สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 240 นี่มันอะไรกันหนอ
กงซุนชารีบรุดไปหาจั่วม่อ รายงานให้ทราบเกี่ยวกับข่าวร้ายที่มันได้รับ
ยิ่งฟังมากเท่าไร จั่วม่อก็ยิ่งสีหน้าน่าเกลียดมากขึ้นเท่านั้น
“พรรคฟั้ากระจ่างนี้ชั่วช้าสามานย์จริงๆ! พวกมันคิดใช้อาณาจักรขุนเขาน้อยทั้ง
อาณาจักร เลี้ยงดูเฉพาะพวกมันเท่านั้น!”
จั่วม่อพิโรธโกรธกริ้วยิ่ง แต่จากนั้นสงบลงอย่างรวดเร็ว “เราต้องลงมือเร็วขึ้นอีก! ยิ่ง
ยืดเย้อเท่าใด จะยิ่งยากลำบากขึ้นเท่านั้น หากหอสำนักนอกของพวกมันวางรากฐานได้
มั่นคงเมื่อใด พวกมันจะมีม้าให้ใช้นับไม่ถ้วน หากเราคิดบุกฝั่าออกไป จะลำบากยากเย็น
กว่าเดิม”
“อา!” กงซุนชาพยักหน้าแรงๆ ดวงตาสาดประกายขุ่นแค้น การกระทำของพรรค
ฟั้ากระจ่าง เท่ากับกักขังเลี้ยงดูเหล่าซิวเจ่อไว้ในอาณาจักรขุนเขาน้อยประดุจพวกมัน
เป็นปศุสัตว์ปราณ เมื่อถึงเวลานั้น พวกมันจะไม่ต่างอันใดจากเหล่าทาสฝึกตน
“ข้ามีวิธีตอบโต้” จั่วคิดขบคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากออกมา
“วิธีใด?” กงซุนชารีบถามไถ่
“พวกมันเมื่อขายเมล็ดข้าวปราณ พวกเราจะขายฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ!”
กงซุนชาย้อนถามอย่างงุนงงอยู่บ้าง “ขายฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำให้แก่ผู้คนทั่วไป
หรือ? นี่ไม่ใช่ว่าน่าเสียดายมากหรอกหรือ ถึงเวลานั้นคุณค่าของจิงสือในอาณาจักร
ขุนเขาน้อยจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“ขาย!” จั่วม่อกล่าวอย่างดุเดือด “พวกเราไม่เพียงแต่ขาย ทั้งยังจะขายจำนวนมาก!
ขอเพียงฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำแพร่กระจายไปทั่ว ห่วงโซ่ที่รัดคอทุกคนจะไม่ตึงแน่น
จนเกินไป หากพรรคฟั้ากระจ่างไม่สามารถตั้งรากฐานการผูกขาดได้สำเร็จ ความ
พยายามทั้งหมดของพวกมันจะสูญเปล่าทันที และเมื่อพรรคฟั้ากระจ่างพบว่าเป็นฝีมือ
พวกเราที่ทำลายธุรกิจผูกขาดของพวกมัน ถึงเวลานั้นพวกมันย่อมมาเสาะหาเราเอง
ฮี่ฮี่ เราจะสุขสบายในขณะที่ศัตรูเหน็ดเหนื่อยตรากตรำ เมื่อเปลี่ยนเป็นเฝั้ารอให้
พวกมันมาหา เราย่อมมีเปรียบกว่า นอกจากนั้นเรายังสามารถวางกับดักขุดหลุมพรางไว้
เต็มอัตรา เมื่อถึงเวลาก็เชิญท่านมาลงหลุม! มังกรเข้มแข็งไม่รุกรานงูเจ้าถิ่น เมื่อบุกเข้า
มาในดินแดนของเรา ก็มิใช่ขึ้นอยู่กับพวกมันเป็นผู้กำหนดแล้ว!”
กงซุนชาตาลุกวาบ แผนการร้ายกาจเช่นนี้คงมีแต่ศิษย์พี่ที่คิดออกมาได้!
