สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 255 หมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้าใหม่
เมื่อจั่วม่อทะลวงออกมาจากรังไหม ร่างกายของมันดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปอีก
ครั้ง
ผิวหนังที่เคยคล้ำเข้มเงางาม เวลานี้คล้ายโปร่งใสแวววาวขึ้นอีกเล็กน้อย ประดุจ
หยกดำอันล้ำค่า ไม่มีความตื่นตระหนกเฉกเช่นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรก จั่วม่อพินิจ
พิเคราะห์ร่างกายของตนอย่างกระหายใคร่รู้ โชคดีที่ใบหน้าของมันไม่เปลี่ยนแปลงไป
มากนัก นี่ไม่ใช่ว่ามันกลัวจะกลายเป็นอัปลักษณ์ เพียงแต่หากใบหน้าที่เพิ่งจะปรับตัว
ปรับใจให้คุ้นเคยต้องเปลี่ยนเป็นแปลกใหม่ไปอีก นั่นไม่ใช่ความรู้สึกที่น่ายินดีอันใด
มันทดสอบพลังของตน ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นราวสองส่วน ไม่เลว จั่วม่อคิดอยู่ใน
ใจ พลางเริ่มโคจรตามเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ มันต้องการชมดู ว่าเวลานี้แขนของมัน
สามารถทานทนต่อการหมุนวนพลังปราณได้กี่วัฏฏะ
เมื่อครั้งที่มันเผชิญหน้ากับงูยักษ์เขาโลหิต สิบสี่วัฏฏะเป็นขีดจำกัดสูงสุดของมันแล้ว
ทันทีที่เริ่มโคจรพลังตามแนวทางของหมัดคลื่นสวรรค์ พลังปราณก็หมุนวนอยู่ใน
แขนของมันอย่างเร่งร้อน
นับตั้งแต่เจ็ดวัฏฏะ แขนของมันก็เริ่มรู้สึกโปั่งพองขึ้น หลังจากสิบวัฏฏะ ความรู้สึก
โปั่งพองภายในแขนก็กลายเป็นชัดเจนมากขึ้น ผ่านไปสิบสองวัฏฏะ ความรู้สึกโปั่งพอง
ในแขนนี้ก็เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่เพิ่มรอบขึ้นอีกหนึ่งวัฏฏะ
ความรู้สึกแขนโปั่งพองนี้ก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเป็นลำดับ
ขณะที่บรรลุถึงสิบสองวัฏฏะ จั่วม่อรู้สึกลิงโลด นี่ใช้การได้!
แม้ว่าแขนของมันจะรู้สึกโปั่งพองมาก แต่เทียบกับครั้งสุดท้ายแล้วยังคงรองรับได้อีก
มันเร่งเร้าพลังปราณไม่หยุดยั้ง มันต้องการชมดู ขอบเขตสูงสุดของสังขารใหม่นี้อยู่ตรงที่
ใด
สิบสี่วัฏฏะ พลังกดดันเริ่มทำให้รู้สึกเจ็บปวด
สิบหกวัฏฏะ จั่วม่อรู้สึกคล้ายแขนของมันกำลังจะระเบิด
เส้นใยแสงไหลบ่าออกมาจากสองแขน แล่นพล่านไปตามลำแขนประดุจอสรพิษตัว
เล็กๆ แหวกว่ายไปมา จั่วม่อเพิ่งเคยเห็นสภาพเช่นนี้เป็นครั้งแรก มันสังหรณ์ว่าหาก
สามารถหมุนวนได้อีกสองวัฏฏะ หมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง
ใหม่
จั่วม่อชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง มันรู้สึกว่ายังสามารถทนทานได้มากกว่านี้ มันปลุกปลอบ
กำลังขวัญ จากนั้นเร่งเร้าพลังปราณอีกครั้ง!
