สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 223 การค้าครั้งใหม่
“ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าไม่ต้องการปราณพิภพอีกแล้ว”
ถ้อยคำของผูเยาราวกับราชโองการอภัยโทษ จั่วม่อรู้สึกความหนักหน่วงชนิดหนึ่ง
สลายคลาย การสูบปราณพิภพมารดามันในที่สุดก็จบสิ้นเสียที! นึกถึงว่าไม่จำเป็นต้อง
ทนทุกข์ทรมานจากการถูกสูบปราณพิภพอีก จั่วม่อเบิกบานใจจนแทบร่ำไห้ออกมาด้วย
ความยินดี!
มันพลันคิดถึงฉากประหลาดที่ได้เห็นในทะเลแห่งจิตสำนึก เรื่องนี้ใช่เกี่ยวข้องกัน
หรือไม่? มันยังจดจำได้แม่นยำว่ายามนั้นผูเยามีสีหน้าย่ำแย่เพียงใด
จากนั้นมันยังจับเค้าความลังเลที่หาได้ยากในน้ำเสียงของผูเยาได้ จั่วม่อไม่กล่าวคำ
ใด เพียงสงบใจรอคอยวาจาถัดไปของผูเยา มิคาดผูเยาจนแล้วจนรอดก็ไม่กล่าวออกมา
กลับนิ่งงันเป็นครู่ใหญ่
กระทั่งจั่วม่อแทบจะทานทนไม่ไหว ผูเยาในที่สุดก็เอ่ยปาก “มาตกลงการค้ากัน”
“การค้าอันใด?” จั่วม่อลอบตื่นตัว ในใจยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม สุ้มเสียงผูเยาเต็มไป
ด้วยความเคร่งเครียดจริงจัง ยิ่งผูเยามีทีท่าผิดธรรมดามากเท่าใด มันก็ยิ่งต้องระมัดระวัง
มากเท่านั้น ทุกครั้งที่ตกลงการค้ากับผูเยา ไม่รอบคอบระมัดระวังไม่ได้เป็นอันขาด
“ช่วยข้าวิเคราะห์แผนผังปิศาจ” ผูเยาตอบแผ่วเบา
“แผนผังปิศาจ?”
“ถูกต้อง” ผูเยาจ้องมองจั่วม่อ “ข้าต้องใช้พวกมัน”
“แผนผังปิศาจอันใด?” จั่วม่อถามอย่างสงสัยใจ
ผูเยาขบคิดแวบหนึ่ง จากนั้นกล่าว “แผนผังปิศาจชั้นสูงกว่านี้ ข้าจะให้ตัวอย่างแก่
เจ้า”
เงื่อนไขนี้กว้างเกินไป จั่วม่อส่ายหน้าอย่างหวาดระแวง”เจ้ามีความเข้าใจแผนผัง
ปิศาจเหนือล้ำกว่าข้ามาก ข้าจะไปช่วยเจ้าได้อย่างไร”
กระทั่งแผนผังปิศาจบนร่างมันก็เป็นฝีมือของผูเยาเอง หากกล่าวถึงความรู้ความ
เข้าใจในแผนผังปิศาจ จั่วม่อคิดว่ามันไม่อาจยกขึ้นเทียบผูเยาได้ ดังนั้นการที่ผูเยาหันมา
ขอให้มันช่วยวิเคราะห์แผนผังปิศาจ ไม่เรียกว่าแปลกประหลาดจะเรียกอะไร
ผูเยากลับไม่มีโทสะ เหลือบมองจั่วม่อแวบหนึ่ง กล่าวว่า “เจ้ากล่าวไม่ผิด เพียงแต่ว่า
นี่เป็นเพราะข้ามีชีวิตอยู่มายาวนานกว่าเจ้ามาก แม้ว่าข้าไม่อยากยอมรับ ทว่าก็ได้แต่
ต้องยอมรับ พรสวรรค์เชิงค่ายกลอันสูงล้ำของเจ้า ตลอดชีวิตของข้าไม่เคยพบเห็นผู้ใด
เทียบเทียมได้ ไม่ผิด ยามนี้เจ้ายังไม่อาจเหนือไปกว่าข้า แต่ด้วยศักยภาพที่สวรรค์
ประทานให้แก่เจ้า นั่นเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น”
เห็นจั่วม่อยังไม่ยอมเอ่ยปาก ผูเยากล่าวสืบต่อ