ภายในห้อง ทั้งคู่สุมหัวปรึกษาหารือกันเป็นเวลานาน เสียงหัวร่อลี้ลับชั่วร้ายดังแว่ว
ออกมาจากภายในห้องเป็นครั้งคราว
เหลยเผิง เซี่ยซานกับพวกทั้งหมดค่อนข้างประหลาดใจที่พบว่าเหล่าต้าวันนี้ดู
เหมือนจะอารมณ์ดียิ่ง เมฆหมอกทะมึนบนใบหน้าจางหายไปหมดสิ้น ปกติแล้วหากแม่
นางน้อยอารมณ์ดี ทุกคนก็จะมีวันคืนที่ดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ปลาบปลื้มประโลมใจ พลันได้ยินแม่นางน้อย
ประกาศก้อง นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพิ่มการฝึกเป็นสองเท่า!
เท่านั้นเอง เสียงโอดครวญเศร้าโศกดังระงมทุกหนแห่ง!
โชคดีที่ซิวเจ่อเหล่านี้ผ่านประสบการณ์ต่อสู้ที่โหดร้ายดุเดือดมาหลายครั้ง การฝึก
หนักย่อมไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอันใด
อันที่จริง สิ่งที่ทุกผู้คนปรารถนามากที่สุดคือการเข้าไปในค่ายกลกระบี่ หลายคนที่
ผ่านออกมาจากค่ายกลจะเข้าปิดด่านฝึกตนทันที จนกระทั่งถึงตอนนี้ หลังจากผ่านค่าย
กลกระบี่ หลายคนก็บรรลุถึงเจตจำนงกระบี่อย่างสมบูรณ์ สิ่งดีงามที่ฝึนทวนฟั้าสวรรค์
และขัดแย้งสามัญสำนึกเช่นนี้ ย่อมดึงดูดใจผู้คนจำนวนมาก น่าเศร้าที่หลวงจีนมีมากแต่
ข้าวต้มมีน้อย ค่ายกลกระบี่สามารถเปิดให้เข้าใช้งานได้ครั้งละหนึ่งคนเท่านั้น กงซุนชา
ปวดเศียรเวียนเกล้ากับเรื่องนี้มาก สุดท้ายได้แต่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของบำเหน็จรางวัล
สำหรับความดีความชอบแทน
มองดูค่ายฝึกอันอึกทึกวุ่นวาย กงซุนชาลอบทอดถอนใจ หากมีเวลามากกว่านี้ มัน
จะต้องเพาะสร้างกองทัพชั้นยอดขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
น่าเสียดาย สิ่งที่พวกมันขาดมากที่สุดก็คือเวลานี่เอง
รอจนพวกมันบุกฝั่าออกจากอาณาจักรขุนเขาน้อยสำเร็จ มันค่อยขอร้องศิษย์พี่
สร้างกองทัพที่แท้จริงขึ้นมาอีกทีก็แล้วกัน
เมื่อได้ลิ้มลองความหอมหวานของการเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกแล้ว หากมันต้องไป
ทำอย่างอื่น คงจืดชืดไร้รสชาติยิ่ง
อย่างไรก็ตาม การขับเคี่ยวกับพรรคฟั้ากระจ่างที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป ทำให้มันเต็ม
ไปด้วยความมุ่งมาดปรารถนา!
แม้ว่าจะส่งมอบหลายเรื่องราวให้แก่ศิษย์น้องกงซุนไปแล้ว แต่จำนวนเรื่องราวที่มัน
ต้องกระทำ ยังบันดาลให้จั่วม่อถึงกับหนังศีรษะชาซ่าน จุดสำคัญเริ่มแรกของแผนการ
ตอบโต้นี้ คือต้องผลิตฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำออกมาเป็นจำนวนมากให้ได้เสียก่อน
การสร้างฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปริมาณที่ต้องผลิตนั้นมากมาย
เกินไป ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นอกเหนือการฝึกฝีมือบำเพ็ญเพียรประจำวันแล้ว จั่วม่อ
ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการผลิตฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ จำนวนสินค้าที่ต้องการในแผนการนี้
เรียกได้ว่ามหาศาลยิ่ง มิหนำซ้ำมันไม่มีผู้ช่วยแม้แต่คนเดียว จำเป็นต้องทำงานทั้งหมด
ด้วยตัวเอง
นี่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!