สิบเจ็ดวัฏฏะ ความรู้สึกคล้ายแขนใกล้ระเบิดแรงกล้าขึ้นทุกขณะ ความเจ็บปวดดุจ
ถูกหมื่นเข็มทิ่มแทงพลุ่งพล่านไปทั่วแขน แสงปราณหมัดรอบแขนของมันเข้มข้นขึ้นเป็น
ลำดับ ความเร็วในการไหลเวียนพุ่งทะยานอย่างน่าตระหนก
อากาศรอบกายกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม อัตราการไหลเวียนของอากาศลด
ฮวบลงอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้น พลังปราณในแขนบรรลุถึงขั้นสิบแปดวัฏฏะ ลำแสงที่ว่ายเวียนรอบแขน
พลันเร่งความเร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด สำแดงปราณหมัดกังหันเกลียวที่ไม่มีผู้ใดเสมอ
เหมือนออกมา! เนื่องจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ปราณหมัดที่คล้ายกลุ่มด้าย
พลันหมุนคว้างห่อหุ้มขึ้นมาถึงข้อศอก แล้วขมวดแน่นราบเรียบอย่างรวดเร็ว พวกมัน
ประดุจขดลวดที่ถูกพลังล่องหนขุมหนึ่งกดลงไปจนถึงขีดสุด ฉับพลันนั้น ขดลวดเกลียวที่
ถูกกดจนราบเรียบพลันหมุนคว้างรอบหมัดของจั่วม่อด้วยระดับความเร็วอันน่าตระหนก!
จั่วม่อทราบกระจ่างแก่ใจว่านี่เป็นขอบเขตสูงสุดของมันแล้ว อากาศรอบข้างหยุด
ไหลเวียน ราวกับว่าเปลี่ยนเป็นของแข็งไปอย่างเฉียบพลัน
โดยไม่รีรอลังเล จั่วม่อกระแทกสองหมัดออกไปตรงๆ ตวาดก้อง “ไป!”
จุดศูนย์กลางของปราณหมัดรูปจานเกลียวประดุจถูกหวดฟาดด้วยค้อนหนัก
เปลี่ยนเป็นแท่งกรวยเกลียว พุ่งวาบไปข้างหน้าด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้าน
ใจ!
ไม่บังเกิดสำเนียง ปราศจากเสียงแหวกฝั่าอากาศ ทันทีที่ปราณหมัดสองขุมพวยพุ่ง
ออกจากหมัด พวกมันคล้ายหายวับไปในอากาศธาตุ เร็วมากเสียจนตัวจั่วม่อเองยังจับไม่
ทัน
พริบตาที่ปราณหมัดถูกปล่อยออกมา พลังปราณและเรี่ยวแรงในร่างจั่วม่อคล้ายถูก
สูบออกไปอย่างสมบูรณ์ แข้งขาอ่อนปวกเปียก ต้องกระแทกนั่งลงกับพื้นอย่างหนัก
หน่วง หลังจากนั้นสักครู่ ค่อยดิ้นรนลุกขึ้น เดินโงนเงนเข้าไปตรวจดูผลลัพธ์จากสองหมัด
ของมัน
ห่างออกไปยี่สิบจั้ง เห็นสองหลุมเจาะลึกเข้าไปในแผ่นดิน แต่ละหลุมมี
เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่าสองจั้ง ลึกมากจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง จั่วม่ออ้าปากค้าง แต่ยังอด
มีสีหน้าปิติยินดีอยู่บ้างไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างหลุมลึกที่ราบเรียบหมดจดดุจมีด
คว้านก้อนเต้าหู้เช่นนี้ ด้วยกำลังอันดิบเถื่อนเพียงอย่างเดียว
พลานุภาพของหมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้าสิบแปดวัฏฏะ เมื่อเทียบกับสิบสี่วัฏฏะ
ถึงกับรุนแรงกว่ากันมากกว่าสองเท่า เนื่องจากไม่สามารถหยั่งวัดได้อย่างละเอียด
แน่นอน มันได้แต่กะประมาณโดยคร่าวๆ เท่านั้น จั่วม่อกลายเป็นเบิกบานใจในทันที
วิธีการของผูเยามักจะต้องทนทรมานทรกรรมอยู่เสมอ แต่ก็มีประสิทธิภาพมากอย่าง
แท้จริง
หลังจากการเปลี่ยนแปลงสังขารครั้งนี้ ความแข็งแกร่งของร่างกายมันสมควร
