยตัวมันเอง ผู้ใดจะไม่ต้องการ?
ที่สำคัญที่สุด ค่ายกลทั้งสามชุดที่มันวิเคราะห์และแยกแยะออกมาได้นี้ ไม่มีสิ่งใด
เหมือนกับแผนผังปิศาจอีก ไม่มีผู้ใดจะฉุกคิดเชื่อมโยงพวกมันเข้าแผนผังปิศาจได้ ใน
สถานการณ์ปัจจุบันซึ่งอสูรปิศาจกำลังอาละวาดไปทั่ว จุดนี้สำคัญเป็นพิเศษ
ประสบความสำเร็จในการทำฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ จั่วม่อรู้สึกแรงกดดันลดน้อยลง
ทันที สำหรับค่ายกลทั้งสามชุด เวลานี้มันยังไม่ทราบว่าจะนำไปทำอะไร ในร่างกายของ
มันสลักแผนผังปิศาจไว้แต่แรก ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ายกลทั้งสามชุด
จั่วม่อตัดสินใจฝึกปรือพลังจิตสำนึก
ตามที่ผูเยากล่าวไว้ วิถีบำเพ็ญจิตสำนึกของมันคือมรรคาแห่งดวงดาว สำหรับจั่วม่อ
มรรคาบำเพ็ญจิตสำนึกแห่งดวงดาวแปลกใหม่อยู่บ้าง ข้อแนะนำของผูเยาคือให้
เสริมสร้างความเข้มแข็งของดวงดาวทั้งสิบดวงที่มีอยู่เสียก่อน ทั้งยังช่วยชี้แนะแนว
ทางการฝึกปรือที่เกี่ยวข้อง จั่วม่อเพียงแค่ต้องดูดซับพลังดวงดาว นำมาใช้หล่อเลี้ยง
ดวงดาวในทะเลแห่งจิตสำนึก เพื่อขยายแหล่งกำเนิดพลังจิตสำนึก
บังเอิญว่าตอนนี้เป็นยามราตรี จั่วม่อเดินออกจากห้อง เงยหน้าขึ้นมองมวลหมู่ดารา
เกลื่อนกล่นอยู่บนนภา มันแยกขาออกเป็นหนึ่งหน้าหนึ่งหลัง ร่างกายราวกับงูขดที่ชู
ศีรษะขึ้น ปากอ้าออกเล็กน้อย สองมือกดใส่อากาศธาตุทั้งสองด้าน ก่อเกิดเป็นท่วงท่า
ประหลาดพิกลที่น่าอึดอัดใจ
จิตใจมันสงบว่างเปล่า จิตสำนึกหัตถ์ใบไม้กางนิ้วมือทั้งห้าออกกว้าง เผชิญหน้ากับ
หมู่ดาวที่อยู่ห่างไกล ราวกับดอกทานตะวันหันตามดวงสุริยา
ลมหายใจของมันค่อยๆ เลือนหาย เส้นใยแสงดาวเส้นหนึ่งพุ่งลงมาจากดาวดวงที่อยู่
เหนือศีรษะของจั่วม่อ ราวกับเส้นหมอกหนาสีเงิน ถูกดูดหายเข้าไปในปากของจั่วม่อที
ละเส้นทีละเส้น ติดต่อตามกันไม่ขาดสาย
จั่วม่อรู้สึกว่าดวงดาวที่อยู่เหนือศีรษะมีความเชื่อมโยงกับมันอย่างลึกลับ ส่งผ่าน
พลังสภาวะเก่าแก่ไพศาล ราวกับมาจากสถานที่อันลึกล้ำที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก ข้ามผ่าน
กาลเวลายาวไกลสุดประมาณมาหามัน ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันรู้สึกหัวใจสะท้าน ตื้น
ตันไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
หมอกสีเงินเบาบาง พุ่งเข้าไปในปากของจั่วม่อ ไหลผ่านเข้าไปในเส้นชีพจรปราณ
อย่างสะดวกดาย พลังปราณภายในเส้นชีพจรปราณเงียบสงบดุจกุลสตรีในหอห้อง
ไม่มีความเป็นปฎิปักษ์ต่อพลังดวงดาวที่เพิ่งดูดซับเข้าสู่ร่างกายของมันแม้แต่น้อย
เส้นใยพลังดวงดาวโคจรผ่านเส้นชีพจรปราณในร่างหนึ่งรอบใหญ่ จากนั้นราวกับนก
นางแอ่นหวนคืนรัง เจาะลึกเข้าไปตรงกึ่งกลางหว่างคิ้วของจั่วม่อ
ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก เส้นใยหมอกสีเงินพุ่งเข้าสู่ดวงดาวมืดสลัวเส้นแล้วเส้นเล่า
ไม่หยุดยั้งขาดตอน
ผูเยาจ้องมองดวงดาวเหนือศีรษะมันกลืนกินเส้นใยหมอกเงินอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นละ
สายตาจากมา เปิดฝั่ามือออก ปรากฎบ่อน้ำสีดำเล็กๆ ขึ้นบนฝั่ามือ ที่ใจกลางบ่อน้ำสีดำ
เห็นแท่นบูชาเล็กๆ ลอยอยู่บนผิวน้ำ
บ่อน้ำยมโลก!
