สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 227 ธุรกิจการค้าภายในกองกำลัง
จั่วม่อพอรับเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์จากจงหยู แทนที่จะเริ่มต้นฝึกปรือทันที กลับเริ่ม
จัดระเบียบความคิดของตัวเองก่อน
เป็นไปตามคำของผูเยา มันรอบรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกินไป แต่เมื่อลองพินิจ
พิจารณาอย่างจริงจัง สิ่งที่พอจะเรียกว่าทรงพลังอำนาจอยู่บ้าง กลับน้อยนิดจนน่า
เวทนา
ในเวลานี้ สินค้าที่ทรงพลังสูงสุดในคลังอาวุธยุทโธปกรณ์ของมันคือมุกหยินประลัย
กัลป ซึ่งครอบครองสุดยอดพลังทำลายล้างอันน่าตระหนก แต่เนื่องจากพื้นที่ที่มีภูตหยิน
ยากจะเสาะหาในระยะเวลาอันสั้น จึงไม่สามารถควบกลั่นไข่มุกหยินได้ ดังนั้นมุกหยิน
ประลัยกัลปกลายเป็นอาวุธที่มีจำกัดไป อีกอย่างหนึ่ง หากศัตรูระมัดระวังอยู่ก่อน
มุกหยินประลัยกัลปอาจไม่ได้ผลเลิศเท่าที่คิด
นอกจากนี้ยังมีขบวนกระบี่ห้าเจตจำนง แม้ว่าจั่วม่อไม่มีเคล็ดวิชากระบี่เพื่อฝึกปรือ
ให้ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ แต่ค่ายกลกระบี่ขบวนเล็กๆ นี้ถือกำเนิดขึ้นจากค่ายกล
เจตจำนงกระบี่สุญตา ในหมู่ชนชั้นหนิงม่าย ยังคงเรียกได้ว่าร้ายกาจน่าอัศจรรย์ยิ่ง
อย่างไรก็ตาม กระบี่ชุดนี้ยังไม่เคยผ่านการทดสอบในการต่อสู้จริงมาก่อน จั่วม่อไม่อาจ
ประเมินได้ว่าพลังของมันจะอ่อนด้อยหรือยอดเยี่ยมอย่างไร สิ่งที่ขบวนกระบี่ห้า
เจตจำนงพึ่งพาคือค่ายกลกระบี่ มองจากด้านนี้ นี่ไม่ต่างอันใดจากแผ่นจานค่ายกลที่
สร้างขึ้นจากกระบี่บินห้าเล่ม
ทั้งก่อนและหลัง จั่วม่อได้รับหัตถ์พันใบน้อยจากผูเยารวมทั้งสิ้นห้ากระบวนท่า
หัตถ์พันใบน้อยร้อยเปลี่ยนพันแปลง แปลกพิสดารยากจะคาดเดา ห้ากระบวนท่าที่มัน
ครอบครองยังแทบไม่สามารถใช้ออกได้ ยังห่างไกลจากการใช้ออกอย่างราบลื่นช่ำชอง
อีกไกลโข หัตถ์พันใบน้อยควบคุมบังคับใช้ปราณธรรมชาติแห่งฟั้าดิน สภาพแวดล้อมที่
สามารถใช้งานได้มีข้อกำหนดมากมาย การใช้วิชาไม่ใช่เรื่องสะดวกดายเหมือนเวทวิชา
เซียน แต่หากใช้ออกได้สำเร็จ พลังอำนาจย่อมร้ายกาจอย่างล้นเหลือ
เมื่อฝึกปรือเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ มันจะมีกระบวนท่าจู่โจมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกระบวน
ท่า เป็นกระบวนท่าจู่โจมซึ่งหน้าซึ่งแทบจะไม่มีข้อจำกัด แต่ผูเยากล่าวว่าเคล็ดหมัดคลื่น
สวรรค์ไม่ใช่เคล็ดวิชาหมัดที่ร้ายกาจอันใด พลังของมันสมควรไม่มีสิ่งใดน่าตื่นตาตื่นใจ
นัก
ขบคิดถึงตรงนี้ จั่วม่อรู้สึกว่าพลังฝีมือโดยรวมของมันขาดพร่องไปจริงๆ ในด้านของ
ยุทธภัณฑ์เวท เจดีย์น้อยแม้เป็นยุทธภัณฑ์เชื่อมวิญญาณ แต่มีฝีมือโดดเด่นไปในทาง
ควบคุมค่ายกล ขณะเดียวกันยุทธภัณฑ์เวทมากมายที่มันครอบครองล้วนมีค่า แต่ไม่มีชิ้น
ใดบรรลุถึงชั้นสุดยอดในระดับของพวกมัน
ไม่ว่าจะเป็นสินค้าระดับใด ยุทธภัณฑ์เวทที่อยู่ในชั้นสุดยอดของระดับนั้น จะมีพลัง
พิเศษเฉพาะตัว
