สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 285 ความเข้าใจที่ได้รับจากการหลอมสร้าง
เหอเถาอัสนีคำรน ระดับสี่ แกร่งกร้าว เที่ยงธรรม ทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย
ก่อนหน้านี้จั่วม่อไม่เคยครอบครองวัตถุดิบระดับสี่อยู่ในมือ จึงไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับ
วัตถุดิบระดับสี่มากนัก จำนวนม้วนหยกกับบันทึกเก่าแก่ที่กล่าวถึงวัตถุดิบระดับสี่ ที่ผ่าน
มายังสถานที่อันน่าสังเวชเช่นอาณาจักรนภาจันทร์กับอาณาจักรขุนเขาน้อย ก็เรียกได้ว่า
น้อยนิดจนน่าเวทนาจริงๆ
วัตถุดิบระดับสี่มีคุณค่ามากเสียจนผู้คนธรรมดาแทบไม่เคยพบเห็น มีเพียงสำนักที่พอมี
พลังอำนาจอยู่บ้าง จึงสามารถใช้ของเหล่านี้เพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์สักเล็กน้อย
สำนักกระบี่สุญตาเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่หนึ่งในบรรดาสำนักเหล่านั้น จั่วม่อจดจำม้วนหยก
มากมาย แต่ในม้วนหยกเหล่านั้นมีเพียงไม่กี่คำที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบระดับสี่ มิหนำซ้ำ
ส่วนใหญ่ยังทั้งกำกวมและคลุมเครือยิ่ง
ดังนั้นเมื่อในมือมันเริ่มมีวัตถุดิบระดับสี่เพิ่มมากขึ้น จั่วม่อค่อยๆ เรียนรู้บางสิ่ง
ระหว่างวัตถุดิบระดับสามกับวัตถุดิบระดับสี่ ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดก็คือลวดลายค่าย
กลตามธรรมชาติของพวกมัน ลวดลายค่ายกลตามธรรมชาติบนวัตถุดิบระดับสี่นั้น
ระดับสูงกว่า สมบูรณ์กว่า และซับซ้อนกว่าวัตถุดิบระดับสามมาก
จั่วม่อไม่ล่วงรู้ว่าซิวเจ่อรุ่นก่อนๆ ได้เรียนรู้วิชาค่ายกลจากวัตถุดิบเหล่านี้เอง มันเพียง
รู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของการสรรค์สร้าง จนต้องทอดถอนชมเชยเท่านั้น
อันที่จริงระดับความสามารถในการหลอมสร้างของซิวเจ่อผู้หนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าเป็น
ระดับขอบเขตที่ซิวเจ่อผู้นั้นสามารถกระตุ้นการทำงานของค่ายกลตามธรรมชาติของ
วัตถุดิบได้ ค่ายกลทักษะยุทธ์ของยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ
ค่ายกลตามธรรมชาติของวัตถุดิบที่ใช้
หลังจากหล่อเลี้ยงด้วยสายฟั้าแกร่งมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง เหอเถาอัสนีคำรนดูคล้ายเหล็ก
เงินกร่อนสลายอยู่บ้าง บนพื้นผิวสลักเต็มไปด้วยหลุมร่อง ถืออยู่ในมือรู้สึกหนักหน่วงยิ่ง
