สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 261 จู่โจมฉับพลัน
ในถ้ำมืดมิด ยื่นมือออกไปมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า มีเพียงเสียงดังสวบสาบยามที่ทุกคน
เคลื่อนขบวนออกมา พวกมันกำลังทำการตรวจสอบและเตรียมการขั้นสุดท้าย ไม่มีผู้ใด
กล่าววาจา บรรยากาศเงียบสงัดผิดปกติ
หลังจากนั้นสักครู่ การเตรียมการและปรับรูปขบวนก็แล้วเสร็จ ถ้ำเงียบลงอีกครั้ง
เจตนาสังหารหนาวเย็นแผ่ซ่านออกมาโดยไร้สุ้มเสียง
“ออกเดินทาง” ม้าฝานกล่าวอย่างรวบรัด
ขบวนทัพพุ่งออกจากถ้ำ
พอออกมาพ้นถ้ำ สายลมสดชื่นพุ่งเข้าปะทะหน้า ทุกผู้คนอดมีสีหน้าดื่มด่ำไม่ได้ แต่
พวกมันฟืนคืนความสงบอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดกล่าววาจา กระทั่งเหลยเผิงผู้ปากเปราะ
ที่สุด เวลานี้ยังเงียบสงบอย่างผิดธรรมดา
ทุกคนเหินขึ้นสู่ท้องฟั้าอย่างพร้อมเพรียง หลังจากผ่านการต่อสู้อย่างหนักร่วมกัน
หลายครั้ง การร่วมมือประสานงานระหว่างกองกำลังก็คล่องแคล่วชำนาญเต็มที่
มากกว่าสามร้อยคนโลดลิ่วไปในอากาศ หมู่ทัพกระจายตัวออกไป เจตนาสังหารราว
กับคันธนูที่มองไม่เห็น ค่อยๆ บรรจงน้าวสายอย่างเยือกเย็นอำมหิต
พวกมันไม่พบพานหน่วยสอดแนมบนท้องฟั้า ม้าฝานกับเซี่ยซานสบตากันวูบ เห็น
เค้าปิติยินดีในดวงตาอีกฝั่าย หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นเวลาห้าวัน ทุกผู้คนอัดแน่น
ไปด้วยกำลังวังชาและพลังปราณอย่างเปียมล้น ความกระหายในการต่อสู้ที่พวกมัน
สะกดกลั้นไว้เป็นเวลานาน ประหนึ่งพยัคฆ์ทลายกรงขัง ไม่สามารถหยุดยั้งได้อีก
“เปั้าหมายจู่โจม เมืองหนานเสิ้ง!” ม้าฝานออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด ก่อนจะพุ่ง
นำไปเบื้องหน้า
กองกำลังทั้งหมดจากสงบเงียบ พลันโถมทะยานออกไปอย่างพร้อมเพรียง
ไม่รีรอลังเล ไม่ปกปิดหลบซ่อน ไม่ออมรั้งยั้งมือ ความเร็วในการบินของกองกำลัง
เร่งเร้าไปถึงขีดสุด เข่นฆ่าเข้าหาเมืองหนานเสิ้งอย่างดุดัน! หน่วยสอดแนมที่เริ่มปรากฏ
ขึ้นระหว่างทางจ้องมองอย่างตื่นตะลึง ไม่ทราบว่ากองกำลังแปลกหน้านี้ จู่ๆ มุดออกมา
จากที่ใด
ขบวนทัพของม้าฝานไม่คิดเสียเวลาพัวพันกับหน่วยสอดแนม พวกมันพกพาเจตนา
สังหารอันเปียมล้น พุ่งผ่านบรรดาหน่วยสอดแนมไปอย่างไม่แยแส
เสียงลมคำรามกึกก้องอยู่ในหู สายลมปะทะใบหน้าดุจคมมีด ฉากทิวทัศน์เคลื่อน
ผ่านอย่างรวดเร็วใต้ฝั่าเท้า ทำให้คนเหล่านี้เจตนาสังหารรุนแรงขึ้นทุกขณะ! เมืองหนาน
เสิ้งในสายตาของพวกมัน ไม่ต่างอันใดกับโฉมสะคราญบอบบางที่เหลืออาภรณ์ติดกาย
ไม่กี่ชิ้น ไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านขัดขืน
หลังจากการสู้รบครั้งนี้ ชีวิตของพวกมันก็เต็มเปียมสมบูรณ์แล้ว!
