สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 241 สร้างเมือง
เมืองหนานเสิ้ง กำแพงเมืองที่หักพังเสียหายถูกบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว
ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ก็กลับมาครึกครื้นรุ่งเรืองอีกครั้ง
ซิวเจ่อจำนวนมหาศาลพอทราบข่าวก็พากันดั้นด้นมาเยือน สถานที่แห่งนี้ยังรับซื้อ
สินแร่และวัตถุดิบทุกประเภท แต่ที่สำคัญที่สุด เมืองหนานเสิ้งแห่งนี้ขายเมล็ดข้าวปราณ
แม้ว่าจะถูกจำกัดด้วยหลักเกณฑ์มากมาย แต่ก็เพียงพอให้ทั่วทั้งอาณาจักรขุนเขาน้อย
ต้องสั่นสะเทือน
ขณะเดียวกันกับที่ทุกสายตาในอาณาจักรขุนเขาน้อยจับจ้องไปยังเมืองหนานเสิ้ง
กลุ่มคนประหลาดปรากฎตัวขึ้นในหุบเขาแห่งหนึ่งอย่างเงียบเชียบ
“เราได้สำรวจดูแล้ว ที่นี่มีเหมืองจิงสืออยู่สองแห่ง แต่จิงสือที่ผลิตได้ระดับไม่สูงนัก
เพียงระดับสามเท่านั้น พื้นที่แถบนี้เคยเป็นของสำนักดาวสวรรค์ แต่สำนักดาวสวรรค์หนี
ไม่พ้นเภทภัย ผู้คนล้มตายเป็นเบือ ที่เหลือล้วนหายสาบสูญไปสิ้น”
“นอกเหนือจากเหมืองจิงสือ บริเวณนี้ยังมีเหมืองแร่อีกสามเหมือง พวกมันไม่ได้ให้
ผลผลิตมากนัก สินค้าหลักคือหินประกายแสง ลูกปัดหินปราณดำและผลึกวารีเขียว
ผลผลิตผลึกวารีเขียวหลักๆ มาจากทะเลสาบทางด้านนั้น มันเรียกว่าทะเลสาบดาว
สวรรค์”
เซี่ยซานนับว่าทุ่มความพยายามไปไม่น้อย กว่าจะสำรวจข้อมูลประดานี้มาได้
จั่วม่อมีสีหน้าพออกพอใจ “เลือกที่นี่ก็แล้วกัน!” จากนั้นถามว่า “แล้วกองกำลังที่
อยู่ใกล้เคียงเล่า พวกเจ้าตรวจสอบมาแล้วหรือไม่?”
กงซุนชายิ้มเอียงอาย “พวกมันถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซี่ยซานเห็นกงซุนชาแย้มยิ้มเอียงอายดุจเด็กชายข้างบ้าน แต่ยังคง
รู้สึกเย็นเยียบจับใจทุกที รอยยิ้มเอียงอายอันเป็นปั้ายยี่ห้อของกงซุนชา
ในค่ายพากันขนานนามว่า ‘รอยยิ้มเบาๆ ของแม่นางน้อย’ ทุกคนเกลียดกลัวราว
กับพบพานแมงปั่องอสรพิษ
ซิวเจ่อสตรีสวมหน้ากากดำยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังจั่วม่อ
ซิวเจ่อสตรีที่จู่ๆ ก็ปรากฎตัวขึ้นมานี้ดึงดูดความสนใจของทุกผู้คน ทว่าไม่มีผู้ใดกล้า
ตอแยนาง กระทั่งเซี่ยซานยังถูกพลังอันร้ายกาจของนางขู่ขวัญ เซี่ยซาน ผู้ครอบครอง
พลังบำเพ็ญเพียรด่านหนิงม่ายขั้นสาม อยู่ห่างจากด่านจินตันไม่ไกล แต่ถึงกระนั้น มันยัง
ไม่มีความกล้าเผชิญหน้าสตรีลึกลับผู้น่ากลัวนางนี้
หลายคนลอบคาดเดาว่าสตรีนางนี้เป็นจินตัน
