สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 284 มหาค่ายกล!
ในหลุมลึกขนาดมหึมา จั่วม่อยังคงขุดลึกลงไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง
ปากหลุมที่อยู่เบื้องบนดูคล้ายเล็กจ้อยจนเกือบเท่าฝั่ามือ จุดที่มันอยู่ในตอนนี้ลึกลงมาถึง
ห้าสิบจั้ง ขนาดหลุมมีความกว้างหนึ่งจั้ง สตรีซิวเจ่อยืนอยู่ใกล้เคียง เมื่อแหงนมองขึ้นไป
ความสูงห้าสิบจั้ง เพียงพอจะทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าหดหู่อย่างบอกไม่ถูก
ทันใดนั้น สองมือที่ขุดไม่หยุดของจั่วม่อพลันชะงักกึก ใบหน้าทอแววประหลาดใจระคนปิ
ติยินดี
“กลับขึ้นไปกันเถอะ” มันหันไปเรียกสตรีซิวเจ่อ แม้ว่านางจะไม่ได้ยิน แต่จั่วม่อยังคง
ปฏิบัติกับนางเหมือนปกติ จากนั้นมันเริ่มเหินร่างขึ้นไป สตรีซิวเจ่อก็ตามติดหลังมาอย่าง
กระชั้นชิด
พอบินขึ้นถึงปากหลุม จั่วม่อหยุดร่างกลางอากาศ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ด้วยพลังทั้งหมด จั่วม่อกระแทกหมัดออกมาด้วยหมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้า!
ปราณหมัดดุจกระจกแก้วพุ่งดิ่งลงไปในหลุม ชนใส่ก้นหลุมอย่างหนักหน่วง
บึม!
หินหลอมเหลวสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาในบัดดล ทะลักทลายอย่างต่อเนื่องราวกับสัตว์
ร้ายบรรพกาลตื่นจากการหลับใหลชั่วนิรันดร์ กระทั่งอยู่สูงขึ้นมาตั้งไกล จั่วม่อยังคงรู้สึก
ถึงกระแสร้อนลวกแผดเผาพลุ่งขึ้นมาปะทะหน้า
หินหลอมเหลวสีแดงก่ำบางครั้งคราวจะปะทุออกมาเป็นเปลวไฟ เผชิญกับพลังแห่ง
ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ จั่วม่ออดสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่ได้ หากมันพลั้งพลาดสัมผัสถูก
ไฟพิภพอันร้ายกาจนี้ นอกเสียจากว่ามันเป็นจินตันผู้หนึ่ง ไม่เช่นนั้นกระทั่งกระดูกของ
มันก็คงไม่เหลือ
นอกเหนือจากอาการตื่นตะลึง จั่วม่อบนใบหน้ายังฉายแววเบิกบานใจ
มันดึงสตรีซิวเจ่อเหินร่างสูงขึ้นไปอีก หินหลอมเหลวท่วมขึ้นมาถึงระดับพื้น สถานที่แห่ง
นี้เป็นหัวใจของมหาค่ายกลที่จั่วม่อสร้างขึ้น หินหลอมเหลวหนืดข้นสีแดงก่ำไหลอย่าง
แช่มช้า ทันทีที่ไหลบ่าเข้าไปในทางอุโมงค์ ลวดลายค่ายกลบนผนังอุโมงค์ก็เริ่มสว่างเรือง
จั่วม่อในที่สุดไม่อาจสะกดกลั้นรอยยิ้มปลาบปลื้มยินดีได้อีก!
มันทำสำเร็จ!
ในที่สุดก็เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ!
เบื้องบนเหนือศีรษะมัน เมืองอีกาทองคำพลันเจิดจรัสขึ้นกลางห้วงรัตติกาล ลำแสงสีทอง
มากมายนับไม่ถ้วน ราวกับฝูงปลาสีทองเผ่นโผนขึ้นสู่ท้องฟั้าเหนือเมืองอีกาทองคำ
พลังงานสีทองเล็กๆ เหล่านี้แผ่กระจาย ถักทอประสาน กลายเป็นม่านแสงโค้งครอบคลุม
อยู่ด้านบนของเมืองอีกาทองคำ
ทุกผู้คนในเมืองอีกาทองคำถูกก่อกวนจนตื่นตระหนก ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อัน
อึกทึกครึกโครมนี้ พวกมันพากันเดินออกมาจากที่พำนัก แหงนหน้าขึ้นมองม่านพลังสี
ทองปกคลุมอยู่บนท้องฟั้า!