จั่วม่อตัดสินใจไปยังค่ายฝึก คัดเลือกซิวเจ่อที่มีฝีมือพื้นฐานในการหลอมสร้างมาเป็น
ผู้ช่วยของมัน สิ่งที่ทำให้มันต้องแปลกใจก็คือ ในบรรดาซิวเจ่อสี่ร้อยห้าสิบคน มีถึงห้าสิบ
กว่าคนที่มีฝีมือพื้นฐานในการหลอมสร้าง หลังจากสอบถามดูค่อยเข้าใจเรื่องราว ซิวเจ่อ
เหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีสำนัก หลังจากเข้าสู่ด่านหนิงม่าย พวกมันล้วนมีวันคืนที่ดีงาม แต่
ก่อนหน้านั้น ในช่วงที่พวกมันยังไม่ได้เข้าสู่ด่านหนิงม่าย พวกมันก็ไม่ได้แตกต่างอันใด
จากซิวเจ่อระดับต่ำทั่วไป
เป็นธรรมดาที่พวกมันจะต้องมีทักษะทางอาชีพ เพาะปลูกพืชปราณ เลี้ยงสัตว์
ปราณ วิชาหลอมสร้างและอื่นๆ แทบทุกประเภท ความหลากหลายในทักษะฝีมือของ
พวกมันนี้ กระทั่งจั่วม่อกับกงซุนชายังต้องอ้าปากค้าง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกมันส่วนใหญ่ล้วนเรียนรู้พื้นฐาน และใช้ชีวิตอยู่กับการ
หลอมสร้างมานานกว่าจั่วม่อ แต่เนื่องจากขาดการสั่งสอนอย่างเป็นระบบ พวกมันได้แต่
ทำงานพื้นฐานบางอย่างเท่านั้น และหลังจากผ่านเข้าสู่ด่านหนิงม่าย พวกมันโดยทั่วไป
ไม่ค่อยได้ทำงานเหล่านี้อีก
ในบรรดาพวกมัน มีอยู่สองคนที่เป็นข้อยกเว้น คนหนึ่งเรียกว่าจี๋เหว่ย อีกคนเรียกว่า
ซุนเปั่า ก่อนหน้าวิกฤตการณ์ในอาณาจักรขุนเขาน้อย พวกมันมีอาชีพหลักคือการหลอม
สร้างยุทธภัณฑ์ ฝีมือหลอมสร้างของพวกมันเหนือล้ำกว่าจั่วม่อมาก จั่วม่อพอค้นพบพวก
มัน ราวกับได้รับสมบัติล้ำค่าสองชิ้น
(จี๋เหว่ย – โชคดีอันยิ่งใหญ่ , ซุนเปั่า – สมบัติล้ำค่าแซ่ซุน)
จั่วม่อนำไฟอีกาทองคำออกมาโดยไม่ลังเล เพื่อให้คนทั้งสองดูดซับเป็นอย่างแรก
ทั้งคู่ราวกับถูกจิงสือที่หล่นลงมาจากฟากฟั้าหวดฟาดใส่อย่างจัง พวกมันปิติยินดีจน
แทบสิ้นสติ ไฟอีกาทองคำ! นี่คือไฟอีกาทองคำ! พวกมันไม่ทราบกระเสือกกระสนทุ่มเท
ความพยายามไปมากเท่าใด แต่ยังไม่เคยพบพานเมล็ดพันธุ์ไฟที่ทำให้พวกมันพึงพอใจมา
ก่อน
ดังนั้นเมื่อจั่วม่อยื่นกล่องประณีตให้แก่พวกมันคนละใบ แล้วบอกให้พวกมันดูดซับ
ไฟอีกาทองคำที่ถูกปิดผนึกอยู่ภายใน พวกมันถึงกับมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเสียจน
กล่องแทบจะหลุดจากมือ
นอกเหนือจากความปิติยินดี พวกมันยังรู้สึกอย่างลึกล้ำว่าเหล่าปั่านให้ความสำคัญ
กับพวกมันยิ่ง
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!
นี่เป็นไฟอีกาทองคำของแท้แน่นอน!
เมล็ดพันธุ์ไฟระดับสี่!
เมล็ดพันธุ์ไฟที่นักหลอมสร้างยุทธภัณฑ์หรือนักหลอมกลั่นโอสถมากมายล้วนใฝั่ฝัน
ถึง!
ทว่า ยังไม่ทันที่พวกมันทั้งสองจะได้รู้สึกภาคภูมิลำพองใจ พวกมันก็เห็นจั่วม่อเลือก
ผู้คนที่มีฝีมือหลอมสร้างพอใช้ได้ออกมาอีกสิบคน แล้วมอบกล่องประณีตให้แก่พวกมัน
คนละใบ!