พอทบทวนสิ่งที่ตัวเองมีทั้งหมด สังหรณ์อันตรายอันแรงกล้าในใจจั่วม่อ ก็ไต่ขึ้นไป
ถึงขั้นวิกฤตการณ์ในทันที
จั่วม่อแม้ตัดสินใจทำสงครามกลุ่มกับยอดฝีมือด่านจินตันของพรรคฟั้ากระจ่าง แต่
นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไม่ต้องการพลังในการปกปั้องตนเอง อย่างน้อยที่สุด มันก็ต้อง
ให้แน่ใจว่าสามารถอยู่รอดได้เมื่อสงครามสิ้นสุด
สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝีมือคือค่ายทหาร จั่วม่อตัดสินใจย้ายไปยัง
ค่ายฝึก
เถ้าแก่เมื่อมาอยู่ในค่ายฝึก ทุกผู้คนตื่นตัวอย่างฉับพลัน ไม่กล้าย่อหย่อนแม้แต่น้อย
สายตาของพวกมันลอบมองเถ้าแก่เป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าหรือสมาชิกใหม่ พวก
มันล้วนทราบว่าเถ้าแก่มีสินค้าอันดีงามอยู่ในมือมากมาย!
ผู้รับผลประโยชน์รายแรกคือม้าฝาน เคล็ดวิชาท่าร่างระดับห้า หลายคนจ้องมอง
ด้วยดวงตาร้อนฉ่าแดงฉาน หลายวันมานี้ พวกมันได้ชมดูม้าฝานฝึกปรือวิชาท่าร่างระดับ
ห้าด้วยตาของพวกมันเอง
ขบวนภาพลวงตาอันพร่างพราวในอดีตไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไป ม้าฝานราว
กับเงาภูตพราย บัดเดี๋ยวปรากฎ บัดเดี๋ยวหายวับ โดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า ไม่ว่าผู้ใดพบ
เห็นภาพนี้ล้วนสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บโดยไม่รู้ตัว เมื่อพวกมันนึกถึงกระบี่มายาไร้
เงามหาวินาศอันร้ายกาจไร้ร่องรอย ผสานรวมกับวิชาท่าร่างมฤตยูที่ทั้งเงียบเชียบและ
ปราศจากร่องรอยเช่นเดียวกัน พวกมันก็ตระหนักทันที ว่าต่อให้พวกมันถูกม้าฝานเชือด
ทิ้งในกระบี่เดียว ยังคงไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด
แม่นางน้อยยังมอบปั้ายบงการสัตว์ร้ายให้แก่ม้าฝานปั้ายหนึ่ง ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน
ผีเสื้อเทาที่ไม่มีใดสะดุดตาตัวนี้
ม้าฝานแม้ทำให้พวกมันอิจฉาริษยาแทบอกแตกตาย แต่พวกมันก็ไม่มีอะไรจะพูด
พลังฝีมือของม้าฝานประจักษ์ชัดในสายตา อย่าได้เห็นว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของมัน
ไม่ได้สูงล้ำเช่นเซี่ยซาน แต่ผลกระทบต่อการสู้รบของมันไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยซานสามารถ
เปรียบเทียบได้ กระทั่งเซี่ยซานยังต้องยอมรับนับถือ ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนศัตรูที่เสียชีวิต
จะถูกบันทึกไว้ด้วยสีชาดแดงสดใส แสดงให้เห็นกันทั่วทั้งค่ายฝึก จำนวนคนที่ตกตายใต้
คมกระบี่ของม้าฝาน เรียกได้ว่าไม่มีผู้ใดมีหวังจะไล่ตามทัน
เลียนแบบม้าฝานอาจจะหมดหวัง แต่สิ่งที่จงหยูประสบมา กลับจุดประกาย
ความคิดให้แก่หลายคน
จงหยูเป็นคนสัตย์ซื่อถือมั่น ไหนเลยจะมีปัญญาต้านทานการรุมเค้นถามของคน
เหล่านี้ ได้แต่สารภาพอย่างหมดเปลือก เถ้าแก่ยืนกรานแลกเปลี่ยนอย่างเป็นธรรม นี่ทำ
ให้พวกมันรู้สึกมั่นใจไม่น้อย ได้ติดตามเถ้าแก่เช่นนี้ พวกมันยังจะมีอะไรไม่พอใจอีกเล่า?