เมื่อเมืองหนานเสิ้งปรากฏขึ้นในสายตาของพวกมันแต่ไกล เจตนาต่อสู้ของทุกคนก็
ไต่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด!
กระทั่งคนเฉื่อยชาอย่างม้าฝานยังรู้สึกโลหิตในกายลุกเป็นไฟ ชูกระบี่บินขึ้นสุดล้า
ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “ฆ่า!”
“ฆ่า!”
ทุกผู้คนชูดาบกระบี่ของพวกมัน กระแทกเสียงคำรามตอบ สะท้านสะเทือนทั่ว
บริเวณ!
กองทหารที่คล้ายเป็นหนึ่งเดียว ทันใดนั้นแตกขบวนกลางอากาศ แยกออกเป็นสิบสี่
หมู่ในบัดดล พวกมันประหนึ่งอสรพิษสิบสี่ตัว เผยเขี้ยวอันแหลมคมออกมา โผนเข้าหา
เมืองหนานเสิ้งอย่างดุร้าย!
ม้าฝานกับเซี่ยซาน แต่ละคนนำทัพหนึ่งหมู่โถมทะยานอยู่หน้าสุด ทั้งคู่ไม่ได้
ปรับเปลี่ยนเบี่ยงเบนเส้นทาง เคียงบ่าเคียงไหล่สาดพุ่งลงอย่างหักโหม!
คลื่นสายลมตรงแน่วสองสายแหวกผ่านอากาศธาตุ สองหมู่ทหารดุจลูกธนูสองดอก
หลุดจากแล่ง บุกเข้าหาประตูเมืองที่สร้างขึ้นใหม่สุดกำลัง ประตูเมืองบานใหม่พอถูกชน
ใส่ ยังคงไม่ต่างจากกระดาษแข็งอันเปราะบาง แตกทลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สาด
กระเด็นไปทุกทิศทุกทางในบัดดล
สองหมู่ไม่ได้ชะงักหรือเชื่องช้าลงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเร่งความเร็วขึ้น โถม
ทะยานไปตามถนนสายตรงของเมืองหนานเสิ้งอย่างโอหังลำพอง!
ปราณกระบี่อาละวาดทุกสารทิศ!
แรงโถมทะยานด้วยความเร็วสูงเพิ่มพลังของปราณกระบี่อย่างมหาศาล ในเวลานี้
ปราณกระบี่ยิ่งคมกล้าสุดต้านทานมากกว่าเดิม สิ่งปลูกสร้างสองฟากข้างถนนสายหลัก
ถูกบดขยี้เป็นผุยผง ราบคาบเป็นหน้ากลอง บรรดาซิวเจ่อที่กระโดดหนีออกมาใบหน้าซีด
เผือดอย่างขวัญหนีดีฝั่อ เผชิญหน้ากับเจตจำนงกระบี่ดุร้ายบ้าคลั่งปานนี้ ซิวเจ่อหลาย
คนถึงกับขวัญบิน สูญเสียความคิดต่อสู้ไปหมดสิ้น!
เช้ง เช้ง เช้ง!
พวกมันราวกับสายลมมฤตยู ทุกที่ที่พุ่งผ่านไป ปรากฏหมอกเลือดระเบิดกระจาย
นับไม่ถ้วน ท่ามกลางเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวของสายลมกับปราณกระบี่ เสียงกรีดร้อง
คร่ำครวญไม่อาจดังถึงหูผู้ใด
เปรี้ยง!
ม้าฝานเผชิญกับแรงต้านทานเป็นครั้งแรก!
ซิวเจ่อผู้หนึ่งแค่นเสียงหนักๆ แต่ยังหยิบยืมแรงปะทะของปราณกระบี่ ถอยปราด
หายลับไปอีกทาง! ม้าฝานแปลกใจอยู่บ้าง นี่เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง!
กระทั่งตัวมันเอง หากต้องตกอยู่ภายใต้การพุ่งโจมตีอันรุนแรงนี้ ยังไม่แน่ว่าจะ
หลบหนีได้พ้น คนผู้นี้เมื่อหลุดรอดไปได้ทั้งยังมีชีวิต สมควรเป็นซิวเจ่อด่านหนิงม่ายขั้น
สามผู้หนึ่ง แต่ม้าฝานไม่แยแสสนใจมันอีก เผชิญหน้ากับขบวนทัพจู่โจมเช่นนี้ อาศัยซิว
เจ่อคนสองคน ย่อมไม่กล้าต้านรับ และไม่มีปัญญาหยุดยั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ขวัญกำลังใจของพวกมันในเวลานี้ บรรลุสู่จุดสูงสุด ไม่มีผู้ใดหยุดยั้ง
พวกมันได้!
