สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 283 น้องเล็กคนใหม่
แสงสีแดงของหินเคียวไฟพุ่งสูงขึ้น อุณหภูมิโดยล้อมก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สักครู่ให้หลัง แสงสีแดงวูบไหว ท่ามกลางเสียงปะทุเบาๆ เปลวไฟลุกไหม้ขึ้นบนก้อนหิน
เคียวไฟ เปลวไฟนี้ร้อนแรงสุดขีด จั่วม่อตกใจอยู่บ้าง เวลานี้สังขารปิศาจศีรษะเหล็กหยก
ของมันอยู่ในช่างสุกงอมครั้งที่สาม ยังแทบไม่อาจทานทนความร้อนอันรุนแรงนี้ได้ หาก
เป็นซิวเจ่อทั่วไป เกรงว่าเวลานี้ต้องเปิดใช้งานเกราะปราณของพวกมันตลอดเวลา
เปลวไฟอันร้ายกาจ!
หุ่นเชิดทองแดงไม่ทันหลีกเลี่ยง เริ่มละลายไปหมดทั้งตัว
จั่วม่อจ้องมองหินเคียวไฟที่ลุกไหม้ไม่คลาดสายตา ทันใดนั้น เสียงเล็กๆ ที่ไม่คุ้นเคยผ่าน
เข้ามาใจจิตใจมัน
“จี้จี้จี้!”
แม้ว่าจะฟังไม่เข้าใจ แต่จั่วม่อรู้สึกถึงความใกล้ชิดสนิทสนมและความร่าเริงยินดีที่ส่งผ่าน
เข้ามา มันอดแย้มยิ้มไม่ได้
พลังชีวิตที่มาจากด้านในหินเคียวไฟยิ่งมายิ่งเข้มแข็งขึ้นทุกขณะ มันสามารถรู้สึกถึง
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในอย่างชัดเจน หลังจากไฟลุกไหม้อยู่หนึ่งชั่วยามเต็ม หินเคียวไฟก็ปริ
แตกจากตรงกลาง เงาสีแดงพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
เงาไฟหยุดลงตรงหน้าจั่วม่ออย่างกะทันหัน ในที่สุดมันค่อยมองเห็นอสูรไฟตนนี้ เจ้าตัว
น้อยมีขนาดเท่ากำปันเท่านั้น กลมดิกเหมือนลูกไฟ เปล่งเสียงร้องรัวเร็ว บินวนรอบกาย
จั่วม่ออย่างมีความสุข ทั้งปราดเปรียวและมีชีวิตชีวายิ่ง
“เจ้าจะเรียกว่าเพลิงน้อย” จั่วม่อตั้งชื่อให้มันอย่างลวกๆ ตามเคย เจ้าเพลิงน้อยคล้าย
เข้าใจวาจา กลายเป็นร่าเริงกว่าเดิม ส่งเสียงร้องจี้จี้จี้รัวเร็วไม่หยุด
เจดีย์น้อยค่อยๆ กระเถิบใกล้เข้ามาอย่างใคร่รู้ระคนเหนียมอาย
เจ้าเพลิงน้อยกลับไม่ขลาดอาย เริ่มเล่นกับเจดีย์น้อยอย่างรวดเร็ว หนึ่งเจดีย์หนึ่งลูกไฟ
บินเร็วรี่ ไล่จับกันกลางอากาศ จั่วม่อเบิกบานใจยิ่ง ฉากเบื้องหน้าทำให้หัวใจอบอุ่นมาก
แม้ว่าเจ้าเพลิงน้อยไม่มีเวทวิชาใดๆ มันก็คิดว่าไม่สำคัญแล้ว
จากนั้นสักครู่ เงาร่างสีเทาพุ่งวาบเข้ามาในถ้ำดุจสายฟั้าฟาด
นี่ย่อมเป็นนกโง่กับเจ้าดำน้อยซึ่งอยู่บนศีรษะนาง นางเหยียดกรงเล็บนกออกด้วยท่วงท่า
สง่างาม ร่อนลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล เจดีย์น้อยพอเห็นนกโง่ ยิ่งตื่นเต้นยินดีกว่าเดิม รีบ