“ในที่สุดก็เป็นรูปเป็นร่าง!” ผูเยาพึมพำ”หวังว่าจะได้ผล”
กล่าวจบ มันโยนบ่อน้ำสีดำลงไปบนพื้น ในชั่วพริบตา บ่อน้ำยมโลกขนาดเท่าฝั่ามือ
ขยายพรวดกลายเป็นขนาดใหญ่ราวหนึ่งหมู่ครึ่ง เห็นเปลวไฟสีดำอันน่าลุ่มหลงเต้นเร่า
อยู่รอบแท่นบูชาที่ใจกลางบ่อน้ำ
ผูเยาเหินร่างขึ้นไปบนแท่นบูชา ไฟสีดำลุกโชนอย่างเงียบเชียบ เข้าห่อหุ้มมันไว้ทั้ง
ร่าง น้ำสีดำในบ่อยมโลกม้วนตัวไปมา ราวกับว่ามีอสรพิษนับไม่ถ้วนแหวกว่ายอย่างคึก
คะนองอยู่ภายใต้ผิวน้ำ
นัยน์ตาสีเลือดของผูเยาพริ้มหลับลง สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง พลันตวาด “ลงมือ!”
ทันใดนั้นแท่นบูชาใต้ฝั่าเท้าผูเยาปลดปล่อยแรงดึงดูดอันน่าตระหนก น้ำสีดำในบ่อ
น้ำทั้งหมดถาโถมเข้าหาแท่นบูชา ไหลท่วมแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว อึดใจเดียวก็สูงถึง
ระดับเท้าของผูเยา ผูเยาไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ปล่อยให้น้ำสีดำไต่สูงขึ้นมาเป็นลำดับ
ภายในชั่วพริบตา ระดับน้ำสีดำก็ท่วมท้นเหนือศีรษะผูเยา
เห็นมวลน้ำทรงกลมมหึมาตั้งอยู่เหนือแท่นบูชา ฉากนี้ดูคล้ายย้อนแย้งถึงที่สุด เทียบ
กับมวลน้ำทรงกลมขนาดยักษ์ แท่นบูชากลับเล็กจ้อยจนน่าสังเวช ชวนให้ผู้คนกังวลว่า
มวลน้ำมหึมาจะบดขยี้แท่นบูชาจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทว่าแท่นบูชาอันหยาบกระด้างนี้ยังมั่นคงดุจหินผา
มวลน้ำที่ห่อหุ้มผูเยาไว้ภายในเริ่มหมุนคว้างอย่างเกรี้ยวกราด ทวีความเร็วมากขึ้น
ทุกขณะ
ครึ่งชั่วยามให้หลัง ระดับความเร็วในการหมุนของมวลน้ำสีดำบรรลุถึงขั้นน่าแตกตื่น
สะท้านใจ เสียงกรีดอากาศของการหมุนด้วยความเร็วสูงกระหึ่มไปทั่ว แม้ไม่แหลมคม
บาดหู แต่ยังคงกระชากขวัญวิญญาณผู้คน
จั่วม่อหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกปรือมรรคาจิตสำนึกแห่งดวงดาว ค่อยพบเห็นความ
ผิดปกติในทะเลแห่งจิตสำนึกของตัวเอง เมื่อเข้ามาดูให้เห็นกับตา ต้องแตกตื่นสุดระงับ
ผูเยากำลังทำอะไรอยู่?
มวลน้ำสีดำยังคงหมุนคว้าง ทวีความเร็วขึ้นทุกขณะ จั่วม่อสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่ายิ่งความเร็วในการหมุนเพิ่มสูงขึ้น มวลน้ำสีดำก็ยิ่งส่อเค้าของความไม่แน่นอน
“เจ้าผู้นี้ที่แท้คิดทำอะไรกันแน่?” จั่วม่อรำพึง ไม่กล้าละสายตา
ความเร็วในการหมุนของมวลน้ำสีดำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สัญญาณของ
ความไม่มั่นคงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ มวลน้ำทรงกลมสีดำบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
ดูเหมือนสถานการณ์ไม่ค่อยดี! จั่วม่อห่วงกังวลอยู่บ้าง
ในช่วงเวลาที่มวลน้ำทรงกลมสีดำใกล้จะพังพินาศลง ทันใดนั้นแท่นบูชาส่องแสง
สว่างไสว บรรยากาศหนักแน่นสง่างาม เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งทะเลแห่ง
จิตสำนึก
ประเดี๋ยวก่อน!