ซิวเจ่อที่มีฝีมือทางค่ายกลล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยน ในบรรดาพลังงานสีทองที่แหวกว่าย
ประดุจมัจฉาเหล่านั้น บางครั้งพวกมันสามารถมองเห็นเงาของค่ายกลแฝงเร้นอยู่ภายใน
นี่ใช่เป็นค่ายกลอันทรงพลังขบวนหนึ่งหรือไม่? ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ช่างลึกล้ำสุดหยั่ง
คาด! ไม่ทราบว่าเป็นค่ายกลอันใด จึงสะท้านฟั้าสะเทือนดินได้ถึงเพียงนี้
บรรดากองกำลังฝั่ายต่างๆ ที่ตั้งค่ายอยู่นอกเมือง ยังถูกก่อกวนจนแตกตื่นไปด้วย
“นั่นมันอะไรกัน?”
“ใช่เป็นสมบัติแห่งฟั้าดินที่ออกมาจากพื้นโลกหรือไม่?”
ในความมืดมิดของราตรีกาล แสงของเมืองอีกาทองคำเจิดจรัสอร่ามเรืองอย่างรวดเร็ว
มันถูกปกคลุมอยู่ในม่านตาข่ายแสงทองคำเจิดจ้าบาดตา ราวกับดวงตะวันทาบทอท้อง
นภาอันมืดดำ
“งานฝีมืออันยิ่งใหญ่ไพศาลกระไรปานนี้!” บนยอดเขาแห่งหนึ่ง บุรุษกลางคนเครายาวผู้
หนึ่งทอดถอนชมเชยอย่างตื่นตะลึง ข้างกายมันเป็นบุรุษร่างใหญ่ที่ดูหยาบกระด้างผู้หนึ่ง
“ท่านหมายถึงอะไร?” บุรุษร่างใหญ่ซักถาม
“เมืองนี้เกรงว่าจะซ่อนค่ายกลอันทรงพลังอย่างน่าตระหนกเอาไว้ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้
ชัดว่าเป็นฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อค่ายกลขบวนใหญ่ก่อตั้งแล้วเสร็จ จำที่เราเข้าไปใน
เมืองเมื่อวานนี้ได้หรือไม่ ข้าพบว่าวัสดุที่ใช้สร้างเมืองพิเศษเฉพาะเป็นอย่างยิ่ง ต้าเหริน
ต้องคาดเดาไม่ถูกแน่ ฮาฮา” บุรุษกลางคนเครายาวกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“อ้อ เป็นวัตถุดิบชั้นสูงอันใดกัน?” คนร่างใหญ่อยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง
“ตรงกันข้ามต่างหาก ก้อนอิฐที่ใช้สร้างเมืองเป็นเพียงหินเขียวธรรมดาสามัญเท่านั้น”
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” บุรุษร่างใหญ่งงงันวูบ แล้วสั่นศีรษะอย่างไม่เชื่อถือ “หากก้อน
หินเขียวสามารถสร้างเมืองที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้ เกรงว่าอาณาจักรขุนเขาน้อยคงเต็ม
ไปด้วยเมืองแต่แรกแล้ว”
“ฮ่าฮ่า เป็นก้อนหินเขียวจริงๆ เพียงแต่ก้อนหินเขียวเหล่านี้ถูกหลอมสร้างด้วยไฟอีกา
ทองคำ” บุรุษกลางคนเครายาวหัวเราะร่า
“ที่แท้เป็นเช่นนี้!” คนร่างใหญ่ในที่สุดค่อยเข้าใจ
บุรุษกลางคนเครายาวใบหน้าทอแววนับถือเลื่อมใสอย่างเปิดเผย “คนผู้นี้ปราดเปรื่องยิ่ง
แม้ว่าจะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่วิธีการที่มันใช้สร้างเมือง ที่แท้เป็นวิธีการหลอมสร้าง”
“วิธีการหลอมสร้าง? หรือมันคิดว่าเมืองอีกาทองคำเป็นยุทธภัณฑ์เวทชิ้นหนึ่ง?” ชายร่าง
ใหญ่ตะลึงงันอีกรอบ
“ไยมิใช่? เมืองอีกาทองคำทั้งเมืองปกคลุมอยู่ในขบวนค่ายกล สิ่งปลูกสร้างแต่ละหลัง
เชื่อมต่อกันด้วยค่ายกล จนเป็นหนึ่งเดียวกัน ก่อเกิดสภาวะที่ทุกคนประสบความสำเร็จ
ด้วยกัน หรือพินาศย่อยยับไปด้วยกัน ในเวลากลางวัน แสงแดดจะก่อเกิดเป็นเสาลำแสง
ส่องลงในตัวเมือง ต้าเหรินได้สังเกตเรื่องนี้หรือไม่?”