แม้ว่าขนาดจะหดตัวลง แต่กลับปกคลุมไปด้วยแสงสายฟั้าสีน้ำเงินอย่างหนาแน่นเข้มข้น
จั่วม่อต้องโคจรพลังปราณห่อหุ้มฝั่ามือเอาไว้ เพื่อที่จะถือผลเหอเถาอัสนีคำรนที่ผ่านการ
หล่อเลี้ยงนี้ได้
เมื่อลองตรวจสอบดู พลันรู้สึกถึงปริมาณของพลังธาตุสายฟั้าที่อยู่ภายในได้ทันที จั่วม่
ออดอ้าปากค้างไม่ได้
เหอเถาอัสนีคำรนเหล่านี้เป็นสิ่งของที่ดี แต่ก็อันตรายยิ่ง หากประมาทสักเล็กน้อยในการ
หลอมสร้าง อาจระเบิดได้ง่ายๆ และเป็นอันตรายต่อตัวมันเอง
มันจดจำได้ ว่าผูเยาเคยแนะนำให้ใช้วิธีหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป มาใช้หลอมสร้าง
เหอเถาอัสนีคำรนเหล่านี้ แต่ก่อนหน้านี้มันมัวแต่ยุ่งกับการสร้างเมือง ไม่ทันนึกถึง
เรื่องราวเหล่านี้ ยามนี้เมื่อลองครุ่นคิดดู มันคล้ายเข้าใจอยู่บ้าง ผูเยาไม่เคยกระทำ
เรื่องราวที่ไม่มีความหมาย แต่สิ่งที่เจ้าผู้นี้ชี้แนะ ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป
วิธีหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป ในตำรามุกหยินประลัยกัลปมีระบุวิธีการเอาไว้
มากมายและหลากหลาย กับความหลากหลายของมุกหยินประลัยกัลป จั่วม่อรู้สึก
อัศจรรย์ใจมาโดยตลอด แต่เนื่องจากไม่อาจหาพื้นที่ที่มีภูตหยินพบ มันไม่สามารถหลอม
สร้างไข่มุกหยินได้ ดังนั้นได้แต่โยนม้วนหยกไปด้านหนึ่งก่อน
เวลานี้ภูมิความรู้ของมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เมื่อหวนกลับมาอ่านตำรามุกหยินประลัย
กัลปอีกครั้ง นับเป็นประสบการณ์ใหม่
ความเข้าใจค่อยๆ ก่อร่างขึ้นทีละน้อย
ส่วนสำคัญที่สุดของกลวิธีหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป เป็นจุดที่มันไม่เคยสังเกตเห็น
มาก่อน นั่นคือมันจะต้องหลอมสร้างด้วยไฟหยิน เนื่องเพราะไข่มุกหยินมีคุณสมบัติเป็นห
ยิน ดังนั้นการหลอมสร้างให้เปHนมุกหยินประลัยกัลป ก็ต้องใช้ไฟหยินเช่นกัน ไฟหิน
งอกของจั่วม่อในตอนนั้นพอดีเป็นไฟหยิน
ตามหลักการแล้ว เมื่อคุณสมบัติเหมือนกัน ทั้งสองจะหนุนเสริมซึ่งกันและกัน แล้วผสาน
รวมเข้าด้วยกัน ส่วนที่น่าอัศจรรย์ที่สุดของตำรามุกหยินประลัยกัลป คือการปล่อยให้ทั้ง
สองอยู่ในสถานะกึ่งหลอมรวม ซึ่งเป็นสภาวะที่ทรงพลังอำนาจมากที่สุด
การเปลี่ยนแปลงอันลึกลับมหัศจรรย์เช่นนี้ จั่วม่อชมดูจนเคลิบเคลิ้มงมงาย มันไม่อาจ
ล่วงรู้ว่าภูตเทพตนใดเข้าดลใจผู้อาวุโสที่สร้างมุกหยินประลัยกัลป จึงคิดค้นเวทวิชาอันน่า
อัศจรรย์เช่นนี้ขึ้นมาได้
หากมันคิดหยิบยืมวิธีการหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป ไปใช้หลอมสร้างเหอเถาอัสนี
คำรน มันต้องใช้ไฟที่เป็นหยางสุดขั้ว ช่างเหมาะเจาะพอดีสำหรับจั่วม่อเสียเหลือเกิน ไฟ
อีกาทองคำในมือของมันเป็นหนึ่งในไฟประเภทหยางสุดขั้วที่ล้ำเลิศที่สุด
อย่างไรก็ตาม มันต้องการผู้ช่วยเหลือ เหอเถาอัสนีคำรนเป็นระดับสี่ ระดับสูงกว่าไข่มุกห
ยินที่มันสร้างขึ้นในอดีตมาก
จั่วม่อพลันเพ่งจิตวูบหนึ่ง มันนึกถึงเจดีย์น้อยกับเจ้าเพลิงน้อย
เจ้าเพลิงน้อยเป็นอสูรไฟตัวหนึ่ง เจดีย์น้อยมีห้าธาตุอยู่ในร่างเดียว ย่อมสามารถควบคุม
ไฟ
มันกับเจดีย์น้อยจิตใจเชื่อมโยงกัน เมื่อมันเพ่งจิต เจดีย์น้อยก็รับรู้ ในระยะเวลาสั้นๆ
เจดีย์น้อยก็นำเจ้าเพลิงน้อยบินขึ้นมาบนหอรบค่ายกลสงครามที่จั่วม่ออยู่ นกโง่กับเจ้าดำ
น้อยก็ติดตามมาด้วย
เมื่อเจ้าเพลิงน้อยบินเข้ามาในหอรบค่ายกลสงคราม มันก็ลอยไปรอบๆ ราวกับลูกไฟสี
แดงดวงน้อย เล่นกับตัวเองอย่างสนุกสนาน ส่วนเจดีย์น้อยที่ด้านข้างนิ่งรอฟังวาจาของ
จั่วม่ออย่างเรียบๆ ร้อยๆ
จั่วม่อนำกล่องประณีตออกมาจากแหวนสิบกว่ากล่อง นี่เป็นไฟอีกาทองคำที่มันจงใจเก็บ
ไว้เป็นการเฉพาะ ส่วนที่เหลือล้วนขายไปเกลี้ยง การรวบรวมไฟอีกาทองคำสำหรับมัน
ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ระยะนี้มันไม่มีเวลาว่างเลย
เจ้าเพลิงน้อยที่บินร่อนตีลังกากลางอากาศ จู่ๆ ก็ตัวแข็งทื่อ เมื่อมันหันมาเห็นกล่อง
ประณีต พลันส่งเสียงร้องแหลมอย่างปิติยินดี กลับกลายเป็นเงาไฟกลุ่มหนึ่ง โถมเข้าหา
กล่องประณีต กลิ่นของเปลวไฟที่ปล่อยออกมาจากภายในกล่อง เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่าง
ร้ายกาจสำหรับเจ้าเพลิงน้อย
จั่วม่อไม่ห้ามปรามมัน แต่แล้วกลับเห็นเจ้าเพลิงน้อยเขมือบกลืนกล่องประณีตทั้งหมดลง
ไปในคำเดียว!
จั่วม่อตะลึงลาน มือที่ถือกล่องแข็งค้างอยู่กลางอากาศ
อึดใจใหญ่ค่อยตั้งสติได้ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจก็คือ นี่เป็นเจ้าตัวตะกละอีกตัวหนึ่ง!
เจดีย์น้อยถูกแย่งกินหมดก็ไม่มีโทสะ เพียงกระโดดโลดเต้นไปรอบๆ เจ้าเพลิงน้อย
ร่างกลมๆ ของเจ้าเพลิงน้อยพลันเปลี่ยนเป็นกลมปั่องเหมือนฟองอากาศสีแดงลูกหนึ่ง
ทันใดนั้น ดาวสีทองขนาดเท่าเล็บปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อลองเพ่งมองอย่างละเอียด จั่วม่อกลับไม่อาจบอกได้ว่านี่เป็นหน้าผาก
ของเจ้าเพลิงน้อยหรือไม่ เจ้าตัวเล็กนี้กลมมาก