“ข้าไม่รีบร้อน และไม่ได้เร่งรัดเจ้า ข้าอดทนมานานแล้ว และมียังคงมีความอดทน
มากพอ เรื่องนี้มีแต่จะดีสำหรับเจ้า ข้าสามารถมอบแผนผังปิศาจนับไม่ถ้วนแก่เจ้า สิ่งที่
เจ้าต้องทำก็เรียบง่ายยิ่ง แค่ศึกษาค้นคว้าพวกมันเหมือนที่เจ้าเคยทำ แผนผังปิศาจแรด
ทองแดงเป็นแค่หนึ่งในแผนผังปิศาจชั้นต่ำที่สุด เจ้าควรทราบ พลังของแผนผังปิศาจ
ชั้นสูงขึ้นมา ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถจินตนาการได้”
จั่วม่อหวั่นไหวใจ เรื่องนี้ผูเยาไม่ได้โปั้ปด ค่ายกลสามชุดที่มันได้รับมาจากแผนผัง
ปิศาจแรดทองแดง ล้วนมีประโยชน์ใช้สอย แต่ระดับไม่สูงจริงๆ ยกตัวอย่างเช่นค่ายกล
ขัดเกลาสังขาร ต่อให้ไปอยู่ในที่ที่มีปราณธรรมชาติเปียมล้นสมบูรณ์กว่านี้ ผลของการขัด
เกลาของค่ายกลก็ยังคงมีขีดจำกัด ไม่อาจยกระดับพลังในการขัดเกลาร่างกายไปได้
มากกว่านี้อีก
หากมันได้รับแผนผังปิศาจชั้นสูงกว่านี้ มันสามารถค้นพบค่ายกลระดับสูงขึ้น
เพียบพร้อมสมบูรณ์มากขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ก็คือ
ความก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียรของมัน สามารถยกระดับความรู้ความเข้าใจในวิชา
ค่ายกลของมันได้
ไพ่ในมือของผูเยายังหงายไม่หมดสิ้น มันเข้านิสัยใจคอของจั่วม่อดี คิดให้เจ้าหนูผู้นี้
ตกลงการค้าด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก มันเพียงแค่ต้องให้เงื่อนไขที่อีกฝั่ายไม่สามารถปฎิเสธ
ได้เท่านั้นเอง!
นี่คือสิ่งที่ผูเยากำลังทำอยู่ในตอนนี้
“ไม่ว่าจะเป็นซิวเจ่อ อสูรหรือปิศาจ สรรพวิชาทั้งมวลข้าล้วนทราบอยู่เรื่องสองเรื่อง
ข้าสามารถชี้แนะวิชาฝีมือแก่เจ้า แนวทางฝึกฝีมือของเจ้าผสมปนเป พลังปราณ พลัง
จิตสำนึก เสริมสร้างสังขาร ล้วนฝึกปรือทั้งหมด หากเจ้าสามารถได้รับการชี้แนะที่
ถูกต้อง เจ้าอาจกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ข้าสามารถมอบความแข็งแกร่งให้แก่เจ้า แต่หาก
เจ้ายังสะเปะสะปะต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ พลังฝีมือของเจ้าจะยิ่งแตกแยกมากขึ้น ยิ่งซับซ้อน
มากขึ้น ท้ายที่สุดเจ้าจะไม่มีความสำเร็จเลยสักทาง”
จั่วม่อทราบดี วาจาของผูเยาไม่ใช่คำพูดเลื่อนลอยที่ไร้เหตุผล กล่าวตามความสัตย์
มันมิใช่ไม่ทราบว่าแนวทางพลังฝีมือของตนทั้งแตกแยกและหลากหลายเกินไป แต่หาก
กล่าวถึงแต่ละแนวทางฝีมือ กลับไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงเลยสักทาง
“หรือบางทีข้าอาจช่วยเจ้าปลดผนึกความลับในร่างกายของเจ้าได้”
ระเบิดสุดท้ายถูกผูเยาทิ้งลงมาอย่างไม่ปราณีปราศรัย จั่วม่อคล้ายสายฟั้าฟาดลง
กลางใจ!