สิบสี่หมู่ทัพประดุจปราณกระบี่คมกล้าไร้ผู้ต้านสิบสี่เล่ม อาละวาดอย่างเกรี้ยวกราด
สะท้านฟั้าสะเทือนดิน เพียงชั่วพริบตา เมืองหนานเสิ้งก็ถล่มทลายย่อยยับ!
“ผู้อาวุโส! หนีเร็ว!” องครักษ์หน้าซีดขาวผู้หนึ่ง รีบฉุดลากเฮ่อเสียงมุดลงใต้พื้นห้อง
อย่างลนลาน ในห้องลับใต้พื้นดิน มีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ชุดหนึ่ง ทันทีที่พวกมันมุดลง
ห้องใต้ดิน สิ่งปลูกสร้างด้านบนก็พังพินาศ
ค่ายกลเคลื่อนย้ายเปล่งแสงวาบ ในห้องไม่หลงเหลือผู้คนอีก
ไม่จำเป็นต้องทักทายสนทนา ทุกผู้คนเข่นฆ่าอย่างสาสมใจ
ขบวนทัพของม้าฝานฉลาดปราดเปรื่องยิ่ง พวกมันไม่ได้กำหนดเปั้าหมายเฉพาะ
เพียงแค่โถมทะยาน เข่นฆ่าไปข้างหน้า พวกมันไม่ได้ไล่ล่าซิวเจ่อที่หลบหนีการโจมตี
ระลอกแรกไปได้ ทุกคนมุ่งจู่โจมทำลายล้างเมืองหนานเสิ้งอย่างดุดันอำมหิต
ในระยะเวลาอันสั้น เมืองหนานเสิ้งทั้งเมืองกลายเป็นซากปรักหักพังกองโต
พวกมันไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ผู้ที่นำทุกหมู่พุ่งจู่โจมล้วนเป็นยอดฝีมือที่
เข้าใจเจตจำนงกระบี่ ฝั่ายตรงข้ามเมื่อเผชิญการโจมตีเป็นพายุบุแคมเช่นนี้ ความกล้า
หาญล้วนปลิวหายไปตั้งแต่แรก ต่างคนต่างหลบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เรี่ยวแรงจะพาไป
ได้!
หลังจากโหมโจมตีกลับไปกลับมาไม่กี่ครั้ง ทุกคนต้องหยุดยั้งลง
“ไม่มีผู้ใดเหลือรอดอีกแล้ว” เซี่ยซานกล่าวอย่างจนปัญญา มันกำลังเข่นฆ่าจนติด
ลม ในใจอดก่นด่าเมืองหนานเสิ้งไม่ได้ ไฉนไม่พอมือเอาเสียเลย? แต่มันก็ทราบดี ว่าหาก
ไม่ใช่ว่าเมืองหนานเสิ้งอยู่ในสภาพอ่อนแอเช่นนี้ ต่อให้มันกินดีหมีหัวใจเสือ ยังไม่กล้ามา
อาละวาดที่นี่
ม้าฝานส่งเสียงรับคำ “ทุกคนหยุดพักสักครู่ ลองหาดูว่ามีสิ่งใดที่เราสามารถนำ
กลับไปได้”
“ฮ่า บิดาชอบตรงนี้แหละ!” เหลยเผิงยิ้มกว้าง
แต่ในไม่ช้า เมื่อพวกมันกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ล้วนมีสีหน้าน่าเกลียดสุดทนดู
“ผู้ใดบอกข้าว่าหอสำนักนอกมารดามันร่ำรวยมาก?” เหลยเผิงสีหน้าดำคล้ำดุจก้น
หม้อ สบถด่าด้วยโทสะ “ข้าไม่เคยเห็นสถานที่ที่ยากจนถึงเพียงนี้! สะอาดเอี่ยม! มารดา
มันเถอะ สะอาดเอี่ยมกระไรปานนี้! ขาดทุน! ขาดทุนครั้งใหญ่จริงๆ!”
คนอื่นก็สีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกมันค้นหาทั่วเมืองหนานเสิ้ง นอกเหนือจากยุทธภัณฑ์
เวทที่พอใช้การได้กับบางสิ่งที่ค้นพบจากร่างของซิวเจ่อที่พวกมันสังหาร พวกมันก็ไม่พบ
อะไรที่มีคุณค่าอีก
นี่เป็นเมืองหนานเสิ้ง เป็นค่ายใหญ่ของหอสำนักนอก! จะยากจนถึงเพียงนี้ได้
อย่างไร?
