สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 276 นกดีหาใดเปรียบ
หมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้า!
กลุ่มแสงรอบท่อนแขนพวยพุ่งออกจากหมัด กระแทกใส่หัวพยัคฆ์อย่างไม่ครั่นคร้าม
ในเวลาเดียวกัน ลวดลายค่ายกลมากมายบนพื้นผิวของถุงมือกลายเป็นมีชีวิตชีวา ลอย
คว้างออกมาอย่างรวดเร็ว
หมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้าสิบสี่วัฏฏะ ผนวกกับค่ายกลทักษะยุทธ์ของถุงมือหมื่น
ลักษณ์ …หมื่นคชสาร!
เปรี๊ยะ!
หัวพยัคฆ์อันแกร่งกร้าวไม่ต่างอันใดกับฟองอากาศถูกเจาะ เปล่งเสียงแผ่วเบาวูบหนึ่ง
ไม่มีการปะทะอย่างรุนแรงอย่างที่คาดเอาไว้
ใบหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราดของหวงจั๋วกวงแข็งค้างในบัดดล
พยัคฆ์ขาวเลือนหายไป หมัดต่อยลงบนขาของมันอย่างถนัดถนี่
บึม!
เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นโลก ทำให้ผู้คนสะท้านขึ้นทั้งร่างอย่างสุดจะระงับยับยั้ง
เห็นหวงจั๋วกวงครึ่งซีกร่างแตกระเบิด เลือดเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่ว ราวกับเทพธิดา
โปรยบุปผา
ทุกผู้คนลมหายใจชะงักขาดห้วง หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างโดยไม่รู้ตัว เหม่อมอง
หมอกโลหิตในอากาศอย่างซึมเซา สมองขาวว่างเปล่า เจิ้งจงผู้กำลังเร่งรุดเข้ามา
ตระเตรียมหนุนเสริมจั่วม่อ ไม่ทันระวังปั้องกัน ถูกห่าฝนเลือดเนื้อสาดซัดใส่ทั่วร่าง
แม้ว่ามันเป็นคนเดนตายซึ่งใช้ชีวิตหลั่งเลือดเลียคมดาบทุกวี่วัน ยังหวาดกลัวจนหน้า
ซีดเผือด
ครึ่งซีกร่างของหวงจั๋วกวงหายไป สีหน้าแข็งค้างอยู่เช่นนั้น
จั่วม่อถอนหายใจโล่งอก หอบหายใจแรงๆ จังหวะนั้นเสี่ยงอันตรายยิ่ง ท่าร่างของ
หวงจั๋วกวงรวดเร็วเหนือคาด มันมีเวลาโคจรลมปราณได้เพียงสิบสี่วัฏฏะเท่านั้น โชค
ยังดีที่มันสวมถุงมือหมื่นลักษณ์ มิเช่นนั้น เกรงว่าวันนี้ของปีหน้าคงเป็นวันครบรอบวัน
ตายของมันแล้ว
พลังของถุงมือหมื่นลักษณ์แข็งแกร่งกว่าที่มันคิด ในบรรดายุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ ถุง
มือหมื่นลักษณ์เรียกได้ว่าราคาย่อมเยา เนื่องเพราะค่ายกลทักษะยุทธ์ ‘หมื่นคชสาร’
นี้เอง หมื่นคชสารช่วยเพิ่มพลังความแข็งแกร่งของร่างกาย สามารถใช้ในการต่อสู้
ประชิดตัวเท่านั้น
