สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 228 ฝีมืออันเฉียบขาดของม้าฝาน
ม้าฝานมีพื้นที่ฝึกฝีมือแยกต่างหาก นี่คือสิ่งที่กงซุนชาจัดสรรให้แก่มันเป็นการเฉพาะ
เป็นมุมเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับน้ำมากที่สุด
สภาพภูมิประเทศของหาดประตูหินเป็นพื้นที่อันกว้างขวาง อิงภูเขาใกล้สายน้ำ
บางครั้งคราวนกสีขาวจะโฉบลงไปในน้ำ ความขัดแย้งอันโหดร้ายในอาณาจักรขุนเขา
น้อยไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับพวกมัน ดังนั้นพวกมันยังดำรงชีวิตสุขสบายไปตามวิถี
ธรรมชาติของตน ในร่างกายพวกมันไม่ได้มีสิ่งใดมีค่ามากพอให้ซิวเจ่อมาเหลียวแล พวก
มันไม่ใช่สัตว์ปราณ การเปลี่ยนแปลงของปราณธรรมชาติในดินแดน ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับพวกมันเช่นกัน
แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ส่องสะท้อนอยู่ในน้ำ ทาบทอลงบนร่างนกสีขาว ทอดเงา
ยาวเหยียด ต้นกกโยกไกวแผ่วเบาตามสายลม โดยไม่รู้ตัว ม้าฝานหยุดฝึกปรือ เดินไปยัง
ริมน้ำ เหม่อมองไปยังที่ห่างไกล หัวใจสงบสุขเยือกเย็น
ทันใดนั้น มันกะพริบตาเบาๆ ในดวงตาสาดประกายระแวงระวังวูบหนึ่ง
มันลดมือลงต่ำ ใช้ปลายนิ้วแตะไปยังปั้ายหยกที่คาดไว้ตรงเอว สีหน้าไม่แปรเปลี่ยน
แม้แต่น้อย ผีเสื้อเทาขนาดเท่านิ้วมือเกาะแน่นที่นิ้วกลางอย่างเงียบเชียบ ดูคล้ายแหวนสี
เทาที่ไม่สะดุดตาวงหนึ่ง
ดวงตาของม้าฝานพลันปกคลุมด้วยชั้นสีเทาที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ดูราวกับว่าดวงตา
ของมันมืดมัวลงเล็กน้อย
เนตรปราณ!
ครรลองสายตาของม้าฝานแปรเปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน ปั่าต้นกกหนาทึบแน่นขนัด
ค่อยๆ กลายเป็นโปร่งใส เห็นเงาร่างหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นกกอย่างชัดเจน
ที่แท้มียอดฝีมือซุ่มซ่อนอยู่ในนั้น!
ตำแหน่งที่ซุ่มซ่อนของฝั่ายตรงข้ามอยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยห้าสิบจั้ง ในระยะเท่านี้
ม้าฝานไม่มีความมั่นใจว่าสามารถสังหารอีกฝั่ายได้ในกระบี่เดียว ดูจากตำแหน่งที่คนผู้
นั้นเลือกซ่อนตัว เห็นได้ชัดว่าอีกฝั่ายระมัดระวังตัวยิ่ง หากมันไม่สามารถฆ่าอีกฝั่ายใน
กระบี่เดียว ด้วยสภาพภูมิประเทศอันเปิดโล่งและรกเรื้อ มันอาจไม่สามารถรั้งตัวคนผู้นี้
ไว้ได้
ม้าฝานคาดเดาว่าคนผู้นี้สมควรเป็นหน่วยสอดแนมจากฝั่ายอื่น ระยะทางนี้
เหมาะสมกับการเฝั้าดู ไม่ใช่การลอบจู่โจม
หากเป็นก่อนหน้านี้ ม้าฝานน่าจะเลือกไม่สนใจเสียแปดเก้าส่วน มากขึ้นเรื่องหนึ่งมิ
สู้น้อยลงเรื่องหนึ่ง มันไม่ชอบความยุ่งยาก แต่วันนี้ความคิดแรกที่วาบขึ้นในใจมัน กลับ
เป็นความคิดที่จะหาทางเชือดอีกฝั่ายทิ้ง!