“เรื่องนี้ก็มีความหมายหรือ?”
“ในแสงแดดมีไฟอีกาทองคำอยู่ด้วยจำนวนเล็กน้อย เมืองอีกาทองคำจะดูดซับไฟอีกา
ทองคำในแสงแดดอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไป เมืองแห่งนี้จะยิ่งบริสุทธิ์ขึ้น ยิ่ง
แข็งแกร่งขึ้น นี่มิใช่วิธีการหลอมสร้างหรอกหรือ?” บุรุษกลางคนเครายาวดวงตาทอ
ประกายนิยมชมชื่น “แสงตะวันเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องอาศัยเวลายาวนาน ผู้ครองเมืองแห่งนี้
เห็นได้ชัดว่าไม่อาจอดทนรอได้นานถึงเพียงนั้น หากข้าคาดเดาไม่ผิด มันสมควรใช้ไฟ
พิภพเพื่อกลั่นเกลาเมืองนี้อีกทางหนึ่ง และนี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่ข้าน้อยกล่าวว่างานฝีมือ
อันยิ่งใหญ่ไพศาล”
“ใช้ไฟพิภพเพื่อกลั่นเกลาเมือง?” บุรุษร่างใหญ่สีหน้าตะลึงลานเล็กน้อย อึดใจใหญ่ค่อย
สั่นศีรษะ กล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าบุคคลอันร้ายกาจเช่นนี้ จะเร้นกายอยู่ในอาณาจักร
ขุนเขาน้อยเล็กกระจ้อยร่อยนี่ บุคคลอันเข้มแข็งเช่นนี้ หากข้าปล่อยให้หลุดมือไป ไยมิใช่
น่าเสียดายแทบตายแล้ว เซียนเซิง*ช่วยข้าคิด จะเกลี้ยกล่อมคนผู้นี้เข้าร่วมได้อย่างไร?”
(*เซียนเซิง – เป็นคำเดิม ที่เคยใช้เรียกยกย่องผู้มีความรู้ แต่ในที่นี้หมายถึงท่านครู คน
เครายาวน่าจะอยู่ในฐานะกึ่งครูกึ่งพี่เลี้ยงให้กับคนร่างใหญ่)
บุรุษกลางคนเครายาวพอฟังก็สั่นศีรษะ “ต้าเหรินรักถนอมผู้มีความสามารถย่อมเป็น
เรื่องดี แต่ข้าเห็นว่าคนผู้นี้มีพลังอำนาจของตนอยู่แล้ว กระทั่งแม่ทัพบัญชาการศึกมันก็
ยังมี เกรงว่าความเป็นมาของคนผู้นี้ไม่ใช่เรียบง่ายธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพใน
บัญชาการลำดับถัดไปของต้าเหรินท่านล้วนเต็มล้นทุกตำแหน่ง หากนำพวกมันไป จะเอา
พวกมันไปไว้ที่ใด?”