นำน้องชายคนเล็กที่เพิ่งพบเจอ แล่นเข้าไปรายงานตัวตรงหน้านกโง่ เจ้าเพลิงน้อยบนวน
อยู่รอบๆ นกโง่อย่างอยากรู้อยากเห็น ชั่วขณะนี้ นกโง่วางมาดพี่สาวใหญ่ผู้เข้มงวด ใช้
จะงอยปากนกอันยาวของนางดุนเจ้าเพลิงน้อยทีหนึ่ง
เจ้าเพลิงน้อยราวกับลูกยางเด้งไปกลางอากาศ ยิ่งคึกคักร่าเริงกว่าเดิม ร้องจี้จี้จี้ไม่ขาดหู
เห็นเหล่าเจ้าตัวเล็กสนิทสนมกลมเกลียว จั่วม่อยิ่งสุขสำราญบานใจกว่าเดิม สิ่งเดียวที่มัน
ไม่พอใจคือนกโง่ นับตั้งแต่นางร่อนลงยืนบนพื้น ยังไม่มองมันสักแวบ
เจ้าปัญญาอ่อนนี่! จั่วม่อขบกราม แต่ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ มันไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่นางรวดเร็วเสียยิ่งกว่ากระบี่บินของมัน มันยังไม่มีวิธีกำราบนางได้จริงๆ
“พวกเจ้าเล่นกันหาอะไร? ไปทำงาน!” จั่วม่อเขม้นมองเจดีย์น้อย
เจดีย์น้อยที่กำลังเล่นอย่างมีความสุข เหี่ยวเฉาลงทันตา กลับไปบังคับหุ่นเชิดให้ทำ
เหมืองอย่างสลดหดหู่
เจ้าพวกเด็กเหลือขอ กล้าลองดีกับเกอหรือ! จั่วม่อออกไปจากเหมืองอย่างพออกพอใจ
เมื่อจั่วม่อจากไป สี่เจ้าตัวน้อยเข้ามาสุมหัวรวมกันอีกครั้ง ปรึกษาหารือกันเจี๊ยวจ๊าว
ทันใดนั้น เจ้าดำน้อยไต่ลงจากหัวนกโง่อย่างรวดเร็ว ซอยขาสั้นๆ ของมันเหมือนกลุ่ม
ควันสีดำ วนเวียนไปทั่วถ้ำเร็วรี่ อึดใจให้หลัง ค่อยหยุดยั้งลงบนแผ่นหินในถ้ำด้านหนึ่ง
มันโบกหนวดเรียกอีกสามตัวเข้าไป แล้วซอยขาสั้นๆ วิ่งหลบออกมาพ้นจากแผ่นหิน
นกโง่กระโดดลอยตัวเบาๆ สองปีกกางแผ่กว้าง จากนั้นสะบัดลงอย่างเกรี้ยวกราด เสียง
กรีดฝั่าอากาศแหลมสูงดังสะท้านไปทั่วถ้ำ ราวกับประกายสายฟั้าสีเทา ทะลวงใส่แผ่น
หินบนผนังด้านที่เจ้าดำน้อยชี้บอกอย่างแม่นยำ
หินแกร่งไม่ต่างอันใดจากก้อนเต้าหู้ นกโง่ราวกับลูกศรคมกริบ เจาะผ่านเข้าไปอย่าง
ง่ายดาย
โพรงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนผนังหิน
หลังจากนั้นสักครู่ เงาสีเทาบินกลับออกมา นกโง่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ สะบัดเศษหิน
ออกจากร่าง จากนั้นกลับลงมายืนด้วยท่วงท่าสง่างาม
เจ้าเพลิงน้อยเปล่งเสียงร้องเริงร่า บิดกายเปลี่ยนเป็นเส้นด้ายไฟ พุ่งเข้าไปในโพรงลึกที่
นกโง่เจาะเอาไว้
อึดใจถัดมา เส้นด้ายไฟจำนวนเหลือคณานับตัดไขว้ไปมาอยู่ภายในถ้ำ ราวกับใยแมงมุม
ไฟขนาดมหึมา หลังจากนั้นเจ้าเพลิงน้อยก็บินโซซัดโซเซออกมาจากถ้ำดุจเมามาย
โครม โครม!