รอจนมันรู้สึกตัว ม้าฝานก็อดตื่นตะลึงกับปฎิกิริยาแรกของตนมิได้ อย่างไรก็ตาม
มันไม่เสียเวลากับอารมณ์ของตนมากเกินไป ในใจประหวัดนึกถึงคำเตือนที่กงซุนชาพร่ำ
ย้ำกรอกหูอยู่หลายครั้งหลายหน
“ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดในสนามรบคือความลังเล! เจ้าเป็นแกนหลัก เจ้าต้องเด็ดขาด
ต้องเลือกในชั่วพริบตาเหมือนสายฟั้าแลบ! ไม่ว่าทางเลือกนี้จะถูกหรือผิดก็ตาม!”
ระยะห่างนี้… มันไม่มั่นใจว่าจะสามารถฆ่าได้ในกระบี่เดียว มันสมควรทำเช่นไร?
“เจ้าต้องเชื่อมั่นในสหายของเจ้า อย่าเอาแต่ลงมือโดยลำพัง หากไม่มีโอกาสเจ้าจะ
ทำอย่างไร? นี่เรียบง่ายยิ่ง เจ้ามีสองทางเลือก หนึ่งคือสร้างโอกาสให้แก่สหายของเจ้า
แทน หรืออีกหนึ่ง คือสหายของเจ้าอาจสร้างโอกาสให้แก่เจ้าได้”
ม้าฝานเหลียวมองไปรอบด้าน สีหน้าปกติเป็นธรรมชาติ มันพบสหายสามคน แต่ใน
สามคน มันจดจำได้แค่คนเดียว คนผู้นี้เรียกว่าเซี่ยซาน เป็นเหล่าต้าของกองกำลังที่พวก
มันเพิ่งพิชิตในครั้งล่าสุด ว่ากันว่าระดับพลังบำเพ็ญเพียรของคนผู้นี้คือด่านหนิงม่ายขั้น
สาม
อันที่จริง ม้าฝานคาดหวังว่าสามคนที่มันพบเห็นจะเป็นหน่วยรบของเหลยเผิง แม้ว่า
พลังฝีมือของเซี่ยซานเหนือล้ำกว่าหน่วยรบของเหลยเผิง แต่หน่วยรบของเซี่ยซานล้วน
เป็นสมาชิกใหม่ ยังไม่รู้จักมักคุ้นกับม้าฝานแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม ม้าฝานไม่ได้มีทางเลือกที่ดีกว่านี้
“เหล่าเซี่ย” มันชูมือขึ้น ตะโกนเรียกหาราวกับสนิทสนมกันมาทั้งชีวิต
เซี่ยซานอึ้งงัน ชะงักเท้ากึก หันกลับไปมองม้าฝาน ในใจสับสนงุนงงไม่น้อย เป็น
ธรรมดาที่มันย่อมรู้จักม้าฝาน คนผู้นี้เป็นแกนหลักของกองกำลังนี้ อยู่ในตำแหน่งที่ยาก
จะหาผู้ใดสั่นคลอนได้ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่แม่นางน้อยเชื่อถือมากที่สุด
แต่เซี่ยซานไม่เคยสนทนากับคนผู้นี้แม้แต่คำเดียว
“เฮ้!” แม้จะสงสัยใจยิ่ง เซี่ยซานยังคงตอบอย่างยิ้มแย้ม ในกองกำลังแห่งนี้ มันเป็น
คนใหม่ในหมู่คนใหม่ แม้ว่าพลังฝีมือของมันจะลึกล้ำที่สุด แต่เพื่อให้ได้รับความเชื่อถือ
จากกงซุนชา นี่ยังต้องใช้เวลาไม่น้อย มันย่อมไม่โง่งมพอที่จะล่วงเกินม้าฝาน
“ช่วยข้าฝึกฝนได้หรือไม่ ข้าอยากทดลองวิชาท่าร่างใหม่ของข้า” ม้าฝานยังคง
ตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงดุจสนิทสนมกันมาทั้งชีวิตเช่นเคย
เซี่ยซานลอบขมวดคิ้วเล็กน้อย มันอาจจะเป็นคนใหม่ แต่จะอย่างไรยังเคยเป็น
เหล่าต้าของกองกำลังหนึ่ง ไม่มีผู้ใดหาญกล้าเรียกมันมาเป็นคู่ซ้อมมือ แต่อย่างไรก็ตาม
สุ้มเสียงอันสนิทสนมของอีกฝั่ายคล้ายไม่มีเจตนาไม่ดี สิ่งที่ทำให้มันฉงนสนเท่ห์
ยิ่งกว่านั้น คือที่ผ่านมามันไม่เคยเห็นม้าฝานเรียกหาคู่ซ้อมมือมาก่อน
นี่แปลกประหลาดอยู่บ้าง…
ทันใดนั้น สายตามันพลันจับไปยังฝั่ามือที่ม้าฝานยกขึ้นเรียกหา เห็นผีเสื้อปราณ
ขนาดเท่านิ้วมือเกาะนิ่งอย่างสงบอยู่บนนิ้วกลาง
เซี่ยซานสะท้านใจอย่างฉับพลัน!