รุดหน้าไปอย่างก้าวกระโดด มิเช่นนั้นคงไม่สามารถยืนหยัดได้ถึงสิบแปดวัฏฏะ หมัดคลื่น
สวรรค์กระจกฟั้าไม่ได้ต้องการทักษะชั้นเชิงระดับสูง ทว่านับตั้งแต่สิบสองวัฏฏะเป็นต้น
ไป ทุกรอบวัฏฏะที่เพิ่มขึ้น ความต้องการของร่างกายก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลเช่นกัน
ศีรษะเหล็กหยกนี้สมกับที่เป็นสังขารปิศาจชั้นยอดอย่างแท้จริง มันเต็มไปด้วย
ศักยภาพไร้ขีดจำกัด! จั่วม่อถึงกับครุ่นคิด บางทีเมื่อมีเวลาว่างจะลองไปสอบถามผูเยาดู
อีกที ว่ามันสามารถรีดเค้นน้ำมันออกมาได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ เมื่อครั้งที่มันยังอยู่ใน
ภูเขาสุญตา พอได้ยินผู้คนกล่าวถึงอสูรปิศาจ มันจะหวาดกลัวเหมือนอสรพิษแมงปั่อง
แต่เวลานี้เมื่อผ่านพบเรื่องราวมากขึ้น ความรู้สึกเช่นนั้นก็ปลาสนาการไปสิ้นแต่แรก
สังขารปิศาจอันใด? ศาสตร์อสูรอันใด? มันล้วนฝึกปรือมาแล้วทั้งสิ้น ไหนเล่าพลัง
อสูรปิศาจอันชั่วร้าย? มันไม่เห็นรู้สึกว่านิสัยใจคอของตนจะกลายเป็นชั่วช้าโหดเหี้ยมแต่
อย่างใด เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น มันก็ค่อยๆ มองเห็นได้ชัดเจน ที่เรียกว่าอสูร ปิศาจ
หรือเซียน ที่แท้เป็นเพียงมรรคาบำเพ็ญเพียรที่แตกต่างกันไปตามพรสวรรค์แต่กำเนิดที่
แตกต่างกันเท่านั้นเอง
อย่างเช่นเผ่าอสูร พวกมันถือกำเนิดจากพืชพรรณหรือแก่นสารของธรรมชาติ พวก
มันเกิดมาเพื่อทำความเข้าใจกับพลังแห่งฟั้าดิน เป็นธรรมดาที่พวกมันจะเรียนรู้วิธีใช้พลัง
จิตสำนึกเป็นคันโยก เพื่อควบคุมบังคับใช้พลังแห่งฟั้าดิน ส่วนเผ่าปิศาจถือกำเนิดจาก
สัตว์ที่มีสติปัญญา ร่างกายแข็งแกร่งตามธรรมชาติ ทั้งยังมีแผนผังปิศาจอยู่ในร่าง ไม่น่า
แปลกใจที่พวกมันจะเดินไปตามวิถีทางที่จะช่วยกระตุ้นศักยภาพในร่างกายขอตน
สุดท้ายเหล่าเซียนก็คือมนุษย์ ร่างกายของพวกมันอ่อนแอ ห่างไกลจากพลังแห่งฟั้าดิน
แต่พวกมันมีสติปัญญาอันเลิศล้ำ การพึ่งพาอาศัยทรัพยากรจากภายนอกเพื่อประโยชน์
ของตน ก็นับว่าสมเหตุสมผลยิ่ง
ความเคียดแค้นชิงชังระหว่างอสูรปิศาจกับซิวเจ่อ หลังจากใช้เวลาอยู่ในอาณาจักร
ขุนเขาน้อยมาระยะหนึ่ง จั่วม่อก็ค่อยๆ เข้าใจทีละน้อย ซิวเจ่อเมื่อฝึกปรือพลังปราณ ก็
มุ่งเน้นไปที่การพึ่งพาวัตถุภายนอก ต้องการทรัพยากรที่หลากหลายมากมาย จิงสือต้อง
ขุดออกมาจากเหมืองจิงสือ ข้าวปราณหรือพืชหญ้าปราณชนิดอื่นล้วนต้องพึ่งพาเส้นชีพ
จรปราณปฐพี การหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ต้องการวัตถุดิบทุกประเภท ต้องการสินแร่
รวมถึงสมบัติล้ำค่าตามธรรมชาติอื่นๆ
แต่ไม่ว่าจะเป็นสินแร่หรือเส้นชีพจรปราณปฐพี ไหนเลยจะถือกำเนิดขึ้นได้ใน
ระยะเวลาไม่กี่ปี พวกมันล้วนต้องใช้เวลาหลายหมื่นหลายแสนปีกว่าจะเติบโตเต็มที่
แม้กระทั่งบรรดาสมบัติทรัพยากรแห่งฟั้าดิน ก็ล้วนต้องใช้เวลาหลายพันปีในการเติบโต
เต็มที่เช่นกัน
ทว่าผู้ใดสามารถอดทนรอเป็นพันๆ ปี?