แต่กับค่ายกลสามชุดที่ดูโอ้อวดเกินจริงไปมาก ทำให้พวกมันยังลังเลอยู่บ้าง ทว่า
หลังจากนั้นไม่กี่วัน พลังฝีมือที่รุดหน้าอย่างบ้าคลั่งของจงหยู ก็ทำให้สหายร่วมหน่วย
อย่างเหลยเผิงกับเหนียนลู่ถึงกับแตกตื่นสะท้านใจ
แม่นางน้อยพอค้นพบสิ่งผิดปกติของจงหยู ก็แยกมันออกมาฝึกปรือคนเดียวทันที
ทุกคนในที่สุดก็เข้าใจกระจ่าง ที่แท้ค่ายกลสามชุดที่สลักไว้บนร่างกายของจงหยู
นำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้! หัวใจของพวกมันสะท้านสั่นไหวในทันที เคล็ด
วิชาท่าร่างระดับห้าเป็นบำเหน็จรางวัลจากความดีความชอบทางทหาร พวกมันอาจไม่มี
โอกาสเอื้อมถึงได้ แต่สำหรับค่ายกลสามชุดนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่อง
เพราะนี่เป็นสิ่งที่จงหยูแลกมาด้วยเคล็ดวิชาหมัด!
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือค่ายกลสามชุดนี้สามารถใช้สินค้าแลกเปลี่ยนได้!
คนเหล่านี้ล้วนเป็นขิงแก่ที่เผ็ดร้อน ไฉนเลยจะไม่เข้าใจความหมายเหล่านี้?
เวลานี้เถ้าแก่ก็เข้ามาฝึกฝีมืออยู่ในค่ายทหารด้วย โอกาสอันดีงามถึงเพียงนี้
จะปล่อยให้หลุดรอดไปได้หรือ?
ผู้ที่ลงมือเป็นคนแรกคือเหลยเผิง มันกับเหนียนลู่ฝึกปรือกับจงหยูทุกวี่วัน ย่อมได้รับ
ผลกระทบอย่างลึกล้ำรุนแรงที่สุด อย่าได้เห็นว่ามันดูหยาบกร้านวู่วาม แต่อันที่จริงคนผู้
นี้ขวัญกล้าใจละเอียดอ่อน มันกระทั่งสืบทราบข้อมูลเรื่องพลังวิเศษของค่ายกลทั้งสาม
จากจงหยูโดยละเอียดมาก่อน
ค่ายกลขัดเกลาสังขารมีประโยชน์ใช้สอยต่อมันไม่มากนัก แต่อีกสองค่ายกลทำให้
เหลยเผิงน้ำลายไหลหยดย้อย คนผู้นี้ทั้งใบหน้าหนาทั้งกล้าหาญ ฉวยโอกาสในช่วงพัก ตี
หน้าใสซื่อไร้เดียงสาเร่เข้าหาจั่วม่ออย่างไม่รีรอ บุรุษหยาบกร้านผู้นี้ถึงกับใช้น้ำเสียง
ประจบประแจงได้อย่างเชี่ยวชาญ
“เถ้าแก่ ผู้น้อยสามารถร้องขอบางสิ่งจากท่านได้หรือไม่?”
จั่วม่อมองเหลยเผิงอย่างแปลกใจอยู่บ้าง “ของอันใด?”
“ผู้น้อยก็ต้องการสลักสามค่ายกลลงบนร่างกายเช่นเดียวกับจงหยู” ฟังสุ้มเสียง
แปลกใจของเถ้าแก่ เหลยเผิงหัวใจโลดขึ้น รีบกล่าว “ผู้น้อยยินดีใช้เคล็ดดาบผีนรกมา
แลกเปลี่ยน”
จั่วม่อเข้าใจในทันที
มีเหตุผลใดที่จะปฎิเสธการค้าที่มาเยือนถึงหน้าประตู? ยิ่งไปกว่านั้น มันยังไม่
ชำนาญในการสลักค่ายกลลงบนร่างกายผู้คน ยากนักที่จะมีผู้เสนอตัวมาให้ทดลองด้วย
ตัวเอง จั่วม่อในใจปลาบปลื้มยินดีไม่น้อย
จั่วม่อทำเสียงในลำคอ แสร้งเป็นครุ่นคิด “สลักค่ายกลลงบนร่างหาใช่เรื่องง่ายดาย
ไม่ จะอย่างไรก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่”
เหลยเผิงย่อมเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้ว ในโลกไม่มีอาหารกลางวันที่สามารถ
รับประทานเปล่า วิธีการลับที่ทั้งรวดเร็วและเรียบง่ายเช่นนี้ ไหนเลยจะไม่มีความเสี่ยง
ได้? อย่างไรก็ตาม มันยังอดถามอย่างอยากรู้อย่างเห็นไม่ได้ “เป็นอันตรายต่อการ
บำเพ็ญเพียรหรือไม่?”