จี๋เหว่ยกับซุนเปั่าเหม่อมองอย่างโง่งม สีหน้าราวกับพบพานผีสาง!
ไม่ใช่แค่พวกมันเท่านั้น แต่สิบคนที่เพิ่งถูกเลือกออกมา ทีแรกพวกมันยังจ้องมองคน
ทั้งสองด้วยความอิจฉาเลื่อมใสจนดวงตาร้อนฉ่า ทว่าเวลานี้ พวกมันล้วนยืนประคอง
กล่องประณีตคนละใบ สีหน้าซึมเซา สมองขาวว่างเปล่า ร่างแข็งค้างอย่างสมบูรณ์
เหล่าซิวเจ่อที่เหลือก็ล้วนตะลึงงันโดยสิ้นเชิง อุณหภูมิภายในห้องทะยานขึ้นอย่าง
รวดเร็ว
“ตั้งใจทำงานให้ดี!” จั่วม่อโบกมืออย่างวางท่า ดื่มด่ำเพลิดเพลินไปกับสายตาของ
ทุกคน มันราวกับรับประทานโสมพันปีเข้าไปทั้งต้น ตลอดทั้งร่างสุขสบายอย่างบอกไม่
ถูก
แตกตื่นอันใดกัน เกอก็แค่มีไฟอีกาทองคำเหลือกินเหลือใช้เท่านั้น!
กลุ่มซิวเจ่อที่เดิมไม่พอใจเนื่องจากถูกย้ายไปยังหน่วยใหม่ ทั้งหมดราวกับถูกฉีดด้วย
เลือดไก่ เริ่มทำงานอย่างคึกคักคลุ้มคลั่ง! ความกระตือรือร้นในการทำงานของพวกมัน
ทำเอาจั่วม่อถึงกับอกสั่นขวัญแขวน การทำงานอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้… คงไม่ทำให้พวกมัน
ถึงกับล้มตายใช่หรือไม่…
ค่ายกลที่ต้องสลักลงบนฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ จั่วม่อสอนให้แก่จี๋เหว่ยกับซุนเปั่า
โดยตรง จนกระทั่งจั่วม่อเสร็จสิ้นการสอน คนทั้งสองประดุจก้อนหินสองก้อน ยืนแข็งทื่อ
อยู่กับที่ ครึ่งค่อนวันยังไม่รู้สึกตัว
ค่ายกลเทพยดานี้มัน…
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองคนบังเกิดความเชื่อมั่นสุดจิตสุดใจอย่างแท้จริง!
จั่วม่อจดจ่ออยู่กับงานในมือตามลำพัง เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง กลับเห็นคนผู้หนึ่งยืนนิ่ง
อยู่ที่ประตู ฮะ! มันหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ในมือ เผยสีหน้าประหลาดใจ
“เจ้าฟึนแล้ว?” จั่วม่อถาม อีกฝั่ายยืนอยู่ที่นั่นจริงๆ และไม่ทราบว่ายืนอยู่ตรงนั้นมา
นานเท่าใดแล้ว
ซิวเจ่อสตรีนางนี้ยืนนิ่งเป็นท่อนไม้ ราวกับว่านางไม่ได้ยินวาจาของมัน
หรือว่าอาการบาดเจ็บทำให้นางปัญญาอ่อนไปเสียแล้ว? จั่วม่อรำพึงในใจ
“เจ้าเรียกว่าอะไร?” มันพยายามซักถาม
แต่ซิวเจ่อสตรีไม่ตอบสนอง
“อาการบาดเจ็บของเจ้าทำให้เจ้าเปลี่ยนเป็นปัญญาอ่อนไปแล้วจริงๆ?” จั่วม่อจับ
คางครุ่นคิด ตัดสินใจลองดูอีกหน “เจ้าหิวหรือไม่?”
ซิวเจ่อสตรียังคงไม่มีปฎิกิริยาใด
เห็นใบหน้าของสตรีนางนี้เต็มไปด้วยปุั่มปม จั่วม่อทันใดนั้นรู้สึกเวทนายิ่ง มันจดจำ
ใบหน้าผีดิบในอดีตของมันได้
ตอนที่นางยังไม่ได้สติ จั่วม่อลองตรวจสอบดูแล้ว ใบหน้าของนางไม่ใช่หน้ากาก
ไม่ใช่คราบปลอมแปลงโฉม ปุั่มปมที่งอกเงยบนใบหน้านางเกิดจากพิษร้ายบางชนิดใน
ร่างกาย รวมกับบาดแผลเก่าบาดแผลใหม่มากมายสุดคณานับ จั่วม่อรู้สึกว่าการที่นางยัง
มีชีวิตอยู่ นับเป็นปาฎิหาริย์ประการหนึ่งจริงๆ
หลังจากความพยายามไม่เป็นผล จั่วม่อรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่บ้าง ได้แต่รามือ
ยอมแพ้ “เอาเถอะ ทำสิ่งที่เจ้าอยากทำก็แล้วกัน”
มันไม่คิดว่าอีกฝั่ายจะเข้าใจได้ แต่เวลานี้มันมีเรื่องราวมากมายต้องกระทำ แม้ว่าฟูก
สมาธิกลั่นเกลาดำ ส่วนใหญ่ส่งมอบให้คนอื่นรับไปกระทำแทน แต่มันยังคงมีภาระงาน
อื่นๆ อีกมากมาย
ไม่ว่าแผนการที่สมบูรณ์พร้อมใด ล้วนต้องประกอบด้วยเงื่อนไขหลายประการ
มันตัดสินใจลงมือทำงานของตัวเองต่อ แต่เมื่อมันเดินจากมา กลับได้ยินเสียงฝีเท้า
จากด้านหลัง ที่แท้ซิวเจ่อสตรีนางนี้ติดตามมันมาโดยไม่กล่าววาจา
จั่วม่อจู่ๆ ก็รู้สึกว่าศีรษะเริ่มปวดหนึบขึ้นมาทันที
“เพ้ย ต่อให้ติดตามข้ามาก็ไม่มีจิงสือให้เจ้าหรอก!”
“ข้าไม่มีเวลาเล่นเป็นเพื่อนเจ้า ไปเล่นของเจ้าเองได้หรือไม่”
“ไม่มีจิงสือให้จริงๆ!”
“ข้าขอเตือนเจ้า หากยังไม่ไปให้พ้นหน้าข้า อย่าหาว่าข้าไม่เกรงอกเกรงใจ!”
จั่วม่อแสร้งร่ายเวทวิชา ปลายหางตาเห็นสตรีนางนั้นขยับเคลื่อนไหว แต่แล้ว
นัยน์ตามันจู่ๆ ก็เบิกกว้าง เห็นอีกฝั่ายยกมือขวาขึ้นเช่นกัน ปลายนิ้วปรากฎแสงสว่าง
เรืองรองจุดหนึ่ง อากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็นหนักข้นในทันใด!
มารดาของเรา!
จั่วม่อวิญญาณแทบหลุดจากร่าง ตาลีตาเหลือกคลายพลังปราณในมือตัวเอง กล่าว
ละล่ำละลัก “มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน… มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน…”
ซิวเจ่อสตรีไม่กล่าวคำใด แต่ก็ทำตามจั่วม่อ จุดแสงที่ปลายนิ้วเลือนหายไป ทันทีที่
นางลดมือลงตามเดิม อากาศรอบข้างก็กลับเป็นปกติ!