แต่การต่อสู้ของซิวเจ่อส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนท้องฟั้า การต่อสู้ถึงขั้นดวลเดือดประชิดตัว
หาได้ยากยิ่ง หากค่ายกลทักษะยุทธ์หมื่นคชสารมีพลังจำพวกปราณหมัด สามารถ
ส่งผลต่อการโจมตีแผ่พุ่งระยะไกล ราคาของถุงมือหมื่นลักษณ์จะดีดทะยานขึ้น
มากกว่านี้
จั่วม่อมองไปยังหวงจั๋วกวงที่หลงเหลือเพียงร่างกายครึ่งซีก ไม่มีลมหายใจ จั่วม่ออดชื่น
ชมไม่ได้ คนผู้นี้เคี้ยวยากอย่างแท้จริง หากมิใช่ว่ามันเตรียมตัวพรักพร้อม ส่วนอีกฝั่าย
ไม่ทันระวังปั้องกัน อาศัยเพียงมันกับกลุ่มคนเหล่านี้ อาจไม่สามารถเข่นฆ่าวีรบุรุษฟั้า
กระจ่างผู้นี้ได้
การต่อสู้ครั้งนี้ให้ข้อคิดแก่จั่วม่อมากมาย
ประการแรก การต่อสู้ครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าท่านจะแข็งแกร่งปานใด
หรือมีเวทวิชาทรงพลังถึงเพียงไหน ยังไม่อาจต้านทานการลอบวางแผนได้ อันที่จริง
หวงจั๋วกวงร้ายกาจยิ่ง เคล็ดวิชากระบี่ของมันก็ทรงพลังอำนาจ ซิวเจ่อส่วนใหญ่ต่อสู่
บนท้องฟั้า ซึ่งเป็นอาณาเขตที่เจตจำนงกระบี่ท้องฟั้าของมันสำแดงพลานุภาพได้ถึง
ขีดสุด
เคล็ดวิชากระบี่ฟั้ากระจ่างนับว่าร้ายกาจอย่างแท้จริง!
แต่กระทั่งเจตจำนงกระบี่ที่ร้ายกาจที่สุด ขอเพียงค้นพบจุดอ่อน ย่อมมีวิธีหยุดยั้งได้
ประการที่สอง ยิ่งเสริมสร้างความปรารถนาในการหยิบฉวยสินสงครามของจั่วม่อ
หวงจั๋วกวงแม้จะถูกเกาะกุมจุดอ่อนเอาไว้ แต่ยังคงแข็งแกร่งยิ่ง ล้วนเป็นเพราะการ
ส่งเสริมจากยุทธภัณฑ์เวท! กล่าวตามความสัตย์ หากวันนี้จั่วม่อไม่บังเอิญติดร่างแห
เข้ามาด้วย เจิ้งจงกับพวกคงเอาชีวิตมาทิ้งเสียเปล่าแล้ว
ในช่วงคับขันอันตราย ยุทธภัณฑ์เวทสามารถรักษาชีวิตได้
แม้ว่าฉากนั้นจะเต็มไปด้วยคาวเลือดอยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งการตัดสินใจลง
มือลอกคราบของจั่วม่อได้ อย่างไรก็ตาม มันเลือกสินสงครามเพียงชิ้นเดียว …เคล็ด
กระบี่ฟั้ากระจ่าง!
ฉวยม้วนหยกเคล็ดวิชาขึ้นมาถือไว้ในมือ จั่วม่อทราบว่าคราวนี้ทำกำไรได้ไม่น้อย ตัว
มันเองไม่คิดฝึกปรือเคล็ดกระบี่ฟั้ากระจ่างชุดนี้ ตอนนี้มันมีหลายสิ่งให้ต้องฝึกปรืออยู่
แล้ว ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นชัดว่ามันมีพรสวรรค์ทางการฝึกปรือพลังจิตสำนึกและ
พลังสังขารมากกว่า รวมกับวิชาค่ายกลที่ต้องศึกษาค้นคว้า มันแทบอยากตัดแบ่ง
ตนเองเป็นสองส่วน