เป็นกงซุนชาที่มอบปั้ายบงการสัตว์ร้ายผีเสื้อเทาให้แก่ม้าฝาน ยากนักที่จะเห็นม้า
ฝานใช้ผีเสื้อเทา หากนี่เป็นการซ้อมมือจริง ม้าฝานไม่สมควรเรียกผีเสื้อเทาออกมา
เซี่ยซานลอบครุ่นคิด มันมีประสบการณ์โชกโชน ทราบทันทีว่านี่ไม่สมเหตุสมผล
ดังนั้นหัวร่อพลางเดินไปทางม้าฝาน “ยินดี ยินดี!”
สองซิวเจ่อร่วมหน่วยรบของเซี่ยซานหันไปมองหน้ากัน แต่ไม่ได้กล่าวอันใด
เพียงเซี่ยซานผู้เดียวพวกมันก็ไม่คิดล่วงเกิน อย่าว่าแต่ม้าฝาน ดังนั้นพวกมันได้แต่หยุด
และชมดูเงียบๆ
ม้าฝานกับเซี่ยซานไม่สิ้นเปลืองวาจา เริ่มลงมือทันที
เวทวิชาเซียนที่เซี่ยซานฝึกปรือเรียกว่ากระบี่มายาแสงขั้วโลก* นี่เป็นเคล็ดวิชา
กระบี่ระดับห้าที่หาได้ยาก ไม่เห็นมันเปิดเผยกระบี่บินของมัน เพียงยกมือขึ้น ปราณ
กระบี่หลากสีอันสวยสดก็พวยพุ่งออกมา ราวกับแสงเหนือแสงใต้อาบคลุมเหนือพื้นหิมะ
งดงามตระการตาสุดบรรยาย
(*หมายถึงแสงออโรราหรือแสงเหนือแสงใต้)
พลังสภาวะเย็นเยือกแผ่ซ่านไปทั่วในพริบตา ภายใต้แสงเหนือแสงใต้บนท้องฟั้า
เห็นเกล็ดหิมะเริงรำ คมกริบดุจคมมีด!
เจตจำนงกระบี่!
ม้าฝานเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ นี่มันเจตจำนงกระบี่! ภายในค่าย ทั้งหนึ่งร้อยสิบคน
ล้วนเป็นหนิงม่าย แต่รับรองว่ามีไม่เกินห้าคนที่บรรลุเจตจำนงกระบี่
อย่างที่คาดหวังไว้จากบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในค่าย อาศัยการโจมตีนี้ ม้าฝานรู้สึก
กดดันอย่างฉับพลัน เจตจำนงกระบี่อันเรืองรองดูคล้ายเส้นใยหมอก คล้ายละอองธุลีอัน
งดงาม หอบเอาพลังสภาวะเย็นเยือกกระจายไปทุกที่ ภายใต้รูปลักษณ์อันตระการตา
ปิดซ่อนเจตนาสังหารแรงกล้าเอาไว้!