“เปลี่ยนรูปโฉมลบล้างความทรงจำ วิธีการเช่นนี้กระทั่งอสูรปิศาจยังใช้กันน้อยมาก
มีเพียงผู้ที่โฉดชั่วที่สุดเท่านั้น จึงจะลงมือกระทำ ” มันเหลือบมองจั่วม่อ” เปลี่ยนรูปโฉม
ลบล้างความทรงจำ โดยไม่ทั่วไปไม่สามารถทำให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก”
จั่วม่อหัวใจดิ่งวูบ บรรยาศในห้องแม้ร้อนรุ่ม แต่มันรู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งร่าง
“แต่โชคดีที่มีอีกสิ่งหนึ่งอยู่ในร่างกายของเจ้า” ถ้อยคำของผูเยาสะท้านใจนัก
“อันใด?” จั่วม่อถามโพล่ง
“ลูกแก้วห้าธาตุที่หาได้ยากยิ่ง” ผูเยากล่าว “มันถูกผนึกไว้ในร่างเจ้าด้วยพลังของใคร
บางคน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่น อาจมีเบาะแสอื่นอีก”
ผูเยากล่าวสืบต่อ “หากไม่มีเบาะแสจริงๆ ยังสามารถใช้หญ้าไหมย้อนเงาคืน
วิญญาณ การลบความทรงจำอย่างสิ้นเชิงนั้นยากเย็นกว่าที่เจ้าคิดมาก จึงมักจะมีความ
ทรงจำบางส่วนหลงเหลืออยู่เสมอ หากเจ้าใช้หญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณค้นหาส่วนที่
ยังหลงเหลือเหล่านี้ อาจยังพอมีทาง และข้าทราบว่าจะหาหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณ
ได้จากที่ใด”
จั่วม่อเงียบงันไป
ผูเยามองจั่วม่อ ทราบดีว่าต้องให้เวลามันย่อยสลายสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นไม่กล่าววาจา
อดทนรอคอยเงียบๆ
เนิ่นนานให้หลัง จั่วม่อรู้สึกหวั่นไหวใจ เพ่งมองผูเยา ถามด้วยสุ้มเสียงแหบแห้ง”เจ้า
มีวิธีใดทำลายอาคมหวงห้ามที่ผนึกลูกแก้วห้าธาตุเอาไว้?”
“เมื่อเจ้าเข้าถึงด่านจินตัน หรือข้าฟึนคืนพลัง”
“ต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่าที่ข้าจะไปถึงด่านจินตัน?”
ผูเยากล่าวอย่างระมัดระวัง “เรื่องนี้ข้าไม่สามารถให้คำรับรองได้”
“ตกลง” เหนือความคาดหมายของผูเยา จั่วม่อกลับตกปากรับคำเช่นนี้เอง
เดิมทีจั่วม่อต้องการถามผูเยาว่าให้มันวิเคราะห์แผนผังปิศาจไปทำอะไร แต่ลองนึกดู
อีกที เรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับมันเสียหน่อย
“ดูเหมือนว่าเราจะอยู่ในข้อตกลงการค้าระยะยาว” ดวงตาสีเลือดของผูเยาสงบนิ่ง
ในแววตาของมันไม่มีความเย่อหยิ่งดูแคลนเช่นในอดีตอีกต่อไป สามค่ายกลที่จั่วม่อแกะ
ออกมาจากแผนผังปิศาจแรดทองแดง ส่งผลกระทบต่อผูเยาอย่างหนักหน่วงรุนแรง สิ่งที่