จั่วม่อคอยจับจ้องเจ้าเพลิงน้อยอยู่เป็นนาน แต่ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงกับเจ้า
เพลิงน้อยไปมากกว่านี้อีก
เจ้าเพลิงน้อยยังคงกรีดร้องแหลมอย่างร่าเริง เล่นกับเจดีย์น้อยอยู่กลางอากาศ เจดีย์น้อย
ใช้ยอดแหลมของเจดีย์ไล่กระทุ้งใส่เจ้าเพลิงน้อย ส่วนเจ้าเพลิงน้อยก็หาโอกาสเอาตัว
กลมๆ ของมันดันใส่เจดีย์น้อย เจ้าตัวเล็กทั้งสองดูสนุกสนานอย่างเห็นได้ชัด เป็นเหตุให้
เจ้าดำน้อยที่เฝั้ามองอยู่ด้านข้าง ชูหนวดโบกไปมากลางอากาศเร็วรี่ ทีท่าอยากเข้าร่วมวง
ด้วย
จั่วม่อจับตามองเจ้าเพลิงน้อยเขม็ง
ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง… …
หลังจากเล่นไปครู่หนึ่ง เจ้าเพลิงน้อยค่อยสังเกตเห็นจั่วม่อจ้องมองมันตาเขม็ง มันเปล่ง
เสียงร้องจี้จี้จี้อย่างร่าเริง บินเข้าไปในอ้อมแขนจั่วม่อ เกลือกกลิ้งไปมา
จั่วม่อคว้าเจ้าตัวเล็กไว้ในมือ ร่างกลมๆ ของมันเหมือนฟองอากาศอย่างแท้จริง ทั้งอบอุ่น
และอ่อนนุ่ม
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าจั่วม่อไม่หวั่นไหวใจต่อการประจบประแจงของเจ้าเพลิงน้อย
หิ้วเจ้าเพลิงน้อยห้อยไว้ตรงหน้า บีบเค้นร่างกลมๆ เป็นรูปร่างทุกรูปแบบ พลางเค้นเสียง
ลอดไรฟัน “เดรัจฉานน้อย เขมือบไฟอีกาทองคำเข้าไปมากมายถึงเพียงนี้ แต่ไม่มีสิ่งใด
เปลี่ยนแปลงเลยหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่านั่นเป็นจิงสือเท่าใด? เจ้าถึงกับสวาปามจิงสือ
มากมายถึงเพียงนั้นในคำเดียว… …”
เจดีย์น้อยร่างสั่นสะท้าน ค่อยๆ ลอยถอยออกไปอย่างเงียบกริบ เจ้าดำน้อยทีแรกกำลัง
จะเข้าร่วมสนุก หยุดโบกหนวดสองเส้นอย่างฉับพลัน หนึ่งเดียวที่เยือกเย็นที่สุดคือนกโง่
โทสะของจั่วม่อสุดจะระงับยับยั้ง มันเดิมทีตั้งใจให้เจดีย์น้อยกับเจ้าเพลิงน้อยทดลอง
กลืนกินไฟอีกาทองคำตัวละกล่อง คาดไม่ถึงเจ้าตัวตะกละน้อยนี้จะกวาดเกลี้ยงในคำ
เดียว กระทั่งกล่องยังไม่ทิ้งไว้ดูต่างหน้า
“เจ้าสามารถพ่นไฟได้หรือไม่?” จั่วม่อกล่าว เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต “ไม่ได้หรือ? กระทั่ง
พ่นไฟเจ้ายังทำไม่ได้? เจ้าถึงกับกล้าทำไม่ได้? รู้หรือไม่ว่าเจ้ากลืนกินจิงสือลงไปมาก
เท่าใด… …”
เจ้าเพลิงน้อยที่อยู่ในมือรีบพ่นเปลวไฟเล็กจิ๋วออกมาเส้นหนึ่ง
“ฮะ! เจ้ารู้จักพ่นไฟจริงๆ!” จั่วม่อใบหน้ากลายเป็นอยากรู้อยากเห็นในทันที วางเจ้า
เพลิงน้อยลงตรงหน้า ตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง “เจ้าไม่มี
รูทวารเสียหน่อย พ่นไฟออกมาจากที่ใด?”