ได้ยินเช่นนี้ บุรุษร่างใหญ่ชะงักงัน อึดใจใหญ่ค่อยทอดถอนใจเบาๆ
“ต้าเหรินไม่จำเป็นต้องเศร้าเสียดายไป” คนเครายาวปลอบประโลม “สำนักเรามีพลัง
อำนาจมากล้นไพศาล เต็มไปด้วยทรัพยากรมากมาย ก่อนอื่นขอเพียงต้าเหรินท่านก่อตั้ง
รากฐานขึ้นในสำนักได้สำเร็จเสียก่อน ถึงเวลานั้น คิดเสาะหาผู้คนที่มีพรสวรรค์ ย่อม
ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับต้าเหริน คราวนี้เห็นได้ชัดว่าท่านเจ้าสำนักมีเจตนาจะส่งเสริมต้าเห
ริน จึงเรียกให้ต้าเหรินมาตรวจสอบสถานการณ์ในอาณาจักรขุนเขาน้อย ต้าเหรินเพียง
แค่ตั้งใจทำหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงก็พอ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียกำลังใจเพราะคนผู้เดียว”
“เซียนเซิงสั่งสอนถูกต้อง” บุรุษร่างใหญ่สีหน้ากลับเป็นปกติ จากนั้นความเดือดดาล
ปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน “ฮึ่ม ตาเฒ่าฟั้ากระจ่างช่างโอหังบังอาจ มันขวัญกล้า
กระทั่งทำลายอาณาจักรแห่งหนึ่งเช่นนี้ หรือรำคาญในการมีชีวิตสืบต่อไปแล้ว”
สิ่งที่พวกมันพบเห็นระหว่างทางล้วนโหดร้ายอำมหิตสุดทนดู
“เวลานี้ข่าวแพร่กระจายออกไปแล้ว วันคืนของมันคงไม่ง่ายดายอีก” บุรุษกลางคน
ดวงตาสาดประกายเย็นชา “การที่ศิษย์รักของมันถูกสังหาร ต้องเป็นการลงโทษเป็นแน่
ข้าน้อยคาดว่ากองกำลังอื่นๆ สมควรอยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรขุนเขาน้อยเท่าใด”
คนร่างใหญ่พลันกล่าว “ท่านว่าคนที่ฆ่าหวงจั๋วกวงอาจเป็นคนในเมืองนี้หรือไม่?” กล่าว
พลางชี้ไปยังเมืองอีกาทองคำ
บุรุษกลางคนงงงันวูบ จากนั้นสะท้านใจ “โอกาสเป็นไปได้สูงทีเดียว! แต่จะอย่างไร สิ่ง
เหล่านี้ก็ไม่เกี่ยวข้องใดกับเรา” มันขบคิดสักครู่ แล้วสั่นศีรษะพลางกล่าว “เรามีภารกิจที่
ต้องทำ ปรากฏการณ์ดาวพร่างกลางทิวานับเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับต้าเหริน ต้าเห
รินมีโชควาสนาไม่เลว”
อันที่จริงพวกมันถูกส่งมาตรวจสอบเรื่องที่กองทัพอสูรปรากฏตัวขึ้นในอาณาจักรขุนเขา
น้อย และเพื่อค้นหารอยแยกของความสับสนวุ่นวาย คิดไม่ถึงว่าจะพบพานปรากฏการณ์
ดาวพร่างกลางทิวาในระหว่างภารกิจ
“แต่จนถึงตอนนี้เรายังไม่มีความคืบหน้าใด” บุรุษร่างใหญ่กล่าวอย่างอับจนปัญญา
“เราสามารถค่อยเป็นค่อยไป เร่งร้อนไปก็ไม่มีส่วนช่วยอันใด” บุรุษกลางคนเครายาวก็
ไม่มีวิธีที่ดี
อาณาจักรขุนเขาน้อยทุกวันนี้สับสนวุ่นวายยิ่ง การระดมกำลังอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
ของหอสำนักนอก และการผุดขึ้นอย่างฉับพลันของเมืองอีกาทองตำ ทำให้ทั้งสองฝั่าย
กลายเป็นห้วข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในอาณาจักรขุนเขาน้อย ข่าวสารทุกประเภทแพร่
สะพัดไปอย่างต่อเนื่อง หอสาขาของหอสำนักนอกในตอนนี้หลงเหลือเพียงหนึ่งในสาม
เท่านั้น
ไม่กี่วันให้หลัง พวกมันได้ยินว่ากองกำลังลึกลับนี้ พิชิตกองทัพหนุนที่ส่งออกมาจากหอ
สำนักนอกอย่างต่อเนื่องถึงสามกองทัพรวด
ซิวเจ่อที่ถูกโจมตีแตกพ่าย หลบหนีรอดตายมาได้ บรรยายถึงพลังของกองกำลังนี้อย่าง