ทำให้มันสะท้านใจไม่ใช่ว่าสามค่ายกลนั้นซับซ้อนละเอียดอ่อนเพียงใด แต่เป็น
ประสิทธิภาพอันล้ำเลิศของจั่วม่อต่างหาก
ควรทราบว่าผูเยาเฝั้าขบคิดใคร่ครวญแผนผังปิศาจมายาวนานยิ่งกว่าช่วงชีวิตของ
จั่วม่อหลายรอบเสียอีก แต่มันพบว่า เมื่อเทียบกับจั่วม่อ ฝีเท้าของมันเชื่องช้าเสียยิ่งกว่า
เต่าขาเจ็บปีนภูเขา ฝีมือเชิงค่ายกลอันน่าอัศจรรย์ใจของจั่วม่อ ทำให้มันสะท้านหวั่นไหว
และทำให้มันมองเห็นวี่แววแห่งความหวังสายหนึ่ง
บ่อน้ำยมโลกไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเท่ากับที่มันคิด สถานการณ์ของผูเยาในเวลานี้เริ่ม
เลวร้ายขึ้น นอกจากนี้มันยังไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก
ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้ผูเยาต้องอยู่ในสถานะร่วมหัวจมท้ายกับจั่วม่ออย่าง
จริงจัง
จั่วม่อไม่ทราบเหตุผลเหล่านี้ และไม่จำเป็นต้องทราบ เพียงแค่ประโยค
‘ความลับในร่างกายเจ้า’ ที่ผูเยากล่าว ก็เพียงพอให้มันตอบรับการค้าครั้งนี้โดยไม่
ลังเล เรื่องนี้ติดตามหลอกหลอนหัวใจมันตลอดมา จั่วม่อมุ่งมั่นอยู่บนความเป็นจริง ไม่มี
จิตปณิธานสูงส่งอันใด มันชมชอบชีวิตอันสงบสุข แม้จะรู้ว่าความคิดจิตใจของมันถูกคน
ลบทิ้ง แต่ส่วนลึกในจิตใจหรือจิตใต้สำนึก กลับไม่เคยคาดหวังให้ตนเองเข้าสู่วิถีทางแห่ง
การแก้แค้น ไม่ต้องการตกอยู่ในบ่วงแห่งความเคียดขึ้งชิงชัง บวกกับไม่เคยมีเบาะแสมา
ก่อน เรื่องนี้จึงค่อยๆ ฝังลงไปในหัวใจของมัน ลึกลงไปเรื่อยๆ
เรี่ยวแรงกำลังและการดิ้นรนทั้งหมดของมัน ไม่ใช่เพื่อการล้างแค้น แต่เพื่อเอาชีวิต
รอด นี่คือการอยู่บนความเป็นจริงของมัน
ทว่าไม่มีผู้ใดสามารถข้ามผ่านอดีตของตนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผูเยาบอกว่าใน
ร่างกายของมันมีลูกแก้วห้าธาตุถูกผนึกไว้ จิตใจของมันก็พังทลายทันที
ผู้ใดผนึกลูกแก้วห้าธาตุไว้ในร่างมัน? คนผู้นี้มีความสัมพันธ์ใดกับมัน?
จั่วม่อต้องการรู้! จะต้องรู้ให้ได้!
ผูเยาพึงพอใจกับข้อตกลงการค้าครั้งนี้ยิ่ง มันเข้าใจทะลุปรุโปร่งในสถานการณ์ของ
จั่วม่อ
ในฐานะยอดฝีมือที่สามารถไล่เข่นฆ่ากงซุนชาจนย่อยยับอัปรานับครั้งไม่ถ้วนใน
หมากรุกสงคราม ทั้งยังเคยรอดชีวิตมาจากมหาสงครามพันปี สายตาของผูเยาย่อม
แหลมคมยาวไกลกว่าจั่วม่อมาก
สิ่งใดกันเล่าที่จั่วม่อปรารถนามากที่สุดในเวลานี้?
ความแข็งแกร่งอย่างไรเล่า!