ไม่มีผู้ใดกล้าถามไถ่ กระทั่งเหล่าปั่านยังไม่มีปัญญาทำให้นางกล่าววาจาได้ ย่อมไม่มี
ผู้ใดเชื่อว่าใบหน้าของพวกมันใหญ่โตกว่าเหล่าปั่าน
เห็นซิวเจ่อสตรีตามติดเหล่าปั่านทุกฝีก้าว พวกมันกลับรู้สึกว่านี่ยอดเยี่ยมยิ่ง อาศัย
สุดยอดองครักษ์นางนี้ เหล่าปั่านย่อมไม่ต้องเผชิญอันตรายอีก นั่นหมายความว่าพวกมัน
ไม่ต้องกังวลว่าเหล่าปั่านจะเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด ซึ่งจะทำให้พวกมันพลอยฟั้าพลอยฝน
ตายตกตามไปด้วย การที่ต้องตายโดยไม่ทันรู้ตัวว่าตายเพราะเหตุใด เป็นที่น่าสลดใจหา
ใดเปรียบ
จั่วม่อไม่มีปัญญาแก้ไขเรื่องที่นางตามติดมัน สตรีนางนี้ไม่ทราบประวัติความเป็นมา
จั่วม่อย่อมไม่อยากให้นางลอบฟังข้อมูลลับทั้งหลาย แต่มันไม่มีทางเลือก พลังฝีมือของ
ทั้งสองฝั่ายห่างชั้นกันมากเกินไป การต่อต้านแข็งขืนของมันไม่มีประโยชน์ใด
กระทั่งตัวประหลาดที่ถือดีอย่างผูเยายังชื่นชมนางด้วยคำ ‘ทรงพลัง’ บันดาลให้ใน
ใจจั่วม่อ พลังฝีมือของนางกลายเป็นตัวตนอันสูงส่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างรวดเร็ว
ในความทรงจำของมัน ไม่เคยได้ยินผูเยาชื่นชมผู้อื่นด้วยคำ ‘ทรงพลัง’ เลยสักครั้ง
สนทนาก็ไม่สำเร็จ จะใช้กำลังก็ไม่กล้า นี่ไม่ต่างอันใดกับหนูตัวน้อยที่คิดดึงเต่าออก
จากกระดอง ยังจะทำอะไรได้อีกเล่า! จั่วม่อตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย ขณะที่มันทำ
ภาระหน้าที่การงานของตน ก็ทำท่าว่านางเป็นอากาศธาตุไปเสียเลย
สิ่งเดียวที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง คือนางเพียงแค่ตามติดอย่างเงียบเชียบ ไม่กล่าว
วาจา ไม่ก่อกวนวุ่นวาย นอกเหนือจากน่าหวาดผวาอยู่บ้างแล้ว ก็ไม่เป็นอันตรายและไม่
ยุ่งยากลำบากแต่อย่างใด
จั่วม่อรู้สึกว่าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง มันจึงไม่เชื่อว่านางจะติดตามอุทิศชีวิต
คอยช่วยเหลือมันเพียงเพื่อทดแทนบุญคุณมันที่ช่วยชีวิตนาง แต่ไม่ว่าจะงุนงงสงสัยสัก
เท่าใด ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางรู้ความจริงได้ในเวลานี้ ดังนั้นมันไม่ไหลตามน้ำไป ยังจะทำ
อันใดได้อีก?
ที่สำคัญคือหากนางมุ่งร้ายหมายชีวิตมัน ยังจะมีผู้ใดในค่ายสามารถหยุดยั้งนางได้
เล่า?
จั่วม่อได้แต่ปลอบใจตนเองเช่นนี้
มันตกลงใจให้ความสนใจกับเรื่องราวตรงหน้า “กล่าวอีกอย่างก็คือ ที่นี่ตอนนี้เป็น
ของเราแล้วใช่หรือไม่?”