ชัดเจน ความพรั่นพรึงที่ยังคงค้างอยู่บนใบหน้าของพวกมัน กลายเป็นหลักฐานที่
น่าเชื่อถือที่สุด ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว แต่หอสำนักนอกกลับไม่คลุ้มคลั่ง
เหมือนที่ผ่านมา ยังคงรวมรวมพลังของพวกมัน มุ่งหน้าไปยังเมืองอีกาทองคำอย่างไม่
หยุดยั้ง
ผู้ที่มีหัวคิดอยู่บ้าง พลันตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังลึกลับกับเมืองอีกา
ทองคำในบัดดล
กองกำลังฝั่ายต่างๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างขุมกำลังทั้งสองกลุ่ม รีบโยกย้ายไปตั้งมั่นอยู่ด้านหลัง
เมืองอีกาทองคำอย่างรวดเร็ว ทุกผู้คนเบิกตารอชมการปะทะของสองขุมพลังยักษ์ใหญ่
อย่างใจจดใจจ่อ
การปะทะกันครั้งนี้ เป็นการโรมรันของสองขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรขุนเขา
น้อย
ด้านหอสำนักนอกไม่มีอันใดต้องกล่าว แม้ว่าพวกมันจะสูญเสียผู้คนกว่าสามพันคนก็ตาม
แต่ยังคงมีกองกำลังขนาดใหญ่กว่าเจ็ดพันคน กองกำลังมหาศาลเช่นนี้ราวกับยักษ์ใหญ่
ตัวหนึ่ง กองกำลังใดกล้าขวางทางพวกมัน ล้วนถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์ ภายใต้พลังอัน
หนักหน่วงดุจขุนเขาไท่ซานของพวกมัน
ทว่าเมืองอีกาทองคำก็ไม่อาจละสายตาได้ เพียงไม่กี่สิบวัน ก็พุ่งทะยานขึ้นเป็นตัวตน
อันดับสอง รองจากหอสำนักนอก ไม่ว่าจะเป็นไฟอีกาทองคำ ฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำ หอ
รบค่ายกลสงครามสามสิบหกหอรบ รวมถึงกองกำลังลึกลับที่ไร้ผู้ต้านติด ล้วนหนุนส่งให้
เมืองอีกาทองคำกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของอาณาจักรขุนเขาน้อย
เมืองอีกาทองคำคล้ายไม่รู้สึกถึงแรงกดดันจากการรุดหน้าของหอสำนักนอกแม้แต่น้อย
พวกมันยังคงขายฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำอย่างคึกคัก นี่ยังเป็นจุดพักเท้าที่สำคัญสำหรับซิว
เจ่อที่ล่าถอยหลีกเลี่ยงจากหอสำนักนอก เมื่อมาถึงเมืองอีกาทองคำ ทุกคนล้วนทำทุก
อย่างอย่างสุดความสามารถเพื่อซื้อฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำให้จงได้
ฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำแม้ราคาแพง แต่เทียบกับเมล็ดข้าวปราณแล้ว นับว่าคุ้มค่ากว่ามาก
ท่ามกลางกระแสที่เริ่มเดือดพล่านขึ้น หลายฝั่ายเสนอตัวช่วยปกปั้องเมือง แต่เปาอี้ยืน
กรานปฏิเสธทั้งหมด เป็นเหตุให้ผู้คนยิ่งกระหายใคร่รู้มากกว่าเดิม พวกมันพอซื้อฟูก
สมาธิกลั่นเกลาดำแล้ว ก็ไม่ได้จากไปไกล แต่พากันตั้งหลักปักฐานอยู่ด้านหลังเมืองอีกา
ทองคำนี้เอง
มองจากที่ห่างไกล เบื้องหลังเมืองอีกาทองคำ เห็นเหล่าซิวเจ่อแน่นขนัดเป็นแผ่นผืนสุด
ลูกหูลูกตา ครึ่งหนึ่งของซิวเจ่อที่เหลืออยู่ในอาณาจักรขุนเขาน้อย ล้วนมารวมตัวกันอยู่
ที่นี่ พวกมันต้องการชมดูการต่อสู้ของยักษ์ใหญ่ที่หาดูได้ยากด้วยตาตัวเอง
ผลการต่อสู้ครั้งนี้ ยังจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตหลังจากนี้ของพวกมันอีกด้วย
โดยส่วนตัวแล้ว แปดในสิบส่วนของซิวเจ่อถือหางหอสำนักนอกเป็นต่ออย่างท่วมท้น