เมื่อพบว่าเคล็ดกระบี่ฟั้ากระจ่างเหมาะสมสำหรับการสู้รบบนฟากฟั้า จั่วม่อก็นึกถึง
เหล่าสมุนของแม่นางน้อยขึ้นมาทันที หากให้พวกมันฝึกปรือเพลงกระบี่ชุดนี้ เช่นนั้น
พลังของพวกมัน… ฮี่ฮี่… …
ต่อให้ไม่มีอะไรเลย เคล็ดวิชากระบี่ระดับห้าก็สามารถขายได้ราคาสูงเทียมฟั้า
บนร่างของหวงจั๋วกวงไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ ไม่เว้นแม้แต่รองเท้าหัวพยัคฆ์เนตรทมิฬที่
เหลืออยู่เพียงข้างเดียว ถัดจากจั่วม่อ เป็นเจิ้งจงเลือกสินค้าไปหนึ่งอย่าง ส่วนที่เหลือ
ต้องแบ่งปันในหมู่ผู้คน แต่หลวงจีนมากข้าวต้มมีน้อย ดังนั้นทุกผู้คนล้วนหันไปมอง
จั่วม่อ โชคยังดีที่จั่วม่อเป็นผู้นำกองกำลังหนึ่ง เรื่องแค่นี้ยังไม่เหนือบ่ากว่าแรง มันใช้
วิธีตัดสินที่เรียบง่ายที่สุด … จับไม้สั้นไม้ยาว
ทุกคนล้วนมีโอกาสเท่าเทียมกัน คนที่โชคดีก็ย่อมเบิกบานใจ ส่วนคนที่ไม่ได้ของก็ได้
แต่โทษว่าตนเองโชคร้ายเท่านั้น
คนอื่นๆ ยิ่งบังเกิดความนับถือต่อจั่วม่อมากกว่าเดิม หมัดที่จั่วม่อใช้สังหารหวงจั๋วกวง
ขู่ขวัญพวกมันแทบตาย นั่นคือวีรบุรุษฟั้ากระจ่างหวงจั๋วกวง! ในใจพวกมัน พลังฝีมือ
ของจั่วม่อบรรลุถึงระดับชั้นที่พวกมันไม่อาจเข้าใจได้ ทั้งจั่วม่อยังใจกว้างเที่ยงธรรม
ไม่คล้ายผู้นำอื่นๆ ที่ฉกฉวยทุกสิ่งทุกอย่าง
บุคคลเช่นนี้ ทุกคนสามารถเชื่อมั่นในตัวมันได้
จั่วม่อเห็นทุกผู้คนมองมายังมัน ทราบกระจ่างว่าพวกมันคิดอันใด จึงกล่าว “ในเมื่อ
พวกเจ้าล้วนต้องการเข้าไปในเขตแดนลับ เช่นนั้นข้าจะกล่าวถึงกฎกติกาเสียก่อน
หากพบพานอันตรายที่ด้านใน ข้าจะไม่รับผิดชอบชีวิตของพวกเจ้า ทุกคนต้องคิด
หาทางปกปั้องตัวเอง ส่วนการแบ่งสันปันส่วนจะเป็นเช่นเดียวกับครั้งนี้”
ทุกผู้คนลิงโลดขึ้นมาทันที พวกมันไม่เคยเข้าสู่เขตแดนลับมาก่อน
จั่วม่อกวาดตามองผู้คนอย่างแช่มช้า แล้วกล่าวด้วยเสียงลึก “ข้าจะกล่าววาจาไม่น่า
ฟังเสียก่อน หากผู้ใดก่อเรื่อง อย่าตำหนิข้าไร้น้ำใจไมตรี”
กล่าวจบคำ ไม่มองผู้คนที่ด้านหลังมันอีก จั่วม่อหมุนตัว เข้าสู่เขตแดนลับ
ทิวทัศน์ด้านหน้าแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน แต่พอเห็นชัดตา ทำเอาจั่วม่อยืนตะลึงลาน
อยู่กับที่ เจิ้งจงที่ติดตามเข้ามาร่างแข็งทื่อเป็นก้อนหินในทันที ทุกคนที่ทยอยตามเข้า
มาล้วนมีสีหน้างงงัน
นี่มัน… … เขตแดนลับนี่มันเล็กเกินไปแล้ว!
ถูกต้อง ฉากด้านหน้าพวกมันล้วนปรากฏอยู่ในสายตาทั้งหมด นี่เป็นสถานที่ที่มีขนาด
เท่าลานบ้านเท่านั้น มีพื้นที่ราวสิบจั้ง ตรงกลางเห็นนกสีเทานอนหลับฝันหวาน
นอกจากนั้นไม่มีสิ่งใดอยู่ในอาณาบริเวณ นอกเหนือจากปราณธรรมชาติหนาแน่นกว่า
ภายนอกอยู่บ้าง ล้วนว่างเปล่าโล่งโจ้งอย่างสิ้นเชิง
เจิ้งจงรีบกล่าวเสียงต่ำ “นี่สมควรเป็นเขตแดนลับที่เพิ่งจะถือกำเนิดได้ไม่นาน”
มันเห็นจั่วม่อยังคงยืนแข็งทื่อเป็นหิน คาดเดาว่าจั่วม่อรู้สึกผิดหวังสุดระงับ ดังนั้นรีบ
อธิบาย โดยส่วนตัวมันนับถือเลื่อมใสจั่วม่อเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าอีกฝั่ายอ่อนเยาว์กว่ามัน
มาก แต่ในแง่ของการกระทำและกลิ่นอายทรงอำนาจ ไม่ใช่เรื่องที่มันจะยกขึ้นเทียบ
ได้ มันเคยพบพานผู้นำกองกำลังอันเข้มแข็งมากมายในอาณาจักรขุนเขาน้อย ไม่มีผู้ใด
สามารถเปรียบเทียบกับบุรุษหนุ่มผู้นี้ได้
นกสีเทาตัวนั้นนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ยิ่ง เห็นน้ำลายไหลย้อยลงมาจากมุมปาก
เนื่องจากพื้นที่เล็กแคบ สามารถได้ยินเสียงกรนอย่างเป็นสุขของมันได้อย่างชัดเจน
ไฟโทสะลุกพรึ่บขึ้นในในจั่วม่อในบัดดล สีหน้ามันกลายเป็นบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด ขู่
ขวัญเจิ้งจงกับคนอื่นๆ จนแทบกระโดด
จั่วม่อถลันเข้าไปปานเปลวไฟที่เดือดดาล จากนั้น ผัวะ ตบศีรษะนกโง่ดังสนั่น ขนนก
ปลิวว่อน!
นกโง่ค่อยลืมตาขึ้นอย่างงงงวย
“เจ้าปัญญาอ่อน เกอตามหาเจ้าเกือบตาย ต่อสู้กับผู้คนแทบล้มประดาตาย เข่นฆ่ามา
ตลอดทาง เจ้ายอดเยี่ยมยิ่ง กลับนอนหลับอย่างสุขสบาย! อ๊า!”
ผัวะ!
ตบอีกหนึ่งฝั่ามือ
“กิน กิน กิน! เจ้าตะกละ! เจ้าเป็นภูตผีหิวโหยหรือ? เจ้ากินมากเกินไปแล้ว! กินจนเกิด
เรื่อง! หากไม่กินเจ้าจะตายหรือ? ข้าบอกเจ้า นับจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ให้เจ้ากิน
อะไรอีก… …”
เสียงก่นด่ารัวเร็วของจั่วม่อทำให้ผู้คนตะลึงงัน พวกมันสับสนงุนงง นกสีเทาตัวนี้มีที่มา
อย่างไร ทำเอาจั่วม่อผู้กระทั่งยามเผชิญหน้ากับหวงจั๋วกวงยังไม่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า
ถึงกับบันดาลโทสะสูงเทียมฟั้าเช่นนี้!
ขณะที่จั่วม่อด่าจนน้ำลายแตกฟอง นกโง่กลับมามีสติแจ่มใส มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ทำ
ความสะอาดและจัดแต่งขนตามร่างกายอย่างเกียจคร้าน ตลอดกระบวนการทั้งหมด
ไม่ได้ชายตามองจั่วม่อแม้แต่แวบเดียว
ผู้คนรอบข้างตะลึงลานอีกครั้ง
จั่วม่อเห็นนกโง่ยังมีสีหน้าที่เย่อหยิ่งจองหองราวกับนางไม่ได้สำนึกผิดสักนิด โทสะยิ่ง
ลุกโหม มันตวัดมือคว้าร่างนกโง่อย่างฉับพลัน
นกตัวนี้ขาดการอบรมสั่งสอน! เกอควรสั่งสอนนางให้ดีสักครา
มิคาดเงาสีเทาเบื้องหน้ามันหายวับไป มันคว้าได้แต่ความว่างเปล่า
ฮะ!