แผ่นหินชิ้นใหญ่ๆ ทยอยร่วงหล่นลงมาดุจห่าฝน ภายในไม่กี่อึดใจ ภายในอุโมงค์เหมืองก็
เต็มไปด้วยก้อนหิน เจดีย์น้อยหมุนคว้างขึ้นกลางอากาศอย่างปิติยินดี เหล่าหุ่นเชิด
ทองแดงถาโถมเรียงหน้ากันเข้ามาในบัดดล
ภายในระยะเวลาอันสั้น ก้อนแร่ก็กองสุมซ้อนเป็นภูเขาเลากา
เจ้าตัวเล็กทั้งสี่เริ่มเล่นกันอีกครั้ง เสียงจี้จี้จี้อย่างร่าเริงของเจ้าเพลิงน้อยสะท้อนก้องไปทั้ง
ถ้ำ
“หอสาขาแห่งที่สาม” เหลยเผิงจุปาก “ฮี่ฮี่ คราวนี้แม่นางน้อยเอาจริงแล้ว”
เหนียนลู่หยิบกระจกออกมา หวีเส้นผมที่ถูกลมเปั่าจนกระเซอะกระเซิงให้เรียบร้อย
พลางกล่าวว่า “น่าเสียดายที่ไม่มีซิวเจ่อสตรีแม้แต่คนเดียว เมื่อไม่มีเสียงกรีดร้องที่บ้า
คลั่งของพวกนาง ช่างไม่คุ้นเคยจริงๆ น่าเสียดายที่ไม่มีนางใดได้ชื่นชมฉากการลงมือ
อย่างงดงามของข้า”
เหลยเผิงไม่แยแสสนใจเจ้าบ้าผู้นี้อย่างสิ้นเชิง กล่าวอย่างสงสัยใจว่า “ด้วยนิสัยใจคอของ
แม่นางน้อย เมื่อตัดสินใจลงมือ ย่อมไม่คิดทุบตีหอสาขาเหล่านี้เพื่อระบายอารมณ์เป็น
แน่ พวกเจ้าคิดว่าเราจะโจมตีที่ใดต่อไป?”
นี่เป็นคำถามที่หลายคนกำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกัน เซี่ยซานเป็นหนึ่งในนั้น
ม้าฝานคาบก้านหญ้าไว้ที่มุมปาก นอนเหยียดยาวอย่างเกียจคร้านอยู่บนพื้น พลันโพล่ง
ขึ้นมาว่า “หากเป็นข้า ข้าจะดักโจมตีกองทัพหนุน”
“ทัพหนุน?” เซี่ยซานพอฟังก็มีสีหน้าครุ่นคิด ในฐานะสองคนที่มีอำนาจมากที่สุดในค่าย
จูเชวี่ย มิตรภาพระหว่างทั้งสองค่อยๆ ลึกล้ำขึ้น ม้าฝานมีความคิดมากมาย หลังจากที่
กลายเป็นแกนหลักของกองทัพมาช่วงหนึ่ง มุมมองที่มันใช้มองปัญหาก็แตกต่างจากซิว
เจ่อทั่วไปมาก
“อา เราถล่มหอสาขามารดามันมากมายถึงเพียงนี้ หอสำนักนอกย่อมมิอาจนิ่งนอนใจได้
พวกมันจะต้องส่งคนมาจัดการกับเรา” ม้าฝานกล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด “พวกเรามีผู้คน
ไม่มาก หากถูกศัตรูล้อมกรอบได้สำเร็จ วันของเราก็จบสิ้นเท่านี้แล้ว เราต้องการพื้นที่
ดังนั้นจำเป็นต้องฉุดลากเอาศัตรูไปเรื่อยๆ คอยเล่นเอาเถิดเจ้าล่อ เพื่อหาโอกาสที่ดี”
เซี่ยซานตากระจ่างวาบ ปรบมือชื่นชม “ใช่แล้ว! ด้วยวิธีนี้ เราจะค่อยๆ เขมือบศัตรูลงไป
ทีละน้อย”
ม้าฝานยิ้มพลางกล่าวว่า “สิ่งที่เราคิดได้ แม่นางน้อยไยจะไม่คิดไว้แล้ว? อย่าห่วงเลย
สถานที่อื่นข้าไม่ทราบ แต่ภายในอาณาจักขุนเขาน้อยแห่งนี้ ข้ามั่นใจว่าไม่มีผู้ใด