“อา” กงซุนชาผงกศีรษะ จากนั้นกล่าวเสริมว่า “ศิษย์พี่สบายใจ ไม่มีผู้ใดมาแย่งชิง
กับเราแล้ว”
เซี่ยซานที่ด้านข้างแทบสำลักลมหายใจ นี่ยังจำเป็นต้องกล่าวอีกหรือ? แน่นอนว่า
ต้องไม่มีผู้ใดมาแย่งชิงกับพวกมันอยู่แล้ว! กงซุนชาได้นำกองทัพออกกวาดพิชิตพื้นที่สอง
พันลี้โดยรอบจนราบคาบ กองกำลังอื่นๆ ทั้งหมดราวกับเล็บที่ถูกถอดดึงออกมาทีละชิ้น
กระทั่งซิวเจ่อที่มุดอยู่ในถ้ำยังถูกลากออกมา แม่นางน้อยไม่ยอมปล่อยปละละเว้นพวก
มันแม้แต่คนเดียว ส่งจัดหน่วยรบเล็กๆ จำนวนมาก ทำตนประหนึ่งหวียักษ์มหึมา ปูพรม
สะสางพื้นที่ทั้งหมดจนสะอาดหมดจดทุกกระเบียดนิ้ว
“ยอดเยี่ยม!” จั่วม่อยินดีจนคิ้วเต้น
ผู้คนรอบกายที่เคยชินกับใบหน้าผีดิบของมัน รู้สึกปรับตัวปรับใจไม่ทันเป็นที่สุด
ใบหน้าของเหล่าปั่านยิ่งสดใสมีชีวิตชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ!
ด้านหนึ่งลอบรำพึงในใจ อีกด้านหนึ่งก็กำลังรอคอยคำพูดถัดไปของเหล่าปั่าน
นับตั้งแต่แม่นางน้อยปรึกษาหารือกันเหล่าปั่านในครั้งนั้น ก็เริ่มมีสัญญาณบ่งบอก
มากมาย ว่าเหล่าปั่านกำลังจะเคลื่อนไหวครั้งใหญ่!
กล่าวได้ว่ากงซุนชาประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการเปลี่ยนแปลงกลุ่มอันธพาลที่
ไร้ระเบียบเหล่านี้โดยสิ้นเชิง ชัยชนะต่อเนื่องเพิ่มพูนความเชื่อมั่นของพวกมัน ส่วนการ
ต่อสู้อันยากลำบากหล่อหลอมพวกมัน ช่วยให้พวกมันเปลี่ยนแปลงจนเสร็จสมบูรณ์ กอง
กำลังนี้ได้รับอิทธิพลความคลั่งไคล้การสู้รบจากกงซุนชาอย่างเต็มที่ มักสำแดงพลังเชิงรุก
อันเกรียงไกรและความกระหายในการสู้รบออกมาเสมอ
เมื่อคาดเดาว่าอาจมีการเคลื่อนไหวใหญ่โตตามมา คนกลุ่มนี้เต็มไปด้วยความ
กระเหี้ยนกระหือรือจนแทบจะอดใจไว้ไม่อยู่!
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ว่าการคาดเดาของพวกมันถูกต้องสมบูรณ์
ไม่นานหลังจากการหารือกับเหล่าปั่าน แม่นางน้อยก็นำทัพด้วยตัวเอง บุกโจมตีดุจ
สายฟั้าฟาดอย่างไม่หยุดยั้ง กวาดล้างกองกำลังในอาณาเขตสองพันลี้รอบๆ ภูเขาดาว
สวรรค์จนสิ้นซากในชั่วข้ามคืน
เรื่องนี้ทำให้เหล่านักสู้ผู้คลั่งไคล้สงครามเหล่านี้ดีใจจนเนื้อเต้น ชุดของบำเหน็จ
รางวัลความดีความชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสในการเข้าสู่ค่ายกลกระบี่ ทำให้ทุกคน
แทบไม่อาจทนรอที่จะเสาะหากองกำลังที่ขัดตาอีกสักสองสามกลุ่ม จะได้ทำสงคราม
ใหญ่อีกครั้ง!