ห่างออกไปอีกมุมหนึ่ง เห็นนกโง่ชายหางตามองจั่วมอง ท่วงท่าเย่อหยิ่งโอหังเหมือน
เคย
จั่วม่อคำรามอย่างพิโรธโกรธกริ้ว “ประเสริฐ! วันนี้หากเกอไม่สั่งสอนเจ้า เจ้าคงไม่รู้ว่า
ท้องฟั้าสูงเท่าใด แผ่นดินกว้างใหญ่เท่าใด!”
จั่วม่อร่างหายวับไปในพริบตา แต่ก่อนที่มือของมันจะคว้าเอาไว้ได้ เงาสีเทากลับพุ่ง
วาบผ่านมันไปด้วยความเร็วสุดเปรียบปาน
เร็วมาก!
จั่วม่อชะงักกึก มือของมันคว้าใส่ความว่างเปล่าอีกครั้ง
ในอีกมุมหนึ่งของเขตแดนลับ นกโง่เชิดศีรษะสูงชัน ยังคงก้าวเดินด้วยฝีเท้านกอันเป็น
เอกลักษณ์ของนาง แสดงความสูงสง่าต่อหน้าฝูงชน
โครม!
ผู้คนที่ถูกนกโง่ทำให้ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ พากันหลีกทางให้แก่นางโดยไม่รู้ตัว
นกโง่ก็ไม่เกรงอกเกรงใจ เดินตรงไปยังปากทางเข้าอย่างเยือกเย็น
นี่ใช่เป็นภาพลวงตาหรือไม่? จั่วม่อชักไม่แน่ใจ นกตัวนี้ใช่ได้รับประโยชน์จากเภทภัย
คราวนี้หรือไม่? มันกวาดตามองเขตแดนลับที่ว่างเปล่าโล่งโจ้ง เริ่มรู้สึกว่ามีความ
เป็นไปได้มากขึ้น นกตัวนี้ตะกละยิ่ง คาดว่าสิ่งที่ดีทั้งหมดในเขตแดนลับอาจจะจบลง
ในท้องของนางแล้ว นี่ยอมรับไม่ได้ รอกลับไปเสียก่อน ต้องเค้นถามนางให้จงได้
เจิ้งจงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ในบรรดาผู้คนทั้งหมด นับมันพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่ง
ที่สุด เวลานี้มันเห็นฉากเบื้องหน้าได้ชัดตา นกสีเทารวดเร็วมากจนแทบไม่น่าเชื่อ มัน
เห็นชัดตาว่าเมื่อจั่วม่อเกือบจะคว้าตัวนกได้ นกสีเทาก็พุ่งวาบ เฉียดผ่านจั่วม่อไปยัง
อีกด้านหนึ่งอย่างสบายๆ
นี่หมายความว่าอย่างไร?
ย่อมหมายความว่านกสีเทาตัวนี้รวดเร็วกว่าจั่วม่อหลายเท่า! เจิ้งจงมีพลังบำเพ็ญเพียร
สูงกว่าจั่วม่อ แต่ความเร็วของพวกมันแทบไม่แตกต่างกัน รวดเร็วกว่าจั่วม่อหลายเท่า
หมายความว่าเร็วกว่ามันหลายเท่าเช่นกัน!
เจิ้งจงรู้สึกว่ามันใกล้จะเสียสติ
สวรรค์! โลกเป็นอะไรไปแล้ว ตัวประหลาดเช่นนี้โผล่ออกมาจากที่ใดตั้งมากมาย?