ในเวลานี้เอง ลูกสมุนผู้หนึ่งพลิ้วกายเข้ามา “ต้าเหริน ต้าเหริน! ใกล้ๆ นี้มีค่ายหนึ่ง
อยู่ทางตะวันตก!”
ทุกผู้คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ล้วนสดใสขึ้นทันตา คลังสินค้าใช่อยู่ที่นั่นหรือไม่?
พวกมันเหินร่างตรงไปยังค่ายแห่งนั้นอย่างไม่รีรอลังเล ขณะที่ทิ้งร่างลงไปยังค่าย
พวกมันมีความคาดหวังอย่างเต็มเปียม แต่พอเห็นในค่ายเต็มไปด้วยผู้คนที่มีสีหน้า
หวาดกลัว มิหนำซ้ำล้วนมีระดับพลังบำเพ็ญเพียรเพียงด่านเลี่ยนชี่ ทุกผู้คนสีหน้า
แปรเปลี่ยนเป็นปันยากอีกครั้ง
กระทั่งม้าฝานผู้เป็นคนวางแผนครั้งนี้ ยังไม่ทราบจะหัวร่อหรือร่ำไห้ดี
ทาสฝึกตน ในค่ายนี้ทั้งหมดล้วนเป็นทาสฝึกตน! มองผ่านๆ เกรงว่าไม่ต่ำกว่าพันคน
ทาสฝึกตนเหล่านี้มีพลังบำเพ็ญเพียรด่านเลี่ยนชี่ทั้งหมด ไม่ค่อยมีประโยชน์ใช้สอยที่ดี
งามนัก ส่วนซิวเจ่อที่เฝั้าควบคุมดูแลค่ายหายตัวไปตั้งแต่แรกแล้ว
อันที่จริงม้าฝานกับพวกไม่ได้ผิดพลาดด้านแผนการ เพียงแต่พวกมันไร้
ประสบการณ์ธุรกิจการค้า ดังนั้นคิดผิดตั้งแต่เริ่มต้น เฮ่อเสียงกับกองกำลังฝั่ายต่างๆ แม้
เจรจาการค้าครั้งสำคัญ แต่ไม่ได้นำสินค้าใดติดตัวมาด้วย พวกมันพูดคุยถึงการค้าขนาด
ใหญ่โต การซื้อขายจะดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด ไม่ใช่เจรจาแล้วซื้อขายกัน
เสร็จสิ้นในทันที เป็นเหตุให้เมืองหนานเสิ้งนอกจากทาสฝึกตนเหล่านี้แล้ว ไม่มีสินค้าใด
อยู่เลยจริงๆ
ทั้งม้าฝานและเซี่ยซานไหนเลยจะเคยทำการค้า ดังนั้นขั้นตอนเหล่านี้สุดที่พวกมัน
จะคาดการณ์ได้ พวกมันเพียงคิดตามหลักเหตุผล ว่าคลังสินค้าของเมืองหนานเสิ้ง
สมควรอัดแน่นจนเต็มเปียม มีทรัพยากรกองเป็นภูเขาเลากาจึงจะถูก
กล่าวได้ว่าแต้มความดีความชอบภายในค่ายเกี่ยวพันโดยตรงกับผลงานของพวกมัน
รวมถึงสินสงครามที่หามาได้ในแต่ละครั้ง พวกมันมักมองหาสิ่งที่พวกมันสามารถส่งมอบ
ขึ้นไป ซึ่งอาจใช้แลกสิ่งที่ดีจากเหล่าปั่าน เหล่าปั่านมีสิ่งที่ดีมากมายอยู่ในถุงย่าม เรื่องนี้
พวกมันนับถือเลื่อมใสมานานแล้ว
ผู้ใดจะคาดคิด ว่าการดีดลูกคิดรางแก้วของพวกมันจะล้มเหลวไม่เป็นท่า?