ไม่แปลกที่ผูเยาเคยกล่าวว่าวิถีของซิวเจ่อคือมรรคาแห่งการปล้นชิง
ซิวเจ่อได้แต่ขยับขยายออกไปเรื่อยๆ เสาะหาอาณาจักรใหม่ๆ ไม่เคยหยุดยั้ง แต่นี่
หมายถึงความขัดแย้งกับอสูรปิศาจย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มองจากมุมนี้ ไม่อาจบอกได้
ชัดเจนว่าผู้ใดถูกผู้ใดผิด ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเซียนหรืออสูรปิศาจ ทั้งหมดก็เพียงเพื่อการอยู่
รอด และเพื่อการพัฒนาของเผ่าพันธุ์พวกมันทั้งสิ้น
จั่วม่อไม่ได้รู้สึกดีกับอสูรปิศาจ แต่ก็ไม่ได้ชิงชังรังเกียจ เรื่องราวใหญ่โตเฉกเช่น
สงครามความขัดแย้งของสามเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวตนเล็กจ้อยอย่างมันจะต้องไปกังวล
สนใจ หลังจากค่อยๆ เข้าใจเรื่องนี้ จั่วม่อก็สามารถฝึกปรือทักษะปิศาจกับศาสตร์อสูร
โดยไม่มีเงื่อนปมค้างคาใจอีก
เมื่อปราศจากเงื่อนปมค้างคาใจ การฝึกปรือก็ย่อมรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเป็น
ธรรมดา
ในอดีตหากกล่าวถึงพรสวรรค์ จั่วม่อมักจะพะวักพะวงอยู่บ้าง พรสวรรค์เชิงกระบี่
ของมันที่จริงแล้วธรรมดาสามัญยิ่ง หากไม่มีผูเยา มันอาจไม่มีความสำเร็จในเจตจำนง
กระบี่ด้วยซ้ำ นั่นเป็นเจตจำนงกระบี่ที่สร้างขึ้นจากการถูกฟาดฟันผ่าครึ่งเป็นพันๆ ครั้ง
แต่หากเป็นด้านค่ายกลกับวิชาห้าธาตุ มันกลับมีพรสวรรค์เหนือกว่ามาก
เวลานี้มันเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นสิ่งสำคัญ แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่อาจอธิบายได้
ด้วยคำว่าพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว เข้าใจก็คือเข้าใจ ไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจ คนผู้หนึ่งต่อ
ให้ไม่มีพรสวรรค์ แต่หากบรรลุความเข้าใจ พวกมันยังคงแข็งแกร่ง แต่หากมีพรสวรรค์
แต่ไม่มีความเข้าใจ นั่นกลับไร้ประโยชน์แล้ว
พรสวรรค์อาจเพิ่มความเป็นไปได้ของความเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เป็นความแน่นอนเสมอ
ไป ไม่ใช่แค่เรื่องพรสวรรค์เท่านั้น กระทั่งยุทธภัณฑ์เวทและเวทวิชาก็สามารถรวมอยู่ใน
ประเด็นนี้เช่นกัน ต่อให้ระดับสูงกว่าและมีพลังมากกว่า แต่นี่ยังต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกมัน
เหมาะกับท่านหรือไม่
เคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์เป็นเพียงเคล็ดวิชาหมัดระดับสาม หาได้มีคุณสมบัติพิเศษ
เฉพาะอันใด สำหรับหนักบวชเซนส่วนใหญ่ วิชานี้มีพลานุภาพธรรมดาสามัญยิ่ง แต่ใน
มือจั่วม่อกลับทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์
นี่ไม่มีเหตุผลอื่นใด ทั้งยังมิใช่ว่านักบวชเซนอื่นๆ ไม่เข้าใจเคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์
กระจกฟั้าถึงขั้นลึกล้ำ เพียงแต่สังขารของพวกมันมิอาจทานทนภาระอันน่าแตกตื่น
สะท้านใจของพลังปราณสิบแปดวัฏฏะได้
จั่วม่อพลันเข้าใจข้อมูลเชิงลึกมากมาย
หมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้าทำให้จั่วม่อมีความเชื่อมั่นเพิ่มพูนขึ้น แต่มันมีพลังที่จะ
โจมตีเช่นนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซิวเจ่อด่านจินตันเช่นบรรพชนฟั้ากระจ่างเคลื่อนไหว
รวดเร็วดุจสายฟั้า ยากยิ่งที่จะจู่โจมถูกร่างของพวกมัน นี่ทำให้มหาค่ายกลขบวนมหึมาที่
มันกำลังจะสร้าง กลายเป็นที่คาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ
ทันใดนั้นมันเห็นไข่มุกโลหิตกระจายเกลื่อนอยู่ข้างเท้าของซิวเจ่อสตรี ต้องอุทาน
อย่างแปลกใจ “ของนี้มาจากที่ใด?”
สตรีซิวเจ่อไม่ตอบสนอง
จั่วม่อในใจบ่นพึมพำ แต่ยังคงเก็บรวบรวมไข่มุกโลหิตเอาไว้ทั้งหมด ไข่มุกโลหิต
เหล่านี้สีสันสดใสเป็นประกาย ราวกับว่าแต่ละเม็ดทำมาจากโลหิตสดๆ เมื่อถือเอาไว้ใน
มือให้ความรู้สึกสนิทชิดเชื้ออย่างน่าประหลาด
เผชิญหน้ากับซิวเจ่อสตรีที่ไม่ยอมเอ่ยปาก จั่วม่อไม่มีปัญญาจัดการอันใดกับนาง
สตรีซิวเจ่อผู้ไม่ทราบนาม ทั้งยังประวัติความเป็นมาลี้ลับถึงที่สุดนางนี้ หากบอกว่านาง
เป็นใบ้ นั่นเป็นเพียงวาจาเหลวไหลเท่านั้น ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรอันลึกล้ำสุดหยั่งถึงของ
นาง ต่อให้นางถือกำเนิดมาพร้อมความพิการตามธรรมชาติ แต่หลังจากนั้นมีวิธีการนับ
ไม่ถ้วนที่สามารถเยียวยารักษาได้
นางเมื่อไม่กล่าววาจา ย่อมมีเพียงเหตุผลเดียว นั่นคือนางไม่คิดกล่าววาจา
คนเดียวที่จั่วม่อสามารถปรึกษาหารือย่อมเป็นผูเยา มันมีคำถามมากมายสั่งสมไว้
ระยะหนึ่งแล้ว
ผูเยาหาได้แปลกใจกับการมาเยือนของจั่วม่อ
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากถามอันใด”
ผูเยานั่งไขว่ห้างอยู่บนปั้ายหินสุสาน มือเท้าคางอย่างเกียจคร้าน แขนเสื้อสีดำมันเงา
ลู่ลงมาตามธรรมชาติ เผยให้เห็นข้อแขนขาวผ่องยิ่งกว่าอิสตรี ดวงตาสีเลือดข้างขวาที่ไม่
ถูกปิดบังด้วยเรือนผมหรี่ลงเล็กน้อย
“คุณลักษณะที่พิเศษเฉพาะที่สุดของศีรษะเหล็กหยกคือความสมดุล แม้ว่าจะไม่มีสิ่ง
ใดโดดเด่น แต่ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ดี ในช่วงเวลานี้ ทั้งสังขารร่างกาย พลังปราณและ
พลังจิตสำนึกของเจ้า ล้วนผ่านการฝึกปรือ มันครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว”
ฟังคำผูเยา ในใจจั่วม่อบังเกิดคำถามมากมาย “ความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับ
พลังปราณข้าทราบดี นั่นคือเส้นชีพจรปราณ แต่พลังจิตสำนึกกับร่างกายเล่า? ระหว่าง
พวกมันสัมพันธ์กันด้วยหรือ? ศีรษะเหล็กหยกครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว? ครบถ้วนบริบูรณ์
ของเจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ผูเยาเหลือกตา มันเคยชินกับการที่จั่วม่อมักจะถามคำถามที่มันพบว่าโง่เง่ามาก
“จะไม่มีความสัมพันธ์กันได้อย่างไรเล่า? ผู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งย่อมมีจิตใจอันเข้มแข็ง
พลังปราณ พลังสังขารและพลังจิตสำนึก ทั้งสามล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน หรือซิวเจ่อ
ทุกวันนี้ไม่ล่วงรู้ความจริงข้อนี้แล้ว?”
จั่วม่อเวลานี้ใบหน้าหนาเท่ากำแพงเมือง มันหัวร่อฮิฮะ ไม่ได้มีโทสะต่อถ้อยคำถาก
ถางของผูเยา “แล้วเรื่องความก้าวหน้าของศีรษะเหล็กหยกเล่า?”