กองกำลังที่กงซุนชาเพาะสร้างขึ้น สามารถถือได้ว่ายังเป็นเพียงน้ำที่อยู่ห่างไกล
เท่านั้น น้ำไกลย่อมไม่อาจดับไฟใกล้ได้ทันท่วงที
การเจริญเติบโตของความแข็งแกร่งมีรูปแบบกฏเกณฑ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่
กล่าวว่าจะชี้แนะให้แข็งแกร่ง ก็สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ผูเยาจะไม่รู้เรื่องนี้
ได้อย่างไร แต่ที่มันยังกล้ากล่าวรับรองเช่นนี้ ย่อมมีเหตุผลของตน สิ่งที่มันพึ่งพาไม่ใช่
อะไรอื่น นอกจากตัวจั่วม่อเอง อันที่จริงการฝึกฝีมือของจั่วม่อ ด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ
ถูกผูเยาลอบสะกดเอาไว้ตลอดมา ตัวอย่างเช่นรูในตันเถียนหรือการสูบปราณพิภพ ซึ่ง
การถูกสะกดยับยั้งเอาไว้นี้ ทำให้จั่วม่อเข้าสู่ภาวะวิกฤติ
ด้วยสถานการณ์เลวร้ายในปัจจุบัน ทำให้ผูเยาทราบว่ามันเองก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์
“เจ้ายืนอยู่ที่หน้าประตูของการฝั่าด่านแล้ว” ผูเยากล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“วิชาเสริมสร้างสังขารของเจ้าถึงด่านร่างภูผา แม้ว่าจะเป็นเพียงหนึ่งขุนเขา แต่ก็
ห่างจากอภิญญาแค่ก้าวเดียว” “หนึ่งขุนเขา? อภิญญา?” จั่วม่อหูผึ่ง
“ร่างภูผาของเจ้าแบ่งออกเป็นสามขั้น หนึ่งขุนเขาคือขั้นแรก เจ้าเมื่อฝึกปรือถึงขั้น
ร่างภูผา สามารถดูดซับปราณพิภพ ก็เรียกได้ว่าวิชาเสริมสร้างสังขารของเจ้ากำลัง
เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง เวลานี้เมื่อเจ้าเข้าถึงด่านร่างภูผา พลังอภิญญาก็อยู่ไม่ไกล”
ตรงจุดนี้ผูเยากลับโปั้ปดเล็กน้อย ที่จริงจั่วม่อสมควรบรรลุอภิญญาเสียนานแล้ว
แต่เป็นผูเยาเองที่ลอบสะกดเอาไว้ ดังนั้นจนกระทั่งถึงตอนนี้ อภิญญาของจั่วม่อก็ยัง
ไม่ได้ก่อเกิด
ผูเยาหน้าไม่แดงแม้แต่น้อย ขณะกล่าวสืบต่อ “สิ่งที่เรียกว่าอภิญญา เป็นคำเรียก
ขานของนักบวชเซน เมื่อวิชาเสริมสร้างสังขารบรรลุถึงระดับหนึ่ง ร่างกายจะได้รับการรู้
แจ้ง ก่อเกิดอภิญญาด้วยตัวมันเอง อภิญญาเมื่อก่อเกิดจากร่างกายของคนผู้หนึ่ง พลัง
อภิญญาของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปตามธรรมชาติ”
จั่วม่อคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ
“อ้อ พวกนักบวชเซนก็ชอบกล่าวให้มันลี้ลับเข้าไว้เช่นนี้แหละ เจ้าสามารถเข้าใจอีก
ทางเช่นนี้ เสริมสร้างสังขารคืออะไร? มันก็คือการหลอมสร้างร่างกายราวกับว่าร่างกาย
เป็นยุทธภัณฑ์เวท! เมื่อหลอมสร้างถึงระดับหนึ่ง ก็จะเกิดพลังบางอย่างขึ้นตามธรรมชาติ
เลือดเนื้อร่างกายของแต่ละคนล้วนผิดแผกแตกต่าง ดังนั้นพลังที่ได้ก็ย่อมจะแตกต่างกัน
ไปมากมาย”
ฟังคำอธิบายของผูเยา จั่วม่อค่อยเข้าใจมากกว่าเดิม ยุทธภัณฑ์เวทและกระบี่บิน
หากผ่านการกลั่นเกลาอย่างยาวนาน พวกมันย่อมทรงพลังขึ้นตามธรรมชาติ เช่นนั้น
สังขารของผู้คนไยไม่ต่างกัน
“ข้าจะก่อเกิดอภิญญาได้อย่างไร?” จั่วม่อตื่นเต้นอยู่บ้าง มันกระหายใคร่รู้ยิ่งว่าพลัง
อภิญญาของมันจะเป็นอย่างไร
“อ้อ นั่นง่ายดายยิ่ง” ผูเยากล่าวอย่างคลุมเครือ “ดูดซับปราณพิภพให้มากขึ้นอีกสัก
หลายวัน สิ่งนี้มีประโยชน์มาก”
เพื่อไม่ให้การหลอกลวงของมันถูกเปิดโปง ผูเยารีบเปลี่ยนหัวเรื่อง “ใช่แล้ว นอกจาก
อภิญญา ยังมีบางอย่างในร่างกายเจ้าที่สามารถเพิ่มพลังฝีมือของเจ้าอย่างมหาศาล”
จริงดังคาด จั่วม่อเมื่อถูกวาจาของผูเยาชี้นำ ก็ไม่ทันคิดถึงเรื่องปราณพิภพอีก ถาม
อย่างแปลกใจอยู่บ้าง “มีด้วยหรือ สิ่งนั้นคืออะไร?”