“อ้อ ไม่ๆ เพียงแต่หากล้มเหลว อาจจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ได้ เนื่องเพราะใช้
ของเหลวที่พิเศษเฉพาะเป็นส่วนประกอบ กระทั่งโอสถปราณลบรอยแผลเป็น อาจไม่
สามารถลบรอยแผลเป็นนี้ได้”
เหลยเผิงถอนหายใจโล่งอกทันที หัวร่อฮิฮะ “ผู้น้อยเป็นนายผู้เฒ่าผู้หนึ่ง ไม่
จำเป็นต้องรักสวยรักงามอันใด”
ผลของการสลักค่ายกลล้มเหลวเป็นเพียงรอยแผลเป็นชุดหนึ่ง คนเหล่านี้ล้วนมีชีวิต
หลั่งเลือดเลียคมดาบทุกวี่วัน ผู้ใดสนใจเรื่องยิบย่อยเช่นนี้?
จั่วม่อเห็นเช่นนั้น ก็กล่าวอย่างราบเรียบว่า “ข้าไม่ต้องการเคล็ดวิชาดาบ หากเจ้า
คิดแลกเปลี่ยน เจ้าต้องใช้อย่างอื่น” มันเรียนรู้มากมายหลายสิ่งเกินไปแล้ว ย่อมไม่คิด
รวมเคล็ดวิชาดาบเข้ามาอีกอย่าง
เหลยเผิงแตกตื่นขึ้นมาทันที รีบร้อนเปิดถุงร้อยสมบัติที่เอวของมัน เทออกมาพรวด
เดียว “เถ้าแก่ ลองดูว่ามีสิ่งที่ท่านต้องการหรือไม่ ผู้น้อยยินยอมแลกทั้งหมด!”
จั่วม่อหรี่ตา กวาดมองกองสมบัติย่อมๆ อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นดวงตาเบิกกว้าง
เล็กน้อย คว้าหินหยกขนาดเท่ากำปันขึ้นจากกองสิ่งของสารพัด กล่าวว่า “ข้าเอาอันนี้”
“ประเสริฐ!” เหลยเผิงเบิกบานใจยิ่ง สิ่งที่มันห่วงกังวลมากที่สุด ย่อมเป็นการที่มัน
ไม่มีสิ่งของที่ต้องตาเถ้าแก่ คล้ายกลัวว่าเถ้าแก่จะเปลี่ยนใจ มันรีบเก็บสิ่งของทั้งหมด
อย่างรวดเร็ว
“มากับข้า” จั่วม่อลุกขึ้นยืน สบตากงซุนชาแวบหนึ่ง จากนั้นจากไปพร้อมเหลยเผิง
ครั้นเมื่อเหลยเผิงกลับมาพร้อมความยินดีปรีดาในตอนเย็น ทั้งค่ายก็แทบระเบิด
ในทันที เมื่อกลับมาถึง เหลยเผิงก็ถอดเสื้อ เปลือยร่างท่อนบน อวดค่ายกลสามชุดที่เพิ่ง
สลักลงไปอย่างไม่รู้เบื่อ คนอื่นๆ จ้องมองด้วยน้ำลายไหลหยดย้อย
เมื่อมีตัวอย่างอันดีงามให้เห็น ฝูงชนไหนเลยจะไม่หวั่นไหวใจ
ผู้ใดไม่มีสิ่งของที่ดีอยู่ในมือสักชิ้นสองชิ้น? วัตถุดิบ ยุทธภัณฑ์เวท ม้วนหยก เถ้าแก่
ยอมแลกเปลี่ยนกับทุกสิ่งทุกอย่างตราบเท่าที่มันพอใจ เถ้าแก่กระทั่งยินดีแลกกับเศษ
ชิ้นส่วนยุทธภัณฑ์เวทที่มันพึงใจด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น เถ้าแก่ไม่เคยเรียกร้องราคาเกินเลย
แต่ละครั้งมันจะเลือกสินค้าเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
หลายครั้งหลายหน ที่พวกมันคิดว่า เถ้าแก่ช่างเป็นคนทำการค้าที่เต็มไปด้วย
จริยธรรมทางวิชาชีพเสียจริง!