เจตจำนงกระบี่กระจายตัวอย่างแช่มช้า คล้ายเส้นใยเบาบางที่มองไม่เห็นด้วยตา
เปล่า มากมายเหลือคณานับ ซุ่มดักจับผู้คนอย่างเงียบเชียบ เฝั้ารอขมวดพันร่างท่าน
อย่างแน่นหนา โดยที่ท่านไม่ทันรู้สึกตัว
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียวที่บรรลุเจตจำนงกระบี่! ม้าฝานดวงตาสีเทาหรี่
แคบลง
เซี่ยซานตั้งใจสำแดงพลังของมันออกมาอย่างสุดฝีมือ ในการต่อสู้คราวก่อน มันยัง
ไม่ทันได้สำแดงฝีมือ สามคลื่นพิฆาตของกงซุนชาดุเดือดรุนแรงเกินไป ราวกับค้อนยักษ์
อันดุดัน พอลงมือก็ตัดแบ่งกองกำลังของมันเป็นหลายส่วนด้วยการจู่โจมระลอกเดียว
เซี่ยซานพอเห็นสถานการณ์ ได้แต่ยอมศิโรราบในทันที ดังนั้นจนกระทั่งถึงตอนนี้ มันยัง
ไม่เคยมีโอกาสได้เปิดเผยพลังฝีมือที่แท้จริงออกมา
น่าเสียดายที่กงซุนชาไม่ได้อยู่ที่ค่ายฝึก เซี่ยซานเศร้าเสียดายอยู่บ้าง หากมัน
สามารถสำแดงฝีมือสุดกำลังต่อหน้าแม่นางน้อย สถานะภายในกองกำลังของมันจะยิ่ง
เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแม่นางน้อยไม่อยู่ที่นี่ การสำแดงฝีมือต่อหน้าเหล่าสหาย
ร่วมกองกำลังทั้งหมด ก็มีแต่ได้โดยไม่มีข้อเสียอันใด
แต่ในไม่ช้า ความแข็งแกร่งของม้าฝานก็ทำให้มันต้องประหลาดใจเป็นอันมาก
กล่าวตามหลักการ ความแข็งแกร่งของพวกมันแตกต่างกันคนละขั้น เซี่ยซานเป็นห
นิงม่ายขั้นสาม ส่วนม้าฝานเป็นเพียงหนิงม่ายขั้นสอง แต่ดูจากการต่อสู้ พวกมันคล้าย
ประมือโดยไม่มีความต่างชั้นกันแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะความเชื่อมั่นและความเด็ดเดี่ยวที่ม้าฝานแสดงออกมา เซี่ยซานไม่เคยพบ
พานจากผู้ใด นี่คือผู้ที่เป็นแกนหลักของกองทัพเช่นนั้นหรือ?
แต่ละกระบี่ของม้าฝานที่จู่โจมออกมา จะสร้างภาพลวงตาของปราณกระบี่มากมาย
นับไม่ถ้วน ทำให้ผู้คนละลานตา แต่สิ่งที่ทำให้เซี่ยซานตกใจยิ่งกว่านั้น คือภาพลวงตา
ของปราณกระบี่ทุกสายกลับไม่เลือนหายไป แต่เหมือนของจริง เปล่งเสียงกรีดแหลม พุ่ง
เข้าจู่โจมเซี่ยซานดุจมีตัวตน!
เจตจำนงกระบี่!
ม้าฝานที่แท้ก็บรรลุเจตจำนงกระบี่เช่นเดียวกัน!
ความดูแคลนส่วนเสี้ยวสุดท้ายในใจเซี่ยซานหายวับไปทันที มันแม้ไม่ได้ทุ่มเทสุด
ฝีมือ แต่ก็เห็นได้ชัดเจน ว่าอีกฝั่ายก็ยังไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายเช่นกัน
หนิงม่ายขั้นสองผู้หนึ่งสามารถต่อกรกับมันได้อย่างคู่คี่ก้ำกึ่ง เซี่ยซานในใจอดขมขื่น
อยู่บ้างไม่ได้
แสงเหนือแสงใต้หลากสีสันกับปราณกระบี่เงาที่มีตัวตนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟั้าไม่ขาด
สาย เสียงปะทะระเบิดระรัวติดต่อกันไม่ขาดหู แต่ถูกสะกดเอาไว้ในพื้นที่แคบเล็ก ฟัง
คล้ายเสียงถั่วทอดแตกปะทุ
ซิวเจ่อในค่ายฝึกทุกคนพากันหยุดมือ หันมามองการต่อสู้เป็นตาเดียว ทุกผู้คนสีหน้า
ตื่นเต้นเร้าใจ หนึ่งในคู่ประลองแน่นอนว่าเป็นแกนหลักของกองทัพ อีกคนหนึ่งเป็น
ซิวเจ่อผู้มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรลึกล้ำที่สุดในค่าย การต่อสู้ของพวกมันทั้งสอง ย่อมต้อง
เป็นการปะทะที่แข็งแกร่งที่สุด!
บนท้องฟั้า เห็นกลุ่มก้อนแสงหลากสีขนาดหลายสิบจั้งปรากฎขึ้น ภายในกลุ่มแสง
อัดแน่นไปด้วยปราณกระบี่หลากสีกับปราณกระบี่ลวงตาฟาดฟันกันไม่หยุดยั้ง เงาร่าง
ของม้าฝานกับเซี่ยซานบัดเดี๋ยวปรากฎ บัดเดี๋ยวเลือนหาย อยู่ภายในกลุ่มแสง
เสียงชื่นชมดังกระหึ่มขึ้นด้านล่าง คนทั้งสองสำแดงฝีมือควบคุมขั้นสุดยอด ยับยั้ง
ปราณกระบี่ให้ปะทะกันในพื้นที่เล็กแคบ ภายในกลุ่มแสง พลังปราณกับปราณกระบี่
หนาแน่นเข้มข้นจนถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าผู้ใดกวาดจิตสำนึกแทรกเข้าไป จะถูก
พลังปราณอันคมกล้าฟาดฟันจนขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา
ทุกผู้คนหัวใจพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ ด้านในกลุ่มแสงเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
ไม่มีผู้ใดจะคาดคิดไปถึง ว่าภายในกลุ่มแสงที่เจตจำนงกระบี่กำลังฟาดฟันใส่กัน เต็ม
ไปด้วยเจตนาสังหารอัดแน่นล้นปรี่ คนทั้งสองกลับกำลังสนทนากันอย่างยิ้มแย้ม
“ที่แท้เกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยซานถามปนหัวร่อ
ม้าฝานในใจนับถือเลื่อมใสเซี่ยซานไม่น้อย พวกมันไม่เคยร่วมมือกันมาก่อน กระทั่ง
พูดคุยยังไม่เคยพูดคุยกันสักคำ แต่เซี่ยซานกลับร้ายกาจจนถึงขั้นค้นพบเจตนาที่แท้จริง
ของมันได้
ม้าฝานก็ไม่อ้อมค้อม “มีคนหลบซ่อนอยู่ในปั่าต้นกก”
“โอ้” เซี่ยซานประหลาดใจยิ่ง ตอนที่ม้าฝานเรียกหามันมาซ้อมมือ มันก็ตรวจสอบ
สภาพแวดล้อมอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ แต่กลับไม่พบพานสิ่งใด นี่ไม่ต้องสงสัยใน
ความสามารถของม้าฝาน ในใจอดตะลึงไม่ได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง
“คิดทำอย่างไร?”
“ฆ่า!” ม้าฝานกล่าวอย่างไม่ลังเล
กับความดุดันอำมหิตของม้าฝาน กระทั่งเซี่ยซานยังต้องแตกตื่นอีกรอบ ใน
สถานการณ์เช่นนี้สิ่งแรกที่คนทั่วไปคิด ย่อมเป็นการจับกุมทั้งเป็นเพื่อเค้นถามข้อมูลที่
เป็นประโยชน์ คาดไม่ถึงม้าฝานพอเอ่ยปาก ก็บอกว่าเชือดทิ้งโดยไม่คิดเจรจา
แต่เซี่ยซานไม่ได้คัดค้าน ตอบรับอย่างรวดเร็ว “เช่นนั้นลงมือเถอะ”
“ข้าจะหลบหนี ส่วนเจ้าไล่ล่าไปยังทิศทางของปั่ากก”
ผู้คนที่ด้านล่าง ทันใดนั้นเห็นร่างหนึ่งจู่ๆ ก็พุ่งทะลุออกมาจากกลุ่มแสง เจตจำนง
กระบี่นับไม่ถ้วนที่ก่อตัวเป็นกลุ่มแสงพลันแตกระเบิด เศษปราณกระบี่มากมายสุด
ประมาณหลุดออกจากการควบคุม กวาดทำลายออกรอบข้างอย่างหฤโหด!
ผู้คนที่ชมดูล้วนอกสั่นขวัญแขวน รีบคว้ากระบี่บินของตนขึ้นปิดปั้องเศษปราณ
กระบี่อย่างทุลักทุเล เศษปราณกระบี่เหล่านี้แม้แตกหักกระจัดกระจาย แต่อันที่จริงทั้ง
คมกล้าและเต็มไปด้วยพลังฆ่าฟันอันเปียมล้น
ชั่วพริบตาที่กลุ่มแสงแตกระเบิด มือของเซี่ยซานห่อหุ้มด้วยแสงห้าสีขุมหนึ่ง
กระบี่หลากสีเล่มหนึ่ง กว้างครึ่งจั้ง ยาวสามจั้ง พลันปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของ
เซี่ยซาน
“ไป!”
ทันใดนั้นเซี่ยซานประกบสองมือเข้าหากัน กระบี่แสงขั้วโลกเล่มมหึมาเปลี่ยนเป็น
ลำแสงหลากสี พุ่งวาบเข้าหาม้าฝานที่กลางอากาศ!
ชั่วขณะที่กระบี่แสงขั้วโลกเล่มยักษ์ปรากฎขึ้น ผู้คนที่ด้านล่างสีหน้าแปรเปลี่ยน
เล็กน้อย
พลังสภาวะอันน่าขนพองสยองเกล้าแผ่ซ่านออกมาจากกระบี่ยักษ์ ทำให้ทุกผู้คน
ตะลึงงัน! พริบตาที่กระบี่สาดพุ่งเป็นลำแสงมหึมา ฟั้าดินยังคล้ายจะเปลี่ยนสีไปด้วย!
ม้าฝานตกอยู่ในอันตราย!
ชั่วพริบตาที่ลำแสงทะลวงใส่ร่างม้าฝาน ม้าฝานกลับหายวับไป
นี่เป็นไปไม่ได้!
เจตจำนงกระบี่ภายในกระบี่แสงมหึมาหนาแน่นถึงขีดสุด เมื่อเจาะจงรัดรึงเปั้าหมาย
ไว้แล้ว เป็นเรื่องยากมากที่จะหลบหนีพ้น ไม่ว่าวิชาท่าร่างใดถูกเจตจำนงกระบี่ร้อยรัด
เอาไว้เช่นนี้ ย่อมต้องล่าช้า จะต้องหยุดชะงักไปชั่ววูบ แม้ว่าจะเป็นชั่ววูบที่กระชั้นสั้น
เพียงใดก็ตาม
แต่ม้าฝานไม่ได้เผยอาการชะงักแม้แต่วูบเดียว มันเพียงหายไปกลางอากาศอย่างไร้
ร่องรอย!
เมื่อสูญเสียเปั้าหมายไปดื้อๆ ลำแสงปราณกระบี่ยักษ์ก็พุ่งทะลวงเข้าไปในปั่าต้นกก
แทน!
ทันใดนั้นเงาสีเทาสายหนึ่งทะยานขึ้นจากปั่าต้นกก พลิ้วร่างหลบหนีในทันทีทันใด
กระบี่มหึมาอันดุร้ายปราดเปรียวพลันหักเลี้ยวกลางอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ พุ่งจู่โจม
ใส่เงาร่างสีเทาอย่างเกรี้ยวกราด!
เงาสีเทาชะงักงันไปเล็กน้อย มันรู้สึกว่าเจตจำนงกระบี่อันแหลมคมเสียดกระดูก
ล้อมกักกดทับมันไว้จากทุกทิศทาง เจตจำนงกระบี่ขนาดยักษ์จดจ่ออยู่ที่ร่างของมัน!
บัดซบ!
ภายใต้ความแตกตื่นสุดระงับ มันเร่งเร้าพลังปราณทั้งหมดในร่างไปยังกระบี่บินใน
มือ กระบี่บินพุ่งสวนเข้าปะทะกับลำแสงกระบี่ขนาดยักษ์อย่างหักโหม ด้วยการโจมตีนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากระบี่บินของมันจะถูกทำลาย
แต่ย่อมจะถ่วงรั้งลำแสงกระบี่ไว้ได้ชั่วอึดใจหนึ่ง ขอเพียงเวลาชั่วอึดใจเดียว กระบี่
บินคู่กายอาจพังพินาศ แต่ตัวมันจะหนีรอด
มันไม่มีเวลากระทั่งจะเศร้าเสียใจ ขอเพียงแค่หนีรอดก็พอ แต่แล้วทันใดนั้น กลับ
เห็นกระบี่บินสีเทาเรียบปรากฎขึ้นจากด้านข้างโดยไร้เสียง!
คนชุดเทาดวงตาเบิกกว้าง หัวใจจมดิ่งอย่างเฉียบพลัน
มันกัดปลายลิ้นอย่างดุดัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด อ้าปากพ่นลูกศรโลหิต
ออกมาดอกหนึ่ง!
เพียงแค่สามารถสกัดกั้นกระบี่นี้ไว้ มันย่อมสามารถหลบหนีพ้น!
อีกฝั่ายคล้ายไม่คิดหลบหลีกศรโลหิต พริบตาที่กระบี่บินปะทะลูกศรโลหิต คนชุด
เทาใบหน้าเผยแววยินดี ศรโลหิตดอกนี้เป็นไพ่ตายช่วยชีวิตของมัน พลังร้ายกาจรุนแรง
เป็นอย่างยิ่ง! เมื่ออีกฝั่ายคิดปะทะซึ่งหน้า ลูกศรเลือดจะต้องเหนี่ยวรั้งคนผู้นั้นไว้ได้ชั่ว
อึดใจหนึ่งอย่างแน่นอน
เพี๊ยะ!
เสียงปะทะคมชัดหมดจด ความยินดีบนใบหน้าคนชุดเทาแข็งค้าง
สรรพสิ่งในสายตากลายเป็นเชื่องช้าลง ช้าเสียจนมันแทบสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ทุกการเคลื่อนไหว เห็นศรโลหิตปะทะปลายแหลมของกระบี่บินอย่างแม่นยำ แต่การ
กระแทกสะท้อนอย่างรุนแรงที่คาดหวังไว้ไม่ได้ปรากฎขึ้น
กลับเห็นศรโลหิตแตกระเบิดเป็นหมอกเลือดกลุ่มหนึ่ง เห็นเมฆหมอกโลหิตที่
ประกอบด้วยละอองเลือดเล็กละเอียด บานสะพรั่งอยู่ในสายตามัน งดงามราวกับ
ภาพวาด
สุดท้ายเห็นกระบี่บินสีเทาพุ่งทะลุหมอกโลหิต ทิ่มแทงใส่ร่างกายของมันอย่าง
ถนัดถนี่
นี่ราวกับถูกค้อนหนักสามหมื่นจินหวดใส่ ละอองเลือดพ่นออกมาจากร่างกายของ
มันประดุจสายหมอก ทิวทัศน์รอบด้านเคลื่อนสวนทางกับร่างกายด้วยความเร็วอันน่า
ตระหนก ความคิดสุดท้ายในชีวิตล่องลอยอยู่ในใจ
พลังกระบี่อันหนักหน่วงกระไรเช่นนี้!