ร่างกลมดิกของเจ้าพลิงน้อยแข็งทื่อในบัดดล
เจดีย์น้อยยกชายคาหอขึ้นปิดหน้า ร่างเจดีย์ทั้งหมดแดงก่ำเหมือนกุ้งต้ม
หลังจากศึกษาค้นคว้าอยู่ครู่ใหญ่ จั่อม่อรู้สึกไม่ได้ค้นพบมรรคผลอันใด ตัดสินใจไม่
เสียเวลาอีกต่อไป การคิดหวังว่าฝูงตัวตะกละเหล่านี้จะช่วยเหลือมันได้ นับว่าเข้าตาจน
จนร้อนรนเกินไปจริงๆ
มันไม่สมควรคาดหวังกับตัวตะกละเหล่านี้แต่แรก… …
จั่วม่อในหัวใจมีเลือดหยาดหยด จิงสือมากมายหายลับไป… …
ทั้งสี่รีบแจ้นกลับไปยังเหมืองอย่างรวดเร็ว ราวกับได้รับการละเว้นโทษประหาร
จั่วม่อในที่สุดตกลงใจกระทำด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม มันไม่กล้าทดลองบนหอรบค่ายกล
สงคราม หากมันเผลอประมาทสักเล็กน้อย หอรบทั้งหอจะระเบิดเป็นผุยผง ดังนั้นมันนำ
เมฆมงคลระดับสามออกจากคลังสินค้าก้อนหนึ่ง นั่งบนก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟั้า
เหนือตัวเมือง
เมฆมงคลนุ่มนิ่มเหมือนปุยฝั้าย ยกเว้นแต่บุคคลเจ้าสำราญ โดยทั่วไปไม่มีผู้ใดใช้เมฆ
มงคล เมื่อเทียบกับสัตว์ปราณหรือกระบี่บินแล้ว ความเร็วในการบินของเมฆมงคลนับว่า
เชื่องช้ายิ่ง อย่างไรก็ตาม เมฆมงคลระดับสูงบางชนิดมีความเร็วสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น
เมฆตีลังกา*ที่มีชื่อเสียงกระเดื่องดัง ในบรรดาพาหนะระดับห้า ความเร็วของมันอยู่ในสิบ
ลำดับแรก เมฆมงคลทั่วไปแม้เชื่องช้า แต่ยังมีประโยชน์ข้อหนึ่ง นั่นคือไม่จำเป็นต้อง
ควบคุมให้ลอยตัวแต่อย่างใด
(*หมายถึงเมฆวิเศษของซุนหงอคง)
เมฆมงคลก้อนนี้มีขนาดเท่าฝั่ามือ แต่เมื่อโยนออกไป ก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีรัศมีสิบจั้งใน
บัดดล สามารถรองรับผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นสตรีซิวเจ่อยืนอยู่ไม่ห่างออกไปนัก จั่วม่อ
ไม่แยแสสนใจเหล่าซิวเจ่อที่ตั้งค่ายหนาแน่นอยู่บนภูเขา อาศัยหอรบค่ายกลสงครามกับ
สตรีซิวเจ่อที่ด้านข้าง มันไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดกล้ารบกวนการหลอมสร้างของมัน
จั่วม่อนำผลเหอเถาอัสนีคำรนออกมา อ้าปากพวยพุ่งไฟอีกาทองคำตามติด เริ่มหลอม
สร้างอย่างไม่รีรอลังเล
ส่วนที่สำคัญที่สุดของการหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป คือการแช่แข็งสภาวะของ
ไข่มุกหยินกับไฟหยินเอาไว้เช่นนั้น ในชั่วพริบตาก่อนที่พวกมันจะผสานรวมกัน
เบื้องหน้าจั่วม่อ เส้นใยไฟอีกาทองคำห่อหุ้มเหอเถาอัสนีคำรณเอาไว้อย่างแน่นหนา
หนึ่งชั่วยามให้หลัง ไฟอีกาทองคำในที่สุดแยกเอาชั้นของสายฟั้าแกร่งออกจากผิวนอก
ของผลเหอเถา เผยให้เห็นเมล็ดที่แท้จริงของเหอเถาอัสนีคำรน จากนั้นผ่านไปอีกหนึ่งชั่ว
ยาม พื้นผิวขรุขระสีเงินเริ่มแสดงสัญญาณของการหลอมละลาย ของเหลวสีเงินไหลช้าๆ
ไปตามลวดลายของเม็ดเหอเถา
พลังธาตุสายฟั้าอันเข้มข้นทำให้จั่วม่อใจเต้นระรัว ราวกับเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ
วัตถุดิบระดับสี่ช่างวิเศษอย่างที่คาดไว้จริงๆ!