มันไม่เคยล่วงรู้ว่ามีสิ่งใดในร่างกายมันที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตนได้
“นั่นคือลูกแก้วห้าธาตุ” ผูเยาตอบราบเรียบ “ลูกแก้วห้าธาตุเป็นสุดยอดยุทธภัณฑ์
เวทที่หายากยิ่ง มันสามารถเก็บกักพลังปราณ และเปลี่ยนพลังปราณเป็นแหล่งกำเนิดห้า
ธาตุโดยตรง”
“เปลี่ยนพลังปราณเป็นแหล่งกำเนิดห้าธาตุโดยตรง!”
จั่วม่อตะลึงลาน นึกถึงเจดีย์น้อยขึ้นมาทันที เจดีย์น้อยสามารถย่อยสลายยุทธภัณฑ์
เวทและวัตถุดิบให้กลายเป็นแก่นสารปราณห้าธาตุ แต่แก่นสารปราณห้าธาตุเมื่อเทียบ
กับแหล่งกำเนิดปราณห้าธาตุ นับว่าเลวร้ายกว่ากันมาก แก่นสารปราณห้าธาตุสามารถ
ให้กำเนิดไขกระดูก ก่อเกิดไขกระดูกห้าธาตุ น้ำเต้าเล็กๆ ทั้งห้าที่ห้อยอยู่ที่ชายคาของ
เจดีย์น้อยคือไขกระดูกห้าธาตุนั่นเอง ส่วนแหล่งกำเนิดห้าธาตุก็คือส่วนที่ละเอียดอ่อน
และดีที่สุดของไขกระดูกห้าธาตุ
“ไม่ผิด แหล่งกำเนิดห้าธาตุเป็นสิ่งที่ดีมาก หลายครั้งที่เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็น
ลูกแก้วนี้เองที่เยียวยารักษาร่างกายให้แก่เจ้า แหล่งกำเนิดห้าธาตุดูดซับได้ง่ายดายยิ่ง
เหมาะสำหรับวิชาเสริมสร้างสังขาร ไม่ทราบว่าผู้ใดใส่ไว้ในร่างเจ้า ช่างหักใจเสียของได้
ลงคอจริงๆ” น่าประหลาด จั่วม่อรู้สึกหัวใจสั่นไหว เต้นระส่ำอย่างฉับพลัน
ความหวั่นไหวนี้จู่ๆ ก็พลุ่งขึ้นในใจโดยไม่มีวี่แววล่วงหน้า จั่วม่อทันใดนั้นบังเกิดลาง
สังหรณ์ว่าลูกแก้วห้าธาตุนี้สำคัญกับมันเป็นอย่างยิ่ง!
ไม่อาจบอกได้ว่าไฉนจู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกเช่นนี้ แต่ความรู้สึกนี้แรงกล้ายิ่ง แรงกล้า
เสียจนถึงจุดที่ไม่สามารถมองผ่านไปได้อีก มันไม่ทราบว่าผู้ใดใส่ลูกแก้วห้าธาตุนี้ไว้ใน
ร่างกายมัน แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร คนที่ใส่ลูกแก้วห้าธาตุไว้ในร่างกายมัน จะต้องเป็นหนึ่ง
ในคนใกล้ชิดที่สุดของมันอย่างแน่นอน!
ใช่เป็นบิดามารดาของมันหรือไม่?
จั่วม่อเงยหน้าขึ้น สุ้มเสียงเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
“อย่าแตะต้องมัน เลือกฝึกปรืออภิญญาเถอะ”