ซิวเจ่อเกือบทั้งหมดตกลงใจสลักค่ายกลทั้งสามชุดลงบนร่างกายของตน ลำดับการ
สั่งซื้อในมือจั่วม่อทอดยาวล่วงหน้าไปอีกยี่สิบวัน ผลกำไรที่มันได้รับในคราวนี้ บันดาลให้
มันรู้สึกใกล้จะคลุ้มคลั่งเต็มทน!
หลังจากเซี่ยซานยอมศิโรราบและเข้าร่วมกองกำลัง กองทัพของมันก็มีผู้คนรวม
ทั้งสิ้นหนึ่งร้อยสิบคน นอกจากจงหยูกับเหลยเผิงที่เรียบร้อยไปตั้งแต่แรก คนอื่นๆ ล้วน
เรียงหน้าเข้ามารับการสลักค่ายกลลงบนร่างโดยไม่มีข้อยกเว้น จะมีสิ่งใดเป็นประโยชน์
และมีคุณค่ามากไปกว่าการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตนอีกเล่า?
ในหมู่พวกมันไม่มีเณรน้อย ทุกคนเข้าใจคุณค่าของค่ายกลทั้งสามโดยกระจ่าง แม้ว่า
เงื่อนไขของจั่วม่อจะเข้มงวดขึ้นตามลำดับ แต่ส่วนใหญ่ยังคงเลือกการสลักค่ายกลอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม การที่จั่วม่อเลือกสินค้าเพียงชิ้นเดียว ได้ทิ้งภาพประทับใจของการ
“ไม่โลภ” ไว้ในใจของคนเหล่านี้
หากใบหน้าของจั่วม่อสามารถขยับแสดงอารมณ์ได้ เวลานี้มันจะต้องยิ้มกว้างอย่าง
แน่นอน
ในสิ่งของจำพวกยุทธภัณฑ์เวท มีไม่มากนักที่สามารถสั่นคลอนจิตใจมัน แต่ในกลุ่ม
ม้วนหยกกลับมีสมบัติดีๆ มากมาย มันกระทั่งค้นพบม้วนหยกวิธีเพาะปลูกพืชปราณบุป
ผาคิมหันต์อำไพ ของสิ่งนี้มันไม่ทราบว่าเสาะหามาเนิ่นนานเท่าใด แต่สุดท้ายกลับถูก
เลือกออกมาจากกองสิ่งของที่ดูผิวเผินเหมือนกองขยะเหล่านี้
สิ่งที่จั่วม่อได้รับมากที่สุดคือวัตถุดิบทุกประเภท คนเหล่านี้ทุกคนเป็นชนชั้นหนิงม่าย
สิ่งที่พวกมันเก็บสะสมไว้ยังจะเป็นวัตถุดิบธรรมดาอีกหรือ? สิ่งที่จั่วม่อเลือกทั้งหมดล้วน
เป็นวัตถุดิบระดับสี่ เวลานี้มันครอบครองไฟอีกาทองคำ สามารถแปรสภาพวัตถุดิบ
เหล่านี้ได้อย่างสะดวกดาย
กระทั่งผูเยายังอิจฉาริษยากับการเก็บเกี่ยวมหาศาลของจั่วม่อรอบนี้!