เหนือกว่าแม่นางน้อยอีกแล้ว”
“ฮ่าฮ่า” เซี่ยซานรับคำอย่างยิ้มแย้ม “นั่นก็ใช่แล้ว”
“อีกนานเท่าใดเจ้าจะเข้าถึงด่านจินตัน?” ม้าฝานถามอย่างกะทันหัน
“ไม่ทราบ แต่ข้ารู้สึกได้ว่าจะฝั่าด่านในไม่ช้า อย่างที่คาดไว้ การต่อสู้คือวิธีการฝึกปรือที่ดี
ที่สุด” เซี่ยซานกล่าวปนหัวร่อ
“แล้วหลังจากเข้าสู่จินตันเล่า? เจ้าจะไปที่ใด?” ม้าฝานถามเสียงหนักอึ้งอยู่บ้าง
“เจ้าไม่ต้องมาทดสอบข้า” เซี่ยซานหัวร่อ “แน่นอนว่าข้าจะยังคงติดตามเหล่าปั่านไปสุด
หล้าฟั้าเขียว อันที่จริง ข้าอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง”
“อยากรู้อยากเห็นอันใด?” ม้าฝานถาม สีหน้าสงสัยใจ
“ข้าอยากรู้ว่าเหล่าปั่านจะขึ้นไปได้สูงแค่ไหน” เซี่ยซานทอดตามองไปยังที่ห่างไกล
“เพียงเท่านี้เอง? ข้าไม่เชื่อ” ม้าฝานสั่นศีรษะ
“เจ้าบ้า แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมด ข้าค่อยๆ เข้าใจกระจ่างว่าตัวเองมีน้ำหนักสักเท่าใด
เหล่าปั่านเป็นเจ้านายที่ดี ข้ายังรู้สึกว่าอนาคตของเหล่าปั่านสุกใสเรืองรอง” เซี่ยซาน
กล่าวพลางยกนิ้วขึ้นนับ “พรสวรรค์ มานะบากบั่น ไม่เย่อหยิงลำพอง ที่สำคัญที่สุดคือยัง
เยาว์วัย เยาว์วัยมากเกินไป! นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าพบพานบุคคลอันเข้มแข็งเช่นนี้ ความ
เป็นมาของเหล่าปั่านอาจไม่เรียบง่ายอย่างที่เราคิด รวมกับแม่นางน้อยและพกวเราเหล่า
พี่น้องเข้าไปอีก ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่น เพียงแค่เข้าครอบครองอาณาจักรสักแห่ง
สามารถมีชีวิตสุขสบายได้อย่างเหลือเฟือ”
หยุดแวบหนึ่ง มันหัวร่อเยาะเย้ยตัวเอง “ข้าเคยเป็นผู้นำกองกำลังมาก่อน ทราบดีว่าการ
เป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องง่าย ข้ารู้สึกยามนี้จึงจะสุขสบายอย่างแม้จริง ข้าได้รับประโยชน์
ทั้งหมดที่ข้าควรได้รับ ข้าไม่ต้องกังวลกับปัญหาใด สามารถทำทุกสิ่งที่ต้องการ เจ้ารู้
หรือไม่ ความรุดหน้าของข้าในครึ่งปีมานี้ มากกว่าความรุดหน้าในช่วงสามปีที่ผ่านมา
รวมกันเสียอีก”
ม้าฝานไม่กล่าวคำใด แต่สีหน้าผ่อนคลายลง
“อย่าห่วงเลย ข้ากล้ารับประกันว่าพี่น้องทุกคนจะไม่มีผู้ใดไม่จากไป” เซี่ยซานสุ้มเสียง
เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
ม้าฝานเคี้ยวก้านหญ้า ทำเสียงรับคำในลำคอคราหนึ่ง
ทันใดนั้น เสียงแตรเรียกแหลมสูงดังกังวาน
“ไปกันเถอะ ถึงเวลาทำงานแล้ว”