แม้จะเพิ่งได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น แต่อารมณ์ของทุกคนกลับจมดิ่งลงทันควัน
“นำทาสฝึกตนเหล่านี้กลับไปดีหรือไม่?” บางคนเสนออย่างอ่อนแรง
“เราจะเอาทาสฝึกตนไปทำอะไร? ที่สำคัญ เราจะขนส่งผู้คนมากมายปานนี้ไปได้
อย่างไร?” มีคนคัดค้าน
“มีเรือขนส่งทาสอยู่ตรงนี้ เรือเหล่านี้ความเร็วไม่เลว สะดวกสำหรับการขนส่งผู้คน”
อีกคนรีบแนะนำ
“หากเราเพียงนำเรือไม่กี่ลำกับทาสฝึกตนกลับไป มิหนำซ้ำยังเป็นทาสฝึกตนด่าน
เลี่ยนชี่ เมื่อกลับไปถึงค่าย ไม่ใช่ถูกผู้คนหัวร่อเยาะเอาหรือ?”
“แต่เราไม่อาจหลงเหลือผลประโยชน์ใดไว้ให้พวกหอสำนักนอก หรือเจ้าจะฆ่าทาส
เหล่านี้ทิ้งทั้งหมดเล่า? บอกไว้ล่วงหน้าว่าข้าขอผ่าน ข้าไม่อาจกระทำเรื่องน่าหดหู่ดังเช่น
การสังหารหมู่ทาสฝึกตนได้”
หลายคนพยักหน้าเห็นพ้อง พวกมันเป็นซิวเจ่อที่มีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน แต่ละ
คนล้วนสองมือชุ่มโชกไปด้วยโลหิต พวกมันคิดว่าการต่อสู้เข่นฆ่ากันตายเป็นเรื่อง
ธรรมดา แต่หากเป็นการสังหารหมู่ทาสฝึกตนที่ไม่มีปัญญาต่อต้านขัดขืน พวกมันยังคง
ชิงรังเกียจ
แน่นอนว่าประโยค ‘ไม่อาจหลงเหลือประโยชน์ใดไว้ให้พวกหอสำนักนอก’ ตรงใจ
พวกมันยิ่งกว่า ไม่ต้องกล่าวถึงว่า ต่อให้พวกมันไม่ได้รับประโยชน์อันใด ก็ไม่มีผู้ใดเต็มใจ
ปล่อยทาสฝึกตนไว้ให้หอสำนักนอกใช้ประโยชน์
หลังจากบุกทำลายเมืองหนานเสิ้ง ทั้งสองฝั่ายไม่มีทางประนีประนอมกันได้อีก ผู้คน
ของหอสำนักนอกย่อมเกลียดชังพวกมันเข้ากระดูกดำ
“พาพวกมันไป พากลับไปทั้งหมด!” ม้าฝานกัดฟันกล่าว “ผู้ใดสนใจว่าพวกมันมี
ประโยชน์หรือไม่? นำกลับไปก่อนค่อยว่ากัน”
ทาสฝึกตนในค่ายถูกกวาดต้อนไปยังเรือทาส ทุกผู้คนก้าวขึ้นไปบนเรือขนส่งทาสจน
หมดสิ้น
เรือขนส่งทาสเป็นยุทธภัณฑ์เวทจิงสือ ทุกลำใหญ่โตมโหฬาร ลำเรือยาวประมาณห้า
สิบจั้ง ตัวเรือคล้ายเต่ายักษ์ ไม่มีใบเรือ รองรับทาสฝึกตนได้นับพัน ทาสฝึกตนไม่ใช่ของ
หายาก พวกมันส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองของอาณาจักรที่ค้นพนใหม่ บางชนเผ่ายังคง
ใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมถึงที่สุด บางเผ่าเริ่มเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม พวกมันไหนเลยจะเทียบกับซิวเจ่อของสำนักใหญ่ได้ ทั้งหมดย่อม
กลายเป็นทาสฝึกตนในที่สุด
หลายสำนักต่างกระตือรือร้นในการสำรวจอาณาจักรใหม่ๆ จิงสือและสินแร่เป็นสิ่งที่
พวกมันต้องการมากที่สุด หากพวกมันสามารถกลายเป็นผู้ครองอาณาจักร พวกมันจะ
เป็นจักรพรรดิที่แท้จริงของอาณาจักรแห่งนั้น แต่หากพวกมันไม่ชมชอบเรื่องวุ่นวาย
เช่นนั้น ก็สามารถขายอาณาจักรใหม่ที่พวกมันครอบครองให้แก่สำนักอื่น แลกกับ
ทรัพยากรจำนวนมหาศาล