สมาธิจิตใจของจั่วม่อจมลึกลงไปในกระบวนการหลอมสร้าง นี่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้ที่หา
ได้ยากสำหรับมัน ทั้งไฟอีกาทองคำและเหอเถาอัสนีคำรน ล้วนเป็นวัตถุดิบระดับสี่ที่หา
ได้ยากยิ่ง
เมื่อทั้งสองผสานรวมกัน พวกมันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จั่วม่อ
ไม่เคยเห็นมาก่อน
ในกระบวนการหลอมสร้าง ค่ายกลตามธรรมชาติของเหอเถาอัสนีคำรนแตกหักลงอย่าง
ต่อเนื่อง จากนั้นปรับเปลี่ยนใหม่ ราวกับชิ้นส่วนของตัวต่อไม้ ค่อยๆ ประกอบรวมกัน
สร้างลวดลายใหม่ขึ้นมา บางส่วนเป็นลวดลายค่ายกล บางส่วนเป็นลวดลายที่ไม่เป็น
ระเบียบ การหลอมสร้างหมายถึงซิวเจ่อจะต้องเลือกสรรและคัดกรอง เพื่อทำความ
เข้าใจการเปลี่ยนแปลงในค่ายกลตามธรรมชาติเหล่านี้ และเลือกใช้ส่วนที่ดีที่สุด
ซิวเจ่อคนละคนกัน ย่อมได้รับประสบการณ์ในการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกัน เพื่อให้
บรรลุความเข้าใจที่แตกต่างกันไป แต่สาระสำคัญภายใต้พื้นฐานของธรรมชาติไม่มีสิ่งใด
แตกต่างกัน
หากไม่มีความเข้าใจนี้ ไม่ว่าพลังบำเพ็ญเพียรจะลึกล้ำเท่าใด พลังปราณในร่างแข็งแกร่ง
ปานใด ก็ไม่มีทางที่จะฝั่าด่านขึ้นไป ยังคงเล็กกระจ้อยร่อยและอ่อนแอ
จั่วม่อจมลึกอยู่ในโลกอันลี้ลับแห่งนี้ อารมณ์คล้ายเดินอยู่บนน้ำแข็งบางๆ เลือนหายไป
มันหลงลืมตนอย่างสิ้นเชิง
ไฟอีกาทองคำที่เต้นเร่าอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเชื่องช้าลง ราวกับม้าปั่าถูกคล้องบังเหียน
แต่เหอเถาอัสนีคำรนยังคงแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ลวดลายบนเมล็ดเหอเถาที่ปกคลุม
บนพื้นผิวเลือนหายไป กลายเป็นราบเรียบเกลี้ยงเกลาราวกับลูกกลมสีเงินที่สมบูรณ์แบบ
เส้นใยไฟอีกาทองคำเจาะฝังเข้าไปในลูกกลมสีเงิน วาดเป็นลวดลายสีทองอันวิจิตร
บรรจง เริ่มลอยขึ้นบนพื้นผิวของลูกกลมสีเงิน
ลวดลายสีทองเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลวดลายคล้ายเถาวัลย์เติบโตอย่าง
บ้าคลั่ง ไปตามพื้นผิวของเหอเถาอัสนีคำรน
จั่วม่อพลันลืมตาอย่างฉับพลัน เหอเถาอัสนีคำรนตกลงมาในฝั่ามือของมัน
เห็นลวดลายคล้ายดอกไม้สีทองอันสลับซับซ้อน ปกคลุมอยู่ทั่วพื้นผิวของลูกกลมสีเงิน ดู
ราวกับลูกกลมสีเงินลายทองอันธรรมดาสามัญ ไม่มีกลิ่นอายใดๆ เปิดเผยออกมา