เฮ่อเสียงยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุน หลายวันมานี้มันไม่เคยนอนหลับสนิท มันคาดไม่ถึงว่าจู่ๆ
ก็มีกองกำลังลึกลับโผล่ขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทั้งยังฉลาดเป็นกรด ลื่นยิ่งกว่าปลาไหล
มันเคยส่งกองกำลังไปไล่ล่าคนกลุ่มนี้ แต่ผ่านไปสองวัน กลับได้รับข่าวเหนือความ
คาดหมายว่าหอสาขาถูกทำลายยับเยิน
ด้วยความขุ่นแค้นแน่นอก มันส่งกองทัพไปอีกหนึ่งกอง
อีกฝั่ายร่องรอยลึกลับ ไปมาไม่แน่นอน ยากจะคาดเดา หลังจากผ่านไปสองสามวัน ข่าว
ใหม่ก็มาถึง หอสาขาในที่ห่างไกลมากถูกล้างด้วยเลือด
หลังจากนั้น ทุกๆ หนึ่งวันสองวัน มันจะทยอยได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับการล่มสลายของหอ
สาขาต่างๆ
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรขุนเขาน้อยดุจติดปีกบิน การรุดหน้าของหอสำนักนอก
ยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ กองกำลังที่คิดสวามิภักดิ์ต่อหอสำนักนอก เริ่มลังเลใจ
แม้ว่าหอสำนักนอกจะไม่มีผู้ใดต้านติด แต่เห็นได้ชัด ว่ากองกำลังลึกลับนั้นก็ไม่มีผู้ใดต้าน
ติดเช่นเดียวกัน ข่าวที่ว่าหอสาขาถูกล้างด้วยเลือดอย่างต่อเนื่อง แพร่กระจายไปในหมู่
หอสาขาทั้งหมด แต่ละหอสาขาล้วนพากันเตรียมการรับมืออย่างพรักพร้อม แต่สุดท้าย
ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานกองกำลังลึกลับนี้ได้
จากเรื่องนี้ แสดงให้เห็นพลานุภาพอันเหนือล้ำของกองกำลังนี้อย่างชัดเจน!
แต่จะให้กองกำลังฝั่ายอื่นๆ ละทิ้งเขตแดนที่พวกมันต่อสู้แย่งชิงมาอย่างยากเย็น พวกมัน
ก็ไม่เต็มใจ หากพวกมันเสียดินแดนของตนเอง และถูกหอสำนักนอกกลืนกินเข้าไป พวก
มันจะไม่เหลือเบี้ยที่ใช้ในการต่อรอง
กองกำลังฝั่ายต่างๆ จู่ๆ ก็พบว่าไม่ว่ารุดหน้าหรือล่าถอย ล้วนลำบากใจทั้งสิ้น
เมื่อการคืบหน้าของหอสำนักนอกเผชิญแรงต้าน ความกดดันที่โถมทับลงบนร่างของเฮ่อ
เสียงกับพวกก็หนักหน่วงขึ้นมาก
“เราต้องหาฐานทัพของพวกมันให้พบ!” ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงสิบวัน เฮ่อเสียงคล้าย
เปลี่ยนเป็นคนละคน ใบหน้าผอมซูบจนน่าตระหนก “การฝึกอบรมกองกำลังอันร้ายกาจ
เช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องเพียงวันสองวันก็ลุล่วง พวกมันต้องมีฐานทัพ! หากเราสามารถหา
พบ พวกมันจะถูกบีบบังคับให้กลับไป ถึงตอนนั้นเราย่อมสามารถล้อมฆ่าพวกมันได้
ตามใจ!”