“แม่นางน้อยที่ทรงพลังนัก!” เสียงผูเยาทอดถอนชมเชยอยู่ภายในจิตใจของจั่วม่อ
แต่พอเข้าหูจั่วม่อ กลับเห็นได้ชัดว่าแฝงความรู้สึกยินดีในคราวเคราะห์ของมันไว้อย่าง
เต็มที่
จั่วม่อชักจนปัญญา มันไม่สามารถสื่อสารกับซิวเจ่อสตรีผู้นี้ได้ ใช้กำลัง? เมื่อนึกถึง
จุดแสงอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ จั่วม่อก็ใจสั่นสะท้าน เศษเสี้ยวความหวังสุดท้ายสลาย
วับไปกับตา
“หากเจ้าอยากติดตามข้านัก ก็ติดตามมาเถอะ!” จั่วม่อรำพึงอย่างไม่มีทางเลือก
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” เสียงผูเยาหัวร่อดังกระหึ่ม รวมเข้ากับความเงียบงันของซิวเจ่อสตรี
นางนี้ จั่วม่อจู่ๆ รู้สึกว่าชีวิตมันมืดมนหม่นหมองยิ่ง
เหล่าไพร่พลที่อยู่รอบข้างพากันมองสตรีด้านหลังจั่วม่ออย่างหวาดกลัว พลังอันร้าย
กาจที่นางสำแดงออกมาวูบหนึ่งทำให้ทุกคนสะท้านขึ้นทั้งร่าง จั่วม่อสังเกตเห็นชัดเจนว่า
ในสายตาของคนเหล่านี้ นอกเหนือจากความหวาดกลัว ยังมีร่องรอยของความรังเกียจ
เดียดฉันท์
จั่วม่อรู้สึกอึดอัดขัดข้องขึ้นมาอย่างฉับพลัน
แต่มันก็ทราบดีว่านี่เป็นปฎิกิริยาตอบสนองตามปกติ ครั้งแรกที่มันพบเห็นซิวเจ่อ
สตรีนางนี้ มันเองก็ยังหวาดผวาต่อปุั่มปมอันน่ากลัวบนใบหน้านาง
จั่วม่อแทบไม่ต้องขบคิดอันใด สุ่มหยิบก้อนแร่สีดำจากกองวัตถุดิบ เรียกไฟอีกา
ทองคำออกมา จากนั้นโยนก้อนแร่เข้าไปในกองไฟ ไฟอีกาทองคำอันร้อนแรงหลอม
ละลายก้อนแร่กลายเป็นกลุ่มก้อนโลหะเหลวสีแดงในทันที จั่วม่อเพ่งจิต ราวกับว่ามีพลัง
ที่มองไม่เห็นดึงก้อนโลหะหลอมเหลวจากหลายทิศทาง ก้อนโลหะหลอมเหลวค่อยๆ
เปลี่ยนรูปทรงไปทีละน้อย
ซิวเจ่อสตรีจ้องมองไฟอีกาทองคำและโลหะหลอมเหลวตาเขม็ง
สักครู่ให้หลัง ในมือจั่วม่อปรากฎหน้ากากใบหนึ่ง
หน้ากากสีดำราบเรียบยิ่ง ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใด สิ่งที่แปลกพิกลที่สุดคือ
สัดส่วนคล้ายบิดเบี้ยวเล็กน้อย ซีกซ้ายและซีกขวาของหน้ากากไม่เท่ากัน จั่วม่อรู้สึกขาย
หน้าอยู่บ้าง “โอ้ เพิ่งเคยทำหน้ากากเป็นครั้งแรก ฝีมือข้าหยาบกระด้างไปหน่อย หยาบ
กระด้างเกินไปจริงๆ! มาๆ ข้าจะทำให้ใหม่ …”
มันกำลังจะใช้ไฟอีกาทองคำหลอมโลหะอีกครั้ง กลับปรากฎพลังอันแกร่งกร้าวขุม
หนึ่งแล่นจากหน้ากากผ่านเข้ามาสู่มือ จากนั้นหน้ากากพุ่งลิ่วไปยังมือของซิวเจ่อสตรี
และแล้วนางก็สวมใส่หน้ากาก
“โอ้ ให้ข้าสร้างใหม่ดีกว่าน่า” จั่วม่อถูมือไปมา กล่าวอย่างอับอายขายหน้า
ซีกซ้ายกับซีกขวามันไม่เท่ากันจริงๆ… สวรรค์! ไฉนข้าทำผิดพลาดในเรื่องง่ายๆ
เช่นนี้! เห็นสายตาแปลกประหลาดของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชารอบข้าง มันแทบอยากหา
รอยแยกในพื้นดิน มุดเข้าไปหลบหน้าเสียเดี๋ยวนี้
เสื่อมเสียหน้ายิ่งนัก!
ซิวเจ่อสตรีไม่กล่าววาจา ทั้งยังดูเหมือนจะไม่คิดถอดหน้ากากออกมาอีก
เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จั่วม่อก็ทราบชัดว่าต้องละทิ้งความตั้งใจที่จะหลอม
สร้างใหม่อีกครั้ง มันพยายามที่จะทำงานของตัวเองต่อ และพบว่าซิวเจ่อสตรีไม่ได้
รบกวนมันแต่อย่างใด นางเพียงยืนอยู่ตรงนั้นประหนึ่งรูปแกะสลักที่ทำจากไม้
จั่วม่อค่อยๆ เคยชินกับนางทีละน้อย
เพียงแต่มีคำถามหนึ่งที่มักจะลอยวนเวียนอยู่ในใจ
นี่มันอะไรกันหนอ?