ทีแรกเมื่อเห็นความแข็งแกร่งของจั่วม่อ เจิ้งจงรู้สึกว่ายอดยุทธ์รุ่นต่อไปน่าสะพรึงกลัว
ยิ่ง เวลานี้ถึงกับมีนกที่รวดเร็วกว่ามันหลายเท่าตัว! นกตัวนี้ยังมีความสามารถร้ายกาจ
ใดอีก เจิ่งจงกระทั่งคิดยังไม่กล้าคิด เพียงแค่ความเร็วดุจสายฟั้า ก็เพียงพอให้กวาด
พิชิตไปโดยไร้ผู้ต้าน
พูดไม่ออกบอกไม่ถูกอย่างสิ้นเชิง เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของจั่วม่อ เจิ้งจงรู้สึก
กระหายใคร่รู้มากขึ้นทุกขณะ
ยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้ กลับมีพลังฝีมือเข้มแข็งเช่นนี้ ทั้งยังครอบครองสัตว์ปราณอันร้าย
กาจ คนผู้นี้ย่อมไม่ใช่ซิวเจ่อสามัญทั่วไป มันใช่เป็นศิษย์สำนักใหญ่หรือไม่? เจิ้งจงรู้สึก
ว่าเป็นไปได้มาก มันเชื่ออยู่เสมอ ว่าพฤติการณ์ของพรรคฟั้ากระจ่างในอาณาจักร
ขุนเขาน้อยนี้ ต้องไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นาน
เหตุผลนั้นเรียบง่ายยิ่ง คุนหลุนจะไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในดินแดนของพวกมัน!
เมื่อครั้งที่มันยังอายุเยาว์กว่านี้ เคยพบพานศิษย์คุนหลุนผู้หนึ่ง บังเกิดความประทับใจ
อย่างลึกล้ำมาจนทุกวันนี้
จั่วม่อเผชิญหน้ากับหวงจั๋วกวง ซ้ำยังสังหารอีกฝั่ายอย่างไม่ลังเล ไม่มีกองกำลังใดใน
อาณาจักรขุนเขาน้อยจะอาจหาญถึงเพียงนี้
อายุเยาว์ พลังฝีมือแข็งกล้าสุดหยั่งถึง สัตว์ปราณที่ทรงพลังอำนาจ และไม่เกรงกลัว
พรรคฟั้ากระจ่าง
เงื่อนไขเหล่านี้เมื่อรวมเข้าด้วยกัน เจิ้งจงยิ่งรู้สึกว่าจั่วม่ออาจจะเป็นศิษย์ของคุน
หลุน โอ้ ต่อให้ไม่ใช่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นศิษย์สำนักใหญ่สักแห่ง
ขณะที่เจิ้งจงกำลังครุ่นคิดอย่างเมามัน จั่วม่อแล่นออกจากเขตแดนลับไปแล้ว
หลายคนรู้สึกรับไม่ได้ ยังคงค้นหาอยู่ในเขตแดนลับ จนแทบจะขุดดินลึกสามฉื่อ ยังไม่
พบพานสิ่งใด
เจิ้งจงฉลาดปราดเปรื่อง รีบติดตามจั่วม่ออย่างกระชั้นชิด มันตัดสินใจติดตามจั่วม่
อย่างจริงจังแล้ว หากจั่วม่อเป็นศิษย์สำนักใหญ่จริง ติดตามมันไปย่อมไม่ขาดทุน แต่
หากจั่วม่อไม่ใช่ศิษย์สำนักใหญ่ และพึ่งพาพลังของตัวเองมาถึงขั้นนี้ เช่นนั้นมันก็เป็น
สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งแล้ว
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ ใบหน้ามันก็เกลื่อนไปด้วยรอยยิ้ม ผู้คนเมื่อเปลี่ยนมุมมอง
ความคิดก็เปลี่ยนแปลงไป ความรู้สึกในการมองสิ่งต่างๆ ย่อมแตกต่างไปจากเดิมอย่าง
สิ้นเชิง เจิ้งจงยิ่งชมดูมากเท่าใด ยิ่งรู้สึกว่านกโง่กอรปด้วยท่วงท่าสภาวะอันเด่นล้ำมาก
เท่านั้น
นกที่ดี! นกที่ดีอย่างไม่มีผู้ใดเทียบ!