“สังขารปิศาจ แต่เดิมยังไม่ได้สมบูรณ์พร้อม แรกเริ่มเดิมทีทุกคนเพียงพบว่ามี
ร่างกายพิเศษบางอย่าง ที่เหมาะสมกับการฝึกปรือทักษะปิศาจบางประเภทเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเรียกหาร่างกายพิเศษเหล่านี้ว่าสังขารปิศาจ แต่หลังจากนั้นอาจใช้
เวลานับหมื่นปีในการค้นคว้าเรื่องสังขารปิศาจเหล่านี้ ข้าไม่ค่อยล่วงรู้ประวัติของเผ่า
ปิศาจนัก อ้อ อย่าได้คิดว่าซิวเจ่อมีประวัติยาวนานที่สุด ประวัติศาสตร์ของอสูรปิศาจนั้น
ยาวนานกว่าประวัติของซิวเจ่อมาก”
จั่วม่อพบว่าผูเยาชักเริ่มแสดงอาการหลงประเด็น ต้องรีบดึงมันกลับมา “แล้วไฉนมี
การยกระดับในภายหลังเล่า?”
“เนื่องเพราะความก้าวหน้า” ผูเยากล่าวสืบต่อ “ศีรษะเหล็กหยกเป็นด่านเจี้ยว
ส่วนกงล้อจันทราดาราเป็นด่านถงหลิ่ง นี่เรียกว่าความก้าวหน้า การครบถ้วนสมบูรณ์
สังขารปิศาจเป็นร่างกายที่พิเศษเฉพาะยิ่ง แต่พวกมันมีความคล้ายคลึงกัน นั่นคือพวก
มันล้วนสามารถเจริญเติบโตได้ ไม่ใช่น่าสนใจยิ่งหรอกหรือ! การที่เจ้ามีสังขารปิศาจ
ไม่ได้หมายความว่าเจ้ามีร่างกายที่ทรงพลังกว่าผู้อื่น แต่หมายความว่าเจ้ามีศักยภาพ
มากกว่าผู้อื่นต่างหาก”
“ข้าเหมือนจะเข้าใจอยู่บ้าง ศักยภาพจำเป็นจะต้องถูกปลุกเร้าเสียก่อน จึงสามารถ
เปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งได้”
“ผูเยาพยักหน้า “ไม่ผิด นั่นคือแนวคิด การครบถ้วนสมบูรณ์หมายถึงขอบเขตที่
ศักยภาพของสังขารปิศาจของเจ้าสำแดงพลังอำนาจออกมา การครบถ้วนสมบูรณ์และ
ความก้าวหน้าผูกพันกันอย่างแนบแน่น เฉพาะสังขารปิศาจที่เติบโตจนครบถ้วนสมบูรณ์
แล้วเท่านั้นจึงสามารถก้าวหน้าไปอีกขั้นได้”
“กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ต่อให้ข้าฝึกปรือถึงขั้นวิญญาณจันทรา แต่หากความ
ครบถ้วนสมบูรณ์ไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถก่อกำเนิดสังขารปิศาจกงล้อจันทราดาราได้ใช่
หรือไม่?
“ถูกต้อง การก้าวหน้าของสังขารปิศาจมีวิชาความรู้ที่เกี่ยวข้องมากมาย ศีรษะเหล็ก
หยกสามารถพัฒนารุดหน้าไปได้หลากหลายเส้นทาง กงล้อจันทราดาราเป็นเพียงหนึ่งใน
เส้นทางเหล่านั้นเท่านั้น ยกตัวอย่างสังขารปิศาจชนิดอื่นๆ ที่เจ้าอาจสามารถพัฒนาไปได้
เช่นรากภูตภูผาที่เน้นความแข็งแกร่งทรงพลัง หรือนักรบวายุกระจ่างที่เน้นว่องไวปราด
เปรียว พวกมันได้กรุยเส้นทางความก้าวหน้าที่แปลกพิสดารไว้มากมาย ข้าเพียงล่วงรู้
เรื่องทั่วๆ ไปเท่านั้น”
“เช่นนั้นการเติบโตของข้าตอนนี้เป็นอย่างไรแล้ว? ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือไม่?”
จั่วม่อรีบถามคำถามที่มันกังวลสนใจมากที่สุด