น่าเสียดาย ข้อตกลงการค้าระหว่างพวกมันหนนี้ ไม่ได้รวมผลกำไรที่จั่วม่อได้รับจาก
การใช้ค่ายกลเอาไว้ด้วย หากเป็นในอดีต ผูเยาย่อมต้องเลือกหยิบสินค้าเอาตาม
อำเภอใจ โดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากจั่วม่อ แต่เวลานี้เป็นมันที่อยู่ในตำแหน่งที่ต้อง
พึ่งพาจั่วม่อ ย่อมไม่อาจประพฤติตัวเหมือนเดิมได้อีก
ผูเยาซึ่งอิจฉาจนตาแดงฉาน ได้แต่ใช้วิธีอื่นเพื่อระบายความแค้นในใจมัน
“เจ้าแตกฉานแผนผังปิศาจแรดทองแดงดีแล้วนี่ เอ้า นี่คือแผนผังปิศาจต้าเผิงปีก
ทองคำ* เจ้าสมควรเร่งวิเคราะห์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ผูเยาโยนม้วนหยกไปให้
แผนผังปิศาจที่บันทึกอยู่ภายในละเอียดซับซ้อนกว่าแผนผังปิศาจแรดทองแดงมาก
จั่วม่อมองปราดเดียวถึงกับหัวหมุนงุนงงไปเลย
(*นกเผิงใหญ่ เผิงก็คือคุนเผิง นกใหญ่ในตำนานจีนที่แปลงร่างมาจากปลา ตามที่ผู้
แปลเคยอธิบายไว้แล้วในตอนก่อนๆ )
ผูเยารู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
ไม่ว่าในอาณาจักรปิศาจใด ต้าเผิงปีกทองคำก็เป็นชนชั้นสูง ครอบครองสายเลือด
พิเศษเฉพาะที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน! พวกมันเกิดมาผิดธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้อง
พึ่งพาทักษะลับใด สติปัญญาของพวกมันก็ตื่นรู้ตั้งแต่ถือกำเนิด พวกมันสืบทอดมรดกชั้น
สุดยอด หลังจากวิวัฒนาการผ่านรุ่นแล้วรุ่นเล่า ร่างกายของพวกมันก็ค่อยๆ เข้าใกล้
ความสมบูรณ์พร้อม แผนผังปิศาจบนร่างของพวกมันก็บรรลุสู่ความสมบูรณ์แบบ
เช่นเดียวกัน จุดอ่อนเดียวของพวกมัน ก็เหมือนกับอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดอันล้ำ
เลิศทั่วไป นั่นคือความความสามารถในการสืบพันธุ์ต่ำมาก
แผนผังปิศาจอันซับซ้อนถึงเพียงนี้ เหนือกว่าความสามารถของจั่วม่อไปไกลโข
ผูเยาจงใจโยนแผนผังปิศาจต้าเผิงปีกทองคำไปยังจั่วม่อ ก็เพื่อสยบความผยองพอง
ขนของจั่วม่อ แผนผังปิศาจที่สมบูรณ์พร้อมถึงเพียงนี้ ย่อมต้องดึงดูดใจจั่วม่ออย่าง
รุนแรง จั่วม่อจะถูกดึงดูดให้จมลงไปในการศึกษาวิเคราะห์โดยมิอาจระงับยับยั้งตนเอง
แต่เมื่อความสามารถไม่ถึง ก็มีแต่ต้องถูกทรมานด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจเท่านั้น รอ
จนกว่าจะร้อนระอุได้ที่ มันค่อยโยนแผนผังปิศาจระดับต่ำกว่าไปให้จั่วม่ออีกที
ผูเยายิ่งคิดเท่าไร ก็ยิ่งเบิกบานสำราญใจเท่านั้น ไม่ทราบเพราะเหตุใด เมื่อมันเห็น
ท่าทางหยิ่งผยองลำพองใจของจั่วม่อในช่วงนี้ ในใจต้องรู้สึกขุ่นข้องอย่างบอกไม่ถูก
เป็นไปตามที่ผูเยาคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน จั่วม่อลุ่มหลงงมงายในแผนผังปิศาจชุดนี้
อย่างสมบูรณ์ ลุ่มหลงงมงายอย่างลึกล้ำ ยากจะไถ่ถอน! ผูเยาสามารถเห็นได้ชัดตา
ปราดแรกที่จั่วม่อพบเห็นแผนผังปิศาจต้าเผิงปีกทองคำ ลมหายใจของมันถึงกับชะงัก
ขาดห้วง!
อย่างไรก็ตาม ที่คาดไม่ถึงก็คือจั่วม่อแสดงการระงับใจตนเองอย่างน่าตระหนก สิ่ง
แรกที่มันกระทำหลังจากฟึนตัวจากความมึนงง คือโยนม้วนหยกเข้าไปในแหวนมิติ
จากนั้นผูเยาได้ยินเสียงจั่วม่อ ด้านหนึ่งก็ลงมือสลักค่ายกลลงบนร่างเหล่าลูกสมุน
อย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ปากดูคล้ายกระซิบพึมพำคำเดิมซ้ำไปซ้ำ
มา ทนเอาไว้ ทนเอาไว้ ทนเอาไว้!
บางคราวเสียงกรีดร้องจากห้องจั่วม่อก็ดังแหลมออกมาเป็นระยะ
ผูเยาหัวร่อกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึก