สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 230 คลื่นสวรรค์กระจกฟั้า
ชื่อจุนเจ่ออารมณ์ขุ่นมัวยิ่ง ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ผู้ใต้บังคับบัญชาของมันไม่กล้า
กระทั่งจะหายใจเสียงดัง
ข่งต้าถูกฆ่าตาย เมื่อข่าวนี้ผ่านมาถึงหูของชื่อจุนเจ่อ มันกระทั่งกังขาว่าฟังผิดไป
หรือไม่ ข่งต้ามีฝีมือทางซ่อนเร้นร่องรอยและลอบสอดแนมสูงส่งไม่น้อย ท่าร่างหลบหนี
ว่องไว ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน ภารกิจที่รับไปคราวนี้เป็นเพียงการลอบสอดแนม ว่ากัน
ตามเหตุผล สมควรไม่มีอันตรายมากนักจึงจะถูก
ชื่อจุนเจ่อทั้งตื่นตระหนกและสำนึกเสียใจพร้อมกัน ที่ตื่นตระหนกคือความ
แข็งแกร่งของอีกฝั่ายเหนือความคาดหมายของมัน ที่สำนึกเสียใจก็คือข่งต้าเมื่อเสียชีวิต
ค่ายกลสามประสานของสามพี่น้องตระกูลข่ง พลังอำนาจจะลดน้อยลงครึ่งหนึ่ง
มันยังต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับการปลอมประโลมข่งเอ้อกับข่งซานอีก พี่ใหญ่ของ
พวกมันถูกคนเชือดทิ้ง สองพี่น้องนี้จะยินดีปล่อยผ่านไปได้อย่างไร?
เวลานี้มันกล่าวทุกสิ่งที่ควรกล่าว จนแทบหมดสิ้นเรี่ยวแรง แทบจะไม่สามารถเกลี้ย
กล่อมพวกมันทั้งสองได้ แต่จะอย่างไร ก็แค่ต้องทนอีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น…
(ข่งต้า – พี่ใหญ่แซ่ข่ง ข่งเอ้อ – เจ้าสองแซ่ข่ง ข่งซาน – เจ้าสามแซ่ข่ง พวกนี้คือ
สามพี่น้องตระกูลข่งที่กล่าวถึงในตอนก่อนๆ คนที่ถูกม้าฝานฆ่าตายคือข่งต้าซึ่งเป็นพี่
ใหญ่)
จั่วม่อยืนอยู่นอกห้องเก็บสินค้า ห้องเก็บสินค้าเวลานี้กลายเป็นเตาหลอมขนาดยักษ์
เห็นไฟสีเขียวอันนุ่มนวลสงบเงียบไหลรินออกมาจากผนัง ภายในระยะสามจั้ง ไม่มี
ความรู้สึกร้อนแม้แต่น้อย แสงสีเขียวอ่อนโยนเสียจนไม่อาจเชื่อมโยงให้นึกถึงค่ายกลไฟ
ได้
นี่แสดงให้เห็นว่าการก่อตั้งค่ายกลขบวนนี้มีความสำเร็จสูงมาก ทุกเส้นสายของ
เปลวไฟล้วนอยู่ภายใต้การควบคุม จั่วม่อพออกพอใจยิ่ง จู่ๆ ก็บรรลุถึงระดับนี้
แม้แต่มันยังต้องแปลกใจอยู่บ้าง การควบคุมพลังปราณทุกเส้นสายอย่างถูกต้อง
แม่นยำ เป็นหนึ่งในเปั้าหมายสูงสุดของเหล่าผู้ใช้วิชาค่ายกลทุกรูปทุกนาม อย่างไรก็ตาม
นี่ก็เป็นเพียงค่าทางหลักวิชาเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุในทางปฎิบัติจริง เพราะหาก
ค่ายกลไฟหยกถูกควบคุมอย่างถูกต้องสมบูรณ์จริง มันจำเป็นต้องใช้จิงสือระดับสี่เพียง
ชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่ใช่สามชิ้นอย่างที่เป็นอยู่
ค่ายกลไฟขบวนนี้จำเป็นต้องดำเนินการต่อเนื่องสามวันสามคืน โชคดีที่จั่วม่อไม่
จำเป็นต้องคอยเฝั้าระวัง
เสียงกรีดร้องเหมือนหมูถูกเชือดดังแว่วมาจากทางค่ายฝึกที่อยู่ไกลออกไป
จั่วม่อตบหน้าผากแปะ นึกตำหนิตัวเองอยู่บ้าง มันหลงลืมเพิ่มค่ายกลปิดกั้นเสียงไว้
ภายนอกค่ายกลกระบี่เสียสนิท แต่เมื่อขบคิดดูอีกที มันก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้มีความจำเป็น
ในเมื่อนอกเหนือจากสุ้มเสียงระคายหูอยู่บ้าง ก็ไม่มีข้อเสียอื่นใดอีก
เรื่องของทางค่ายฝึก ก็ปล่อยให้ศิษย์น้องกงซุนจัดการย่อมดีที่สุด
เคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์เข้ามาอยู่ในมือจั่วม่อเป็นเวลานานแล้ว ทำเอาจั่วม่อต้องเริ่ม
ใช้ความพยายามอย่างมากในการฝึกปรือ เคล็ดวิชาหมัดแตกต่างกับเคล็ดวิชากระบี่เป็น
คนละเรื่อง มันไม่เคยฝึกปรือวิชาหมัดมาก่อน จำเป็นต้องเริ่มต้นจากขั้นพื้นฐาน จึงเรียก
หาจงหยูอีกครั้ง เมื่อจงหยูฟังว่าต้องชี้แนะให้เถ้าแก่ฝึกปรือเคล็ดวิชาหมัด ทันใดนั้นก็
เหม่อมองอย่างโง่งม
เหล่าคนที่ฝึกปรือเคล็ดวิชาหมัด ส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนของวัดเสวียนคง ดินแดน
คุนหลุนเป็นสวรรค์ของเซียนกระบี่ มรรคาบำเพ็ญเพียรกระบี่ของเถ้าแก่ก็มิได้อ่อนด้อย
ไฉนคิดฝึกปรือเคล็ดวิชาหมัด? แต่จงหยูไม่ได้ถามอะไรมากนัก เพียงแค่พยายามชี้แนะ
อย่างสุดฝีมือ สิ่งที่มันล่วงรู้ ย่อมไม่มีอะไรที่เป็นความลับ มันที่สามารถฝึกปรือจนถึง
ด่านหนิงม่าย ส่วนใหญ่อาศัยอำนาจความเพียรอันเหนือธรรมดาเสียมากกว่า
ถึงกระนั้นความเร็วในการรุดหน้าของเถ้าแก่ ก็ทำให้จงหยูต้องอ้าปากค้างอย่างตื่น
ตะลึง
ภายในช่วงเวลาไม่กี่วัน หมัดของเถ้าแก่ก็เริ่มมีรูปแบบของเคล็ดวิชาหมัดก่อตัวขึ้น
แม้ว่าจะยังคงมีบางแห่งไม่สมบูรณ์ แต่ความเร็วนี้ก็ยังน่าสะพรึงกลัวยิ่ง เคล็ดหมัดคลื่น
สวรรค์เป็นเวทวิชาที่จงหยูทุ่มเทฝึกปรือมากที่สุด มีความเข้าใจลึกซึ้งที่สุด เคล็ดวิชาหมัด
นี้ไม่ซับซ้อน ตรงกันข้าม ที่จริงกลับเรียกได้ว่าเรียบง่ายเสียด้วยซ้ำ แต่เรียบง่ายไม่ได้
หมายความว่าง่ายดาย ผู้ที่ฝึกปรือวิชานี้ต้องมีระดับพลังสังขารสูงส่ง นี่คือหนึ่งในวิถีทาง
แห่งหนึ่งพิชิตสิบ ภายในดินแดนของวัดเสวียนคง มีนักบวชเซนอายุเยาว์มากมายที่ไม่
อาจฝึกปรือวิชานี้ไปถึงขั้นลึกล้ำ
ส่วนท้ายของเคล็ดวิชาหมัด ยังมีบทพิเศษเฉพาะซึ่งแจกแจงรายละเอียดการขัด
เกลาเลือดเนื้อและกระดูก ผู้เริ่มต้นทั่วไปต้องเริ่มต้นจากตรงนี้ เพื่อให้มีพลังสังขารที่
เหมาะสมต่อข้อเรียกร้องอันสูงส่งของเคล็ดวิชาหมัด
แต่ร่างกายของเถ้าแก่ใหญ่ที่แท้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้! จงหยูทั้งแตกตื่นทั้งงุนงงอยู่บ้าง
ไม่อาจเข้าใจได้ เห็นแน่ชัดว่าเถ้าแก่ใหญ่ร่างผอมบางยิ่ง ไม่ได้มีลักษณะของร่างกายที่
แข็งแกร่งเลยแม้แต่น้อย
นี่อาจเป็นพรสวรรค์ของเถ้าแก่ ในใจมันอิจฉาเลื่อมใสอยู่บ้าง
นักบวชเซนที่ไม่มีสำนักมีจำนวนน้อยกว่าพวกเซียนพเนจร แต่วันคืนของพวกมัน
ทุกข์ยากลำบากมาก วิชาเสริมสร้างสังขารต้องพึ่งพาโอสถปราณหลายชนิด มีคำกล่าว
ทั่วไปว่า เคล็ดวิชาเจ็ดส่วน โอสถปราณสามส่วน นี่เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรหนุนเสริมมี
ความสำคัญมากเพียงใด อย่างไรก็ตาม เหล่าโอสถปราณล้วนราคาแพงระยับ นักบวช
เซนที่สังกัดสำนักยังนับว่าดีกว่าบ้าง เพราะได้รับการหนุนเสริมจากสำนัก แต่นักบวชเซน
ที่ไม่มีสำนักนั้นน่าอนาถยิ่ง ก่อนจะบรรลุด่านหนิงม่าย นักบวชเซนไม่มีฤทธานุภาพใดจะ
สำแดง นอกเสียจากร่างกายอันแกร่งกร้าวทรงพลัง พวกมันได้แต่ทำงานต่ำต้อย
อย่างเช่นงานใช้แรงงานหนักเท่านั้น
จงหยูรีบปรับสภาวะจิตใจของมันอย่างรวดเร็ว ทุกเคล็ดวิชาที่มันฝึกปรือล้วน
ธรรมดาสามัญยิ่ง นี่ทำให้มันไม่มีที่ใดโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ว่าสภาวะจิต
แห่งเซนของมันลึกล้ำสุดยอด!
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้มันฝั่าด่านหนิงม่ายสำเร็จ กล่าวได้ว่านี่เป็นเรื่องที่
นักบวชเซนเหนือล้ำกว่าซิวเจ่อประเภทอื่นทั้งหมด ทุกผู้คนล้วนสามารถเข้าฌานสมาธิ
แต่นักบวชเซนอาจมีฌานสมาธิที่แน่วแน่มั่นคงยิ่งกว่า ก่อเกิดสภาวะจิตแห่งเซน ซึ่งเรียบ
ง่าย เรียนรู้ได้สะดวกดาย ไม่ต้องใช้ต้นทุนใดๆ ขอเพียงท่านเพียรพยายามมากพอ ท่าน
สามารถฝึกปรือจนเข้าสู่ด่านหนิงม่ายได้
ซิวเจ่อที่ยิ่งมีจิตแห่งเซนลึกล้ำเท่าใด ก็ยิ่งมีจิตใจที่เข้มแข็งและแน่วแน่มั่นคงเท่านั้น
สิ่งของประเภทลวงหลอนประสาท อย่างเช่นค่ายกลลวงตา มีผลน้อยมากกับคนเหล่านี้
จงหยูไม่คิดปิดบังสิ่งใด อันที่จริงเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ฉบับที่มันฝึกปรือนั้นไม่
สมบูรณ์ เคล็ดความสำคัญที่พิเศษเฉพาะหลายส่วนเป็นมันค้นพบด้วยตัวเองผ่านการ
ฝึกปรืออันยาวนาน สิ่งเหล่านี้มันล้วนถ่ายทอดต่อเถ้าแก่จนหมดเปลือก
นอกเหนือจากการฝังอาคมหวงห้ามไว้ในร่างกายที่ทำให้มันไม่สบายใจอยู่บ้าง
ช่วงเวลาที่มันใช้ชีวิตอยู่ใต้อำนาจของเถ้าแก่ เป็นวันคืนที่สุขสบายที่สุดในชีวิตมัน ทุกวัน
มันเพียงแค่ต้องฝึกปรือ ในสงครามสองครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลเรื่องอันใด
การจัดสรรบำเหน็จรางวัลก็ยุติธรรมเป็นที่สุด เถ้าแก่เป็นผู้นำที่ใจกว้างที่สุดในบรรดา
ผู้นำทั้งหมดที่มันเคยอยู่ด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้มันยากต้านทานอย่างแท้จริง คือค่ายกลทั้งสามชุดนั้น!
จงหยูไม่ทราบว่าเหล่าสหายคิดอย่างไร แต่ในความเห็นของมัน ค่ายกลสามชุดนี้
สร้างขึ้นเพื่อนักบวชเซนโดยเฉพาะ ควรทราบว่าเนื่องเพราะระดับพลังสังขารของมันไม่
สูงส่งพอ มันแม้ทะลวงผ่านด่านหนิงม่าย แต่ยังคงไม่สามารถก่อเกิดอภิญญา ทว่าใน
เวลานี้ อาศัยค่ายกลทั้งสามชุด มันมีความมั่นใจอย่างเปียมล้นว่าสามารถก่อเกิดอภิญญา
ได้ภายในหนึ่งปี
ในทางส่วนตัว ทุกผู้คนล้วนคาดเดาได้ ว่าเถ้าแก่ยังมีค่ายกลอื่นๆ อย่างแน่นอน
จงหยูแม้ไม่ชมชอบการต่อสู้ แต่คนไม่ได้โง่งม ด้วยผลประโยชน์อันดีงามเช่นนี้ ต่อให้
ปลดอาคมหวงห้ามแล้วขับไล่มันไป มันยังไม่ยอมจากไป
ไม่ใช่แค่มันผู้เดียว สหายหลายคนที่ไม่มีสำนักก็ล้วนมีความคิดเช่นเดียวกันกับมัน
ความทุกข์ยากแสนสาหัสของการไม่มีสำนัก ไม่มีผู้ใดรู้ดีไปกว่าพวกมันอีก
โลกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว อาณาจักรขุนเขาน้อยในอดีต ขอเพียงพวกมันไม่ได้มี
ความทะเยอทะยานมากเกินไป อาศัยระดับพลังบำเพ็ญเพียรด่านหนิงม่ายของพวกมัน
ก็เพียงพอจะอยู่สุขสบายไปทั้งชีวิต แต่เวลานี้ หากพวกมันไม่ใช่จินตัน การอยู่คนเดียว
เพียงลำพังไม่ต่างอันใดกับการถามหาที่ตาย
ทุกวันนี้ คิดหาเถ้าแก่ดีๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย
จั่วม่อย่อมไม่ทราบว่าในใจจงหยูมีความคิดมากมายถึงเพียงนี้ไหลผ่าน มันทุ่มเท
สมาธิจิตใจ จดจ่ออยู่กับการฝึกปรือเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ เคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ของ
จงหยูมีความสำเร็จลึกล้ำเกินความคาดหมายของจั่วม่อ อาศัยคำชี้แนะของอีกฝั่าย
จั่วม่อได้รับประโยชน์มากมายมหาศาล
ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณในร่างกายอย่างรอบคอบ
มันนับว่าเข้าใจวิชาหมัดชุดนี้แล้ว
ตอนนี้จั่วม่ออยู่ในด่านสองขุนเขา ร่างกายของมันอาจดูผอมบาง แต่อันที่จริง
กระชับแน่นและแกร่งกร้าวมั่นคง เหมาะเจาะพอดีกับเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ กระบวนท่า
ของเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์เรียบง่ายถึงที่สุด แต่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ นั่นคือในชั่วขณะ
หนึ่ง เคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์สามารถเร่งเร้าพลังปราณทั้งหมดในร่างมารวมกันในคราว
เดียว โคจรหมุนวนอยู่ในสองแขน เมื่อโคจรครบหนึ่งรอบเรียกว่าหนึ่งวัฎฎะ พลังหมัดจะ
เพิ่มพูนทวีคูณขึ้น เมื่อโคจรได้หลายวัฎฎะ ก็ระเบิดออกมาเป็นพลังหมัดอันร้ายกาจ แต่
ก็มีความต้องการสูงมากในเรื่องสังขารร่างกายของผู้ใช้วิชา มิเช่นนั้น หลังจากโคจรพลัง
ปราณครบหลายวัฎฎะ พลังนี้อาจร้ายกาจมากพอที่จะฉีกกระชากเส้นชีพจรและร่างกาย
จนขาดออกเป็นชิ้นๆ
เวลานี้พลังปราณในร่างกายจั่วม่อโคจรต่อเนื่องจนครบรอบห้าวัฎฎะ พลังปราณ
พลุ่งพล่านสั่นสะเทือนราวกับสายฟั้าแล่นผ่าน จั่วม่อยืนหยัด สองขาแยกออก สูดลม
หายใจเข้าเฮือกหนึ่ง แล้วกระแทกหมัดออกมาตรงๆ!
ปราณหมัดสีเขียวหยกพวยพุ่งออกจากกำปัน ปราณหมัดขยายตัวอย่างรวดเร็วกลาง
อากาศ เปล่งเสียงคำรามกึกก้องดุจพยัคฆ์คำรณ!
จงหยูม่านตาเบิกกว้าง ในใจตื่นตระหนก หมัดนี้ถึงกับมีพลังแปดส่วนของหมัดเต็ม
กำลังของมัน! แต่หากเทียบระยะเวลาที่มันฝึกปรือ กับระยะเวลาที่เถ้าแก่ฝึกปรือ…
เถ้าแก่เป็นตัวประหลาดอันใด?
จั่วม่อดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่แท้เคล็ดความสำคัญของวิชาหมัดคลื่น
สวรรค์ไม่ใช่ปริมาณพลังปราณ แต่เป็นจำนวนรอบของการโคจรพลังปราณหมุนเวียนอยู่
ในสองแขน! ยิ่งจำนวนรอบวัฎฎะมากเท่าใด ยิ่งมีเวลาเตรียมตัวนานเท่าใด ปราณหมัด
จะยิ่งร้ายกาจมากเท่านั้น!
จั่วม่อคึกคักขึ้นมาทันที เวลานี้หลังจากโคจรห้าวัฎฎะ เส้นชีพจรปราณของมันแม้
สั่นสะเทือน แต่ไม่ได้มีปฎิกิริยารุนแรงเกินไปนัก
บางทีมันสามารถเพิ่มรอบวัฎฎะอีกสักเล็กน้อย?
เพียงแค่ใจเริ่มคิด พลังปราณในสองแขนของมันก็เริ่มโคจรหมุนเวียนอีกครั้ง
หนึ่งวัฎฎะ สองวัฎฎะ สามวัฎฎะ…
ด้วยความระมัดระวัง มันไม่กล้าที่จะเพิ่มมากเกินไปในคราวเดียว
แปดวัฎฎะ!
ผิวหนังที่สองแขนพลันเรืองแสงสีเขียว รวมกับสีโลหะเขียวดำแวววาวซึ่งเป็นสีเดิม
ของร่างกาย กลายเป็นท่อนแขนสองข้างส่องสว่างด้วยสีของเหล็กปีกแมงทับ
จงหยูที่ด้านข้างเบิกตากว้างจนแทบถลน!
นี่มัน…
ฮ่าห์!
จั่วม่อตวาดกึกก้อง ปราณหมัดสีเขียวสดพุ่งออกมาอีกครั้ง!
เฉกเช่นสายน้ำสีเขียวใสแวววาวไหลรินลงจากภูเขา จงหยูคุ้นเคยกับแสงสีเขียวนี้
มากเสียจนไม่อาจคุ้นเคยไปกว่านี้อีก นี่เป็นความแวววาวที่จะปรากฎขึ้นต่อเมื่อปราณ
หมัดจดจ่อรวมรั้งถึงที่สุดเท่านั้น!
ปราณหมัดเสมือนน้ำสีเขียวใส พอพวยพุ่งออกจากมือก็ดึงดูดปราณวารีในอากาศมา
รวมตัวกัน ปราณวารีหมุนคว้างเข้าหาปราณหมัดอย่างบ้าคลั่ง เมื่อปราณหมัดทะยาน
ผ่าน ทิ้งสายหมอกยาวเป็นทางอยู่เบื้องหลัง!
จงหยูตะลึงงัน หมัดนี้เพียงจู่โจมใส่อากาศธาตุยังร้ายกาจถึงเพียงนี้ หากต่อยใส่ผู้คน
ไม่ทราบจะเป็นเช่นไร?
เห็นแนวคิดของมันไม่ผิดพลาด จั่วม่อยิ่งได้ใจ ยิ่งตื่นเต้นคึกคักกว่าเดิม นานเท่าใด
แล้วที่ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นถึงเพียงนี้!
แปดวัฎฎะก็เพียงพอให้มันรับความกดดัน แต่นั่นยังไม่ใช่ขีดจำกัดของมัน!
บางทีมันสมควรลองดู ว่าขีดจำกัดที่แท้จริงอยู่ที่ใดกันแน่?
เพียงความคิดผุดขึ้น มันก็ไม่อาจระงับยับยั้งได้อีก สองหมัดของมันไม่เชื่อฟังคำสั่ง
เริ่มโคจรหมุนเวียนพลังปราณเตรียมออกหมัดอีกครั้ง!
สองแขนผอมบางทันใดนั้นโปั่งพองออกมา แสงสีเขียวแวววาวเรืองรองขึ้น แล้วสลัว
ลงทันตา ผิวหนังของจั่วม่อส่วนที่สัมผัสอากาศเปลี่ยนเป็นสีเขียวดำ คลับคล้ายมีเกลียว
คลื่นกระเพื่อมอยู่ใต้ชั้นผิวอย่างเกรี้ยวกราด
สิบสองวัฎฎะ!
เส้นชีพจรปราณที่สองแขนโปั่งพองจนปวดแปลบ ราวกับคันธนูที่น้าวจนสุดล้า
สั่นสะเทือนเบาๆ เป็นครั้งคราว ทำให้กล้ามเนื้อในสองแขนของจั่วม่อสั่นตามไปด้วย!
สองแขนของมันหนักหน่วงราวกับสร้างขึ้นจากก้อนตะกั่ว จั่วม่อรู้สึกเหน็ดเหนื่อย
และยากลำบาก ค่อยๆ ยกสองแขนขึ้น การเคลื่อนไหวเชื่องช้ายิ่ง บางครั้งก็สั่นสะท้าน
เหงื่อเม็ดโปั้งไหลรี่ลงจากหน้าผาก ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของมันอย่าง
ชัดแจ้ง
จั่วม่อถลึงตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า เสียงขบกรามดังลอดออกมาจากปาก!
“อยู่!”
อาศัยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กระแทกหมัดออกไปสุดแรงเกิด!
ไม่มีลมหมัด ไม่มีเสียงกรีดฝั่าอากาศ สองหมัดสีเขียวที่ราวกับสลักขึ้นมาจากกระจก
แก้วสีเขียวใส สาดพุ่งเข้าหาก้อนหินสูงเท่าผู้คนสองคนที่อยู่ไกลออกไป ลากริ้วแสงสี
เขียวสองสายเป็นทางยาวติดตามหลัง
สองหมัดกระจกเขียวนี้ คมชัดละเอียดอ่อนไม่ผิดของจริง แม้แต่ข้อนิ้วยังมองเห็นได้
ชัดเจนแจ่มแจ้ง
พิ้ง!
พริบตาที่หมัดปะทะก้อนหิน เมฆหมอกฝุั่นละอองฟุั้งตลบ ปกคลุมทั่วก้อนหินอย่าง
หนาแน่น
จั่วม่อแทบทรุดคว่ำ ต้องกระแทกนั่งลงบนพื้นอย่างช่วยไม่ได้ ไม่เหลือเรี่ยวแรง
กระทั่งจะชมดูผลลัพธ์ ทำได้เพียงอ้าปากกว้าง หอบหายใจอย่างรุนแรง นี่มันอันตราย
เกินไปแล้ว! เมื่อครู่พลังปราณสิบสองวัฎฎะภายในแขนมันแทบหลุดออกการควบคุม
หากมันสูญเสียการควบคุมจริงๆ เกรงว่าสองแขนคงระเบิดไม่เหลือซาก!
โชคยังดี โชคยังดี…
ในใจมันยังคงสั่นกลัวไม่คลาย
สายลมกระโชกพัดกลุ่มหมอกฝุั่นผงกระจัดกระจาย สถานที่ที่เคยมีก้อนหินใหญ่
ตั้งอยู่ เวลานี้ไม่หลงเหลือสิ่งใดนอกจากหลุมลึกครึ่งจั้งหลุมหนึ่ง
ไม่มีเศษหินกระเด็นว่อน ไม่มีแรงระเบิด ไม่มีเสียงอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
ก้อนหินใหญ่แปรสภาพเป็นหมอกควันฝุั่นธุลีไปในชั่วพริบตา!
จงหยูผู้สงบเยือกเย็นและเข้มเข็งมั่นคงอยู่เสมอ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ!
นี่มัน…
ท่าไม้ตายสุดยอดของเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ …คลื่นสวรรค์กระจกฟั้า!