สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 229 วิชาค่ายกลรุดหน้า
เมื่อเจดีย์น้อยนำจั่วม่อเข้าไปในห้องเก็บสินค้า จั่วม่อถึงกับเหม่อมองอย่างโง่งม
ภายในห้องเก็บสินค้า เห็นก้อนแร่เหล็กเงินกร่อนสลายสุมซ้อนเป็นกองโตเท่าภูเขา
นอกจากก้อนแร่เหล็กเงินกร่อนสลาย ยังมีกองแร่สีอื่นกองเล็กๆ อีกหลายกอง
“ของพวกนี้มาจากที่ใด?” จั่วม่อถามเจดีย์น้อย พลางชี้ไปที่กองแร่เล็กๆ เหล่านั้น
เจ้าดำน้อยพุ่งวาบเข้ามา ไต่ขึ้นไปบนมือจั่วม่อ โบกหนวดสองเส้นอย่างเอาเป็นเอา
ตาย จั่วม่อเข้าใจทันที ที่แท้ก็เป็นฝีมือเจ้าดำน้อยช่วยนำทาง ต้องชมเชยว่า “เจ้าดำน้อย
ทำได้ดีมาก!” จากนั้นหยิบโอสถปราณเม็ดหนึ่งออกมาวางไว้บนฝั่ามือ เจ้าดำน้อยใช้ขาคู่
หน้าคว้าเม็ดโอสถ ปีนขึ้นไปอย่างร่าเริง
เจดีย์น้อยเชื่อมโยงจิตใจกับจั่วม่อ มันรู้สึกได้ว่าเจดีย์น้อยเรียกร้องอยากได้ความดี
ความชอบเช่นกัน เห็นร่างอ้วนกลมจ้ำม่ำส่ายไปส่ายมา จั่วม่ออดหัวร่อไม่ได้
รู้สึกได้ถึงความเบิกบานใจของจั่วม่อ เจดีย์น้อยยิ่งภาคภูมิใจ หมุนตัวอยู่รอบกาย
จั่วม่อ ส่ายร่างจนน้ำเต้าที่ห้อยตรงชายคาส่งเสียงดังเกรียวกราว
นกโง่ก็ยืนเชิดอย่างหยิ่งผยอง แต่กลับจ้องมองด้วยสายตาหิวกระหายไปยังโอสถ
ปราณที่เจ้าดำน้อยกำลังกัดกิน อึก นางกลืนน้ำลายอย่างเห็นได้ชัด จั่วม่อบังเอิญจับได้
โดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องหัวร่อดังกระหึ่ม ชี้หน้านกโง่พลางเย้ยหยัน “เจ้าตัวตะกละตะกลาม!”
จั่วม่อไม่มีโทสะ ดีดโอสถปราณสองเม็ดไปให้นาง นกโง่ใช้จะงอยปากงับเอาไว้อย่าง
ง่ายดาย สะบัดขนทั่วร่างรอบหนึ่ง จากนั้นเดินเชิดหน้าจากไปโดยไม่มีร่องรอยของความ
ละอายใจ
หลังจากหัวร่อจนพอใจ จั่วม่อหันกลับมายังกองภูเขาก้อนแร่ รู้สึกกระอักกระอ่วน
อยู่บ้าง
หลังจากสร้างฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำออกมาชุดใหญ่ เหล็กเงินกร่อนสลายก็มีความ
ต้องการน้อยลง แต่หากมีสินแร่กองโตเช่นนี้แล้วไม่ใช้งาน ก็สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว เหล็ก
เงินกร่อนสลายแม้ระดับไม่สูง แต่เป็นวัตถุดิบที่ใช้งานบ่อย โยนทิ้งไปไยไม่เสียดายแทบ
ตาย แต่หากคิดถลุงและกลั่นเกลาทั้งหมด ด้วยสินแร่กองโตถึงเพียงนี้ เกรงว่าจะไม่เสร็จ
สิ้นโดยง่ายดาย ย่อมต้องใช้เวลาไม่น้อย จะกลายเป็นสิ้นเปลืองเวลาอันมีค่าโดยใช่เหตุ
แล้ว
โชคดีที่จั่วม่อขบคิดจนพบวิธีพลิกแพลงอย่างรวดเร็ว นั่นคือการถลุงก้อนแร่แบบ
หยาบๆ ไปก่อน
มันจะถลุงก้อนแร่เหล็กเงินกร่อนสลายเหล่านี้ ให้เป็นแท่งแร่ที่ยังไม่ต้องบริสุทธิ์มาก
เมื่อจำเป็นต้องใช้ก็สามารถนำมากลั่นเกลาเพิ่มเติมได้ทุกเมื่อ แท่งแร่ไม่สิ้นเปลืองพื้นที่
มากเท่าก้อนแร่ดิบ จั่วม่อต้องพิจารณาพื้นที่เก็บของในแหวนมิติของมันอย่างรอบคอบ
เสมอ เหตุผลอีกอย่างที่ทำให้มันคิดใช้วิธีการนี้ เนื่องเพราะมันสามารถใช้ค่ายกลเข้ามา
ช่วยในการถลุงแบบหยาบๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเรี่ยวแรงของมันได้มาก
จั่วม่อไม่เคยพบเห็นค่ายกลที่ใช้ถลุงแร่เป็นการเฉพาะมาก่อน แต่นี่ไม่มีผลต่อการ
ตัดสินใจของมัน
ความเข้าใจในวิชาค่ายกลของจั่วม่อนับวันยิ่งลึกล้ำ ความเชื่อมั่นก็ยิ่งมายิ่งเพิ่มพูน
การทำเรื่องที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
มันตกลงใจสร้างค่ายกลขบวนใหญ่ที่สามารถถลุงก้อนแร่เหล็กเงินกร่อนสลายทั้งหมด ให้
เป็นแท่งแร่หยาบได้ในคราวเดียว
เหล็กเงินกร่อนสลายเป็นวัตถุดิบระดับสาม การถลุงพวกมันไม่ยากนัก ไม่
จำเป็นต้องใช้ไฟอีกาทองคำ จั่วม่อไม่คิดใช้ไฟอีกาทองคำในค่ายกลขบวนนี้ ไฟอีกา
ทองคำแม้บริสุทธิ์ทรงพลัง แต่มีไม่มากพอที่จะถลุงก้อนแร่ดิบกองโตในคราวเดียว
ค่ายกลไฟที่จั่วม่อเลือกในคราวนี้ ย่อมไม่ใช่ค่ายกลระดับต่ำเช่นค่ายกลไฟหลีอีกแล้ว
แต่เป็นค่ายกลระดับสี่ เรียกว่าค่ายกลไฟหยก ค่ายกลไฟหยกสามารถก่อกำเนิดเปลวไฟสี
เขียวหยกมากพอที่จะถลุงก้อนแร่เหล็กเงินกร่อนสลายทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อเพิ่งจะต้องถลุงก้อนแร่มากมายถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก
จำเป็นต้องใคร่ครวญวิธีการก่อตั้งค่ายกลอย่างรอบคอบ
ผูเยากับกงซุนชาโรมรันพันตูอย่างดุเดือดในสงครามหมากรุก
เพื่อให้หนึ่งคน หนึ่งอสูรคู่นี้ เล่นหมากรุกสงครามได้ตลอดเวลา จั่วม่อปรับปรุง
หมากรุกสงครามเป็นพิเศษอีกครั้ง ใช้ข้ออ้างว่าทำให้เป็นหมากรุกสงครามที่จะปรับ
ระดับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ จากนั้นก็โยนให้แก่กงซุนชา กงซุนชาย่อมคาดเดาเบื้องหลัง
ได้ แต่ก็ยินดีแสร้งทำเป็นไม่รู้ ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ปรารถนาจะเล่นหมากรุกสงครามกับ
คนลึกลับอยู่แล้ว
ปกติอยู่ว่าง ไม่มีเรื่องราวดีๆ ให้กระทำ ผูเยาย่อมเต็มอกเต็มใจเล่นด้วยเป็นธรรมดา
โดยเฉพาะเมื่อเห็นท่าทีลำพองใจของจั่วม่อในระยะหลังมานี้ มันก็กลายเป็นขุ่นมัวอัดอก
จั่วม่อพักนี้มีความยับยั้งชั่งใจสูงอย่างน่าแปลกใจ แผนผังปิศาจต้าเผิงปีกทองคำของผูเยา
ไม่ได้ให้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวังไว้ ผูเยาได้แต่นำความขุ่นแค้นทั้งหมดของมันมาระบาย
กับกงซุนชาแทน
กงซุนชาผู้น่าสังเวช อุตส่าห์ใช้เวลาอันยาวนานไตร่ตรองและทดลองใช้สามคลื่น
พิฆาตอย่างยากลำบาก เพิ่งจะประสบความสำเร็จในการลอกเลียน และเพิ่งจะบรรลุถึง
ระดับที่สามารถใช้ไพร่พลสิบนายเข่นฆ่าไพร่พลห้านายของผูเยาได้ คาดไม่ถึงว่าผูเยาไม่
เอ่ยคำที่สอง ก็จัดส่งกลยุทธ์สังหารกระบวนท่าใหม่ลงมาทันที เป็นรูปแบบขบวนค่ายกล
ปั้องกันที่ยึดเกาะกันเป็นกำแพงอันเหนียวแน่น ทั้งยังเป็นดาวข่มของสามคลื่นพิฆาต
โดยเฉพาะ
และแล้วกงซุนชาก็ถูกผูเยาถล่มจนย่อยยับอัปรา ชนิดที่ว่าแทบหาทิศเหนือไม่เจอ*
(*ตรงกับของไทยที่ว่าถูกอัดจนกลับบ้านไม่ถูก หรือถูกอัดจนจำบ้านเลขที่ไม่ได้)
กงซุนชาถูกทารุณกรรมจนแทบฆ่าตัวตาย มันขบกรามแน่น ดวงตาแดงก่ำ เริ่มต้น
หมากรุกสงครามอีกตา
ผูเยารู้สึกว่าความขุ่นแค้นในใจมันยังไม่ทันจะระบายได้สักเท่าไร ย่อมตอบรับคำท้า
อย่างไม่รีรอ
สิบสองตารวดหลังจากนั้น ผูเยาใช้สิบสองกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และทุก
ครั้ง กองทัพของกงซุนชาล้วนพินาศย่อยยับอย่างสมบูรณ์ ไม่เหลือไพร่พลแม้แต่คนเดียว!
แม้ว่ากงซุนชาจะดื้อด้านทนทานถึงที่สุด ทั้งยังไม่ย่อท้อและไม่กลัวการพ่ายแพ้ ยัง
ถูกเข่นฆ่าเสียจนหน้าเขียว เมื่อมันกลับไปยังค่ายทหาร ใบหน้ามืดดำของกงซุนชา กับ
แรงกดดันเย็นเยือกอันน่าขนพองสยองเกล้าที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้เหล่าลูกสมุนล้วนตัว
สั่นสะท้าน หัวใจดวงน้อยของพวกมันเต้นระส่ำ
กงซุนชาเอียงคอเล็กน้อย บนใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ปรากฎรอยยิ้มน้อยๆ
อันมืดมน
ทั้งค่ายกลายเป็นเงียบเสมือนตายในทันที
ต่อมาในยามวิกาล กงซุนชาพบจั่วม่อ รายงานว่า “วันนี้มีคนมาลอบสอดแนมเรา
ถูกม้าฝานกับเซี่ยซานฆ่าตาย”
“ทราบหรือไม่ว่าเป็นผู้ใด?” จั่วม่อพอฟังก็ชะงักสิ่งที่กำลังทำอยู่ในมือ
“ลูกสมุนของคนที่เรียกว่าชื่อจุนเจ่อ เซี่ยซานรู้จักพวกมัน” กงซุนชากล่าวอย่างไม่
ใส่ใจ “ฟังว่ากองกำลังของมันมีไพร่พลอยู่ร้อยกว่าคน”
“พวกมันมุ่งเปั้ามาที่เราหรือ?” จั่วม่อแปลกใจอยู่บ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่มันพบคนที่
ตั้งใจมาหาเรื่องพวกมันด้วยตัวเอง
“บางทีพวกมันอาจรู้สึกว่าเราเป็นภัยคุกคาม” กงซุนชาลูบคาง ทำท่าครุ่นคิด
“เช่นนั้นไฉนเราไม่ไปจัดการพวกมัน?” จั่วม่อสอบถาม ประหลาดใจไม่น้อย
เจ้ากงซุนชาคลั่งสงครามผู้นี้ ว่ากล่าวมาครึ่งค่อนวัน กลับไม่เอ่ยถึงการต่อสู้แม้แต่คำ
เดียว
“คนเหล่านี้กำลังรุดหน้าอย่างรวดเร็ว มิสู้รออีกสักพักจะดีที่สุด” กงซุนชาแจกแจง
เวลานี้พวกมันมีจิงสือมากพอ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
จั่วม่อพลันเข้าใจ หลังจากสลักสามค่ายกลลงบนร่าง สมดุลทางร่างกายของพวกมัน
ถูกทำลาย พลังปราณเติบโตรวดเร็วขึ้นมาก สถานการณ์เช่นนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ
จนกว่าจะถึงจุดสมดุลใหม่
ทันใดนั้น มันบังเกิดความคิดอันบรรเจิด “ข้ามีหนทางช่วยให้พวกมันเร่งปรับปรุง
พลังฝีมือได้อย่างรวดเร็ว”
กงซุนชาถึงกับเอามือออกจากคาง รีบถาม “หนทางใด?”
“แต่มีโอกาสได้รับบาดเจ็บไม่น้อย” จั่วม่อลังเลใจ
“นั่นไม่ใช่ปัญหา!” กงซุนชาน้ำเสียงราบเรียบ เป็นปกติที่สุด
วันต่อมา เมื่อเถ้าแก่มาที่ค่ายฝึกอีกครั้ง ทุกผู้คนเริ่มได้กลิ่นไม่ค่อยดี แม้ว่าพวกมัน
ฝึกฝนอย่างหนักหน่วง แต่ยังลอบสังเกตการณ์เถ้าแก่กับแม่นางน้อยเป็นระยะ
นึกถึงการดูแลอันไร้ซึ่งมนุษยธรรมที่พวกมันได้รับในช่วงบ่ายวานนี้ …
กระทั่งม้าฝาน แกนหลักผู้มักได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ยังอดตัวสั่นเทาไม่ได้
ความทรงจำอันน่าสยดสยอง!
พวกมันเห็นเถ้าแก่เริ่มลงมือทำอะไรบางอย่างที่มุมหนึ่งของค่าย ชิ้นวัตถุดิบมากมาย
ปรากฎขึ้นบนมือเถ้าแก่ จากนั้นเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งหายลงไปในพื้นไม่ขาดสาย
ที่แท้เถ้าแก่กำลังก่อตั้งค่ายกล พวกมันวางใจลง ทุกคนทราบดีว่าเถ้าแก่มีฝีมือเชิง
ค่ายกลสูงล้ำ ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน
หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกสอดแนมเมื่อวาน บางทีเถ้าแก่อาจรู้สึกว่าค่ายฝึกไม่
ปลอดภัยเพียงพอกระมัง!
อย่างไรก็ตาม หลายคนกลับรู้สึกว่าเถ้าแก่ระมัดระวังมากเกินไป หลายวันมานี้ พวก
มันย่อมกระจ่างชัดในความคืบหน้าของพวกมัน หลังจากชัยชนะต่อเนื่องสองครั้ง ซ้ำยัง
เป็นชัยชนะที่อาศัยคนน้อยพิชิตพวกมาก ความเชื่อมั่นของพวกมันก็พุ่งทะยานขึ้น ผล
ของค่ายกลบนร่างปรากฎชัดยิ่ง หลายคนถึงกับอยากให้ศัตรูบุกมาถึงหน้าประตู ให้พวก
มันได้ทดสอบพลังที่รุดหน้าของพวกมันดู
จั่วม่อยุ่งวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็ลุกขึ้นยืนด้วยความพึงพอใจ
มันนำขบวนกระบี่ห้าเจตจำนงออกมา กระบี่บินต่างสีสันห้าเล่มหมุนควงอย่างคึกคัก
อยู่เบื้องหน้า เมื่อจ้องมองกระบี่บินทั้งห้า จั่วม่อจู่ๆ บังเกิดอารมณ์ความรู้สึกอันยากจะ
อธิบาย นับตั้งแต่ขบวนกระบี่ห้าเจตจำนงชุดนี้หลอมสร้างแล้วเสร็จ พวกมันไม่เคยมี
โอกาสแผลงฤทธิ์ในการต่อสู้จริงมาก่อน เวลานี้มันยังจะนำกระบี่ทั้งห้ามาใช้เป็น
ส่วนประกอบของค่ายกลเสียอีก
จั่วม่อตั้งใจจะใช้กระบี่บินทั้งห้าเล่มก่อตั้งค่ายกลเจตจำนงกระบี่ เมื่อกงซุนชากล่าว
ว่าความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงเติบโตขึ้น จั่วม่อก็หวนนึกถึงค่ายกล
เจตจำนงกระบี่สุญตาขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ค่ายกลเจตจำนงกระบี่ของสำนักกระบี่สุญตาพันเปลี่ยนหมื่นแปร ยากจะคาดเดา มี
บทบาทสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อต่อการรุดหน้าของพลังฝีมือของจั่วม่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความเข้าใจในเจตจำนงกระบี่ของมัน
กลุ่มคนที่อยู่ใต้อำนาจของมันเหล่านี้ พลังปราณกำลังเติบโตรุดหน้า หากมัน
สามารถหยิบยื่นแรงกดดันให้แก่พวกมันสักเล็กน้อย จะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการ
รุดหน้าของพวกมันอย่างใหญ่หลวง เมื่อจั่วม่อฟังว่าในหนึ่งร้อยกว่าคน มีเพียงห้าคนที่
เข้าใจเจตจำนงกระบี่ ยิ่งทำให้แนวคิดนี้ของมันรุนแรงขึ้น
สำหรับจั่วม่อ การบรรลุเจตจำนงกระบี่ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด ในสำนักกระบี่สุญ
ตา นอกจากมันแล้ว ศิษย์พี่เหวยเสิ้งกับศิษย์พี่หลัวหลีล้วนเข้าใจเจตจำนงกระบี่ทั้งคู่ ใน
งานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่แห่งตงฝู ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ก็เข้าใจเจตจำนงกระบี่
นี่เป็นเหตุให้จั่วม่อเกิดความคิดฝังใจโดยไม่รู้ตัว ว่าการบรรลุเจตจำนงกระบี่หาใช่
เรื่องยากลำบากแต่อย่างใด
ก็แค่เจตจำนงกระบี่ พวกเจ้าจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
อาศัยขบวนกระบี่ห้าเจตจำนงของมันเป็นหัวใจหลักของค่ายกล เพิ่มค่ายกลที่
จำเป็นอีกหลายชุด ค่ายกลที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า ดูราวกับค่ายกลเจตจำนงกระบี่สุญตา
ฉบับอ่อนด้อยกว่า
นอกจากจะทำให้คนเหล่านี้ได้เผชิญกับความกดดันแล้ว ยังสามารถช่วยให้พวกมัน
เข้าใจเจตจำนงกระบี่อีกด้วย เจตจำนงกระบี่นั้นไร้รูปลักษณ์แท้จริง เจตจำนงกระบี่ของ
แต่ละคนก็ล้วนผิดแผกแตกต่าง หลายสิ่งหลายอย่างได้แต่เข้าใจด้วยตัวเอง ไม่อาจ
ถ่ายทอดผ่านถ้อยวาจา มิสู้โยนพวกมันลงไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเจตจำนงกระบี่โดยตรง
เสียเลยจะดีกว่า แม้ว่าจั่วม่อไม่อาจรับประกันว่าพวกมันจะต้องบรรลุเจตจำนงกระบี่
อย่างแน่นอน แต่ย่อมสามารถเพิ่มโอกาสเป็นไปได้ขึ้นอีกอักโข
สำหรับเรื่องการบาดเจ็บ กงซุนชาผู้เห็นชีวิตเป็นผักปลาไหนเลยจะสนใจ กลุ่มคนที่
มีชีวิตแขวนอยู่บนปลายกระบี่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างพวกมัน ยังจะต้องห่วงใยอันใดกับแค่
การบาดเจ็บ?
ขบวนค่ายกลทั้งหมดกินพื้นที่เจ็ดแปดหมู่ พริบตาที่ค่ายกลเริ่มขับเคลื่อน เจตจำนง
กระบี่ก็กวาดวาบออกมาทุกทิศทาง รังสีสังหารเข้มข้นครอบฟั้าคลุมดิน บนท้องฟั้าเหนือ
ขบวนค่ายกล เห็นเมฆดำม้วนตลบ สายฟั้าแลบแปลบปลาบเป็นครั้งคราว สะท้านขวัญ
วิญญาณผู้คน
เหล่าสมุนอ้าปากค้าง พอหันไปพบรอยยิ้มน้อยๆ ของกงซุนชา พวกมันก็เย็นวาบไป
ถึงขั้วหัวใจ
จั่วม่อระหว่างที่ก่อตั้งค่ายกลเจตจำนงกระบี่ พลันได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ พอ
ก่อตั้งแล้วเสร็จ ก็เร่งรุดไปยังห้องเก็บสินค้าโดยไม่หยุดพัก
เริ่มก่อตั้งค่ายกลถลุงก้อนแร่ต่อทันที มันไม่เคลื่อนย้ายภูเขาก้อนแร่ แต่ใช้ห้องเก็บ
สินค้าเป็นเตาหลอมเสียเลย เริ่มลงมือก่อตั้งค่ายกลอย่างรวดเร็ว
กรอบกั้นและกฎเกณฑ์ทั้งหมด ข้อห้ามข้อจำกัดทั้งมวล ล้วนปลิวหายวับไป มันรู้สึก
อิสระเสรี ไม่ถูกสิ่งใดเหนี่ยวรั้งผูกมัด เวทวิชาและวัตถุดิบไหลผ่านสองมือไม่หยุดยั้ง ลอย
ลิ่วไปยังผนังห้องเก็บสินค้า ราวกับพวกมันงอกดวงตาของตัวเองคู่หนึ่ง
จั่วม่อตกอยู่ในห้วงภวังค์อย่างสมบูรณ์ จิตใจเปิดกว้าง ทุกรายละเอียดของขบวน
ค่ายกลลอยผ่านเข้ามาในใจอย่างต่อเนื่อง กระจ่างชัดอย่างผิดปกติ เพียงความคิดก่อเกิด
เวทวิชาก็ลุล่วง!
สิบนิ้วแปรเปลี่ยนท่ามุทราอย่งต่อเนื่อง รวดเร็วขึ้นเป็นลำดับ ทั้งรวดเร็วและราบลื่น
ประดุจเมฆล่องน้ำไหล ผนังห้องเก็บสินค้ารอบด้านปรากฎลวดลายอักขระอันลึกล้ำ แผ่
กระจายออกไปด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
ภายในหนึ่งชั่วยาม ทั้งผนัง เพดานและพื้นห้องเก็บสินค้า ล้วนถูกปกคลุมด้วย
อักขระยันต์อย่างถ้วนทั่ว
ค่ายกลขบวนใหญ่เสร็จสมบูรณ์!
จั่วม่อยืนนิ่งงันอยู่กับที่ จิตใจยังคงอยู่ในสภาวะปลอดโปร่งโล่งสบาย ไร้ข้อผูกมัด
ความรู้สึกนี้ยอดเยี่ยมเกินบรรยาย!
ชั่วอึดใจต่อมา มันค่อยๆ ฟึนคืนสติ เมื่อกวาดตามองผ่านลวดลายอักขระอันซับซ้อน
บนผนัง ทันใดนั้นหัวใจของมันอิ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกของความสำเร็จ!
แต่ในไม่ช้า มันก็รีบถอยออกมาจากห้วงความดื่มด่ำงมงาย สะบัดศีรษะแรงๆ แล้ว
หัวร่อ จากนั้นมันกวาดกองก้อนแร่ชนิดอื่นๆ เข้าไปในแหวน ให้เหลือแต่กองก้อนแร่
เหล็กเงินกร่อนสลาย แล้วค่อยนำสามชิ้นจิงสือระดับสี่ออกมา วางลงไปตรงใจกลางค่าย
กล
จั่วม่อไม่แม้กระทั่งจะตรวจสอบค่ายกล มันมั่นใจอย่างเปียมล้นว่าค่ายกลนี้ไม่มี
ข้อผิดพลาด!