การเสาะหาและพัฒนาอาณาจักรใหม่ๆ เป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตรายสูง แต่ก็ให้ผล
กำไรสูงมากเช่นกัน
หลังจากชนเผ่าพื้นเมืองถูกจับกุม สำนักจะมอบเคล็ดวิชาพื้นฐานให้แก่พวกมัน ทาส
ฝึกตนที่เข้าสู่ด่านเลี่ยนชี่สามารถซื้อขายในตลาดค้าทาส ทาสฝึกตนประเภทนี้สามารถ
ทำงานหนัก อย่างเช่นการทำเหมือง ส่วนบรรดาทาสฝึกตนที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษ มักมี
ราคาสูง พวกมันจะถูกขายให้แก่สำนักอื่น เพื่อใช้เป็นทหารทาส
ทหารทาสจะได้รับการสอนเคล็ดวิชาที่ลึกซึ้งมากขึ้น แต่จะถูกฝังอาคมหวงห้ามไว้ใน
ร่างโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อให้พวกมันไม่กล้าต่อต้านขัดขืนหรือปฏิเสธคำสั่งของสำนัก
บรรดาสำนักที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก็มีประวัติการใช้ทาสฝึกตนยาวนานเช่นกัน
พวกมันกระทั่งมีกองทัพทหารทาสโดยเฉพาะด้วยซ้ำ
เรือขนส่งทาสเป็นยุทธภัณฑ์เวทพิเศษสำหรับขนส่งทาสฝึกตนโดยเฉพาะ พวกมัน
ใหญ่โตมโหฬาร บรรทุกทาสฝึกตนได้เป็นจำนวนมาก ตัวเรือแข็งแกร่งทนทานยิ่ง เนื่อง
เพราะพวกมันต้องเดินทางระหว่างอาณาจักร ข้ามผ่านช่องว่างมิติอันปันปั่วนวุ่นวาย
ด้วยเหตุนี้เอง เรือขนส่งทาสจึงไม่ต่ำกว่าระดับห้า
ในแง่ของผลพวงแห่งชัยชนะ ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นเรือขนส่ง
ทาสทั้งห้าลำนี้ คราวนี้หอสำนักนอกขนส่งทาสฝึกตนมาห้าลำเรือ พวกมันขายทาสฝึก
ตนจำนวนสี่ลำเรือออกไปแล้ว ดังนั้นหลงเหลือทาสฝึกตนจำนวนหนึ่งลำเรือที่พวกม้า
ฝานค้นพบนี้เอง ม้าฝานกับพวกย่อมไม่ปล่อยเรือว่างอีกสี่ลำทิ้งไว้ข้างหลัง โชคดีที่เมื่อ
ไม่ได้ใช้งาน เรือขนส่งทาสเหล่านี้สามารถย่อขนาดลง เรือขนส่งทาสที่หดเล็กลงมีขนาด
ราวๆ สามฉื่อ วิจิตรงดงามยิ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทาสเหล่านี้ไฉนไม่หนีลงเรือไปแต่แรก? ม้าฝานกับพวกอดงุนงงสงสัย
ไม่ได้ แต่พวกมันหาทราบไม่ ว่าค่ายทาสนี้อยู่ใกล้เมืองหนานเสิ้งมาก ดังนั้นหอสำนัก
นอกไม่เคยต้องห่วงกังวลว่าทาสฝึกตนจะกล้าหลบหนี ค่ายนี้ปกติถูกเฝั้าระวังอย่าง
หละหลวม หลายคนที่รับผิดชอบเฝั้าระวังพวกทาสในวันนี้ บังเอิญไปยังเมืองหนานเสิ้ง
เพื่อหาความสำราญ แน่นอนว่า ล้วนทอดร่างกลายเป็นซากศพใต้ปราณกระบี่ของพวก
ม้าฝานไปแต่แรกแล้ว
พวกม้าฝานหลายคนเพิ่งเคยก้าวขึ้นบนเรือขนส่งทาสเป็นครั้งแรก พวกมันล้วน
อยากรู้อยากเห็น พากันกวาดตาสำรวจไปรอบๆ หลายคนมีประสบการณ์ในการ
ขับเคลื่อนเรือยุทธภัณฑ์เวทมาบ้าง อาสาควบคุมบังคับเรือใหญ่โดยไม่ต้องร้องขอ
เรือขนส่งทาสลอยขึ้นสู่ท้องฟั้าอย่างแช่มช้า ลำเรือใหญ่โตห้าสิบจั้ง ทำเอาผู้คนทอด
ถอนชมเชยอย่างอัศจรรย์ใจไม่คลาย
ทุกผู้คนหัวร่อสำราญบานใจ ล่องเรือไกลออกไป เต็มไปด้วยความคึกคะนอง