“แต่เราเสาะหามาตั้งนานแล้ว ยังไม่เคยมีข่าวคราวใด!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
ในเวลานี้เอง ผู้อาวุโสผู้หนึ่งพลันวิ่งสะดุดเข้ามา “ข้าพบพวกมันแล้ว! ข้าพบพวกมัน
แล้ว!”
ผู้อาวุโสทั้งหมดุดลุกขึ้นราวกับถูกเข็มแทง
“ที่ใด?”
“พวกมันอยู่ที่ใด?”
“หุบปากให้หมด!” เฮ่อเสียงตวาดดังลั่น ฉับพลันทันใด ทุกผู้คนหุบปากอย่างเชื่องเชื่อ
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เฮ่อเสียงได้สร้างตบะบารมีของมันสำเร็จแล้ว บรรพชนฟั้ากระจ่าง
เมื่อเลือกมันขึ้นมานั่งตำแหน่งนี้ ย่อมไม่ใช่อาศัยเพียงความโชคดีเท่านั้น
ผู้อาวุโสที่โถมเข้ามาใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดฝาด ละล่ำละลักอย่างตื่นเต้นสุดขีด “ก่อน
อื่นพวกเจ้าดูสิ่งของชิ้นนี้เสียก่อน!”
เฮ่อเสียงระงับความขุ่นข้องรำคาญในใจ
ฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำแผ่นหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าพวกมัน เหล่าผู้อาวุโสรีบมาตรวจดู พวก
มันล้วนรู้จักสินค้า ทันทีที่เห็นเคล็ดลับ ต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
พวกมันไม่มีผู้ใดโง่งม ฟูกสมาธิผืนน้อยๆ นี้ มีอิทธิพลอย่างสูงต่อสถานการณ์ของ
อาณาจักรขุนเขาน้อย
“นี่เป็นยุทธภัณฑ์เวทที่เมืองแห่งหนึ่งผลิตออกมา มันเรียกว่าเมืองอีกาทองคำ ข้าคงไม่
ต้องแนะนำความสามารถของเจ้าสิ่งนี้กระมัง เมืองอีกาทองคำตั้งอยู่บนยอดเขาดาว
สวรรค์ หลังจากที่คนกลุ่มหนึ่งครอบครองสถานที่แห่งนั้น พวกมันสร้างเมืองขึ้นเมือง
หนึ่ง”
ทุกผู้คนอดสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บอีกรอบไม่ได้
สร้างเมือง!
“ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าเมืองที่แท้จริงเป็นผู้ใด แต่สำหรับหัวหน้าผู้ดูแลธุรกิจการค้าของเมือง
แห่งนี้ คาดว่าผู้อาวุโสเฮ่อสมควรคุ้นเคยเป็นอย่างดี”
เฮ่อเสียงสีหน้าแปรเปลี่ยน “เป็นผู้ใด?”
“เปาอี้!”
ผู้อาวุโสอื่นๆ มีสีหน้าแปลกพิกล เฮ่อเสียงใบหน้ากลายเป็นหนักอึ้ง
“ตามที่ผู้คนเล่ามา พวกมันเคยเห็นกองทหารออกจากเมืองอีกาทองคำในตอนกลางคืน
จำนวนน้อยกว่าหนึ่งพันคน” ผู้อาวุโสที่นำข่าวมากล่าว “ดังนั้นข้าสงสัยว่าเป็นพวกมัน
เวลานี้แทบทุกคนในอาณาจักรล้วนมุ่งหน้าไปที่นั่น หากเราไม่ทำลายพวกมันโดยเร็ว
ตราบเท่าที่ฟูกสมาธิเหล่านี้ยังคงวางขายอย่างต่อเนื่อง วันคืนในอนาคตของพวกเราก็
ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว”
ทุกคนสีหน้ากลายเป็นหนักอึ้ง
เฮ่อเสียงลุกขึ้นยืน ใบหน้าดุร้ายหมายขวัญ “โจมตีเมืองอีกาทองคำด้วยกำลังทั้งหมด!”