จั่วม่อดวงตาเบิกกว้าง มันรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศนี้มาก!
ปราณพิภพ! นี่มันปราณพิภพ!
จากห่วงกังวลอยู่บ้าง จั่วม่อเปลี่ยนเป็นขุ่นข้องอย่างฉับพลัน ที่แท้เจ้าผู้นี้สูบปราณ
พิภพจากมันมาเก็บกักเอาไว้ในแท่นบูชา นึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่มันต้องทาน
ทนในยามที่ปราณพิภพถูกกวาดออกไป ต้องอดขบกรามแน่นไม่ได้
นอกจากความพิโรธ มันยิ่งกลายเป็นอยากรู้อยากเห็นกว่าเดิม
ผูเยากำลังทำอะไรอยู่?
นี่เห็นได้ชัดว่า ‘วิชาอสูร’ นี้เป็นแผนการที่ผูเยามุ่งมั่นดำเนินการมาเป็นระยะเวลา
ยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำยมโลก หรือปราณพิภพที่อีกฝั่ายสูบไปจากมัน ผูเยาล้วน
ตระเตรียมไว้นานแล้ว ในโลกมีศาสตร์วิชามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสตร์วิชาของ
อสูรปิศาจที่มันไม่เคยรู้จัก จั่วม่อคร้านจะขบคิดคาดเดา แน่นอนว่ามันไม่มีปัญญาเดาถูก
มันตัดสินใจนั่งชมดูเงียบๆ รอจนกว่าผูเยาจะแล้วเสร็จ
อาศัยปราณพิภพเกื้อหนุน มวลน้ำสีดำที่หมุนด้วยความเร็วสูงกลับมามีเสถียรภาพ
อย่างรวดเร็ว มวลน้ำทรงกลมสีดำเมื่อมั่นคงขึ้น ก็เริ่มเพิ่มความเร็วในการหมุนขึ้นอีกครั้ง
แท่นบูชายังคงปลดปล่อยปราณพิภพออกมาอย่างต่อเนื่อง จั่วม่อดวงตาขุ่นแค้นอัด
อก เจ้าผู้นี้ที่แท้สูบปราณพิภพจากร่างมันมามากเท่าใดกัน!
ทันใดนั้น จั่วม่อเบิกตามอง อุทานอย่างประหลาดใจ
มวลน้ำทรงกลมสีดำคล้ายเร่งความเร็วขึ้นถึงระดับที่ต้องการ ทันใดนั้นเริ่ม
แปรเปลี่ยนด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า กลับกลายเป็นโปร่งใส ในชั่ว
กะพริบตาเดียว มวลน้ำทรงกลมสีดำกลายเป็นใสกระจ่างหาใดเปรียบ จั่วม่อสามารถ
มองเห็นผูเยาที่อยู่ภายในมวลน้ำทรงกลมได้ชัดตา
มองผ่านมวลน้ำที่หมุนคว้างด้วยความเร็วอันยากจะประเมิน จั่วม่อพอพบเห็นผูเยา
ก็แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝั่อ
ตลอดทั้งร่างผูเยาดำมืดราวกับน้ำหมึก ผิวด้านนอกราวกับถูกย้อมด้วยสีดำสนิท
ผลึกสีแดงบนต่างหูยิ่งเปล่งประกายน่าลุ่มหลง ขัดกับสีดำมืดอันลึกล้ำอย่างสิ้นเชิง จั่วม่อ
เกือบรู้สึกแปลกหน้ากับผูเยา ในใจเริ่มตึงเครียดขึ้นมา ใบหน้าผูเยาเริ่มปรากฎให้เห็นเค้า
ความเจ็บปวด
สีหน้าเช่นนี้ผูเยาไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน!
เจ้าผู้นี้กำลังทำอะไรกันแน่? แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? จั่วม่อในใจสั่นไหว รู้สึกไม่แน่ใจ
อยู่บ้าง
แท่นบูชายังคงส่งปราณพิภพเข้าสู่มวลน้ำไม่ขาดสาย จากนั้นปราณพิภพแทรกซึม
เข้าไปในร่างผูเยา คล้ายปราณพิภพสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวด สีหน้าของผูเยา
ค่อยๆ สงบลง
สีดำบนร่างถดถอยไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมวลน้ำเนิบช้าลงทุกขณะ
เมื่อสีดำเลือนหายไปหมดสิ้น มวลน้ำก็หยุดหมุนพร้อมกัน
มองผ่านมวลน้ำทรงกลม เห็นบุรุษหล่อเหลาคมคายยืนนิ่งงัน