“ต่อไปเราจะสร้างเมืองที่นี่” จั่วม่อเอ่ยปากแจ้งคำสั่งถัดไปในที่สุด แต่เซี่ยซานกับ
พวก ข้ามองดูเจ้า เจ้ามองดูข้า ไม่ทราบจะกล่าวกระไรดี
“เหล่าปั่าน ท่านบอกว่าจะสร้างเมืองใช่หรือไม่?” เซี่ยซานอดสอบทานอีกรอบไม่ได้
“ถูกต้อง สร้างเมืองใหญ่ เราจะอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง” จั่วม่อกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ยิ่ง
“แต่…แต่พวกเราไม่รู้วิธีสร้างเมือง!” เซี่ยซานขมวดคิ้ว
จั่วม่อลูบคาง “อ้อ นั่นเป็นปัญหาอยู่บ้าง”
ในไม่ช้า ในค่ายก็เริ่มคัดเลือกทักษะรอบที่สอง ด้วยตัวอย่างที่ดีจากรอบแรก การ
คัดเลือกในรอบนี้ ทำให้หลายคนเต็มไปด้วยความมุ่งมาดปรารถนา เนื่องเพราะ
ผลประโยชน์ที่ผู้คนในรอบแรกได้รับ เป็นที่อิจฉาริษยาของพวกมันยิ่ง
ไฟอีกาทองคำระดับสี่!
แต่อย่างรวดเร็ว พอพวกมันทราบเนื้อหาของทักษะที่จะคัดเลือก ทุกผู้คนหันมอง
หน้ากันเลิ่กลั่ก
สร้างเมือง?
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ไม่มีผู้ใดผ่านการคัดเลือกรอบนี้
จั่วม่อรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที มันทราบวิธีสร้างค่ายกล แต่สร้างค่ายกล
กับสร้างเมืองเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันไปคนละทาง หากแผนการใหญ่จะต้องมาพังไม่
เป็นท่าเพราะเรื่องแค่นี้ มันย่อมไม่ยินยอมพร้อมใจยิ่ง มันหันไปกล่าวกับกงซุนชาอย่าง
ดุเดือด “ส่งคนออกไป เสาะหามาให้ได้ ซิวเจ่อที่มีทักษะสร้างเมืองอยู่ที่ใด! เมื่อหาพบ
ต้องพาคนผู้นั้นกลับมาให้จงได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ตาม!”
สิ่งแรกที่กงซุนชากระทำหลังจากรับคำสั่งมา คือรวบรวมทุกคนมาสุมหัวหารือกัน
“ผู้ใดทราบว่าซิวเจ่อที่รู้วิธีสร้างเมืองอยู่ที่ใดบ้าง?”
หลังจากต่อสู้ทำสงครามไม่หยุดหย่อน จำนวนซิวเจ่อในกองทัพของพวกมันราวกับ
ก้อนหิมะกลิ้งลงจากยอดเขา เติบโตขึ้นมาถึงเจ็ดร้อยสามสิบคน อย่างไรก็ตาม แกนหลัก
ของความแข็งแกร่งที่แท้จริงซึ่งมีพลังต่อสู้สูงที่สุด คือหนึ่งร้อยถึงสองร้อยคนที่อยู่มา
ตั้งแต่แรกเริ่ม ส่วนไพร่พลที่เหลือ ยังต้องใช้เวลาในการสร้างประสิทธิภาพในการสู้รบ
ข้อได้เปรียบของการมีผู้คนจำนวนมาก ก็คือมีข้อมูลข่าวสารมากขึ้น
จริงดังคาด หลายคนนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กงซุนชาส่งคนออกไปตรวจสอบ
ทันที หายนะในอาณาจักรขุนเขาน้อยรุนแรงยิ่ง ข่าวสารส่วนใหญ่ที่พวกมันแจ้งมา ล้วน
เป็นสิ่งที่พวกมันล่วงรู้ก่อนเกิดภัยพิบัติ ข่าวสารจำนวนมากไร้ประโยชน์ จำเป็นต้อง
ตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง
ขณะที่จั่วม่อกับพวกกำลังวิตกกังวล เมืองหนานเสิ้งก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นไม่น้อยแล้ว
เฮ่อเสียงมองคลื่นฝูงชนบนท้องถนนอย่างมุ่งมาดปรารถนา มันรู้สึกว่าอนาคตของ