พลังอำนาจอันน่าสะพรึงของซิวเจ่อเจ็ดพันคนทำให้พวกมันหวาดกลัวจนหัวหด แม้ว่า
กองกำลังลึกลับนั้นจะเป็นของเมืองอีกาทองคำจริง แต่จำนวนของกองกำลังน้อยนิด
เกินไป พวกมันอาจสามารถลอบก่อกวน แต่ไม่ได้มีอิทธิพลมากมายนัก อย่าว่าแต่ยังมี
บรรพชนฟั้ากระจ่าง จินตันเพียงหนึ่งเดียว ยืนอยู่เบื้องหลังหอสำนักนอกอีกด้วย
ทุกผู้คนเพียงแค่อยากรู้ ว่าเมืองอีกาทองคำจะยืนหยัดต่อต้านหอสำนักนอกได้นานสัก
เท่าใด
แต่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของทุกผู้คน หอสำนักนอกกลับเริ่มชะลอตัวลง ไม่ทราบ
เพราะเหตุใด แม้ความเร็วในการรุดหน้าของกองทัพจะเชื่องช้าลง แต่แรงกดดันกลับเพิ่ม
สูงขึ้นทุกขณะ มีเพียงผู้รู้ไม่กี่คนที่เข้าใจ ว่าหอสำนักนอกกำลังพักผ่อนรวบรวมกำลังขั้น
สุดท้าย ตระเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อสู้ขั้นแตกหัก
เมืองอีกาทองคำยังคงทำการค้าเหมือนเช่นปกติ ซิวเจ่อมากมายที่อยู่ด้านหลังเมืองอด
ทอดถอนใจไม่ได้ หากเมืองอีกาทองคำตกไปอยู่ในมือของหอสำนักนอกจริง ก็เรียกได้ว่า
ขุมสมบัติหล่นทับหอสำนักนอกแล้ว เมืองอีกาทองคำมั่งคั่งร่ำรวยเท่าใด ผู้ใดสามารถ
บอกได้อย่างชัดเจน? แต่ทุกผู้คนล้วนทราบกระจ่าง ว่าจะต้องมีทรัพย์สมบัติกองซ้อนกัน
เป็นภูเขาเลากาอย่างแน่นอน
ฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำไม่ใช่สินค้าราคาย่อมเยา!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอาณาจักรขุนเขาน้อยปัจจุจัน เมืองอีกาทองคำเป็นสถานที่ที่มั่งคั่ง
ร่ำรวยที่สุด!
หลังจากเปิดกระแสไฟพิภพ จั่วม่อกลายเป็นคนว่างงานผู้หนึ่ง เมื่อมหาค่ายกลขบวน
ยักษ์เสร็จสิ้นสมบูรณ์ มันก็วางใจลงครึ่งหนึ่ง
ศึกใหญ่กำลังใกล้เข้ามา แต่มันไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับมีท่าทีสงบนิ่งและไม่
อินังขังขอบ ทุกคนเห็นเหล่าปั่านสงบเยือกเย็นปานนี้ บรรยากาศตึงเครียดค่อยผ่อน
คลายลงอย่างราบคาบ แทนที่ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้าและความฮึกเหิมที่เพิ่มพูน
ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขอเพียงเหล่าปั่านอยู่ที่นี่ พวกมันไม่ต้องห่วงกังวลกับสิ่งใด
จั่วม่อเหินร่างขึ้นไปบนหอรบค่ายกลสงคราม
หอรบค่ายกลสงครามทั้งสามสิบหกแห่งกลายเป็นสถานที่ที่พลุกพล่านที่สุด ค่าย
ตะวันออกกับค่ายตะวันตกกำลังฝึกอบรบก่อนทำศึกอย่างเคร่งครัด พวกมันทราบอย่าง
ชัดเจน ศึกคราวนี้ พวกมันเป็นขุมกำลังหลักที่แท้จริง
แต่ละคนถูมืออย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง หากพวกมันมีผลงานที่ดี
อาจได้เลื่อนชั้นขึ้นไปยังค่ายจูเชวี่ย นั่นเป็นสถานที่ที่ทุกผู้คนในค่ายตะวันออกและค่าย
ตะวันตกล้วนใฝั่ฝันถึง ศึกคราวนี้นับเป็นโอกาสอันดีงามที่สุดของพวกมัน
จั่วม่อทักทายผู้บัญชาการค่ายตะวันออกกับค่ายตะวันตก แล้วเหินขึ้นไปบนส่วนยอดของ
หอรบ
มันมาคราวนี้ เพื่อชมดูเหอเถาอัสนีคำรนที่ถูกหล่อเลี้ยงไว้ในหอรบค่ายกลสงคราม
ถึงเวลาที่ต้องหลอมสร้างของเล่นอันดีงามแล้ว!