มันรุ่งโรจน์ดุจถนนแห่งแสงสว่าง เมื่อได้ยินว่าพรรคฟั้ากระจ่างคิดว่าจ้างผู้คนก่อตั้งหอ
สำนักนอก มันรีบรุดไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หลังจากดิ้นรนเอาชีวิตรอดในอาณาจักรขุนเขาน้อยอย่างยากลำบาก เหล่าซิวเจ่อ
ต้องการสิ่งใด? ยินดีจ่ายด้วยสิ่งใด? ไม่มีผู้ใดทราบกระจ่างไปกว่ามัน เฮ่อเสียงตั้งอกตั้งใจ
ให้คำแนะนำมากมายแก่พรรคฟั้ากระจ่าง จนได้รับความชื่นชมจากบรรพชนฟั้ากระจ่าง
ไม่น้อย มันถูกแต่งตั้งเป็นผู้อาวุโสสูงสุด ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่สุดของอาณาจักร
ขุนเขาน้อยภายในก้าวเดียว
เฮ่อเสียงก็ไม่ได้ทำให้บรรพชนฟั้ากระจ่างผิดหวัง มันทั้งทุ่มเท ระมัดระวังและขยัน
ขันแข็ง เมืองหนานเสิ้งที่สามารถรุ่งโรจน์ขึ้นอีกครั้งภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน นับเป็น
ความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดลบล้างได้
ไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกมันทดลองขายเมล็ดข้าวปราณบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม นี่เป็น
เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ก้าวถัดไปคือการเจรจากับกองกำลังฝั่ายต่างๆ นี่เป็นจุดสำคัญ
ที่สุดของการทำศึกที่ไม่ต้องเข่นฆ่าแต่ก็หฤโหดไม่แพ้กัน ตราบเท่าที่มันสามารถเจรจาได้
สำเร็จอย่างงดงาม ตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอสำนักนอกของมัน จะไม่มีผู้ใดสามารถ
สั่นคลอนได้อีก
อาศัยสุดยอดอาวุธเช่นเมล็ดข้าวปราณในมือ เฮ่อเสียงเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นต่อ
สงครามบนโต๊ะเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้น!
อาณาจักรนภาจันทร์ ณ หุบเขาที่ไม่มีใดสะดุดตา ทว่าเงียบเชียบอย่างผิดปกติแห่ง
หนึ่ง
ร่างหนึ่งโผพุ่งลงมาจากฟากฟั้า ภายในชั่วพริบตา ก็หายวับเข้าไปในหุบเขา
จากนั้นซิวเจ่อผู้นี้ก็ปรากฎตัวขึ้นในส่วนลึกของหุบเขา ภายในนั้นปกคลุมด้วยอาคม
หวงห้ามแน่นขนัดเป็นชั้นๆ ต่อเนื่องเป็นระยะทางยาวไกลไม่น้อย ผู้ใดพบเห็นต้องหนัง
ศีรษะชาซ่าน สามารถเห็นได้ว่าผู้ที่ก่อตั้งอาคมหวงห้ามเหล่านี้เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง มอง
จากด้านนอกหุบเขา ไม่อาจเห็นร่องรอยของอาคมหวงห้ามเหล่านี้แม้แต่น้อย
ซิวเจ่อผู้นี้เร่งรุดไปตามเส้นทางอย่างคุ้นชิน ผ่านขบวนอาคมหวงห้ามอันน่าตระหนก
โดยไม่ชายตามองสักแวบ เพียงกระโดดขึ้นลงเลี้ยวลดไม่กี่ครา ก็หลุดพ้นขบวนอาคมหวง
ห้าม พุ่งตรงเข้าหาหน้าผาใหญ่
บนหน้าผาพลันกระเพื่อมดุจระลอกคลื่น คนหายวับไป
ฉากภายในแปรเปลี่ยนในพริบตา
เห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด แม่น้ำคดเคี้ยวทอดยาวสุดสายตา ประดุจงูสีเงิน
เลื้อยผ่านทุ่งหญ้า ผู้ใดจะคาดคิด ว่าภายในหุบเขาเล็กๆ กลับซ่อนทุ่งหญ้าอันไพศาลนี้ไว้!
เขตแดนลับ!
หากมีผู้คนพบเห็นสถานที่อันแปลกประหลาดเบื้องหน้านี้ พวกมันจะต้องอุทาน
อย่างตื่นตะลึง
นี่คือเขตแดนลับ!
พอเข้าสู่เขตแดนลับ ซิวเจ่อผู้นี้สีหน้าสดใสขึ้นทันตา ปราณธรรมชาติอันเปียมล้น
สมบูรณ์บันดาลให้มันรู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก มันเหาะเหินไปยังแม่น้ำใหญ่ เห็น
ค่ายแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่นั่น
จากนั้นปรากฎซิวเจ่อสองสามคนบินออกจากค่าย ตรงเข้ารับหน้า
“ฮ่าฮ่า ยินดีต้อนรับกลับมาสหาย!” บรรดาซิวเจ่อที่ตรงเข้ามาแย้มยิ้มทักทาย
“ลำบากเจ้าแล้ว!”
“ก็จะทำอย่างไรได้เล่า” ซิวเจ่อที่เพิ่งมาถึงกล่าวอย่างอับจนหนทางอยู่บ้าง “ติดอยู่
กับภารกิจนี้เสียนาน พวกเจ้ากลับสุขสบายไม่เบา ดูเหมือนจะรุดหน้าไปมากทีเดียว!”
“ฮ่าฮ่า!” เหล่าซิวเจ่อมีสีหน้าภาคภูมิใจ “ในช่วงที่เจ้าไปทำภารกิจ มีอีกสองคนเข้า
สู่ด่านหนิงม่าย ปราณธรรมชาติที่นี่เข้มข้นเกินไปจริงๆ!”
“ประเสริฐ!” ซิวเจ่อผู้มาถึงอิจฉาเลื่อมใสอยู่บ้าง
“ภารกิจของเจ้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็ไม่ต้องห่วงกังวลอันใดอีก จะได้ฝึกฝีมือได้
เต็มที่”
“ฮี่ฮี่ นั่นก็ใช่แล้ว”
“รีบมาเถอะ เหล่าต้ากำลังรอข่าวอยู่!”
“อา!”
ทุกคนเร่งความเร็วขึ้นทันที รีบเหาะเหินไปยังค่าย
หลังจากลงสู่พื้น ซิวเจ่อผู้มา ผละจากสหาย ตรงไปยังกระโจม
“เข้ามาเถอะ!” เสียงทุ้มลึกของบุรุษเรียกหา
มันรีบเดินเข้าไปในกระโจม ค้อมกายคารวะบุรุษที่อยู่ด้านในอย่างนอบน้อม “ต้าเห
ริน ผู้น้อยกลับมาแล้ว”
“ลำบากเจ้าแล้ว!” บุรุษในกระโจมเงยหน้าขึ้น กล่าวอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง
หากจั่วม่อพบเห็นคนผู้นี้ มันจะทราบทันทีว่าคนผู้นี้คือใคร
ฟูั่ฟง!
ผู้เข้าร่วมประลองลึกลับที่ปรากฎตัวในงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ บุรุษผู้มีพลัง
ลึกล้ำสุดหยั่งคาด ตำแหน่งของเขตแดนลับแห่งนี้ เป็นมันซื้อหามาจากมือของจั่วม่อเอง
ที่แท้มันยังคงกบดานอยู่ในอาณาจักรนภาจันทร์!